Masukกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำ...จนหกโมงแล้วเลิฟยูพี่คนกลางก็ยังไม่โผล่หัวกลับบ้านเลย สงสัยฉันนี่แหละที่จะเป็นคนบ่นแทนกอดโอ๋
กอดโอ๋บ่นใครไม่เป็น และใจเย็นมากด้วยเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้วถ้าฉันไม่บ่นเลิฟ ก็จะเป็นเลิฟที่บ่นฉัน "หน้ามุ่ยหน้ายู่อะไรเหรอจ๋า" น้ำเสียงก้อง ๆ ที่ดูเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลัง "ไม่มีอะไรหรอกพี่สวย" ฉันหันไปมองวิญญาณสาวผิวซีดในชุดเดรสสีดำผมดัดลอน หน้าหมวยราวกับมีเชื้อสายจีน ขนาดเป็นผีก็ยังสวย นี่สินะชีวิตหลังความตายที่ใฝ่ฝัน เธอเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ฉันได้ไปบังเอิญช่วยจากพวกภูติผีร้ายที่มาจากไสยศาสตร์มนตร์ดำ เธอจำไม่ได้แม้กระทั่งภูมิหลังของตัวเองซึ่งต่างจากวิญญาณอื่นทั่วไป สุดท้ายด้วยความสงสารฉันจึงรับมาดูแล ทำบุญให้ แล้วก็จุดธูปให้มาทานข้าวทุกวัน เธอเข้ากับพวกเราได้ดี มีหน้าที่หลักในการดูแลบ้าน รวมไปถึงมำความสะอาด! และคอยดูแลกอไหม กุมารเด็กของบ้านแทนพี่เขม "แปลก ๆ นะ" "แค่คนแปลก ๆ ในมหา'ลัย อะพี่สวย แล้วนี่กอไหมกับพี่เขม ไปไหนกัน ปกติต้องเห็นมานั่งเล่นตุ๊กตาในห้องจ๋าแล้ว" ฉันเอ่ยถามถึงวิญญาณอีกสองตน กอไหมเป็นกุมารีซึ่งเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวฉัน และคนที่สื่อสารกับกอไหมรู้เรื่องมีแค่คนในครอบครัวเท่านั้น แต่คนที่จะควบคุมกอไหมได้มีแค่ฉันคนเดียวเพราะกอไหมเป็นเด็กที่ดื้อมากจริง ๆ ทั้งดื้อและเอาแต่ใจเลยล่ะ ส่วนพี่เขมก็เป็นดวงวิญญาณที่มาจากบ้านเก่าของแม่ คอยดูแลแม่มาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้เธอมาเป็นพี่เลี้ยงดูแลพวกเราสามพี่น้องแทน "ไปเล่นกับเจ้าที่ล่ะมั้ง วันนี้เห็นไปป่วนเลิฟจนเลิฟหงุดหงิดไปหมด" "เดี๋ยวก็ไม่มีคนทำอาหารให้กินซะหรอก ดื้อจริง ๆ เลย " ฉันตอบพลางถอนหายใจ "เห้อ...ถ้าเกิดวันหนึ่งพี่ได้ไปเกิด พี่คงคิดถึงทุกคนน่าดูเลย" พี่สวยถอนหายใจเหม่อมองออกไปทางนอกหน้าต่างที่มืดสนิท "ทำไมจู่ ๆ พูดถึงเรื่องนี้เหรอ?" มันเป็นเรื่องปกติที่วิญญาณจะดับสูญไปในภพภูมิแห่งความสุขสบายใจ ที่พวกเขายังวนเวียน ณ ตอนนี้เป็นเพราะบ่วงบางอย่างที่ฉุดรั้งไว้ ก็ไม่ได้ต่างจากมนุษย์ที่มีชีวิตนักหรอก "ดารา วิญญาณข้างบ้านเขามาลาพวกเรา เพราะหมดห่วงที่น้องชายได้เจอคนรักที่ดีแล้วน่ะ" "พี่ดาราไปเกิดแล้วสินะ ว่าแล้วว่าคงห่วงพี่ดรีม...เห้อ ในที่สุดพี่ดาราก็ได้พักแล้ว" ฉันอมยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงพี่สาวข้างบ้านที่เสียไปไม่กี่ปีก่อน จากนี้เราคงจากลากันอย่างสมบูรณ์ ฉันดีใจที่พี่ดาราได้พักผ่อนจริง ๆ สักที การเห็นผีมาทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นน่ายินดี ทว่ามันกลับเป็นปมด้อยในชีวิตของฉันเสียมากกว่า ใช้ชีวิตก็ยาก เพื่อที่จะไม่ต้องถูกตามรังควานขอส่วนบุญก็ต้องทำเป็นไม่เห็นไป จากที่ไม่ได้สายตาสั้นก็ต้องมาใส่แว่นเพื่อปกป้องตัวเอง "อือ พี่คิดว่าจริง ๆ แล้วที่พี่ยังอยู่ตรงนี้เป็นเพราะห่วงเด็กผู้ชายในล็อกเก็ตหรือเปล่า" สายตาของเธอหม่นเศร้าลงและจับจ้องที่ล็อกเก็ตทรงรีสีทองลายหงส์ซึ่งอยู่บนคอของพี่สวยมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพบกัน "จ๋าว่าเขาคือน้องชายพี่สวยแน่เลย" ฉันสันนิษฐาน เพราะคนในรูปนั้นดูยังเด็กและละอ่อนมาก จากที่เดาแล้วคงอายุประมาณสิบสามสิบสี่ได้ ทว่าดันมีสองคนในล็อกเก็ตนี่สิ อีกคนจะดูโตหน่อย อีกคนยังดูเด็กมาก ทว่าหน้าตาหล่อเหล่าทั้งคู่เลย แต่อีกคนที่ดูเด็กมากกลับหน้าคล้ายใครคนหนึ่งที่ติดอยู่ในหัวฉันตอนนี้ นั้นคือไอเด็กแปลกที่ไหนไม่รู้ที่มาสารภาพรัก "ไม่รู้สิ พี่จำอะไรไม่ได้สักอย่างเลย" น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังแผ่วเบาลง ดวงวิญญาณที่ทำได้เพียงกินข้าวผ่านธูป และรอรับผลบุญ จะคุยกับคนอื่น ๆ หรือใช้ชีวิตปกติก็ทำไม่ได้ มันเป็นทุกข์มากยิ่งไปอีกหากไม่สามารถจดจำภูมิหลังของตัวเองได้เลย และต้องมาคอยเดาว่าเพราะอะไรถึงยังอยู่ตรงนี้ เพราะอะไรถึงยังไปในภพภูมิที่ของตัวเองไม่ได้สักที "จ๋าจะช่วยพี่สวยหาตัวตนนะ ถ้ามีเบาะแสอะไรจ๋าจะเอามาบอก จ๋าต้องขอโทษด้วยที่จ๋าช่วยอะไรได้เยอะไม่ได้เลยเพราะจ๋าเองก็ไม่ค่อยรู้จักใครเลย" "ไม่เป็นไรเลยจ๋า พี่ขอบคุณมากจริง ๆ ที่จ๋ารับพี่มาอยู่ด้วยแบบนี้ อย่าขอโทษเด็ดขาดเลยนะเจ้าเด็กคนนี้นี่" "ถ้าพี่สวยไปเกิด จ๋าคงคิดถึงพี่มากแน่เลย พี่ผีสุดสวย" ฉันเดินไปกอดพี่สวยอย่างออดอ้อน พวกเราอยู่ด้วยกันมาเป็นปี ๆ เพราะเธอไม่รู้ชื่อตัวเองฉันจึงตั้งให้ชื่อว่า'พี่สวย' เราคอยช่วยเหลือกันมาตลอดมันเลยมีความผูกพันธ์อยู่มากจนฉันไม่อยากนึกถึงวันนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไงสักวันก็ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะพี่สวย พี่เขมหรือกอไหมด้วยก็ตาม "ฮ่า ๆ ๆ ว่าไปนั่น" สุดท้ายไม่ว่าเราจะเป็นคนหรือวิญญาณ เราก็ต้องจากลากันในสักวัน"你好,很高兴认识你(สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก)" ชายหนุ่มผมน้ำตาลในชุดสูทสีดำ ยื่นมือมาตรงหน้าฉันเพื่อทำความรู้จักทั้งยังมอบรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ทว่ารอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของเขานั้นกลับดูไม่จริงใจเลยสักนิด "..."ฉันไม่รู้จะตอบอะไรออกไป จู่ ๆ ก็เดินมาทักว่ายินดีที่ได้รู้จักจะไม่งงได้ไง "我叫贺浩宇,来贺家的,你叫啥?美人)(ผมชื่อ เฮ่อ ห่าวอู๋ มาจากตระกูลเฮ่อครับ คุณล่ะชื่ออะไรครับคนสวย)" หัวฉันแปลภาษาแทบไม่ทัน เขาพูดเร็วมากจนแกะเนื้อความแปลเป็นไทยไม่ออก "你不要知道(นายไม่จำเป็นต้องรู้)" และเป็นพี่โรเซนที่ยืนข้างกายฉันตอบกลับไป "为什么?... 美人 , 你有男朋友吗(ทำไมล่ะ นี่คนสวย คุณมีแฟนหรือยังครับ?)" เขายกยิ้มอย่างชอบใจ ยังรัวคำถามต่อมาไม่หยุด"贺浩宇!别惹她 如果你不想死...别惹她 我已经警告过你了。(เฮ่อห่าวอู๋!อย่ายุ่งกับเธอ ถ้านายยังไม่อยากตาย อย่ายุ่งกับเธอ ฉันเตือนแล้วนะ)" แววตาโกรธเกรี้ยวของพี่โรเซนทำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์ คนคนนี้คงเป็นคนไม่น่าไว้ใจ "好啊 好啊...开玩笑一点点(ก็ได้ ๆ ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ) " เขายกยิ้ม สายตาเจ้าเล่ห์ยังมองมาที่ฉันราวกับมีแผนการบางอย่าง "ผมจะหยุด ถ้าคุณชนแก้วแล้วดื่มกับผมน่ะ" จู่ ๆ เขาก็พูดไทยขึ้นมา ทำเอาฉันตกใจปรับ
"สวย...มากกกกก!!! งานนี้มีหมาคลั่งแน่ ๆ " พี่โรเซนเอ่ยปากชมอย่างเวอร์วังจนฉันหลุดขำ แต่พอเห็นตัวเองในกระจกแล้ว...ก็นึกว่าคนละคนกับเด็กแว่นหนาเตอะที่ไร้ตัวตนคนนั้น "จ๋าสวยได้เพราะพี่ช่างแต่งหน้าทำผมกับพี่โรเซนทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ" ฉันยกมือไหว้บุคคลที่ช่วยกันเนรมิตฉันในวันนี้ "เราสวยอยู่แล้วต่างหาก หน้าตาน่ารักแต่งลุคไหนก็เข้าไปหมด " "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะแหะๆ" "งั้นพี่ขอเวลาแต่งตัวก่อนนะ ลงไปรอข้างล่างเลย" "ค่ะ" ฉันรับคำและเดินลงมาด้านล่างโดยสวมส้นสูงที่ซื้อเมื่อวาน อาจจะเดินลำบากบ้างเพราะไม่ชินแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อะไร จำนวนคนในบ้านเพิ่มมาคนหนึ่งโดยที่ฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยเมื่อเห็นว่าคุณตากำลังยืนคุยกับชายชราผมขาวคนหนึ่งที่ถือไม้เท้าไว้ข้างตัว "她已走过那是安龙的女朋友。(เธอมาแล้ว นั่นแฟนอันหลง)" คุณตาผายมือมาทางฉัน ชายชราที่เส้นผมเริ่มกลายเป็นสีขาวหงอกค่อย ๆ หันมามองฉันช้า ๆ ด้วยแววตาตกตะลึง "您好(สวัสดีค่ะ)" เพราะไม่แน่ใจว่าท่านฟังไทยออกไหมฉันจึงทักทายเป็นภาษาจีนแล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย "...คุณเนตรดารา " ชื่อที่ถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาทำให้ฉันตกใจ หรือว่านี่คือคุณ ลี่ โจวหลิง? "นี่คุณ
วันนี้ทั้งวันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้ผมไม่ได้ติดต่อกับเธอจ๋าเลย เห็นข้อความ แต่ก็ไม่มีเวลาได้ตอบ จู่ ๆ โดนเรียกประชุมที่บริษัท ก็ต้องไปมาระหว่างสถานที่จัดงานช่วงเย็นกับที่นั่น เฉินหลงมันเงียบไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน คำขอของมันคือการให้ผมช่วยหาศพของริสาให้เจอ ตอนนี้ผมไม่เจอวิญญาณของริสา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฉินหลงมันอยู่ใกล้ม๊ามันด้วยหรือเปล่า เหมยฮวามีพลังวานแปลก ๆ วนเวียนอยู่รอบกายทว่าผมกลับสัมผัสได้เพียงแค่นั้น ไม่รู้ว่าเธอจ๋าจะเห็นมากกว่านี้หรือเปล่า เธอมีเซนส์แรงกว่าผม คำขอของมันแลกกับหลักฐานที่มันต้องยอมหักหลังแม่ตัวเอง...ผมว่ามันคุ้ม และได้สั่งเหวินและเหวยให้ตามสืบ ที่สำคัญผมชักจะอยากรู้ว่าป๊ากับมันตกลงอะไรกัน มันถึงยอมช่วยพวกเราแบบนี้ ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไร...เท่ากลัวเธอจ๋าจะตกเป็นเป้าอันตราย ขอแค่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี่ไปสักที เธอจ๋าจะใช้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องคอยอึดอัดกับบอดี้การ์ดที่ผมส่งไว้คุ้มกันเธอ วันนี้...ผมจะให้แหวนเธอจ๋า อยากจะมอบกำไลหยกของตัวเองที่ได้มาตั้งแต่เกิด ให้กับผู้หญิงที่จะเป็นคนรักและหัวใจของผมตลอดไปอยากตีตราการเป็นเจ้าของเธอ ด้วยสถานะหม
เอกสารที่ป๊ายอมเซ็น มันคือของปลอม และเขาก็วานให้เฉินหลงเอามาให้ผมด้วยวิธีอะไรก็ไม่อาจทราบได้"มึงหักหลังกู! กรี๊ดดดดดดด!!! ไอพวกเลว!" จากคนที่เหนือกว่าสู่คนบ้าสติแตกในไม่กี่วินาที เธอกรีดร้องเหมือนคนบ้า เปลี่ยนไปราวกับคนละคน บอดีการ์ดพุ่งไปจับกุมตัวเธอไว้อย่างรวดเร็ว "กูจะฆ่ามึง!กูจะฆ่ามึง!!" มันพยายามจะพุ่งมาหาผมกับม๊า แต่ผมก็ไวกว่าที่จะบีบคอมันไว้ แรงบีบจากฝ่ามือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้หญิงตรงหน้าแทบจะขาดอากาศหายใจ ยิ่งนึกถึงสิ่งที่มันเคยทำกับพวกเรา ก็ยิ่งทำให้ผมอยากฆ่ามันให้ตายคามือ "มึงรู้ไหมว่ากูอยากฆ่ามึงแค่ไหน...สารเลว!แพ้ไม่เป็น! ถ้าครอบครัวมึงไม่เล่นสกปรกก่อน ครอบครัวมึงจะพังไหม! มึงกล้ามากนะ...กล้าจริง ๆ ที่ฆ่าห่าวอี้!หึ อย่าคิดว่ากูไม่รู้เบื้องหลังของมึง แอบดีลลับหลังกับพวกกรรมการบริหารที่แก่หงำเหงือกนั่นคิดว่าจะทำอะไรกูได้ ไหนจะหมอผีผัวมึงตายห่าไปแล้ว หมดทางหนีแล้วสินะ...""อ่อก!แค่ก!กรี๊ดดดด"จุดจบของเหมยฮวา...แค่ตายก็คงจะง่ายไปหน่อย เกลียด!ผมเกลียดมัน! มันฆ่าพี่ชายผม! ทำร้ายพี่สาวของผมจนเกือบตาย! นรกที่แท้จริง...คือกู ไม่ใช่มึงผมจะทำให้มันรู้ว่ามันเล่นผิดคน "อย่าให
"...ฮึก...ทำแบบนี้ได้ยังไง!!" "ม๊า ใจเย็น ๆ ครับ" เมื่อเห็นท่าไม่ดีผมจึงรีบลุกจากเก้าอี้ไปประคองท่าน "ปล่อยเหมยฮวาซะ ฉันตัดสินใจยกทุกอย่างให้เหมยฮวาเพื่อทดแทนความผิดที่ทำต่อครอบครัวของเธอแล้ว" แต่แล้วป๊าก็ไม่เคยสนใจเราทั้งยังสั่งให้ปล่อยตัวคนที่ฆ่าลูกตัวเอง ผมพยักหน้า ให้ปล่อยตัวมันก่อน ไม่งั้นป๊าคงหันไปใช้ปืนเป่าหัวพวกเขาแทนแน่"ไอสารเลว! ความเป็นพ่อยังมีอยู่ไหม! นับแต่นี้ต่อไปฉันกับคุณคือศัตรูกัน! ฉันจะหย่ากับคุณ!!" ม๊ายื่นคำขาด ทำเอาผมตกใจ ครั้งนี้มันหนักมากจนม๊าทนไม่ไหว ตัดสินใจจะขอหย่าและยังประกาศเป็นศัตรูกับป๊าอีก ที่ม๊าทนทุกวันนี้เป็นเพราะคำสัญญาในอดีตของสองครอบครัวแท้ ๆ ผมหันไปมองหน้าพี่แล้วพยักหน้า จะปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างมันชุลมุนไปมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่สิ เราปล่อยมันเรื้อรังมานานเกินไป ถึงเวลาทำให้มันรู้จักกับนรกที่แท้จริงเสียที"มั่นใจแค่ไหนกันว่าเอกสารนั้นมันของจริง" ผมเอ่ยขึ้นต่อ "ยอมรับไม่ได้เหรอคะ? แต่ทุกอย่างของตระกูลหยางอยู่ที่มือของฉันแล้ว ทุกอย่างของพวกคุณจะกลายเป็นของฉัน มันก็สมควรแล้วนี่คะ ในเมื่อพวกคุณเอาทุกอย่างของตระกูลฉันไปแล้ว ฉันก็แค่มาทวงคืนของของต
"从此你就是杨家的又一个大老板了.(ต่อไปนี้ แกคือนายใหญ่อีกคนของตระกูลหยาง)" ฝ่ามือหนาที่เหี่ยวย่นวางบนศีรษะผมเบา ๆ ราวกับเป็นการทิ้งทุกอย่างที่ถืออยู่ให้ผม กับลูกของท่านท่านยังไม่ไว้ใจขนาดนี้ การที่ผมเหมือนคุณหยางหมิงนั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านมั่นใจในตัวผม "谢谢(ขอบคุณครับ)"ผมและพี่หันไปมองทุกคน ทั้งลูกน้องที่ต่างก้มหัวโค้งคำนับและบรรดาญาติที่ไม่มีสิทธิ์จะขึ้นมาในจุดนี้ ม๊ามองเราด้วยสายตาปลื้มปริ่มแบบที่ผมไม่เคยสังผัส...และป๊าที่ล่องลอยเหมือนคนไม่มีสติ เขากำลังไม่ไหว แต่ผมไม่ให้เธอจ๋ายื่นมือไปช่วย นี่คือผลของเขาต่างหากล่ะ ไม่ว่าจะเพราะโดนของหรือเป็นเพราะร่างกายตัวเอง ล้วนมาจากตัวเขาเองทั้งนั้น ก่อนจะจบทุกอย่างในวันนี้ ผมโยนตุ๊กตาที่เคยเป็นปัญหาใส่กองไฟในเตา เสียงกรีดร้องทำให้ผมแสบแก้วหู ได้แต่ทำตัวนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตไป จบไปได้อีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะ พอไอหมอผีนั่นตายอะไรก็ง่ายขึ้น ไม่ว่ามันจะตายเพราะใคร...ยังไงก็ขอบคุณมากจริง ๆ ที่เปิดทางให้ขนาดนี้ ไม่ว่าคนที่ทำนั้นจะเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ทุกอย่างง่ายมากขึ้นจบจากพิธี ก็เคลียร์พื้นที่ทำความสะอาด แม้งานจะปิดเป
พอทานข้าวเสร็จฉันก็เก็บกล่องข้าวใส่กระเป๋า จากนั้นก็พาคนตัวโตที่เฝ้าฉันกินข้าวจนเสร็จไปทำแผลตามที่สัญญาไว้ จากสีผมที่โดดเด่นของเขา และรูปลักษณ์ภายนอกต่าง ๆ ดึงดูดสายตากับความสนใจของผู้คนได้มากจนกลายเป็นเป้าไปเลยทีเดียว...แยกกันเดินได้ไหม ฉันไม่ชอบเลยที่จะเป็นจุดสนใจเนี่ย! ก็อย่างว่าแหละ นอกจา
"หวั่นไหวกับผมบ้างหรือยัง" "เราไม่ใช่คนใจง่ายนะที่เต๊าะนิดเต๊าะหน่อยก็ไหลตามเป็นน้ำ" "ดีแล้ว ผมจะค่อย ๆ จีบพี่ไป แต่อย่ารีบหนีไปก่อนแล้วกัน แล้วก็...ระวังคนชื่อเฉินหลงด้วย" "มีใครอันตรายกว่านายด้วยเหรอ" " ผมอันตรายในแง่ผู้ชายที่รุกพี่หนักมากจนใจพี่จะรับไม่ไหว แต่ไอหมอนั่น....มันอันตรายในแง่
Netrapat part 12.30 น. พักเที่ยงฉันก็มานั่งทานข้าวคนเดียวที่สวนหลังคณะ ในใจภาวนาไม่ให้พบเจอเด็กหน้ามึนคนเดิมอีก ผมสีดำแซมแดง นัยน์ตาคมดุจนน่าเกรงกลัว ตัวสูงชะลูดอย่างกับเสาไฟฟ้าเดินได้ หน้าตาดีขนาดนี้ฉันเคยไปรู้จักที่ไหนมา ไม่เห็นจะจำได้เลย เด็กนี่หลอกอะไรฉันอีกเนี่ย! แต่พอเห็นผ้าพันแผลที่ม
Netrapat partเรื่องเมื่อวานกับวันนี้ทำให้ฉันเกือบสติหลุดไปทั้งวัน พอพี่สาวมารับกลับบ้านฉันก็ยังล่องลอยเหมือนเดิม เขาเป็นใครน่ะ หรือว่ามาหยอกเล่น ๆ อีกแล้ว? น่ากลัวจัง ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันถูกกลั่นแกล้ง ข่าวลือการเป็นตัวประหลาดของฉันถูกแพร่ออกไปตอนปีหนึ่ง เพราะถูกพวกภูติผีก่อกวนจนฉันทนไม่ไหว สุดท







