เข้าสู่ระบบ"มือนายเจ็บเหรอ?" ดูเหมือนเธอจะช่างสังเกตถึงได้ทักผ้าพันแผลที่ล้อมรอบมือผมไว้
"ครับ" "เจ็บไหมน่ะ...ดูเป็นเยอะจัง..." "ไม่เจ็บเลย" ผมตอบพลางขยับนิ้วขึ้นลงอย่างคล่องแคล่วเป็นการยืนยัน ก็มีตึง ๆ บ้างนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เจ็บเลย สงสัยจะชินชาหมดแล้วมั้ง น่าแปลก ผมยังไม่ทันลงมือจีบเลย หรือว่าเธอสนใจผมอยุ่แล้วงั้นเหรอ? แบบนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ "เก่งจัง" "..."คำพูดสั้น ๆ จากสีหน้าและแววตาไร้เดียงสาของเธอทำเอาใจผมเต้นระส่ำ เธอไม่ได้สนใจผมหรอก ผมคงคิดเข้าข้างตัวเองมากไป เธอแค่ใจดี "สูบบุหรี่มาใช่ไหม" "เป็นแมวเหรอจมูกดีจังนะ" "กลิ่นมันแรง เหม็นด้วย หวังว่านายจะไม่สูบตรงที่สาธารณะ ไม่มีใครอยากได้บุหรี่มือสองจากนายนะ" เธอเอ่ยเตือนกลาย ๆ และมันคือความหวังดีที่ถูกส่งมาถึงคนอื่น ๆ ด้วย "ผมสูบบนดาดฟ้า ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครหรอก ถ้าพี่ไม่ชอบผมจะเลิกให้" "เลิกเพื่อตัวเองเถอะ เพราะนายคงมีเหตุผลที่เลือกจะใช้มัน" "ใช่ ผมมี" "ก็ว่าอยู่หน้าตาดูหมอง ๆ เครียด ๆ มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ? " เธอหรี่ตาจับผิด จากผู้หญิงเงียบ ๆ ก็กลับกลายเป็นฝ่ายเธอที่ถามไม่หยุด ช่างสังเกตชะมัด เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย แบบนี้แผนของผมจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นไหมนะ ที่แน่ ๆ เธอเองก็น่าจะสนใจผมนะถึงได้สังเกตขนาดนี้ "ช่างสังเกตจัง หายกลัวผมแล้วเหรอ? เมื่อวานยังก้มหน้าตัวสั่นเป็นลูกแมวอยู่เลย" "นายก็คน เราก็คน เราแค่ตกใจเฉย ๆ " เธอยู่ปากแสดงท่าทีงอน ๆ ใส่เหมือนเด็ก "ผมพูดจริงนะ เรื่องเมื่อวานน่ะ" ผมเน้นย้ำอีกครั้ง สิ่งที่พูดออกไปจากปากมันไม่ได้ถูกเอ่ยออกไปลอย ๆ จะบอกว่ามันคือการพนันก็ใช่ แต่สุดท้ายหากผมได้เธอมา ผมจะไม่เลิกก็ยังได้ เอาเข้าจริงผมก็สนใจเธอมานานแล้ว จังหวะนี้ถือเป็นจังหวะดีที่จะได้เข้าหาและได้หยามหน้าไอเฉินหลงไปพร้อม ๆ กัน "อย่ามาตลก เราเพิ่งรู้จักกัน" "เพิ่งรู้จักที่ไหน ผมรู้จักพี่มานานแล้วนะเนตราพัชร์" ผมหัวเราะในลำคอ พอนึกย้อนไปแล้วก็ไม่แปลกที่เธอจะจำผมไม่ได้ เรื่องผ่านมาเกือบสองปี ผมก็มีแต่คอยแอบมองเธอห่าง ๆ มาตลอด จะเอาออกจากสายตาก็ทำไม่ได้ เพราะเธอดันเป็นคนที่ดึงดูดสายตาผมมากเสียด้วย "....ฮะ?" "ถ้านึกไม่ออกก็แล้วแต่ " "กลบเกลื่อนอะ เปลี่ยนเรื่องไปไกลเลย มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เขาบอกว่า...คนเราจะไม่สูบบุหรี่ถ้าหากไม่มีเรื่องให้ว้าวุ่นในใจจนเป็นกังวล ถึงจะไม่สนิทกันแต่ก็พูดได้นะ ไม่ใช่คนปากรั่วอยู่แล้ว อย่างน้อยนายพูดออกมาก็ดีกว่าการไปพึ่งบุหรี่เป็นไหน ๆ บุหรี่เหม็นจะตาย นายยังอายุน้อยอย่ารีบทำร้ายตัวเองเลย อีกอย่างนะสายตานายมันบอกเราหมดแล้ว " เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางแตะที่หลังมือผมเบา ๆ อย่างอบอุ่น "..." แล้วจะไม่ให้ผมสนใจเธอได้ยังไงกัน เธอน่าค้นหาชะมัด "แต่ถ้าอยากหาที่สงบ ๆ พักใจ เราจะเงียบก็ได้" "พูดต่อสิ ผมฟังอยู่" "ให้พูดอะไรเล่า คนจะอ่านหนังสือ" "เสียงพี่โคตรน่าฟัง ผมชอบ" "...เป็นบ้า" คำสบถถูกพ่นออกมาเบา ๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเบือนหน้าหนี เธอเก็บความรู้สึกเก่งแฮะ แต่เก็บแก้มกลมป่องแดง ๆ นั่นไม่เก่งเลย "ผมไม่สบายใจเรื่องครอบครัวนิดหน่อย มันเครียด ๆ เลยหาที่ลง" ผมไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แค่พูดคร่าว ๆ ไปให้เธอคลายความสงสัยบ้าง "กับบุหรี่?" "ไม่อะ ต่อยกระจก" "ฮะ!?เจ็บไหมล่ะนั่น ทำร้ายตัวเองทำไม พันแผลเยอะขนาดนี้คงเป็นเยอะใช่ไหม อันหลง!ทำอะไรของนายเนี่ย" เธอเบิกตากว้างตกใจ สายตาความเป็นห่วงเป็นใยถูกส่งมาหาผมทันที เธอยังคงแตะหลังมือผมไว้แล้วออกแรงลูบเบา ๆ ทั้งที่เราไม่สนิทกันแท้ ๆ แต่เธอก็เป็นห่วงผมมากขนาดนี้ มันมีแต่ความจริงใจไร้ซึ่งความเสแสร้ง ถ้าเฉินหลงได้ไปคงแย่เลย "ผมไม่เจ็บ" "โกรธขนาดไหนแต่อย่าทำร้ายตัวเองได้ไหมต่อให้นายจะไม่รู้สึกเจ็บก็เถอะ " "ห่วงผมเหรอ?" "อื้ม ในฐานะเพื่อนมนุษย์โลก" เธอตอบอย่างชัดเจนไม่ให้ความหวัง ตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมเลยสักนิด น่าสนใจจริง ๆ สนุกดีแฮะ "ผมชอบพี่ว่ะ" "...." "เปิดใจให้ผมได้ไหม พี่ชอบแมวแล้วไม่ชอบมังกรบ้างเหรอ" "นายไหวไหมอะ เมาควันบุหรี่จนเพี้ยนเหรอ " เธอถามอย่างไม่เชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นความจริง "ผมชอบพี่จริง ๆ นะ" "...คิดใหม่อีกทีก็ทันนะ เราจืดชืดขนาดนี้" "ผมชอบพี่ ไม่ได้ชอบรสชาติชีวิตพี่สักหน่อย" "เราไม่สวย" "พี่สวยที่สุด" ถึงจะไม่ได้สวยมากเท่าคนอื่นที่ผมเจอมา แต่คำนี้ก็คงมากพอสำหรับการจีบสาว "ฮึ่ม! เราไม่อยากวุ่นวายกับใคร!" "ผมก็ไม่อยากให้ใครวุ่นวายกับพี่" ยิ่งผมต่อปากต่อคำกับเธอ คนตรงหน้าก็เริ่มหน้าแดงก่ำงองุ้มยิ่งขึ้น อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าเธอเขินหรือกำลังโมโหผมจนจะระเบิดกันแน่ "อันหลง เราจะชอบคนที่เพิ่งเจอกันวันเดียวไม่ได้!" อ๋อ โมโหนี่เองไอเราก็นึกว่าเขิน "ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ครั้งแรก บ๊องจริง ๆ " "น่ากลัว" "ผมรุกแรงไปเหรอ" "......" เธอเงียบแล้วชักมือไปกอดอกหน้าบึ้งพลางมองผมด้วยสายตาดุ ๆ ที่ดูเหมือนเด็กงอนเสียมากกว่า "ผมชอบพี่จริง ๆ ชอบมานานแล้ว...สองปีแล้วครับ" ผมสารภาพออกไปตรง ๆ แม้จุดประสงค์บางอย่างจะไม่บริสุทธิ์ ทว่าผมก็สนใจเธอจริง ๆ และไม่ชอบที่จะถูกแย่งของที่สนใจไป "เอ๊ะ? เราเคยเจอกันตอนไหนอีก" "บอกแล้วไงว่าให้นึกเอา ผมจะจีบพี่จนกว่าพี่จะนึกออกนั่นแหละ" "ได้เหรอ! มัดมือชกชัด ๆ เลยหนิ!?" "ถือว่าพี่อนุญาตแล้วนะ เธอจ๋า" พอเรียกชื่อเล่นเต็ม ๆ ของเธอแล้วก็จั๊กจี้ดี ผมไม่ใช่คนพูดจาหวาน ๆ นุ่มนวลอ่อนโยน ผมแข็งกระด้างและเข้าหาใครไม่เป็นจนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดได้ พอมาเจอผู้หญิงนุ่มนิ่มอ่อนโยนแบบเธอแล้วผมคงต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้เธอไม่ตื่นตระหนก "...ไอคนดื้อ!เราจะไปเรียนแล้ว!" "เขินแล้วก็หนี โวยวายกลบเกลื่อนกันตลอด" "เราไม่เขินคนที่เพิ่งรู้จักหรอกนะ!" เธอลุกขึ้นหอบกระเป๋าผ้าสีชมพูและหนังสือแล้วรีบวิ่งหนีจากผมไปเหมือนเมื่อวาน เห็นท่าทีของเธอแล้วผมก็อมยิ้มน้อย ๆ พลางส่ายหัวไปมา ก่อนจะอุ้มเฉาก๊วยไอแมวดื้อที่ทำให้แว่นผมเป็นรอย แต่เป็นความโชคดีที่สร้างจังหวะให้ผมได้รู้จักพี่เธอ สนุกดี...เป็นคนที่ทั้งน่าสนใจและให้ประโยชน์กับผมเยอะเลย"你好,很高兴认识你(สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก)" ชายหนุ่มผมน้ำตาลในชุดสูทสีดำ ยื่นมือมาตรงหน้าฉันเพื่อทำความรู้จักทั้งยังมอบรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ทว่ารอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของเขานั้นกลับดูไม่จริงใจเลยสักนิด "..."ฉันไม่รู้จะตอบอะไรออกไป จู่ ๆ ก็เดินมาทักว่ายินดีที่ได้รู้จักจะไม่งงได้ไง "我叫贺浩宇,来贺家的,你叫啥?美人)(ผมชื่อ เฮ่อ ห่าวอู๋ มาจากตระกูลเฮ่อครับ คุณล่ะชื่ออะไรครับคนสวย)" หัวฉันแปลภาษาแทบไม่ทัน เขาพูดเร็วมากจนแกะเนื้อความแปลเป็นไทยไม่ออก "你不要知道(นายไม่จำเป็นต้องรู้)" และเป็นพี่โรเซนที่ยืนข้างกายฉันตอบกลับไป "为什么?... 美人 , 你有男朋友吗(ทำไมล่ะ นี่คนสวย คุณมีแฟนหรือยังครับ?)" เขายกยิ้มอย่างชอบใจ ยังรัวคำถามต่อมาไม่หยุด"贺浩宇!别惹她 如果你不想死...别惹她 我已经警告过你了。(เฮ่อห่าวอู๋!อย่ายุ่งกับเธอ ถ้านายยังไม่อยากตาย อย่ายุ่งกับเธอ ฉันเตือนแล้วนะ)" แววตาโกรธเกรี้ยวของพี่โรเซนทำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์ คนคนนี้คงเป็นคนไม่น่าไว้ใจ "好啊 好啊...开玩笑一点点(ก็ได้ ๆ ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ) " เขายกยิ้ม สายตาเจ้าเล่ห์ยังมองมาที่ฉันราวกับมีแผนการบางอย่าง "ผมจะหยุด ถ้าคุณชนแก้วแล้วดื่มกับผมน่ะ" จู่ ๆ เขาก็พูดไทยขึ้นมา ทำเอาฉันตกใจปรับ
"สวย...มากกกกก!!! งานนี้มีหมาคลั่งแน่ ๆ " พี่โรเซนเอ่ยปากชมอย่างเวอร์วังจนฉันหลุดขำ แต่พอเห็นตัวเองในกระจกแล้ว...ก็นึกว่าคนละคนกับเด็กแว่นหนาเตอะที่ไร้ตัวตนคนนั้น "จ๋าสวยได้เพราะพี่ช่างแต่งหน้าทำผมกับพี่โรเซนทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ" ฉันยกมือไหว้บุคคลที่ช่วยกันเนรมิตฉันในวันนี้ "เราสวยอยู่แล้วต่างหาก หน้าตาน่ารักแต่งลุคไหนก็เข้าไปหมด " "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะแหะๆ" "งั้นพี่ขอเวลาแต่งตัวก่อนนะ ลงไปรอข้างล่างเลย" "ค่ะ" ฉันรับคำและเดินลงมาด้านล่างโดยสวมส้นสูงที่ซื้อเมื่อวาน อาจจะเดินลำบากบ้างเพราะไม่ชินแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อะไร จำนวนคนในบ้านเพิ่มมาคนหนึ่งโดยที่ฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยเมื่อเห็นว่าคุณตากำลังยืนคุยกับชายชราผมขาวคนหนึ่งที่ถือไม้เท้าไว้ข้างตัว "她已走过那是安龙的女朋友。(เธอมาแล้ว นั่นแฟนอันหลง)" คุณตาผายมือมาทางฉัน ชายชราที่เส้นผมเริ่มกลายเป็นสีขาวหงอกค่อย ๆ หันมามองฉันช้า ๆ ด้วยแววตาตกตะลึง "您好(สวัสดีค่ะ)" เพราะไม่แน่ใจว่าท่านฟังไทยออกไหมฉันจึงทักทายเป็นภาษาจีนแล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย "...คุณเนตรดารา " ชื่อที่ถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาทำให้ฉันตกใจ หรือว่านี่คือคุณ ลี่ โจวหลิง? "นี่คุณ
วันนี้ทั้งวันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้ผมไม่ได้ติดต่อกับเธอจ๋าเลย เห็นข้อความ แต่ก็ไม่มีเวลาได้ตอบ จู่ ๆ โดนเรียกประชุมที่บริษัท ก็ต้องไปมาระหว่างสถานที่จัดงานช่วงเย็นกับที่นั่น เฉินหลงมันเงียบไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน คำขอของมันคือการให้ผมช่วยหาศพของริสาให้เจอ ตอนนี้ผมไม่เจอวิญญาณของริสา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฉินหลงมันอยู่ใกล้ม๊ามันด้วยหรือเปล่า เหมยฮวามีพลังวานแปลก ๆ วนเวียนอยู่รอบกายทว่าผมกลับสัมผัสได้เพียงแค่นั้น ไม่รู้ว่าเธอจ๋าจะเห็นมากกว่านี้หรือเปล่า เธอมีเซนส์แรงกว่าผม คำขอของมันแลกกับหลักฐานที่มันต้องยอมหักหลังแม่ตัวเอง...ผมว่ามันคุ้ม และได้สั่งเหวินและเหวยให้ตามสืบ ที่สำคัญผมชักจะอยากรู้ว่าป๊ากับมันตกลงอะไรกัน มันถึงยอมช่วยพวกเราแบบนี้ ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไร...เท่ากลัวเธอจ๋าจะตกเป็นเป้าอันตราย ขอแค่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี่ไปสักที เธอจ๋าจะใช้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องคอยอึดอัดกับบอดี้การ์ดที่ผมส่งไว้คุ้มกันเธอ วันนี้...ผมจะให้แหวนเธอจ๋า อยากจะมอบกำไลหยกของตัวเองที่ได้มาตั้งแต่เกิด ให้กับผู้หญิงที่จะเป็นคนรักและหัวใจของผมตลอดไปอยากตีตราการเป็นเจ้าของเธอ ด้วยสถานะหม
เอกสารที่ป๊ายอมเซ็น มันคือของปลอม และเขาก็วานให้เฉินหลงเอามาให้ผมด้วยวิธีอะไรก็ไม่อาจทราบได้"มึงหักหลังกู! กรี๊ดดดดดดด!!! ไอพวกเลว!" จากคนที่เหนือกว่าสู่คนบ้าสติแตกในไม่กี่วินาที เธอกรีดร้องเหมือนคนบ้า เปลี่ยนไปราวกับคนละคน บอดีการ์ดพุ่งไปจับกุมตัวเธอไว้อย่างรวดเร็ว "กูจะฆ่ามึง!กูจะฆ่ามึง!!" มันพยายามจะพุ่งมาหาผมกับม๊า แต่ผมก็ไวกว่าที่จะบีบคอมันไว้ แรงบีบจากฝ่ามือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้หญิงตรงหน้าแทบจะขาดอากาศหายใจ ยิ่งนึกถึงสิ่งที่มันเคยทำกับพวกเรา ก็ยิ่งทำให้ผมอยากฆ่ามันให้ตายคามือ "มึงรู้ไหมว่ากูอยากฆ่ามึงแค่ไหน...สารเลว!แพ้ไม่เป็น! ถ้าครอบครัวมึงไม่เล่นสกปรกก่อน ครอบครัวมึงจะพังไหม! มึงกล้ามากนะ...กล้าจริง ๆ ที่ฆ่าห่าวอี้!หึ อย่าคิดว่ากูไม่รู้เบื้องหลังของมึง แอบดีลลับหลังกับพวกกรรมการบริหารที่แก่หงำเหงือกนั่นคิดว่าจะทำอะไรกูได้ ไหนจะหมอผีผัวมึงตายห่าไปแล้ว หมดทางหนีแล้วสินะ...""อ่อก!แค่ก!กรี๊ดดดด"จุดจบของเหมยฮวา...แค่ตายก็คงจะง่ายไปหน่อย เกลียด!ผมเกลียดมัน! มันฆ่าพี่ชายผม! ทำร้ายพี่สาวของผมจนเกือบตาย! นรกที่แท้จริง...คือกู ไม่ใช่มึงผมจะทำให้มันรู้ว่ามันเล่นผิดคน "อย่าให
"...ฮึก...ทำแบบนี้ได้ยังไง!!" "ม๊า ใจเย็น ๆ ครับ" เมื่อเห็นท่าไม่ดีผมจึงรีบลุกจากเก้าอี้ไปประคองท่าน "ปล่อยเหมยฮวาซะ ฉันตัดสินใจยกทุกอย่างให้เหมยฮวาเพื่อทดแทนความผิดที่ทำต่อครอบครัวของเธอแล้ว" แต่แล้วป๊าก็ไม่เคยสนใจเราทั้งยังสั่งให้ปล่อยตัวคนที่ฆ่าลูกตัวเอง ผมพยักหน้า ให้ปล่อยตัวมันก่อน ไม่งั้นป๊าคงหันไปใช้ปืนเป่าหัวพวกเขาแทนแน่"ไอสารเลว! ความเป็นพ่อยังมีอยู่ไหม! นับแต่นี้ต่อไปฉันกับคุณคือศัตรูกัน! ฉันจะหย่ากับคุณ!!" ม๊ายื่นคำขาด ทำเอาผมตกใจ ครั้งนี้มันหนักมากจนม๊าทนไม่ไหว ตัดสินใจจะขอหย่าและยังประกาศเป็นศัตรูกับป๊าอีก ที่ม๊าทนทุกวันนี้เป็นเพราะคำสัญญาในอดีตของสองครอบครัวแท้ ๆ ผมหันไปมองหน้าพี่แล้วพยักหน้า จะปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างมันชุลมุนไปมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่สิ เราปล่อยมันเรื้อรังมานานเกินไป ถึงเวลาทำให้มันรู้จักกับนรกที่แท้จริงเสียที"มั่นใจแค่ไหนกันว่าเอกสารนั้นมันของจริง" ผมเอ่ยขึ้นต่อ "ยอมรับไม่ได้เหรอคะ? แต่ทุกอย่างของตระกูลหยางอยู่ที่มือของฉันแล้ว ทุกอย่างของพวกคุณจะกลายเป็นของฉัน มันก็สมควรแล้วนี่คะ ในเมื่อพวกคุณเอาทุกอย่างของตระกูลฉันไปแล้ว ฉันก็แค่มาทวงคืนของของต
"从此你就是杨家的又一个大老板了.(ต่อไปนี้ แกคือนายใหญ่อีกคนของตระกูลหยาง)" ฝ่ามือหนาที่เหี่ยวย่นวางบนศีรษะผมเบา ๆ ราวกับเป็นการทิ้งทุกอย่างที่ถืออยู่ให้ผม กับลูกของท่านท่านยังไม่ไว้ใจขนาดนี้ การที่ผมเหมือนคุณหยางหมิงนั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านมั่นใจในตัวผม "谢谢(ขอบคุณครับ)"ผมและพี่หันไปมองทุกคน ทั้งลูกน้องที่ต่างก้มหัวโค้งคำนับและบรรดาญาติที่ไม่มีสิทธิ์จะขึ้นมาในจุดนี้ ม๊ามองเราด้วยสายตาปลื้มปริ่มแบบที่ผมไม่เคยสังผัส...และป๊าที่ล่องลอยเหมือนคนไม่มีสติ เขากำลังไม่ไหว แต่ผมไม่ให้เธอจ๋ายื่นมือไปช่วย นี่คือผลของเขาต่างหากล่ะ ไม่ว่าจะเพราะโดนของหรือเป็นเพราะร่างกายตัวเอง ล้วนมาจากตัวเขาเองทั้งนั้น ก่อนจะจบทุกอย่างในวันนี้ ผมโยนตุ๊กตาที่เคยเป็นปัญหาใส่กองไฟในเตา เสียงกรีดร้องทำให้ผมแสบแก้วหู ได้แต่ทำตัวนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตไป จบไปได้อีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะ พอไอหมอผีนั่นตายอะไรก็ง่ายขึ้น ไม่ว่ามันจะตายเพราะใคร...ยังไงก็ขอบคุณมากจริง ๆ ที่เปิดทางให้ขนาดนี้ ไม่ว่าคนที่ทำนั้นจะเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ทุกอย่างง่ายมากขึ้นจบจากพิธี ก็เคลียร์พื้นที่ทำความสะอาด แม้งานจะปิดเป
"อันหลง ทำไมดูแลเมียแค่นี้!เงินเป็นแสนเป็นล้านมีติดบัญชี--""ใจเย็นก่อน! จะว่าผมอย่างเดียวเลยนะ ก็เจ้าตัวไม่เอา ผมเองก็อยากให้มากกว่านี้ เมียผมขี้เกรงใจพี่ก็รู้" อันหลงอธิบาย ส่วนยัยจิ๋วก็ยิ้มแห้ง"เอาไปเถอะจ๋า อันหลงมันใช้คนเดียวไม่หมดหรอก นอกจากค่าเหล้าค่าบุหรี่ ก็คงไม่อยากใช้เงินแล้ว" ก็ไม่ได้อย
"อย่าลืมบ้านแม่ ๆ ยินดีต้อนรับสู่บ้าน เพชรอนิลรัตน์นะ!" ฉันเป็นคนเอ่ย หากต้อนรับสู่บ้านพ่อก็ต้องเอ่ยบ้านของแม่ต่อด้วย เพื่อให้เขาเป็นคนในครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ "ฮ่า ๆ ครับเธอ" มื้ออาหารวันนี้เรามีคนในครอบครัวเพิ่มมาใหม่ แน่นอนว่ามันทั้งอบอุ่นและครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุย พอทานข้าวเส
หยาง หมิง เป็นบรรพบุรุษของตระกูลผมที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รู้เพียงว่าท่านชื่ออะไรและมีผลงานอะไรบ้าง แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย วันของตระกูลผมก็ไม่เคยเห็นรูปท่านมาก่อนเช่นกัน "พวกเขาในตอนนี้เป็นยังไงบ้างเหรอครับ" ผมถามต่อด้วยความอยากรู้ หากกอไหมเด็กในรูปเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวเธอจ๋า แ
Anlong part ผมโกหกเธอตั้งแต่ที่รับปากคำสัญญาแล้ว...หรือมันไม่เรียกว่าโกหกกันนะ?ผมเข้าหาเธอด้วยการพนันกับเพื่อนและคำท้าของเฉินหลง แต่อีกใจหนึ่งก็สนใจในตัวเธอจริง ๆ แต่ถ้าผมชนะ ผมจะคบต่อก็ไม่เห็นเป็นอะไร ถึงอย่างไรเธอคงไม่รู้หรอก...ใครที่คิดจะบอกความลับของผม ผมจะจัดหารมันให้พูดไม่ได้ไปตลอดชีวิตแว







