เข้าสู่ระบบแกร็ก!
ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของป๊าตามคำสั่งที่ท่านเรียกผมมาพบที่บ้านใหญ่ ครอบครัวเราผูกพันกับประเทศไทยมานาน คฤหาสน์หลังนี้เป็นของตกทอดของสะใภ้คนเก่าแก่ตั้งแต่เราเริ่มมาทำธุรกิจลงทุนที่นี่ อีกทั้งแม่ของผมยังเป็นลูกครึ่งจีน-ไทย ที่ไปเติบโตที่จีน ครอบครัวที่มีหลายแม่แต่มีพ่อคนเดียวกัน มักจะมาพร้อมกับปัญหาภายในที่น่าปวดหัว ยิ่งตอนนี้พี่ชายคนโตก็เพิ่งเสียชีวิตไป ส่วนพี่สาวคนรองก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทำให้ลำดับการถูกวางตัวเป็นผู้นำตระกูลและความรับผิดชอบจึงตกมาที่ผม และปัญหาที่ตามจริง ๆ คือ เสียงโต้แย้งของทายาทในตระกูลทั้งหมดต่างหาก "ก่อเรื่องอะไรมา" น้ำเสียงเข้มที่เย็นชาเอ่ยถามทั้งที่เขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว "แค่รำคาญพวกพูดไม่เข้าหู" ผมตอบตามความจริง "อย่าทำตัวมีปัญหานะอันหลง ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเคารพแก แกคือทายาทคนที่สามของตระกูล ถูกจับตามองทุกฝีก้าวจากคุณปู่คุณย่าท่าน" "ครับ ๆ รับทราบ" ผมตอบส่ง ๆ ใครจะไปดีเท่าเฉินหลง ไอลูกแหง่นั่นล่ะวะ "ถ้าแกยังทำตัวแบบนี้ฉันจะส่งแกไปอยู่ที่กวางโจวกับม๊าแก หรือไม่ก็เอาเรื่องเลว ๆ ของแกที่ทำกับฉันไปฟ้องหนิงลี่ให้สติแตกเล่น ๆ ซะ" "ป๊าก็เก่งที่จะหาเรื่องมาขู่ผมเหมือนกันนะ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ จะตายวันพรุ่งก็ไม่รู้ ไม่งั้นคงไม่ต้องรีบหาผู้สืบทอดเร็วขนาดนี้ ก็ใช่สิ...คนอย่างป๊ากุมอำนาจไม่อยู่หรอก คุมคนของตัวเองให้อยูู่ดีไม่ว่าดียังไม่ได้ จนต้องมาระรานทำลายชีวิตคนอื่น " ผมยกยิ้มพูดกับท่านด้วยความใจเย็นก่อนจะเดินออกมาจากห้อง สบตากับบอดี้การ์ดที่คอยคุ้มกันเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มให้แล้วค่อยเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีปากเสียงอะไรกับป๊าในห้อง ไม่ว่าจะอยู่กับใคร ผมก็จะเป็น หยาง อันหลง ทายาทตระกูลหยางและตระกูลหลี่ อยู่ในจุดสูงสุดที่มีแต่คนรอคอยวันที่ผมตกลงมาเพื่อกระทืบซ้ำ ห้ามกลัว ห้ามอ่อนแอ ห้ามแพ้ เพราะเราเป็นทายาทตระกูลใหญ่ เกิดมาในครอบครัวใหญ่...แต่เติบโตมาด้วยตัวคนเดียวอย่างเคว้งคว้างและโดดเดี่ยว เมื่อไหร่เขาจะกลับเซี่ยงไฮ้ก็ไม่รู้ บางทีที่พี่เฟยหงไม่รีบตื่นขึ้นมาอาจเป็นเพราะไม่อยากรับรู้เรื่องราวอะไรพวกนี้อีกแล้ว คฤหาสน์หลังนี้เป็นของพี่เฟยหง พอพี่เฟยหงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปป๊าก็ส่งลูกเมียคนที่สองเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วอ้างว่าจะให้ดูแลพี่สาวผม ผมไม่สามารถทนอยู่ร่วมหายใจกับเศษสวะอย่างพวกมันได้ จึงได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ผมเกลียด แล้วก็เกลียด! อยากจะเหยียบสองแม่ลูกนั่นให้จมตีน เกลียดมันจนไม่อยากหายใจร่วมกันบนโลกนี้ แค่ต่อยมันนิดหน่อย เฉินหลงมันก็ได้คะแนนความสงสารจากข้อความใส่สีตีไข่ของแม่มัน จนผมถูกป๊าเรียกไปคุยแบบนี้ พวกมันก็อยู่ได้แค่ใต้ตีน อยู่ได้แค่ใต้ปีกของ ผู้นำตระกูลหยางไปวัน ๆ น่าสมเพชฉิบหาย เพล้ง! ความโกรธในใจมันพลุ่งพล่านจนผมอยากระบายออกมา และกระจกตรงหน้าคือสิ่งที่ผมเลือกจะลงกับมัน รอยร้าวและเศษเสี้ยวของมันกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ไม่ต่างจากความรู้สึกในใจที่แตกสลายจนรู้สึกชินชาไร้ความเจ็บปวดและน้อยเนื้อต่ำใจ หยดเลือดที่ไหลจากมือหลังมือไม่ขาดสาย หยดลงพื้นที่ละนิดจนเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไร้ความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ผมเกลียดมัน เกลียดไอเฉินหลงและแม่ของมัน ผมจะแย่งทุกอย่างที่มันต้องการให้หมด!ทุกอย่างของมันคือของผม วันต่อมา ควันบุหรี่จาง ๆ ล่องลอยไปสู่ท้องฟ้า เพราะความกังวลที่ติดค้างอยู่จึงทำให้ผมต้องหันมาพึ่งสารนิโคตินเพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย และมันก็ช่วยได้มาก หลบหนีจากความจริง มาพักพิงกับสิ่งที่ช่วยทำให้สบายใจ ต่อให้เป็นเพียงชั่วคราวผมก็ภาวนาที่จะได้รับมัน เพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งเท่านั้นผมก็ยินดี บนดาดฟ้าของตึกเรียน ในช่วงเช้าแบบนี้ไม่มีใครขึ้นมา ผมจึงหลีกหนีความวุ่นวายมาหาความสงบ พอหมดมวลก็ปล่อยทิ้งลงพื้นแล้วใช้ปลายเท้าขยี้มันทิ้ง ผมหลับตารับลมเย็น ๆ ที่พัดโกรกใบหน้า บางทีถ้าผมกระโดดลงไปจากตรงนี้ก็คงไม่ต้องมาพึ่งบุหรี่แบบนี้ก็ได้ เพราะตึกบริหารกับรัฐศาสตร์อยู่ใกล้กันเมื่อลืมตาขึ้นมาทอดสายตามองลงไปที่ด้านล่าง ผมก็สังเกตเห็นหญิงสาวตัวเล็กในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทยาวถึงข้อเท้า ถักผมเปียสองข้าง สวมแว่นกรอบหนาเดินตามเฉาก๊วยแมวประจำคณะของเธอ "เจอกันอีกแล้วแฮะพี่เธอ" กับคนอื่นผมไม่ได้เรียกคำว่าพี่ด้วยซ้ำ แต่เพราะเนตราพัชร์ ผู้หญิงคนนี้น่ะแตกต่าง เมื่อวานการเจอกันของเราคือเรื่องบังเอิญ แน่ล่ะว่าคนที่ไม่สนโลกแบบเธอไม่รู้หรอกว่าผมเป็นใคร ทั้งที่ชื่อผมดังในมหา'ลัยออกเสียขนาดนั้น ดังในเรื่องอันธพาลต่อยตีเสียด้วย แต่ก็ดีเธอจะได้ไม่ตื่นตระหนกหนีผมไปมากกว่านี้ จะได้ทำตามแผนเดิมง่าย ๆ หน่อย ถ้ามันสนใจผู้หญิงคนนี้ ผมก็จะไม่ยอมให้เธอตกเป็นของมันแน่ รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็พาตัวเองมายืนอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่ตัวเล็กคนนี้เสียแล้ว เธอนั่งก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ม้าหินอ่อนอย่างเคร่งเครียด หนึ่งมือจับหนังสือ ส่วนอีกหนึ่งมือคอยลูบหัวเจ้าเฉาก๊วย ท่าทางของเธอดูปกติทั่วไปแต่กลับดูมีเสน่ห์จนไม่อาจละสายตาได้ มองใกล้ ๆ ก็น่ารักดี "พี่เธอครับ ผมนั่งด้วยได้ไหม" ผมเอ่ยขอเป็นมารยาท เธอสะดุ้งตกใจน้อย ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผม "อือ เอาสิ เดี๋ยวนี่ลุกให้" "อยากนั่งด้วย ไม่ได้อยากนั่งคนเดียว" "..." เธอเงียบแล้วพยักหน้าตกลง ผมจึงนั่งลงข้าง ๆ เฉาก๊วยที่นอนขดตัวอยู่ "ห้ามพูดอะไรแปลก ๆ แบบเมื่อวานนะ" เธอชิงพูดขึ้นมาก่อนด้วยท่าทีประหม่าแต่ผมก็ไม่ได้รับปากไป ท่าทางขี้กลัวขี้ตกใจของเธอมันทำให้ผมรู้สึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ยอมรับว่าตกใจที่จู่ ๆ เธอก็พูดสวัสดีใส่แล้ววิ่งหายไปเลย เป็นคนที่แตกต่างจากทุกคนจริง ๆ อันที่จริง...ผมยอมรับก็ได้ ว่าเนตราพัชร์คือผู้หญิงที่ หยาง อันหลง สนใจมานานแล้ว"你好,很高兴认识你(สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก)" ชายหนุ่มผมน้ำตาลในชุดสูทสีดำ ยื่นมือมาตรงหน้าฉันเพื่อทำความรู้จักทั้งยังมอบรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ทว่ารอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของเขานั้นกลับดูไม่จริงใจเลยสักนิด "..."ฉันไม่รู้จะตอบอะไรออกไป จู่ ๆ ก็เดินมาทักว่ายินดีที่ได้รู้จักจะไม่งงได้ไง "我叫贺浩宇,来贺家的,你叫啥?美人)(ผมชื่อ เฮ่อ ห่าวอู๋ มาจากตระกูลเฮ่อครับ คุณล่ะชื่ออะไรครับคนสวย)" หัวฉันแปลภาษาแทบไม่ทัน เขาพูดเร็วมากจนแกะเนื้อความแปลเป็นไทยไม่ออก "你不要知道(นายไม่จำเป็นต้องรู้)" และเป็นพี่โรเซนที่ยืนข้างกายฉันตอบกลับไป "为什么?... 美人 , 你有男朋友吗(ทำไมล่ะ นี่คนสวย คุณมีแฟนหรือยังครับ?)" เขายกยิ้มอย่างชอบใจ ยังรัวคำถามต่อมาไม่หยุด"贺浩宇!别惹她 如果你不想死...别惹她 我已经警告过你了。(เฮ่อห่าวอู๋!อย่ายุ่งกับเธอ ถ้านายยังไม่อยากตาย อย่ายุ่งกับเธอ ฉันเตือนแล้วนะ)" แววตาโกรธเกรี้ยวของพี่โรเซนทำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์ คนคนนี้คงเป็นคนไม่น่าไว้ใจ "好啊 好啊...开玩笑一点点(ก็ได้ ๆ ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ) " เขายกยิ้ม สายตาเจ้าเล่ห์ยังมองมาที่ฉันราวกับมีแผนการบางอย่าง "ผมจะหยุด ถ้าคุณชนแก้วแล้วดื่มกับผมน่ะ" จู่ ๆ เขาก็พูดไทยขึ้นมา ทำเอาฉันตกใจปรับ
"สวย...มากกกกก!!! งานนี้มีหมาคลั่งแน่ ๆ " พี่โรเซนเอ่ยปากชมอย่างเวอร์วังจนฉันหลุดขำ แต่พอเห็นตัวเองในกระจกแล้ว...ก็นึกว่าคนละคนกับเด็กแว่นหนาเตอะที่ไร้ตัวตนคนนั้น "จ๋าสวยได้เพราะพี่ช่างแต่งหน้าทำผมกับพี่โรเซนทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ" ฉันยกมือไหว้บุคคลที่ช่วยกันเนรมิตฉันในวันนี้ "เราสวยอยู่แล้วต่างหาก หน้าตาน่ารักแต่งลุคไหนก็เข้าไปหมด " "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะแหะๆ" "งั้นพี่ขอเวลาแต่งตัวก่อนนะ ลงไปรอข้างล่างเลย" "ค่ะ" ฉันรับคำและเดินลงมาด้านล่างโดยสวมส้นสูงที่ซื้อเมื่อวาน อาจจะเดินลำบากบ้างเพราะไม่ชินแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อะไร จำนวนคนในบ้านเพิ่มมาคนหนึ่งโดยที่ฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยเมื่อเห็นว่าคุณตากำลังยืนคุยกับชายชราผมขาวคนหนึ่งที่ถือไม้เท้าไว้ข้างตัว "她已走过那是安龙的女朋友。(เธอมาแล้ว นั่นแฟนอันหลง)" คุณตาผายมือมาทางฉัน ชายชราที่เส้นผมเริ่มกลายเป็นสีขาวหงอกค่อย ๆ หันมามองฉันช้า ๆ ด้วยแววตาตกตะลึง "您好(สวัสดีค่ะ)" เพราะไม่แน่ใจว่าท่านฟังไทยออกไหมฉันจึงทักทายเป็นภาษาจีนแล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย "...คุณเนตรดารา " ชื่อที่ถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาทำให้ฉันตกใจ หรือว่านี่คือคุณ ลี่ โจวหลิง? "นี่คุณ
วันนี้ทั้งวันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้ผมไม่ได้ติดต่อกับเธอจ๋าเลย เห็นข้อความ แต่ก็ไม่มีเวลาได้ตอบ จู่ ๆ โดนเรียกประชุมที่บริษัท ก็ต้องไปมาระหว่างสถานที่จัดงานช่วงเย็นกับที่นั่น เฉินหลงมันเงียบไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน คำขอของมันคือการให้ผมช่วยหาศพของริสาให้เจอ ตอนนี้ผมไม่เจอวิญญาณของริสา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฉินหลงมันอยู่ใกล้ม๊ามันด้วยหรือเปล่า เหมยฮวามีพลังวานแปลก ๆ วนเวียนอยู่รอบกายทว่าผมกลับสัมผัสได้เพียงแค่นั้น ไม่รู้ว่าเธอจ๋าจะเห็นมากกว่านี้หรือเปล่า เธอมีเซนส์แรงกว่าผม คำขอของมันแลกกับหลักฐานที่มันต้องยอมหักหลังแม่ตัวเอง...ผมว่ามันคุ้ม และได้สั่งเหวินและเหวยให้ตามสืบ ที่สำคัญผมชักจะอยากรู้ว่าป๊ากับมันตกลงอะไรกัน มันถึงยอมช่วยพวกเราแบบนี้ ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไร...เท่ากลัวเธอจ๋าจะตกเป็นเป้าอันตราย ขอแค่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี่ไปสักที เธอจ๋าจะใช้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องคอยอึดอัดกับบอดี้การ์ดที่ผมส่งไว้คุ้มกันเธอ วันนี้...ผมจะให้แหวนเธอจ๋า อยากจะมอบกำไลหยกของตัวเองที่ได้มาตั้งแต่เกิด ให้กับผู้หญิงที่จะเป็นคนรักและหัวใจของผมตลอดไปอยากตีตราการเป็นเจ้าของเธอ ด้วยสถานะหม
เอกสารที่ป๊ายอมเซ็น มันคือของปลอม และเขาก็วานให้เฉินหลงเอามาให้ผมด้วยวิธีอะไรก็ไม่อาจทราบได้"มึงหักหลังกู! กรี๊ดดดดดดด!!! ไอพวกเลว!" จากคนที่เหนือกว่าสู่คนบ้าสติแตกในไม่กี่วินาที เธอกรีดร้องเหมือนคนบ้า เปลี่ยนไปราวกับคนละคน บอดีการ์ดพุ่งไปจับกุมตัวเธอไว้อย่างรวดเร็ว "กูจะฆ่ามึง!กูจะฆ่ามึง!!" มันพยายามจะพุ่งมาหาผมกับม๊า แต่ผมก็ไวกว่าที่จะบีบคอมันไว้ แรงบีบจากฝ่ามือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้หญิงตรงหน้าแทบจะขาดอากาศหายใจ ยิ่งนึกถึงสิ่งที่มันเคยทำกับพวกเรา ก็ยิ่งทำให้ผมอยากฆ่ามันให้ตายคามือ "มึงรู้ไหมว่ากูอยากฆ่ามึงแค่ไหน...สารเลว!แพ้ไม่เป็น! ถ้าครอบครัวมึงไม่เล่นสกปรกก่อน ครอบครัวมึงจะพังไหม! มึงกล้ามากนะ...กล้าจริง ๆ ที่ฆ่าห่าวอี้!หึ อย่าคิดว่ากูไม่รู้เบื้องหลังของมึง แอบดีลลับหลังกับพวกกรรมการบริหารที่แก่หงำเหงือกนั่นคิดว่าจะทำอะไรกูได้ ไหนจะหมอผีผัวมึงตายห่าไปแล้ว หมดทางหนีแล้วสินะ...""อ่อก!แค่ก!กรี๊ดดดด"จุดจบของเหมยฮวา...แค่ตายก็คงจะง่ายไปหน่อย เกลียด!ผมเกลียดมัน! มันฆ่าพี่ชายผม! ทำร้ายพี่สาวของผมจนเกือบตาย! นรกที่แท้จริง...คือกู ไม่ใช่มึงผมจะทำให้มันรู้ว่ามันเล่นผิดคน "อย่าให
"...ฮึก...ทำแบบนี้ได้ยังไง!!" "ม๊า ใจเย็น ๆ ครับ" เมื่อเห็นท่าไม่ดีผมจึงรีบลุกจากเก้าอี้ไปประคองท่าน "ปล่อยเหมยฮวาซะ ฉันตัดสินใจยกทุกอย่างให้เหมยฮวาเพื่อทดแทนความผิดที่ทำต่อครอบครัวของเธอแล้ว" แต่แล้วป๊าก็ไม่เคยสนใจเราทั้งยังสั่งให้ปล่อยตัวคนที่ฆ่าลูกตัวเอง ผมพยักหน้า ให้ปล่อยตัวมันก่อน ไม่งั้นป๊าคงหันไปใช้ปืนเป่าหัวพวกเขาแทนแน่"ไอสารเลว! ความเป็นพ่อยังมีอยู่ไหม! นับแต่นี้ต่อไปฉันกับคุณคือศัตรูกัน! ฉันจะหย่ากับคุณ!!" ม๊ายื่นคำขาด ทำเอาผมตกใจ ครั้งนี้มันหนักมากจนม๊าทนไม่ไหว ตัดสินใจจะขอหย่าและยังประกาศเป็นศัตรูกับป๊าอีก ที่ม๊าทนทุกวันนี้เป็นเพราะคำสัญญาในอดีตของสองครอบครัวแท้ ๆ ผมหันไปมองหน้าพี่แล้วพยักหน้า จะปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างมันชุลมุนไปมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่สิ เราปล่อยมันเรื้อรังมานานเกินไป ถึงเวลาทำให้มันรู้จักกับนรกที่แท้จริงเสียที"มั่นใจแค่ไหนกันว่าเอกสารนั้นมันของจริง" ผมเอ่ยขึ้นต่อ "ยอมรับไม่ได้เหรอคะ? แต่ทุกอย่างของตระกูลหยางอยู่ที่มือของฉันแล้ว ทุกอย่างของพวกคุณจะกลายเป็นของฉัน มันก็สมควรแล้วนี่คะ ในเมื่อพวกคุณเอาทุกอย่างของตระกูลฉันไปแล้ว ฉันก็แค่มาทวงคืนของของต
"从此你就是杨家的又一个大老板了.(ต่อไปนี้ แกคือนายใหญ่อีกคนของตระกูลหยาง)" ฝ่ามือหนาที่เหี่ยวย่นวางบนศีรษะผมเบา ๆ ราวกับเป็นการทิ้งทุกอย่างที่ถืออยู่ให้ผม กับลูกของท่านท่านยังไม่ไว้ใจขนาดนี้ การที่ผมเหมือนคุณหยางหมิงนั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านมั่นใจในตัวผม "谢谢(ขอบคุณครับ)"ผมและพี่หันไปมองทุกคน ทั้งลูกน้องที่ต่างก้มหัวโค้งคำนับและบรรดาญาติที่ไม่มีสิทธิ์จะขึ้นมาในจุดนี้ ม๊ามองเราด้วยสายตาปลื้มปริ่มแบบที่ผมไม่เคยสังผัส...และป๊าที่ล่องลอยเหมือนคนไม่มีสติ เขากำลังไม่ไหว แต่ผมไม่ให้เธอจ๋ายื่นมือไปช่วย นี่คือผลของเขาต่างหากล่ะ ไม่ว่าจะเพราะโดนของหรือเป็นเพราะร่างกายตัวเอง ล้วนมาจากตัวเขาเองทั้งนั้น ก่อนจะจบทุกอย่างในวันนี้ ผมโยนตุ๊กตาที่เคยเป็นปัญหาใส่กองไฟในเตา เสียงกรีดร้องทำให้ผมแสบแก้วหู ได้แต่ทำตัวนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตไป จบไปได้อีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะ พอไอหมอผีนั่นตายอะไรก็ง่ายขึ้น ไม่ว่ามันจะตายเพราะใคร...ยังไงก็ขอบคุณมากจริง ๆ ที่เปิดทางให้ขนาดนี้ ไม่ว่าคนที่ทำนั้นจะเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ทุกอย่างง่ายมากขึ้นจบจากพิธี ก็เคลียร์พื้นที่ทำความสะอาด แม้งานจะปิดเป
"อันหลง ทำไมดูแลเมียแค่นี้!เงินเป็นแสนเป็นล้านมีติดบัญชี--""ใจเย็นก่อน! จะว่าผมอย่างเดียวเลยนะ ก็เจ้าตัวไม่เอา ผมเองก็อยากให้มากกว่านี้ เมียผมขี้เกรงใจพี่ก็รู้" อันหลงอธิบาย ส่วนยัยจิ๋วก็ยิ้มแห้ง"เอาไปเถอะจ๋า อันหลงมันใช้คนเดียวไม่หมดหรอก นอกจากค่าเหล้าค่าบุหรี่ ก็คงไม่อยากใช้เงินแล้ว" ก็ไม่ได้อย
"อย่าลืมบ้านแม่ ๆ ยินดีต้อนรับสู่บ้าน เพชรอนิลรัตน์นะ!" ฉันเป็นคนเอ่ย หากต้อนรับสู่บ้านพ่อก็ต้องเอ่ยบ้านของแม่ต่อด้วย เพื่อให้เขาเป็นคนในครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ "ฮ่า ๆ ครับเธอ" มื้ออาหารวันนี้เรามีคนในครอบครัวเพิ่มมาใหม่ แน่นอนว่ามันทั้งอบอุ่นและครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุย พอทานข้าวเส
หยาง หมิง เป็นบรรพบุรุษของตระกูลผมที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รู้เพียงว่าท่านชื่ออะไรและมีผลงานอะไรบ้าง แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย วันของตระกูลผมก็ไม่เคยเห็นรูปท่านมาก่อนเช่นกัน "พวกเขาในตอนนี้เป็นยังไงบ้างเหรอครับ" ผมถามต่อด้วยความอยากรู้ หากกอไหมเด็กในรูปเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวเธอจ๋า แ
Anlong part ผมโกหกเธอตั้งแต่ที่รับปากคำสัญญาแล้ว...หรือมันไม่เรียกว่าโกหกกันนะ?ผมเข้าหาเธอด้วยการพนันกับเพื่อนและคำท้าของเฉินหลง แต่อีกใจหนึ่งก็สนใจในตัวเธอจริง ๆ แต่ถ้าผมชนะ ผมจะคบต่อก็ไม่เห็นเป็นอะไร ถึงอย่างไรเธอคงไม่รู้หรอก...ใครที่คิดจะบอกความลับของผม ผมจะจัดหารมันให้พูดไม่ได้ไปตลอดชีวิตแว







