Share

บทที่ 24

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:34:50

            “ไหวไหมคุณ...เจ็ดต่อสอง” อัมรานหันไปถามหญิงสาวข้างกาย

            “ไม่มีปัญหา...กลัวที่ไหน...สิบต่อสองยังได้เลย” พันไมล์คุยโว นัยน์ตาของเธอทอประกายฮึกเหิมเต็มเปี่ยม

            จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเปิดฉากการต่อสู้กับคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีดาบเป็นอาวุธ ในขณะที่สองหนุ่มสาวสู้ด้วยมือเปล่า แต่ด้วยชั้นเชิงของการต่อสู้ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี

            ประกอบกับความคล่องแคล่วว่องไว และการใช้ไหวพริบปฏิภาณเพื่อชิงความได้เปรียบ ไม่นานทั้งคู่ก็จัดการให้พวกมันลงไปกองอยู่กับพื้นได้สำเร็จ

            หลังจากปะทะมือกันได้ไม่นานอัมรานก็เริ่มจับสังเกตได้ว่า ฝีมือพวกนี้ไม่ใช่โจรกระจอกปลายแถวแต่เป็นนักฆ่ามืออาชีพ ขืนสู้กันต่อไปมีแต่จะเสียเปรียบ อัมรานใช้โอกาสที่พวกมันทรุดลงไปกองกับพื้นฉุดมือพันไมล์วิ่งตรงไปที่ม้า เขากระโดดขึ้นหลังม้าด้วยความว่องไว

            “ขึ้นมาเร็ว” ชีคหนุ่มสั่ง พร้อมกับดึงตัวหญิงสาวขึ้นมานั่งซ้อนหลังตัวเอง จากนั้นก็ควบม้าหนีคนร้ายกลุ่มดังกล่าว

            แต่เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าพวกมันควบม้าตามมาเช่นกัน อัมรานตะโกนสั่งให้หญิงสาวหยิบปืนที่เหน็บไว้บนหลังม้าขึ้นมา

            “พันไมล์...หยิบปืน”

            “หยิบไม่ได้” เธอตะโกนตอบ

            “ทำไม กลัวหรือไง”

            “ไม่ ก็คุณยังไม่อนุญาต”

            อัมรานทั้งขำปนฉุน บทแม่ตัวยุ่งจะเชื่อฟังเขา ก็ช่างเลือกเวลาที่จะเชื่อฟังจริงๆ

            “พันไมล์หยิบปืนเดี๋ยวนี้!” ชีคหนุ่มคำรามสั่งซ้ำ

            “ได้เลย...จัดให้”

            พันไมล์หยิบปืนขึ้นมา และหันกลับไปยิงสกัดคนร้ายตามคำสั่งของชีคหนุ่มทันที เธอสอยพวกมันร่วงไปสอง และเมื่อเสียงปืนดังขึ้นทำให้พวกมันต้องพากันหลบหนีไป เพราะรู้ว่าเสียงปืนจะทำให้พวกทหารแห่กันออกมาช่วยเจ้านายของตัวเอง

            เมื่อเห็นว่าพวกมันยุติการตามล่า พันไมล์ก็ตะโกนบอกชีคอัมราน

            “คุณลดความเร็วได้แล้ว พวกมันหยุดตามเราแล้ว”

            เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ความสงบ โรคกลัวการขี่สัตว์หน้าขนก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง

            แต่อัมรานไม่สนใจ เขายังควบม้าตรงกลับค่ายด้วยความเร็วเช่นเดิม ทำให้หญิงสาวต้องกอดเขาไว้แน่นด้วยกลัวว่า ถ้าไม่ทำเช่นนั้นเธอก็อาจจะตกจากหลังม้าได้ บนใบหน้าของชีคหนุ่มปรากฏรอยยิ้มบาง หลังจากนั้นไม่นานผู้นำบารัซก็ขี่ม้ากลับมาถึงค่ายพักแรม

            ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ยะห์ซินและจาบริน จะนำกำลังทหารออกไปติดตามหาท่านชีค หลังจากที่พวกเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ด้วยเกรงว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเจ้านายหนุ่มของตนเอง

            "เฮ้ย! ยะห์ซิน ไม่ต้องไปแล้ว นั่นท่านชีคกลับมาแล้ว มาพร้อมคุณพาย" จาบรินเอ่ยออกด้วยความโล่งใจ และรีบไปดูท่านชีคที่กำลังขี่ม้าเข้ามา

            "เกิดอะไรขึ้นครับท่านชีค พวกผมได้ยินเสียงปืน ก็เลยจะนำกำลังทหารออกไปดู" ยะห์ซินถามขึ้น

            สีหน้าของเขาร้อนใจ เมื่อเห็นสภาพขะมุกขะมอม ราวกับไปสู้กับใครมาของท่านชีคและอาคันตุกะสาว

            "พวกเราโดนลอบทำร้าย" ชีคหนุ่มตอบ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทของตน

            "ยะห์ซินนายรีบพาคนออกไปดูซิว่าเป็นพวกไหน"

            “ครับท่านชีค”

            ยะห์ซินรีบนำกำลังทหารไปจัดการตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มทันทีโดยไม่รีรอ

          “จาบรินเดี๋ยวนายไปสำรวจตรวจตรารอบบริเวณค่ายพักแรมของเรา และจัดเพิ่มเวรยามคุ้มกันให้แน่นหนา โดยเฉพาะในจุดเสี่ยง" ชีคอัมรานสั่งจาบริน

            แต่ครั้นเหลือบมาเห็นพันไมล์ แม้หญิงสาวจะไม่พูดอะไร แต่ใบหน้าที่ซีดเผือดเพราะตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ยืนยันถึงความกลัวของเธอได้เป็นอย่างดี เขาจึงหันมาบอกจาบริน

            "ก่อนไปทำงานพาพันไมล์ไปพักผ่อนที่กระโจมของเธอด้วย”

            “เชิญทางนี้ครับคุณพาย”

            พันไมล์ลังเล ลอบมองสีหน้าเครียดขรึมของชีคหนุ่ม แต่เขาเหมือนจะหมดความสนใจในตัวเธอ เพราะหลังจากสั่งงานเสร็จชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินกลับที่พัก

            "เดี๋ยวค่ะ...” อาคันตุกะสาวเอ่ยพร้อมกับเดินตรงไปยืนดักหน้าเขาไว้

            “คุณไม่คิดที่จะอธิบายอะไรให้ฉันฟังหน่อยหรือคะ โดนลอบทำร้ายเกือบตาย นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ"

            อัมรานหันกลับมาคิ้วหนาเลิกสูงขึ้น "คุณสงสัยอะไร"

            "ไม่สงสัย...แต่ข้องใจ"

            “ในเมื่อคุณปลอดภัย ไม่มีอะไรบุบสลาย ก็กลับไปพักผ่อนซะ"

            แต่คราวนี้พันไมล์ไม่หลงกล เธอกอดอกยืนตั้งหลักมั่น หวังต้องการคำอธิบาย

            "มีเรื่องอะไรที่คุณต้องกังวล" ชีคย้อนถาม

            “ฉันก็กังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของฉันน่ะสิ เพราะชีวิตฉันตอนนี้ต้องมาผูกติดอยู่กับคุณ จริงอยู่ที่ครั้งนี้เราปลอดภัย แต่ใครจะรับประกันได้ว่าเราจะปลอดภัยเช่นนี้ทุกครั้ง ฉันมีบ้านให้กลับ มีพ่อแม่ที่รักรออยู่ แค่ต้องมาดูแลรับใช้คุณก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาอีก ฉันไม่อยากโดนหางเลขไปด้วย”

            "ที่พูดมายืดยาวทั้งหมดนี่ต้องการอะไร"

            "ต้องการจะรู้ต้นสายปลายเหตุ ชัดไหม"

            "เรื่องนี้เรากำลังสืบกันอยู่ครับคุณพาย" จาบรินพูดขึ้น

          "ยะห์ซินนำทหารออกไปแล้ว อีกไม่นานก็คงจะได้ร่องรอยอะไรกลับมาบ้าง"

            "ในเมื่อได้รับคำตอบแล้ว จะกลับไปพักผ่อนได้หรือยัง" ชีคหนุ่มถาม

            "ยัง..." เธอตอบอึกอัก

            แก้มของเธอแดงก่ำ และแอบลอบมองไปที่จาบริน กิริยาเหล่านี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอัมรานไปได้

            ทำให้เขาหันไปบอกจาบรินว่า "นายนำทหารไปตรวจดูรอบค่ายอีกครั้งตามที่สั่ง ส่วนพันไมล์ฉันจะพาไปส่งเอง"

            แม้ว่าจาบรินจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขารับคำและไปทำตามหน้าที่อย่างรวดเร็ว องครักษ์หนุ่มรู้สึกได้ว่าบรรยากาศระหว่างสองหนุ่มสาวนั้น มีอะไรที่แปลกออกไปจากเดิม  

            "จาบรินไปแล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูดมา" เขาถามขึ้นด้วยสีหน้ารำคาญ

            "ฉันต้องการให้คุณลืม..." เธอกลืนน้ำลาย "เรื่องเมื่อตอนหัวค่ำให้หมด"

            "เรื่องไหน...เรื่องที่คุณแก้ผ้าอาบน้ำ หรือเรื่องที่เราจูบกัน" เขาถามหน้าตาย แต่ตาเป็นประกาย

            "คุณ ไม่รู้ล่ะ ทุกเรื่องเลยลืมให้หมด ห้ามนึกถึง"

            "เผอิญผมมันเป็นคนความจำดีซะด้วยสิ"

            "ลืมให้หมดเลยนะ ห้ามนึกถึงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะตัด...จะตัด..." พันไมล์อึกอัก สองแก้มแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย

            "คุณกล้าขู่ผม" อัมรานคำราม เดินย่างสามขุมไปยังพันไมล์อย่างเอาเรื่อง

            "หยุดเดี๋ยวนะชีคหื่น"

            "ไม่เข็ด" ชีคมองหน้านิ่ง

            พันไมล์ถอยล่นโดยอัตโนมัติ แต่ความแค้นยังคับอก ทำให้เธอตอบโต้กลับไปด้วยการขู่

            "ถ้าคุณไม่ทำตามที่ฉันบอกละก็...ฉันจะ...จะตัดไอ้นั่นคุณ" จากนั้นก็วิ่งกลับยังกระโจมของตัวเอง

            อัมรานส่ายหน้าและยิ้มบางๆ เกิดมาในชีวิตก็เพิ่งจะมีคนกล้าขู่ว่าจะตัดไอ้นั่นเขา

            หลังจากพันไมล์เดินกลับเข้ามาในกระโจมที่พัก เธอกลับนอนไม่หลับได้แต่พลิกตัวกลับไปกลับมา ใจก็คิดวนเวียนถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาที่แหล่งน้ำนั้น เธอบอกให้เขาลืมแต่เธอกลับไม่ยอมลืมเหตุการณ์เหล่านั้น พันไมล์สัมผัสริมฝีปากเรียวบางของตนเอง ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีชมพูระเรื่อขึ้นทันที เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอ

             “บ้าไปแล้วเรา...ไปคิดถึงเขาทำไม...บอกให้เขาลืม...แต่ตัวเองกลับจำ...หยุดฟุ้งซ่านเดี๋ยวนี้นะพันไมล์แล้วนอนซะ”

            หญิงสาวพยายามข่มตาให้หลับ เธอนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นานพอควร กว่าจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status