Masukเมื่อเดินออกมาได้ครู่ใหญ่ พันไมล์ก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ เธอเซไปพิงอกกว้างของอัมราน ชีคหนุ่มรีบประคองร่างบางไว้ในอ้อมแขน และพาตรงไปนั่งที่ม้าหินด้านข้างวิหาร เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอพร้อมกับกุมมือเรียวบาง
“คุณเป็นยังไงบ้าง” อัมรานถามด้วยความห่วงใย
“จู่ๆ ก็รู้สึกมึนหัวค่ะ” พันไมล์ตอบพร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับของตนเอง
“ผมว่าให้วาคิมมาตรวจดูอาการของคุณหน่อยดีไหม”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก พักสักหน่อยก็คงจะดีขึ้นเอง”
“วาคิม” อัมรานเรียกด้วยเสียงทรงอำนาจ
แค่ได้ยินเสียงเรียก องครักษ์หนุ่มก็รีบเดินมาหยุดยืนข้างตัวสองหนุ่มสาว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหมอ
“ผมขอตรวจดูอาการของคุณพายหน่อยนะครับ”
“อย่าบ้าจี้ตามเจ้านายของคุณหน่อยเลยค่ะ”
จากนั้นก็หันไปพูดกับชายหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า “ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร ทำไมคุณถึงไม่เชื่อ”
พันไมล์ลุกขึ้นยืนหลังจากที่พูดจบ แต่เธอกลับรู้สึกว่าพื้นมันโคลงเคลงและเซจนเกือบล้ม โชคดีที่สามีของเธอเข้ามาประคองไว้ได้ทัน มิฉะนั้นอาจมีการลงไปนอนวัดพื้นให้ได้อาย
“บารัซกำลังจะมีข่าวดีที่ทุกคนรอคอย” แม่หมอประจำเผ่าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
มีเพียงยะห์ซินและจาบรินเท่านั้นที่ได้ยินคำพูดนี้ เพราะยืนอยู่ใกล้ตัวแม่เฒ่า จาบรินเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่จนต้องเอ่ยถาม
“ข่าวดีอะไรหรือครับแม่เฒ่า”
“เรื่องนี้มันปิดไม่มิดหรอก อีกไม่นานทุกคนก็จะรู้เอง”
ยะห์ซินและจาบรินหันมาสบตากัน พวกเขาไม่เคยเข้าใจคำพูดของแม่เฒ่าเลยสักครั้ง อย่างที่รู้กันแม่เฒ่ามักจะพูดอะไรที่เป็นปริศนาเสมอ
“ผมบอกให้วาคิมมาดูอาการคุณก็ไม่เชื่อ ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ”
“ยังไม่ต้องตรวจดูอาการตอนนี้ก็ได้ครับท่านชีค แค่ตอบคำถามของผมก็พอ ผมจะได้นำมาวิเคราะห์อาการได้อย่างถูกต้อง” คุณหมอหนุ่มเอ่ยขึ้น
“จะถามอะไรล่ะคะ”
“ช่วงนี้คุณพายมีอาการผิดปกติอะไรบ้างไหมครับ อย่างเช่นอยากกินอาหารอะไรเป็นพิเศษ”
“ไม่เลยค่ะ รู้สึกเบื่ออาหารด้วยซ้ำ เพราะกินเข้าไปแล้วก็มีอาการพะอืดพะอม คลื่นไส้อาเจียน”
“มีอาการอื่นอีกไหมครับ”
“รู้สึกเพลียค่ะ อยากจะนอนทั้งวัน ไม่รู้ทำไม”
“คำถามสุดท้าย คุณพายมีรอบเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไรครับ” วาคิมถามยิ้มๆ
“รอบเดือน! ฉันจำเป็นต้องตอบคำถามนี้ด้วยหรือคะ”
“ใช่ครับ ผมจะได้วิเคราะห์อาการป่วยของคุณพายได้ว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร”
“รอบเดือนของฉันมาเกี่ยวข้องอะไรด้วยคะ”
“นั่นสิวาคิม ทำไมนายถึงต้องให้พายตอบคำถามนี้”
“คำตอบนี้แหละครับท่านชีคที่จะทำให้ผมวิเคราะห์อาการของคุณพายได้อย่างถูกต้อง”
“ถ้าอย่างนั้นคุณลองนึกดูดีดีซิพาย”
พันไมล์พยายามคิดทบทวน ปกติแล้วรอบเดือนของเธอจะมาตรงเวลาทุกเดือนไม่มีพลาด แต่ในระยะหลังมีเรื่องมากมายที่ทำให้เธอวิตกกังวล ก็อาจจะทำให้รอบเดือนของเธอมาล่าช้าหรือคลาดเคลื่อนไปบ้าง พันไมล์ตาเบิกกว้างเมื่อรู้คำตอบ เธอหันไปพูดกับชีคอัมราน
“รอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้วค่ะ”
“จากอาการที่คุณพายพูดมาทั้งหมด ผมวินิจฉัยได้ว่าคุณพายไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง แต่กำลังจะมีข่าวดีที่ทุกคนในบารัซต่างก็รอคอย”
“หมายความว่า...” อัมรานถามค้างไว้เพียงเท่านั้น
“ใช่แล้วครับท่านชีค คุณพายกำลังตั้งครรภ์น่าจะอยู่ที่แปดสัปดาห์ อายุครรภ์อาจจะคลาดเคลื่อน ถ้าจะให้แน่คงต้องตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง”
เมื่อทราบผลจากหมอวาคิม พันไมล์ลอบสังเกตสีหน้าของชีคอัมราน แต่เขายังนิ่งเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไร มีเพียงมือใหญ่แข็งแรงเท่านั้นที่เกร็งเล็กน้อยบ่งบอกถึงความรู้สึกภายในของเขา
พันไมล์หันไปขอบคุณหมอวาคิม และพยายามทรงตัว แต่อัมรานกลับอุ้มร่างบางของภรรยาขึ้นมาแนบอกกว้าง ท่ามกลางสายตาปีติยินดีของทุกคน
“นี่เองคำตอบที่ไขคำพูดปริศนาของแม่เฒ่า” ยะห์ซินหันไปกระซิบกับจาบริน
“นั่นสิ แต่ก็นับว่าเป็นข่าวดี และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกคนรอคอย” จาบรินเอ่ยกับเพื่อนรักของเขา
คืนนั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จ พันไมล์ก็เดินมาที่เตียงนอนซึ่งชีคอัมรานได้นอนรออยู่แล้ว เมื่อเธอทอดตัวลงนอน เขาก็ดึงร่างเล็กบางเข้ามากอด
พันไมล์พลิกตัวไปกอดเขาไว้ พร้อมกับถามขึ้นว่า “ไม่ดีใจหรือคะ”
อัมรานเหลือบมองร่างในอ้อมแขน “ดีใจ”
พันไมล์ยิ้ม ทุบไปที่กว้างหลายที “แต่หน้าคุณไม่เห็นบอกแบบนั้นเลย”
“หน้าผมเป็นยังไง” เขาถาม
พันไมล์เม้มปากสีหน้าครุ่นคิด “เหมือนคุณยังไม่อยากมีลูก”
อัมรานหัวเราะ “ผมชอบทำลูก...”
คราวนี้พันไมล์แก้มแดง ทุบเขาอีกหนึ่งที “อย่าล้อสิคะ และไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย”
อัมรานถอนหายใจ “แค่คิดว่าจะมีเด็กตัวเล็กๆ มาเรียกผมว่าพ่อ ก็รู้สึกแปลกๆ แต่ที่สำคัญ...”
เขาพูดค้างไว้แค่นั้น ทำให้พันไมล์ขยับขึ้นไปนอนบนตัวเขา เธอประคองใบหน้าของเขาเอาไว้พร้อมกับถาม
“ที่สำคัญอะไรคะ ทำไมไม่พูดให้จบ”
คราวนี้ชีคหนุ่มกลับมีท่าทีที่อึดอัด แต่เมื่อจอสายตาคาดคั้นของภรรยาจึงพูดว่า
“เขาจะมาแย่งความสนใจจากคุณ”
พันไมล์ตะลึง ก่อนจะหลุดหัวเราะคิกออกมาอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเห็นสีหน้าบูดบึ้งเอาแต่ใจของอีกฝ่ายก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้น โดยไม่สนใจสายตาพิฆาตของชีคอัมรานที่มองมา ผ่านไปนานพอสมควรกว่าพันไมล์จะหยุดหัวเราะได้ เธอจ้องหน้าเด็กขี้หวงก่อนจะพูดว่า
“ เขาเป็นลูกคุณ เป็นลูกของเรานะคะ”
อัมรานยังคงนิ่ง พันไมล์จึงกล่าวย้ำอีกว่า “ฉันรักคุณค่ะ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความรักที่ฉันมีต่อคุณได้ ต่อให้เรามีลูกอีกเป็นโหล ฉันก็ยังรักคุณเหมือนเดิม”
เมื่อได้รับคำยืนยันหนักแน่นจากปากของภรรยา อัมรานก็ยิ้มและโน้มตัวมาจุมพิตหญิงสาวเนิ่นนาน พร้อมกับกระซิบข้างหูเธอว่า “ผมก็รักคุณ”
พันไมล์ยิ้ม ผลักเขาเบาๆ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ชีคหนุ่มกลับปิดปากเธอด้วยริมฝีปากร้อนรุ่มของเขา และบอกกับเธอว่า “ถ้าเรามัวแต่พูด แล้วเมื่อไรผมจะได้มีลูกครบโหล”
พันไมล์ยิ้ม ทุบอกกว้างไปหลายทีด้วยความเขิน แต่ก็ยอมผ่อนตามความต้องการของชีคหนุ่ม ที่เขาตั้งใจมอบความรักให้อย่างอ่อนโยนแต่ร้อนแรงด้วยไฟรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







