เข้าสู่ระบบ"หวั่นไหวกับผมบ้างหรือยัง"
"เราไม่ใช่คนใจง่ายนะที่เต๊าะนิดเต๊าะหน่อยก็ไหลตามเป็นน้ำ" "ดีแล้ว ผมจะค่อย ๆ จีบพี่ไป แต่อย่ารีบหนีไปก่อนแล้วกัน แล้วก็...ระวังคนชื่อเฉินหลงด้วย" "มีใครอันตรายกว่านายด้วยเหรอ" " ผมอันตรายในแง่ผู้ชายที่รุกพี่หนักมากจนใจพี่จะรับไม่ไหว แต่ไอหมอนั่น....มันอันตรายในแง่มุมชองผู้ชาย ประเภท...ขยะ ผมเตือนพี่เฉย ๆ แต่ถึงยังไงพี่ก็จะเป็นของผมคนเดียว" เขาพูดด้วยเสียงเข้มสายตาจริงจังแล้วจบด้วยการจิ้มแก้มฉันไปหนึ่งที "อย่ามาเพ้อเจ้อ เราเป็นตัวของตัวเองไม่เป็นของใครทั้งนั้นแหละ!" ฉันปัดมือเขาออกอย่างหงุดหงิด เจอเด็กนี่ทีไรเหมือนชีวิตขาดความสงบสุขเลย! "เถียงเก่ง ถ้าพี่เป็นแมวผมนะ ผมจับฟัดแก้มไปแล้ว" "พูดอย่างกับตัวเองเลี้ยงแมวอะ หน้าโหด ๆ งี้ไม่อยากเชื่อเลยว่าเลี้ยงแมว" "ก็เลี้ยงไงถึงได้พูด เนี่ยพี่ตัดสินผมจากรูปลักษณ์ภายนอกไง ยัยคนใจร้าย " เขาตัดพ้อพร้อมกับแสร้งทำหน้าเศร้าใส่ หมอนี่ไม่น่าเรียนบริหารนะ สมควรเรียนการแสดงไปเป็นดารามากกว่า! "เราเปล่านะ! แต่หน้าโหด ๆ แบบเธอนี่นะ!?" "อืม ผมเลี้ยงแมว เลี้ยงแมวจรอะ มันชอบมาคลอเคลียขาเวลาผมออกมาวิ่ง ก็เลยเลี้ยงไว้ซะเลย มันอยู่คอนโด วันไหนกลับบ้านก็จะเอามันไปฝากไว้บ้านเพื่อน ไม่ก็ปล่อยมันนอนอ้วนๆ ๆ ในห้อง แล้วเทอาหารไว้ " "แมวจรด้วย!เลี้ยงกี่ตัวเหรอ ๆ มีรูปไหมอะอยากเห็น" ฉันถามกลับอย่างตื่นเต้น ความหงุดหงิดที่โดนกวนประสาทเมื่อครู่มันมลายหายไปทันที ปกติแล้วแมวจรจะไม่ค่อยเล่นกับคนสักเท่าไหร่ ฉันถูกแมวเมินตลอด ก็มีแค่เฉาก๊วยนี่แหละที่ใจดีกับฉันมาก ๆ หรืออันหลงมีกลวิธีอะไรทำให้แมวรักแมวหลงนะ? "สามตัว เห็นมันหลงทางเลยเอามาเลี้ยง แรก ๆ ก็ดื้อนิดหน่อยแหละ หลัง ๆ เริ่มดื้อกว่าเดิมแล้ว แป๊บนึงนะ เดี๋ยวเปิดรูปให้ดู" เขาว่าพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "โอเค ๆ " ฉันตอบรับอย่างใจจดใจจ่อ ฮือออ มีเพื่อนคุยเรื่องแมวได้แล้ว! ปกติก็ทำได้แค่บ่นกับพี่เขม ส่วนพี่สาวคนรองก็แพ้ขนแมว เกลียดแมวเข้าไส้ พี่คนโตก็ไม่ใช่คนรู้เรื่องแมวมากด้วย ฉันเลยไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่ "ตัวแรกชื่อ ฮวา ตัวที่สองชื่อหมิง ตัวที่สามชื่อ เจียว " เขายื่นโทรศัพท์ให้ดูพร้อมกับชี้แนะนำชื่อแต่ละตัวให้ด้วย แมวตัวแรกเป็นแมวขนส้มตากลมตัวอ้วนชื่อ ฮวา ดู ๆ แล้วน้องคงจะเป็นตัวเมีย ตัวที่สองขนสีเทาแต่จะตัวเล็กกว่าฮวาหน่อย ชื่อหมิง และตัวสุดท้ายเป็นแมวสีน้ำตาลขาวขนฟูมาก ๆ ดวงตาใสแจ๋วสีน้ำตาล ตัวเล็กกว่าฮวานิดหน่อย ชื่อเจียว อันหลงนี่เลี้ยงแมวได้ตัวอ้วนกลมขนฟูอุดมสมบูรณ์มาก! "น่ารักมากเลยยยยย ฮวาหน้าอ้อนสุด ๆ แต่หมิงกับเจียวนี่อย่าหยิกเนอะ" ฉันชมน้อง ๆ ด้วยรอยยิ้มกว้างมีความสุข รู้สึกใจฟูชะมัดเลย! ฮืออ อิจฉาอันหลงที่ได้เลี้ยงน้อง ๆ ตั้งสามตัวแหนะ มีแต่หน้าอ้อน ๆ ดื้อ ๆ ทั้งนั้นเลย "หมิงอะตัวดื้อเลย ชอบข่วนโซฟาผมเป็นรอย ล่าสุดข่วนมือผมอีก" เขาว่าพลางโชว์หลักฐานที่หลังมือข้างขวา "น้องยังเด็ก นายก็อย่าว่าน้องนะ" "แมวพวกนี้เจ้าเล่ห์ ทำผิดเสร็จก็มาอ้อน" "นี่ไงงง! แมวเป็นอภิชาติบุตร อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารน่า!" ฉันเทิดทูนน้องเหนือหัวเพราะพร้อมเป็นทาสอย่างเต็มใจ เวลาถูกอ้อน ๆ ถูหัวใส่นิดหน่อยใจก็ย้วยละลายเป็นของเหลวแล้ว! "พี่ชอบแมวขนาดนี้ทำไมไม่เลี้ยงแมวล่ะ" "พี่สาวเราแพ้ขนแมวน่ะ เราเลยชอบมาเล่นกับเฉาก๊วยแทนไง" อยู่มหา'ลัย ก็เล่นกับเฉาก๊วย กลับบ้านไปก็ไปแวะเล่นกับแมวแถวบ้านตลอด แต่ก็ต้องรีบอาบน้ำเลยเพราะกลัวขนติดตัวมาแล้วเลิฟจะออกอาการแพ้ "ไว้...ถ้ามีโอกาสจะเอาไอ้พวกดื้อมาเล่นด้วย" "เขาบอกว่าแมวก็นิสัยเหมือนเจ้าของนั่นแหละ แสดงว่านายดื้อ" ฉันหันไปว่าเขาพลางจิ้มลงตรงมือข้างที่เป็นแผลของเขา "ยอมรับก็ได้ ว่าแต่พี่จะทำแผลให้ผมไหมอะ เปิดแมวให้ดูขนาดนี้ เห็นใจผมทีเถอะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน พูดขนาดนี้แล้วไม่ทำให้ฉันคงกลายเป็นคนใจร้ายใจดำน่าดู "เห็นแก่ที่นายเอาแมวให้ดู งั้นเดี๋ยวทำให้ เธอมีอุปกรณ์ทำแผลมาด้วยหรือเปล่า" "ถึงผมจะทะเลาะต่อยตีบ่อย แต่ผมไม่พกของพรรค์นั้นหรอกครับ " เขาตอบหน้าตาย "งั้น...ห้องพยาบาลก็ได้ เดี๋ยวเราพาไปอยู่ใต้ตึกคณะเราเอง เธอเจ็บมากไหม รอไหวหรือเปล่า เราเพิ่งได้ทานข้าวอะ" "ไม่ได้กินข้าวเช้าเหรอ?" "ปกติกิน แต่วันนี้ลืม" เพราะดันตื่นสายนี่แหละ สุดท้ายก็ต้องอดข้าวเช้าแล้วทนฟังเสียงท้องตัวเองร้องจนถึงเที่ยงอย่างทรมาน "พี่เธอ ผมจะเขกหัวพี่ให้สักที" เขาทำเสียงดุพลางทำท่าจะเขกหัวฉันจริง ๆ "ทีนายล่ะ รู้หมดว่าเราอยู่ไหนอย่างกับสตล์อคเกอร์!โคตรน่ากลัววว!" "พี่ดูนะ ตรงที่พี่นั่งกินข้าวตอนนี้ กับตรงที่พี่นั่งตอนเช้า มันหันเข้าหาตึกคณะผมขนาดนี้ ใครไม่เห็นก็บ้าละ" เขาว่าพลางชี้ให้ดูตึกเรียนกับระยะห่างของที่นั่งตรงนี้ ซึ่งมันก็จริงนั่นแหละ...ห่างกันแค่นี้เองไม่แปลกที่เขาจะเห็นฉันบ่อย ๆ "...อุ่ย" "ผมรอได้ พี่กินไปเถอะ กินให้เยอะ ๆ อันนี้ช็อกโกแล็ต ผมซื้อมาฝาก ไม่รู้ว่าพี่ชอบกินอะไร เลยซื้อมาแค่นี้ก่อน" เขาพูดพลางยื่นช็อกโกแลตทรงกลมมาไว้ตรงหน้าฉันสามลูก "...เฟอเรโร่รอชเชอร์สามลูกเลย?คิดว่าเปย์ขนมแล้วจะไหลตามเหรอ!? แต่ก็ขอบคุณนะ เราชอบช็อกโกแลต แล้วก็ชอบของฟรี!" ฉันหันไปยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ พอได้ของฟรีแล้วรู้สึกอยากเป็นมิตรกับเขาแล้วล่ะ ขอโทษแล้วกันที่เป็นคนถูกล่อซื้อได้ด้วยขนม! ฉันตักข้าวในกล่องอาหารทานต่อ ส่วนเขาก็ยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้ดูรูปแมวในเครื่อง ไม่คิดว่าคนหน้าโหดดูดุแบบอันหลงจะดูอ่อนโยนเวลาอยู่กับแมวเหมือนกันนะ แต่ละรูปแต่ละคลิปที่เขาถ่ายมา ดูน่ารักมากเลย "น่ารักจัง อ้วนตุ๊บเลย อยากหยุมพุง" "อย่ากินเลอะสิครับ มันน่ารักนะพี่เธอ" "...." ฉันชะงักไปชั่วขณะหนึ่งแล้วสบตาอีกฝ่ายที่กำลังมองฉันอยู่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนและรอยยิ้มบาง ๆ ที่ประดับบนหน้า ก่อนที่เขาจะยื่นนิ้วมาเช็ดมุมปากให้เบา ๆ อย่างนุ่มนวล ยอมรับว่า...ใจเต้นว่ะ ไม่ ๆ ๆ ถ้าใจไม่เต้นคนเราก็ตายน่ะสิ! อย่าหวั่นไหวกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง หยุดซะ!เนตราพัชร์!พอเจอคนทำดีด้วยหน่อยก็หวั่นไหวตามง่ายเลย "แหนะเขิน" "เป็นบ้า!" ฉันตีไหล่คนตัวหนาไปที แต่เขาก็คงไม่สะทกสะท้าน ได้แต่ฟึดฟัดแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนเดิม "น่ารักจริง ๆ นะ เหมือนฮวาตอนกินข้าวอะ" "หลอกด่าว่าเราอ้วนหรือเปล่า" "พี่บูลลี่แมวผมเหรอ" "เราเปล่านะ!!" "ฮ่า ๆ ๆ ไม่กวนแล้ว กินเยอะ ๆ ครับ ควันจะออกหูอยู่แล้วน่ะ" "ฮึ่ม!" คนแบบนี้นะแค่โดนแมวข่วนคงยังไม่พอ สมควรจะโดนฉันข่วนเพิ่มไปด้วยอย่างมาก!"你好,很高兴认识你(สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก)" ชายหนุ่มผมน้ำตาลในชุดสูทสีดำ ยื่นมือมาตรงหน้าฉันเพื่อทำความรู้จักทั้งยังมอบรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ทว่ารอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของเขานั้นกลับดูไม่จริงใจเลยสักนิด "..."ฉันไม่รู้จะตอบอะไรออกไป จู่ ๆ ก็เดินมาทักว่ายินดีที่ได้รู้จักจะไม่งงได้ไง "我叫贺浩宇,来贺家的,你叫啥?美人)(ผมชื่อ เฮ่อ ห่าวอู๋ มาจากตระกูลเฮ่อครับ คุณล่ะชื่ออะไรครับคนสวย)" หัวฉันแปลภาษาแทบไม่ทัน เขาพูดเร็วมากจนแกะเนื้อความแปลเป็นไทยไม่ออก "你不要知道(นายไม่จำเป็นต้องรู้)" และเป็นพี่โรเซนที่ยืนข้างกายฉันตอบกลับไป "为什么?... 美人 , 你有男朋友吗(ทำไมล่ะ นี่คนสวย คุณมีแฟนหรือยังครับ?)" เขายกยิ้มอย่างชอบใจ ยังรัวคำถามต่อมาไม่หยุด"贺浩宇!别惹她 如果你不想死...别惹她 我已经警告过你了。(เฮ่อห่าวอู๋!อย่ายุ่งกับเธอ ถ้านายยังไม่อยากตาย อย่ายุ่งกับเธอ ฉันเตือนแล้วนะ)" แววตาโกรธเกรี้ยวของพี่โรเซนทำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์ คนคนนี้คงเป็นคนไม่น่าไว้ใจ "好啊 好啊...开玩笑一点点(ก็ได้ ๆ ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ) " เขายกยิ้ม สายตาเจ้าเล่ห์ยังมองมาที่ฉันราวกับมีแผนการบางอย่าง "ผมจะหยุด ถ้าคุณชนแก้วแล้วดื่มกับผมน่ะ" จู่ ๆ เขาก็พูดไทยขึ้นมา ทำเอาฉันตกใจปรับ
"สวย...มากกกกก!!! งานนี้มีหมาคลั่งแน่ ๆ " พี่โรเซนเอ่ยปากชมอย่างเวอร์วังจนฉันหลุดขำ แต่พอเห็นตัวเองในกระจกแล้ว...ก็นึกว่าคนละคนกับเด็กแว่นหนาเตอะที่ไร้ตัวตนคนนั้น "จ๋าสวยได้เพราะพี่ช่างแต่งหน้าทำผมกับพี่โรเซนทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ" ฉันยกมือไหว้บุคคลที่ช่วยกันเนรมิตฉันในวันนี้ "เราสวยอยู่แล้วต่างหาก หน้าตาน่ารักแต่งลุคไหนก็เข้าไปหมด " "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะแหะๆ" "งั้นพี่ขอเวลาแต่งตัวก่อนนะ ลงไปรอข้างล่างเลย" "ค่ะ" ฉันรับคำและเดินลงมาด้านล่างโดยสวมส้นสูงที่ซื้อเมื่อวาน อาจจะเดินลำบากบ้างเพราะไม่ชินแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อะไร จำนวนคนในบ้านเพิ่มมาคนหนึ่งโดยที่ฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยเมื่อเห็นว่าคุณตากำลังยืนคุยกับชายชราผมขาวคนหนึ่งที่ถือไม้เท้าไว้ข้างตัว "她已走过那是安龙的女朋友。(เธอมาแล้ว นั่นแฟนอันหลง)" คุณตาผายมือมาทางฉัน ชายชราที่เส้นผมเริ่มกลายเป็นสีขาวหงอกค่อย ๆ หันมามองฉันช้า ๆ ด้วยแววตาตกตะลึง "您好(สวัสดีค่ะ)" เพราะไม่แน่ใจว่าท่านฟังไทยออกไหมฉันจึงทักทายเป็นภาษาจีนแล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย "...คุณเนตรดารา " ชื่อที่ถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาทำให้ฉันตกใจ หรือว่านี่คือคุณ ลี่ โจวหลิง? "นี่คุณ
วันนี้ทั้งวันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้ผมไม่ได้ติดต่อกับเธอจ๋าเลย เห็นข้อความ แต่ก็ไม่มีเวลาได้ตอบ จู่ ๆ โดนเรียกประชุมที่บริษัท ก็ต้องไปมาระหว่างสถานที่จัดงานช่วงเย็นกับที่นั่น เฉินหลงมันเงียบไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน คำขอของมันคือการให้ผมช่วยหาศพของริสาให้เจอ ตอนนี้ผมไม่เจอวิญญาณของริสา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฉินหลงมันอยู่ใกล้ม๊ามันด้วยหรือเปล่า เหมยฮวามีพลังวานแปลก ๆ วนเวียนอยู่รอบกายทว่าผมกลับสัมผัสได้เพียงแค่นั้น ไม่รู้ว่าเธอจ๋าจะเห็นมากกว่านี้หรือเปล่า เธอมีเซนส์แรงกว่าผม คำขอของมันแลกกับหลักฐานที่มันต้องยอมหักหลังแม่ตัวเอง...ผมว่ามันคุ้ม และได้สั่งเหวินและเหวยให้ตามสืบ ที่สำคัญผมชักจะอยากรู้ว่าป๊ากับมันตกลงอะไรกัน มันถึงยอมช่วยพวกเราแบบนี้ ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไร...เท่ากลัวเธอจ๋าจะตกเป็นเป้าอันตราย ขอแค่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี่ไปสักที เธอจ๋าจะใช้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องคอยอึดอัดกับบอดี้การ์ดที่ผมส่งไว้คุ้มกันเธอ วันนี้...ผมจะให้แหวนเธอจ๋า อยากจะมอบกำไลหยกของตัวเองที่ได้มาตั้งแต่เกิด ให้กับผู้หญิงที่จะเป็นคนรักและหัวใจของผมตลอดไปอยากตีตราการเป็นเจ้าของเธอ ด้วยสถานะหม
เอกสารที่ป๊ายอมเซ็น มันคือของปลอม และเขาก็วานให้เฉินหลงเอามาให้ผมด้วยวิธีอะไรก็ไม่อาจทราบได้"มึงหักหลังกู! กรี๊ดดดดดดด!!! ไอพวกเลว!" จากคนที่เหนือกว่าสู่คนบ้าสติแตกในไม่กี่วินาที เธอกรีดร้องเหมือนคนบ้า เปลี่ยนไปราวกับคนละคน บอดีการ์ดพุ่งไปจับกุมตัวเธอไว้อย่างรวดเร็ว "กูจะฆ่ามึง!กูจะฆ่ามึง!!" มันพยายามจะพุ่งมาหาผมกับม๊า แต่ผมก็ไวกว่าที่จะบีบคอมันไว้ แรงบีบจากฝ่ามือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้หญิงตรงหน้าแทบจะขาดอากาศหายใจ ยิ่งนึกถึงสิ่งที่มันเคยทำกับพวกเรา ก็ยิ่งทำให้ผมอยากฆ่ามันให้ตายคามือ "มึงรู้ไหมว่ากูอยากฆ่ามึงแค่ไหน...สารเลว!แพ้ไม่เป็น! ถ้าครอบครัวมึงไม่เล่นสกปรกก่อน ครอบครัวมึงจะพังไหม! มึงกล้ามากนะ...กล้าจริง ๆ ที่ฆ่าห่าวอี้!หึ อย่าคิดว่ากูไม่รู้เบื้องหลังของมึง แอบดีลลับหลังกับพวกกรรมการบริหารที่แก่หงำเหงือกนั่นคิดว่าจะทำอะไรกูได้ ไหนจะหมอผีผัวมึงตายห่าไปแล้ว หมดทางหนีแล้วสินะ...""อ่อก!แค่ก!กรี๊ดดดด"จุดจบของเหมยฮวา...แค่ตายก็คงจะง่ายไปหน่อย เกลียด!ผมเกลียดมัน! มันฆ่าพี่ชายผม! ทำร้ายพี่สาวของผมจนเกือบตาย! นรกที่แท้จริง...คือกู ไม่ใช่มึงผมจะทำให้มันรู้ว่ามันเล่นผิดคน "อย่าให
"...ฮึก...ทำแบบนี้ได้ยังไง!!" "ม๊า ใจเย็น ๆ ครับ" เมื่อเห็นท่าไม่ดีผมจึงรีบลุกจากเก้าอี้ไปประคองท่าน "ปล่อยเหมยฮวาซะ ฉันตัดสินใจยกทุกอย่างให้เหมยฮวาเพื่อทดแทนความผิดที่ทำต่อครอบครัวของเธอแล้ว" แต่แล้วป๊าก็ไม่เคยสนใจเราทั้งยังสั่งให้ปล่อยตัวคนที่ฆ่าลูกตัวเอง ผมพยักหน้า ให้ปล่อยตัวมันก่อน ไม่งั้นป๊าคงหันไปใช้ปืนเป่าหัวพวกเขาแทนแน่"ไอสารเลว! ความเป็นพ่อยังมีอยู่ไหม! นับแต่นี้ต่อไปฉันกับคุณคือศัตรูกัน! ฉันจะหย่ากับคุณ!!" ม๊ายื่นคำขาด ทำเอาผมตกใจ ครั้งนี้มันหนักมากจนม๊าทนไม่ไหว ตัดสินใจจะขอหย่าและยังประกาศเป็นศัตรูกับป๊าอีก ที่ม๊าทนทุกวันนี้เป็นเพราะคำสัญญาในอดีตของสองครอบครัวแท้ ๆ ผมหันไปมองหน้าพี่แล้วพยักหน้า จะปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างมันชุลมุนไปมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่สิ เราปล่อยมันเรื้อรังมานานเกินไป ถึงเวลาทำให้มันรู้จักกับนรกที่แท้จริงเสียที"มั่นใจแค่ไหนกันว่าเอกสารนั้นมันของจริง" ผมเอ่ยขึ้นต่อ "ยอมรับไม่ได้เหรอคะ? แต่ทุกอย่างของตระกูลหยางอยู่ที่มือของฉันแล้ว ทุกอย่างของพวกคุณจะกลายเป็นของฉัน มันก็สมควรแล้วนี่คะ ในเมื่อพวกคุณเอาทุกอย่างของตระกูลฉันไปแล้ว ฉันก็แค่มาทวงคืนของของต
"从此你就是杨家的又一个大老板了.(ต่อไปนี้ แกคือนายใหญ่อีกคนของตระกูลหยาง)" ฝ่ามือหนาที่เหี่ยวย่นวางบนศีรษะผมเบา ๆ ราวกับเป็นการทิ้งทุกอย่างที่ถืออยู่ให้ผม กับลูกของท่านท่านยังไม่ไว้ใจขนาดนี้ การที่ผมเหมือนคุณหยางหมิงนั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านมั่นใจในตัวผม "谢谢(ขอบคุณครับ)"ผมและพี่หันไปมองทุกคน ทั้งลูกน้องที่ต่างก้มหัวโค้งคำนับและบรรดาญาติที่ไม่มีสิทธิ์จะขึ้นมาในจุดนี้ ม๊ามองเราด้วยสายตาปลื้มปริ่มแบบที่ผมไม่เคยสังผัส...และป๊าที่ล่องลอยเหมือนคนไม่มีสติ เขากำลังไม่ไหว แต่ผมไม่ให้เธอจ๋ายื่นมือไปช่วย นี่คือผลของเขาต่างหากล่ะ ไม่ว่าจะเพราะโดนของหรือเป็นเพราะร่างกายตัวเอง ล้วนมาจากตัวเขาเองทั้งนั้น ก่อนจะจบทุกอย่างในวันนี้ ผมโยนตุ๊กตาที่เคยเป็นปัญหาใส่กองไฟในเตา เสียงกรีดร้องทำให้ผมแสบแก้วหู ได้แต่ทำตัวนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตไป จบไปได้อีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะ พอไอหมอผีนั่นตายอะไรก็ง่ายขึ้น ไม่ว่ามันจะตายเพราะใคร...ยังไงก็ขอบคุณมากจริง ๆ ที่เปิดทางให้ขนาดนี้ ไม่ว่าคนที่ทำนั้นจะเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ทุกอย่างง่ายมากขึ้นจบจากพิธี ก็เคลียร์พื้นที่ทำความสะอาด แม้งานจะปิดเป
"อันหลง ทำไมดูแลเมียแค่นี้!เงินเป็นแสนเป็นล้านมีติดบัญชี--""ใจเย็นก่อน! จะว่าผมอย่างเดียวเลยนะ ก็เจ้าตัวไม่เอา ผมเองก็อยากให้มากกว่านี้ เมียผมขี้เกรงใจพี่ก็รู้" อันหลงอธิบาย ส่วนยัยจิ๋วก็ยิ้มแห้ง"เอาไปเถอะจ๋า อันหลงมันใช้คนเดียวไม่หมดหรอก นอกจากค่าเหล้าค่าบุหรี่ ก็คงไม่อยากใช้เงินแล้ว" ก็ไม่ได้อย
"อย่าลืมบ้านแม่ ๆ ยินดีต้อนรับสู่บ้าน เพชรอนิลรัตน์นะ!" ฉันเป็นคนเอ่ย หากต้อนรับสู่บ้านพ่อก็ต้องเอ่ยบ้านของแม่ต่อด้วย เพื่อให้เขาเป็นคนในครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ "ฮ่า ๆ ครับเธอ" มื้ออาหารวันนี้เรามีคนในครอบครัวเพิ่มมาใหม่ แน่นอนว่ามันทั้งอบอุ่นและครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุย พอทานข้าวเส
หยาง หมิง เป็นบรรพบุรุษของตระกูลผมที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รู้เพียงว่าท่านชื่ออะไรและมีผลงานอะไรบ้าง แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย วันของตระกูลผมก็ไม่เคยเห็นรูปท่านมาก่อนเช่นกัน "พวกเขาในตอนนี้เป็นยังไงบ้างเหรอครับ" ผมถามต่อด้วยความอยากรู้ หากกอไหมเด็กในรูปเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวเธอจ๋า แ
Anlong part ผมโกหกเธอตั้งแต่ที่รับปากคำสัญญาแล้ว...หรือมันไม่เรียกว่าโกหกกันนะ?ผมเข้าหาเธอด้วยการพนันกับเพื่อนและคำท้าของเฉินหลง แต่อีกใจหนึ่งก็สนใจในตัวเธอจริง ๆ แต่ถ้าผมชนะ ผมจะคบต่อก็ไม่เห็นเป็นอะไร ถึงอย่างไรเธอคงไม่รู้หรอก...ใครที่คิดจะบอกความลับของผม ผมจะจัดหารมันให้พูดไม่ได้ไปตลอดชีวิตแว







