Share

บทที่ 23

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:34:45

            อัมรานยืนตะลึงไปชั่วขณะเมื่อมองหญิงสาว ร่างบางเกือบเปลือยท่ามกลางแสงจันทร์ แม้ว่าจะตกตะลึงแต่เขาก็ตอบกลับไป

            "ก็ผมนะสิ หรืออยากให้เป็นคนอื่น”

            "คุณ...ไอ้ถ้ำมอง" พันไมล์ต่อว่าเขาอย่างไม่ไว้หน้า

            "ยังจะปากดีอีก...หายไปแบบนี้รู้ไหมว่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงมากแค่ไหน...นี่มันทะเลทรายนะไม่ใช่กรุงเทพฯ ใช่ว่าใครก็จะออกมาเดินเล่นได้ตามใจชอบ"

            แม้ปากจะต่อว่า แต่สายตาของเขากลับจ้องมอง ไปที่ร่างบางเกือบเปลือยของเธอโดยไม่เกรงใจ ผมสีดำเปียกแนบมาตามศีรษะ บางส่วนตกลงมาปกปิดเนินอกงามอวบอิ่ม ที่แม้จะมีเสื้อยืดสีขาวสวมทับอยู่ แต่ก็ไม่อาจจะซ่อนความงดงามตามธรรมชาตินั้นไว้ได้

            สายตาคมเข้มเป็นประกาย เมื่อยามที่เขากวาดสายตามอง ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งบนเรือนร่างงาม ไล่ลงมายังสะโพกกลมกลึงที่มีชั้นในตัวจิ๋วเกาะเกี่ยวไว้

            "หยุดมองเดี๋ยวนี้นะ ชีคหื่น ชีกอ" พันไมล์โวย พร้อมกับรีบหยิบผ้ามาพันตัว

            แม้อากาศจะเย็นและตัวเธอยังคงเปียก หยาดน้ำยังเกาะพราวตามตัว แต่ร่างกายกลับรุ่มร้อน สองแก้มนวลร้อนผ่าว หัวใจของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะ ยิ่งเมื่อประสานสายตากับดวงตาคมเข้มคู่นั้นของเขา พันไมล์ก็เริ่มวางตัวไม่ถูก มือไม้เกะกะไปหมด แต่ยังทำเก่ง

            "ปากร้าย ขัดคำสั่ง สร้างความวุ่นวาย" อัมรานคำรามเดินตรงไปหมายจะจับตัวยุ่งมาลงโทษ

            "หยุด...นะ" พันไมล์เริ่มถอย

            "ไม่หยุดฉันสู้นะ” พันไมล์ขู่

            แต่อัมรานไม่สนใจ ชายหนุ่มก้าวเดินไปหมายจะคว้าตัวหญิงสาวมาลงโทษ ให้สมกับที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งค่าย เมื่อเขาเข้ามาใกล้พันไมล์ก็ปล่อยหมัดตรง หวังจะหยุดความบ้าระห่ำของชีคหนุ่ม อัมรานคว้ากำปั้นนั้นไว้แน่นและดึงเข้ามาหาตัว จนใบหน้าของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน

            "ระวังจะโดนอีกหนึ่งข้อหา...ทำร้ายผู้นำเผ่า"

            พันไมล์หายใจสะท้าน ยกมืออีกข้างเหวี่ยงใส่เขา

            อ้มรานคว้าหมับ "ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม..."

            หญิงสาวเหมือนจะรู้ชะตาตัวเอง คราวนี้เธอดิ้นรนขัดขืนเต็มแรง แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งยิ่งรัดแน่น

            “ปล่อยนะ...ฉันบอกให้ปล่อย" พันไมล์ออกคำสั่ง พร้อมกับพยายามผลักตัวเขาออกห่างแต่ก็ไร้ผล

            ชีคหนุ่มเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำร้องขอของเธอ เขากอดกระชับเธอแนบแน่นจนเนินอกเต่งตึงของเธอแนบชิดบดเบียดไปกับแผ่นอกอันแข็งแกร่งของเขา สายตาที่เขาจ้องมองมาที่เธอนั้นร้อนแรง แฝงไว้ด้วยเพลิงปรารถนา ใบหน้าของพันไมล์ร้อนผ่าว และกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ

            เรือนร่างแกร่งของชายชาตรีที่บดเบียดแนบชิด กระตุ้นความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคย แม้จะไร้ประสบการณ์ และไม่เคยถูกบุรุษคนไหนเข้าประชิดจู่โจมเช่นนี้มาก่อน แต่เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

            “"ปล่อยฉะ..." ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะกรีดร้อง ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็บดขยี้ลงมา ปิดกลั้นคำพูดของเธอให้หายไปในลำคอ

            ริมฝีปากของอัมรานรุกไล่บดเบียดซอกซอน บีบบังคับจนเธอจนต้องเผยอริมฝีปากนุ่มรับสัมผัสแนบชิดจากเขาอย่างไร้ทางเลี่ยง ตอนแรกเธอก็พยายามดิ้นรนขัดขืน

            แต่อัมรานสยบการกระทำของเธอด้วยจุมพิตเร่าร้อน พันไมล์เกือบจะขาดใจไปกับจูบอันอ่อนหวานรัญจวนใจที่เขามอบให้ เธอตอบสนองจูบเขากลับไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันทำให้จูบที่เธอได้รับกลับมานั้นทำเอาเธอยิ่งกว่าอ่อนแรง

            ชายหนุ่มจูบละไปทั่วใบหน้าของเธอ ก่อนจะเปลี่ยนไปไล้ที่ติ่งหูอย่างแผ่วเบา ระเรื่อยลงมาจนถึงซอกคอหอมกรุ่น เขาดูดเม้มซอกคอของเธอจนปรากฏรอยแดง ก่อนจะหวนกลับมาจุมพิตริมฝีปากของเธออีกครั้ง มือของเขาสัมผัสไปทั่วร่างเพรียวบาง โดยเฉพาะทรวงอกคู่งามของเธอ

            เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวให้ร้อนแรงขึ้น สัมผัสที่เขาจงใจมอบให้เธอนั้น มันปลุกทุกอณูของผิวกายเธอให้ตื่นไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของเขา

            ลีลาและชั้นเชิงที่เหนือชั้นของชีคอัมราน ทำให้พันไมล์เผลอครางเสียงแผ่ว เธอเรียกชื่อเขาราวกับคนละเมอ และมันทำให้เขาได้สติว่าเขาควรจะรีบหยุดตัวเอง ซะตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป อัมรานยุติการเล้าโลมเธอไว้แต่เพียงเท่านั้น เหลือเพียงแค่การกอดกระชับร่างบาง ที่กำลังสั่นสะท้านไปกับเพลิงปรารถนาที่ไม่คุ้ยเคยนิ่งนาน จนรู้สึกว่าหญิงสาวในอ้อมกอดหยุดสั่น เขาจึงคลายอ้อมแขน

            “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และรอกลับพร้อมผม”

            พันไมล์รู้สึกมึนงงกับการกระทำของเขา แต่แล้วก็ต้องตาลุกวาวเมื่อร่างกายของเธอ สัมผัสไปโดนจุดสำคัญของเขาโดยบังเอิญ เธอรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเขาด้วยตัวเธอเอง พันไมล์หน้าร้อนผ่าวและรู้ทันทีว่าเพราะอะไร เขาถึงหยุดการกระทำทุกอย่างไว้แต่เพียงเท่านี้ คงต้องขอบคุณที่เขายอมหยุดตัวเอง ก่อนที่อะไรๆ มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

            เมื่อได้สติพันไมล์ก็อ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ

            "หรืออยากจะต่อ..." อัมรานถามขึ้น

            ริมฝีปากบวมช้ำหุบฉับ หันหลังกลับเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่ก็ยังไม่วายแอบมอง แต่เมื่อเห็นว่าอัมรานยืนกอดอกหันหลังให้ พันไมล์ใช้ความว่องไวจัดการเปลี่ยนเสื้อให้ตัวเอง แล้วกลับมานั่งรอเขาตามคำสั่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำที่เย็นฉ่ำ

            อัมรานเลือกที่จะใช้ความเย็นของสายน้ำดับความรุ่มร้อนในจิตใจ เขาแหวกว่ายต่ออีกครู่ใหญ่ จากนั้นจึงเดินกลับขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้า พันไมล์รีบเมินหน้าหนีไปอีกทางเมื่อเห็นว่า ชายหนุ่มเดินเนื้อตัวเปล่าเปลือยขึ้นมาจากน้ำโดยมิได้มีอาการเขินอายให้เห็น ปากก็ค่อนขอดเขาทันที

            “อีตาบ้า! นึกจะเปลือยกายเดินโชว์ก็ทำได้ไม่อายฟ้าดิน ไม่รู้จักเกรงใจกันซะบ้างเลย”

            ในขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังจะเดินทางกลับที่พัก พลันอัมรานก็สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ เขาตะโกนขึ้น

            “นั่นใคร!”

            ไม่มีเสียงตอบกลับมา ทุกอย่างดูเงียบสงบ แต่อัมรานมั่นใจว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เพื่อความไม่ประมาทเขาคว้าข้อมือบางกุมกระชับ เร่งฝีเท้าพาพันไมล์เดินไปยังม้าที่เขาผูกทิ้งไว้

            พันไมล์มองมือใหญ่ที่กำมือเรียวบางเธอไว้ ตอนแรกคิดจะสะบัดและต่อว่าตามประสาคนปากไว แต่สัญชาตญาณในตัวก็สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ จึงนิ่งไว้และตามชายหนุ่มไปเงียบ

            ยังไม่ทันที่สองหนุ่มสาวจะไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ก็มีชายชุดดำกลุ่มใหญ่ถือดาบโค้งเสี้ยวพระจันทร์ดักรออยู่

       

           

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status