Share

บทที่ 13

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:33:42

            "ความซวยหล่นทับอีกแล้วเรา" พันไมล์พึมพำ

            เธอรู้สึกทดท้อในความโชคร้ายของตัวเอง ก่อนจะตวัดสายตามองไปที่คู่กรณีที่เคยมีคดีกันอยู่ เธอสบสายตาเยือกเย็นที่ทอดมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว

            "จุดใต้ตำตอเลย พุทธโธ ธัมโม สังโฆ ซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรอย่างนี้”

            แม้เสียงที่บ่นพึมพำนั่นจะแผ่วเบา แต่อัมรานก็ยังได้ยิน

            ชีคหนุ่มเดินมาโอบไหล่บอบบางของพันไมล์ ดึงกระชับเข้าหาตัว

            "เรากับน้องสาวของนาย สนิทกันมาก..." อัมรานเน้นคำว่ามากเสียงหนัก

            เขาใช้มือข้างที่โอบไหล่ ตบไปที่ไหล่ของเธอเบาๆ แต่เล่นเอาพันไมล์ไหล่แทบหลุด

            สี่หนุ่มได้แต่ยืนตะลึงมองการกระทำของท่านชีคด้วยสีหน้างุงงง ต่างคนต่างมองหน้ากันด้วยสายตาเป็นคำถามว่า ‘ไปสนิทกันตอนไหน’

            “แถมเธอยังเป็นแขกซุปเปอร์วีไอพีของเราด้วย"

            พันไมล์เริ่มโมโหเดือดที่ชีคหนุ่มเก็บคำพูดของเธอมาล้อเลียน

            ยิ่งอัมรานพูดมากเท่าไร พันไมล์ก็ยิ่งรู้สึกโมโหเดือดมากขึ้นเท่านั้น

            “และที่สำคัญชื่อเราคงจะใหญ่น่าดู...ใครที่ได้ยินชื่อนี้เป็นต้องกลัวลานไปหมด จริงไหมพันไมล์"

            เมื่อถูกล้อพันไมล์ก็รู้สึกทั้งโกรธ ทั้งอาย

            เขาเจตนาที่จะแกล้งเธอ...เขารู้อยู่แต่แรกแล้วว่าเธอเป็นใคร แต่ก็ยังแกล้งอำและเห็นเธอเป็นตัวตลก

            พันไมล์ปัดมือหนาหนักของอัมรานออกไป

            "คุณ..." พันไมล์เรียกพร้อมกับจ้องหน้าเขาชนิดจะกินเลือดกินเนื้อ

            อัมรานมองมายังหญิงสาวและถามด้วยสายตา

            "ฉันขอถอนคำพูดเมื่อเช้า"

            คิ้วหนาเลิกสูงขึ้นด้วยความสงสัย

            "คนไม่หล่อและใจดำ" เสียงหวานเน้นชัดทุกคำ

            เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของพันไมล์ก็แอบยิ้ม เพราะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินคนวิจารณ์ถึงหน้าตาของท่านชีค ไปในทางที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง

            "พาย ถ้าชีคอัมรานไม่หล่อแล้วใครหล่อ" แทนไทถามขึ้นอย่างอดไม่ได้กับพฤติกรรมแพ้แล้วพาลของน้องสาว

            พันไมล์ตวัดสายตาพิฆาตมองไปยังพี่ชาย และทหารคนสนิทของชีคอัมรานอย่างหาเรื่อง ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองคู่กรณีอย่างไม่เกรงกลัว

            "ก็คุณจาบรินไงคะ" เธอตอบเสียงหวาน

            จาบรินสะดุ้งโหยง เขารีบปฏิเสธคำพูดของเธอ “คุณพายอย่าเอาผมไม่เปรียบเทียบกับท่านชีคเลยครับ ผมแค่พอดูได้"

            "ผู้หญิง...สามนาทีเป็นอื่น...เมื่อเช้ายังชมผมว่า...หล่อและใจดีอยู่เลย"

            อัมรานพูดออกมาและกลั้นยิ้ม "เปลี่ยนใจง่ายจริงนะ"

            "คุณหยุดพูดเลยนะ” พันไมล์พูดขัดขึ้นอย่างคนมีอารมณ์

            “ถึงฉันจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ก็ไม่มากเล่ห์เหมือนใครบางคน" พันไมล์พูดพร้อมกับจ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

            “และคงไม่เก่งเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวด้วยสินะ” อัมรานคงยังพูดต่อให้เธอเจ็บใจเล่น

            พันไมล์เริ่มอึกอัก ชักจะเถียงไม่ออก เพราะเธอปั้นเรื่อง อ้างชื่อเขา จริงอย่างที่เขากล่าวหา

            "แต่คุณก็มีเจตนาที่จะไม่บอกฉันว่าคุณเป็นใคร" พันไมล์กล่าวหา

            ไหนจะเจ็บใจที่ดวลปืนแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิต แต่นั่นยังไม่แค้นและอับอาย เท่ากับการถูกชีคบ้าหลอกล่อล้อเล่นราวกับเธอเป็นคนโง่

            “ก็คุณไม่เคยถาม” เขาตอบ

            หลังจากพันไมล์เรียงลำดับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนเช้าที่เจอกัน จนถึงการแข่งขันยิงปืน หรือแม้กระทั่งกิริยาอ่อนโยนและรอยยิ้มบาดตาบาดใจ ที่เขามอบให้เธอในระหว่างการแข่งนั้น ล้วนเป็นความตั้งใจของเขาที่หลอกล่อเธอและเห็นเธอเป็นตัวตลก ยิ่งคิดก็ยิ่งเดือดสุดขีด

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้สะสางบัญชีแค้น ก็ได้ยินคำพูดแดกดันของอีกฝ่ายเข้าซะก่อน

            “อย่าทำตัวเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี...หาเรื่องเลี่ยงไปเรื่อย...เพราะถึงยังไงก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี" อัมรานพูดขึ้น

            เขาไม่ใส่ใจท่าทีที่โกรธขึ้งของหญิงสาว

            “เมื่อแพ้แล้ว...ก็ควรจะยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี ไม่ใช่มาพูดโวยวายเพื่อเลี่ยงประเด็น”

            ก่อนที่จะรู้ว่าเขาเป็นใคร พันไมล์ก็ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีอยู่หรอก แต่หลังจากที่รู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนของเขา เธอก็ไม่อยากจะยอมรับชะตากรรม หรือยอมทำตามเงื่อนไขที่เคยตกลงกันไว้ก่อนการประลอง

            “คุณโกงฉัน...” พันไมล์กล่าวหา

            อัมรานหันไปถามลูกน้องและเพื่อนสนิทชาวไทย

            “พวกนายเห็นฉันทำอย่างที่เธอกล่าวหาหรือเปล่า” ทั้งหมดส่ายหน้า

            “เลิกมีข้ออ้างและทำตามสัญญาได้แล้ว”

            แม้ว่าจะเจ็บใจ แต่ถ้าจะให้สาธยายให้ทุกคนฟัง ว่าชีคหนุ่มได้ใช้เล่ห์เพทุบายอะไรกับเธอบ้าง ก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เธอจึงเลือกที่จะเบี่ยงประเด็นการสนทนา

            “ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาเลยว่าคุณต้องการอะไร”

            เมื่อเห็นเขายังนิ่งเฉย พันไมล์จึงพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า "ก็เงื่อนไข...สัญญาไง...จะเอายังไงก็ว่ามา"

            อัมรานยิ้มสีหน้าบ่งบอกถึงชัยชนะ "เราสัญญาว่า..."

            เขาลากเสียง ดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงอาการฮึดฮัดคล้ายจะยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่

            "ไปสัญญาอะไรกับท่านชีคไว้หรือพาย" แทนไทเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            "ก็สัญญาว่าถ้าใครแพ้ต้องทำตามคำสั่งของผู้ชนะ" พันไมล์ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

            แทนไทหันไปมองชีคหนุ่มด้วยความสงสัย แต่เลือกที่จะไม่พูดอะไร

            "คุณต้องการอะไรก็รีบๆ สั่งมา ลีลาไม่ต้องเยอะ" พันไมล์สะบัดเสียงพูด

            "ต่อไปห้ามใช้อาวุธ หรือสู้กับใครก่อนที่ได้จะรับอนุญาตจากผม”

            “บ้าไปแล้ว ฉันจะสู้กับใครทำไมต้องขออนุญาตคุณก่อนด้วย”

            “ฟังให้จบก่อนที่จะโวยวาย คุณจะต้องเข้ามาจัดเตรียมน้ำให้ผมล้างหน้าทุกเช้า รวมถึงดูแลเรื่องการแต่งตัวของผม และอยู่กับผมจนกว่าผมจะกินมื้อเช้าเสร็จ”

            “นั่นมันงานของพวกคนใช้ชัดๆ”

            เมื่อรู้จุดประสงค์ว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการที่จะกลั่นแกล้งเธอ อารมณ์โกรธที่หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ก็ระเบิดโพล่งออกมาทันที

            "ไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์...จะดูถูกกันเกินไปแล้ว"

            พันไมล์กระโจนใส่ชายหนุ่มอย่างไม่คิดชีวิต ขอเตะชีคขี้เก๊กสักครั้งหนึ่งเถอะ แต่แทนไทที่รอจังหวะอยู่แล้วกระโดดตะครุบร่างเล็กบางของน้องสาวโดยยึดไว้แน่ มือหนาใหญ่ปิดปากช่างจำนรรจานั้นไว้เช่นกัน

            พันไมล์ดิ้นสุดแรง "ปล่อยนะ...ไอ้พี่แทน...พายบอกให้ปล่อย" เธอร้องสั่งเสียงอยู่ในลำคอ เท้าก็สะบัดยกขึ้นเตะไปยังชีคอัมราน

            "พายสงบสติอารมณ์เดี๋ยวนี้" แทนไทสั่ง

            เขาออกแรงกดน้องสาวไว้ แต่ไม่รู้พันไมล์เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ขาเรียวยังเตะปัดป่ายไม่หยุด จนไปถูกโต๊ะใหญ่ที่ตั้งวางของอยู่เต็มแรง

            "โอ๊ย!..." เธอร้อง แทนไทตกใจรีบปล่อยตัวน้องสาวทันที และถามด้วยความห่วงใย

            "เป็นอะไรมากหรือเปล่าพาย"

            "พายเจ็บข้อเท้า"

            ทุกคนกรูกันเข้ามาดูหญิงสาวที่ทรุดตัวกุมข้อเท้าตัวเองไว้แน่น ยกเว้นอัมรานที่ยังคงยืนนิ่งเฉยมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ด้วยแววตาไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึก

            "สงสัยจะเตะไปโดนขาโต๊ะ...และโดนตรงไหนไม่โดน ไปโดนตรงข้อเท้าพอดี" วาคิมคาดคะเนก่อนจะขอตรวจดูอาการของหญิงสาว

            "คุณพายขยับข้อเท้าได้ไหมครับ" วาคิมถาม

            พันไมล์ลองขยับตามคำขอของหมอหนุ่ม แล้วส่ายหน้า เพราะเธอรู้สึกเจ็บที่บริเวณดังกล่าวขึ้นมาทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status