Share

บทที่ 12

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:33:37

            “เดิมพันอะไร!”

            "ถ้าคุณแพ้จะต้องทำทุกอย่างตามที่ผมสั่ง”

            “และถ้าฉันเป็นฝ่ายชนะ"

            "คุณเลือกมาเลยว่าต้องการอะไร"

            "รู้ผลก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

            อัมรานส่งสัญญาณ ไม่นานทหารก็นำเสื้อเกาะ ถุงมือและกล่องกระสุนปืนมาให้บุคคลทั้งสอง 

            "เครื่องจะปล่อยเป้าชุดละสิบแผ่น หนึ่งเป้าถือเป็นหนึ่งคะแนน ใครยิงพลาดมากที่สุดก็จะถูกหักคะแนนตามนั้น"

            พันไมล์หยิบเสื้อเกาะมาสวม พร้อมกับสวมแว่นตา และสำรวจปืนลูกซองยาวในมือ อย่างคนใช้อาวุธเป็น

            "ใครจะเริ่มก่อน" พันไมล์ถาม รู้สึกค้นมือค้นไม้เต็มที

            อัมรานเลิกคิ้วสูง ผายมือเป็นเชิงบอกให้พันไมล์เริ่มก่อน

            ได้เลย...จัดไป" ว่าแล้วก็เดินไปยังจุดที่เตรียมไว้

            ไม่นานเสียงปืนก็ดังขึ้น

            อัมรานมองเป้าบินที่แตกกระจายใบแล้วใบเล่า แม้จะไม่ชอบใจในความแก่นแก้วเกินหญิงของพันไมล์ แต่เขาก็ต้องยอมรับอย่างใจเป็นธรรมว่าเธอเก่งพอตัว

            “ฝีมือไม่เลว”

            เมื่อยิงจนครบสิบนัด กรรมการก็ได้ขานคะแนน

            "เต็มสิบ"

            พันไมล์เดินกลับมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจกับผลงานของตนเอง ใบหน้าของเธอจึงปรากฏรอยยิ้มที่สดใส

            จาบรินหันไปกระซิบวาคิมว่า "แม่นราวจับวาง"

            จากนั้นก็ถึงคิวของอัมราน เขาทำได้ดีไม่แพ้พันไมล์

            "ผ่าน เต็มสิบ"

            เมื่อเสียงกรรมการขานคะแนนของชีคหนุ่มดังขึ้น ก็เรียกเสียงปรบมือจากเหล่าทหาร ที่พร้อมใจกันพักการฝึกไว้ชั่วคราว เพื่อมาชมการแข่งขันนัดสำคัญในครั้งนี้

            "รู้สึกว่าคุณจะเป็นขวัญใจของที่นี่ กองเชียร์เพียบเลย"

            พันไมล์พูด พรอ้มกับเหลียวมองทหารของบารัซ ที่ยืนเรียงรายอยู่รอบสนามแข่งขัน เพื่อมาชมการแข่งในครั้งนี้

            "ฝีมือท่านชีคไม่เคยตก แม่นยิ่งกว่าจับวางอีก งานนี้มีคนแก้หน้าให้พวกเราแล้ววาคิม" ยะห์ซินพูด

            เขาถือโอกาสพักการวิ่งรอบสนาม เพื่อมาเชียร์เจ้านายหนุ่มของตนเอง

            "ใช่ ตอนนี้เสมอกันอยู่หนึ่งต่อหนึ่ง"

            "นั่น...คุณพันไมล์เดินออกมาแล้ว" จาบรินร้องขึ้น ชะเง้อมองร่างเพรียวบางของพันไมล์ไม่วางตา

            "นายเชียร์ใครกันแน่จาบริน" ยะห์ซินถาม เมื่อเห็นจาบรินปรบมือให้กำลังใจพันไมล์ ทันทีที่กรรมการขานคะแนนว่าเต็มสิบอีกครั้ง

            "ก็ต้องเชียร์ท่านชีคสิ" จาบรินตอบ แต่ยังคงเหลียวมองตามร่างบางของพันไมล์ไม่วางตา

            "แต่หน้าตานายไม่ได้บอกว่าเชียร์ท่านชีคเลยนะ"

            "สงสัยว่านายวิ่งมากจนสมองเบลอถึงได้พูดแบบนี้” จาบรินพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

            วาคิมและยะห์ซินมองเพื่อนหนุ่มที่โตมาพร้อมกันด้วยสายตารู้ทัน

            "มองอะไร!"

            "ดุด้วยว่ะไอ้หมอ" ยะห์ซินหันไปพูดกับวาคิม

            "พวกนายหยุดเลย โน่นถึงตาท่านชีคแล้ว"

            จาบรินเอ่ยปราม ก่อนจะพูดเบนความสนใจไปที่การแข่งขันของชีคอัมราน

            และผลก็ออกมาเหมือนเดิม เขายิ่งแม่นไม่มีคำว่าพลาดเป้า

            "เราสองคนเสมอกัน" พันไมล์พูดน้ำเสียงชื่นชม "ฝีมือคุณนับว่าไม่เลว...ใช้ได้"

            "ตาคุณแล้ว"

            "ถ้าเราเสมอกัน ฉันจะถือว่าคุณชนะ" พันไมล์พูดอย่างใจนักเลง

            "ไม่จำเป็น และก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าผมจะถูกประนามว่าแพ้ผู้หญิง"

            "ตามใจ...ฉันเป็นผู้หญิงถึงจะแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก"

            "ขอบคุณที่เป็นห่วงกลัวว่าผมจะขายหน้า" เขาพูดพร้อมกับยิ้มเยือกเย็น

            พันไมล์ตวัดค้อนท่าทางมั่นใจเกินพันเปอร์เซ็นต์ของชายหนุ่ม

            ‘ใครเป็นห่วงนายยะ’ เธอคิดในใจ

            ‘คอยดูนะ แพ้เราเมื่อไรจะไล่ให้ไปใส่กระโปรงเดินโชว์รอบลานฝึกเลย ค่อยดูสิ’

            พันไมล์ก็เดินมาหยิบกล่องกระสุน เตรียมออกไปยิงครั้งสุดท้าย

            "เดี๋ยวครับคุณพันไมล์" อัมรานเรียก

            หญิงสาวหยุดชะงัก และหันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เป็นคำถาม

            อัมรานหยิบแว่นตาขึ้นมา "คุณลืมแว่นตา"

            "เอ๊ะ...แว่นฉัน" พันไมล์ยื่นมือออกไปรับ แต่ชายหนุ่มดึงมือกลับ ใบหน้าคมเข้มยิ้มหวานหว่านเสน่ห์

            รอยยิ้มนี้ของเขาทำให้สาวทุกคนเห็นแล้วเป็นต้องใจอ่อน ตะลึงค้างกันไปตามๆ กัน พันไมล์ก็จัดอยู่ในข่ายนั้นด้วย

            อัมรานเดินไปใกล้จนได้กลิ่นเหงื่ออ่อนๆ "ผมสวมให้คุณเองดีกว่า"

            ว่าแล้วเขาก็ก้มหน้าลงมาจนเกือบจะชิดใบหน้างาม จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ผ่าวร้อน หัวใจสาวที่เคยสงบนิ่งกลับเต้นรัวเร็ว เมื่อสบตานัยน์ตาหวานซึ้งของเขา

            อัมรานถือโอกาสลูบไรผมทัดหลังใบหู พร้อมก้มลงไปกระซิบเสียงแผ่วเบา "เต็มที่เลยครับ"

            ขณะที่เดินออกมากลางสนาม หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นแรงอย่างต่อเนื่อง

            แม้ว่าพันไมล์จะเสียสมาธิไปบ้าง แต่ก็ยังทำคะแนนได้ดีไม่มีพลาด จนกระทั่งนัดสุดท้ายเธอเผลอเหลือบมอง และประสานสายตากับนายทหารหนุ่มคู่แข่ง ที่มองตรงมายังเธอพร้อมรอยยิ้มละลายใจ เขาขยิบตาให้เธอ ทำให้เธอเสียสมาธิแต่ก็พยายามรวบรวมมันกลับคืนมา

            จังหวะที่เธอกำลังจะยิงนัดสุดท้าย เสียงเรียกจากแทนไทก็ดังขึ้น พร้อมกับการเหนี่ยวไกของพันไมล์

            "พาย"

            ปัง!

            พันไมล์มองเป้าบินที่ลอยตกลงพื้นโดยไร้รอยกระสุนนั้นอย่างเจ็บใจ

            กรรมการขานคะแนน “เก้า...พลาดหนึ่ง”

            อัมรานกระตุกยิ้มที่มุมปาก โอกาสของเขามาถึงแล้ว

            พันไมล์เดินกลับมาด้วยความหงุดหงิด ที่ทำพลาดไปอย่างน่าเสียดาย และเมื่อเดินสวนกับคู่ต่อสู้ของตนเอง ที่ก้าวเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก็ยิ่งทำให้อารมณ์เสียหนักขึ้นไปอีก

            "เสียใจด้วยนะ...วันนี้ยังไม่ใช่วันของคุณ"

            "คุณไม่ต้องมาเยาะเย้ยฉัน สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร" พันไมล์ตอบเสียงขุ่น

            "ฉันพลาดแค่หนึ่ง...แต่คุณอาจพลาดมากกว่านั้น"

            อัมรานหัวเราะ เขายักคิ้วให้เธอ พร้อมกับบอกว่า "เดี๋ยวก็รู้"  

            จากนั้นก็เดินไปจัดการปิดเกม ด้วยการยิงเป้าบินชุดสุดท้าย

            พันไมล์เดินกลับมานั่งพักพร้อมกับบ่นพึมพำด้วยความไม่สบอารมณ์

            "โธ่เอ๊ย! ดันมาตกม้าตายตอนจบ แถมยังโดนเยาะเย้ยอีก เซ็ง เซ็งจริงๆ เพราะพี่แทนคนเดียวเลย...มันน่านัก"

            อัมรานเริ่มยิงและก็เป็นไปตามคาด เสียงคณะกรรมการขานคะแนนครั้งสุดท้าย "เต็มสิบ"

            สิ้นเสียงขานคะแนน อัมรานได้เดินกลับเข้ามาหาคู่แข่งขันของตนเอง

            "พาย...มาก่อเรื่องยุ่งอะไรที่นี่อีก" แทนไทร้องถามมาแต่ไกล ก้าวยาวๆ ตรงไปยังจุดที่น้องสาวยืนอยู่ โดยไม่สนใจคำทัดทานของวาคิม

            สองหนุ่มสาวหันกลับมามองพร้อมกัน

            “พี่แทน” พันไมล์อุทานเบาๆ

            และก่อนที่คณะคนสนิทจะเดินมาถึง อัมรานได้โน้มใบหน้าไปกระซิบที่ข้างหูเธอว่า “อย่าลืม...สัญญา”

            พันไมล์ผงะ แก้มนวลร้อนซู่ ก่อนจะเบนหลบสายตาร้อนแรง พร้อมตอบไปว่า "ไม่ลืมหรอกน่า สัญญาต้องเป็นสัญญา"

            ชีคหนุ่มขยับรอยยิ้มบาง เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของพันไมล์

            เขามองกิริยาอาการของผู้หญิงตรงหน้าพร้อมกับคิดในใจว่า ‘อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทอม ยังเขินอายเป็น แสดงว่ายังมีความเป็นผู้หญิงหลงเหลืออยู่’

            แต่เมื่อพันไมล์เงยหน้าขึ้นสบตาคมเป็นประกายคู่นั้น เธอต้องรีบปัดอารมณ์หวามไหวของตนเองออกไป และพูดขึ้นว่า

            "แค่ชนะเพราะโชคช่วย ทำมาทวง"

            จังหวะนั้นเองกลุ่มของแทนไทก็เดินเข้ามาถึง พันไมล์ได้โอกาสหันไปโวยวายใส่พี่ชาย

            "พี่แทน น่าโมโหนักเชียว เพราะพี่คนเดียวเลยเรียกตอนไหนไม่เรียก ดันมาเรียกตอนคนจะยิงปืน ทำเอาพายเสียสมาธิ พายก็เลยแพ้”

            พันไมล์โวยวาย โดยแกล้งทำเป็นลืมว่าก่อนหน้านี้ตนเองได้เสียสมาธิ เพราะหัวใจแกว่งจากรอยยิ้มบาดอารมณ์ของนายทหารหน้าหล่อที่กำลังยืนอยู่ข้างตัว

            "ไม่ต้องมาโวยวายเลยยัยตัวแสบ เรามาทำอะไรที่นี่ รู้ไหมว่าเขาห้ามคนนอกเข้า เผลอเป็นไม่ได้เชียว อยู่ผิดที่ผิดทางอีกแล้วนะเรา"

            “ถ้าห้ามคนนอกเข้า แล้วพี่แทนเข้ามาที่นี่ทำไม”

            "ที่เข้ามาก็เพราะเรานั่นแหละ พี่ได้ยินทหารพูดกันว่าชีคอัมรานกำลังดวลปืนอยู่กับผู้หญิง ก็เลยต้องรีบมาดูให้เห็นกับตา ไม่อยากจะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นคือพาย แต่ก็เป็นพายจริงๆ ก่อปัญหาอยู่เรื่อย”

            "ชีคอัมราน!” พันไมล์ทวนคำก่อนจะเบิกตากว้าง "อย่าบอกนะว่าชีคคู่กรณีของพาย"

            “ใช่แล้วพาย ที่นี่มีชีคอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละ” แทนไทพูด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status