Masuk"จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม" เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
พันไมล์จำใจต้องเดินเข้ามาใกล้ชีคหนุ่มอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ เธอกลืนน้ำลายก่อนจะเงยหน้ามองเขา สองแก้มแดงปลั่ง
"ดูเหมือนคุณจะอาบน้ำและเช็ดตัวเสร็จแล้ว ฉันขอตัวไปเก็บที่นอนนะคะ"
ว่าแล้วก็เตรียมจะไปเก็บที่นอน เพื่อรักษาระยะห่างจากแผงอกล่ำชวนอึดอัดใจนั้น
"คุณกลัวผม..." เขาลากเสียงเยาะเปรยขึ้นมาลอยๆ
แต่ก็มีพลังมหาศาล เพราะสามารถหยุดฝีเท้าของร่างเล็กบาง ที่กำลังจะโดดหนีได้ชะงัดนัก
"คนเหมือนกันมีอะไรต้องกลัว" พันไมล์เชิดหน้าตอบ
"ถ้าอย่างนั้นก็มานี่..."
น้ำเสียงวางอำนาจและดวงตาคมคาดคั้น ทำให้พันไมล์หมดทางเลี่ยง และจำต้องเดินกลับไปหาเขา
"ต้องการใหัทาสรับใช้คนนี้ทำอะไรคะ" เธอประชด ในใจทั้งเดือดทั้งอาย
"ยังไม่ชินอีกหรือ..."
“ไม่...มี...วัน” หญิงสาวเน้นคำพูดช้าชัด
อัมรานพยักหน้า "ก็เห็นพูดอย่างนี้ทุกคน แต่สุดท้าย...”
“สุดท้ายทำไม!” พันไมล์กระชากเสียงถาม
“ไม่เห็นมีใครเคยบ่น...ไล่ยังไม่ค่อยจะไป”
น้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยมที่เขาบอกมา ทำให้พันไมล์แทบจะกรี๊ดด้วยความคับแค้นใจ แต่ด้วยเธอไม่เคยกรี๊ดจึงได้แต่กัดฟัน เดินมายืนตรงหน้าชีคหนุ่มสีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจชัดเจน
” ถ้าคุณไม่เต็มใจ...ก็เชิญตามสบาย..." เขาพูดต่อหน้าเธอ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบใบมีดโกนขึ้นมา
พันไมล์ชะงักคิดว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองมาอย่างรอคำตอบ เธอก็ยิ้มกว้างเตรียมเผ่นอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก "ขอบคุณค่ะ ฉันไปนะคะ"
"ผู้หญิงก็แบบนี้เชื่อถือไม่ได้"
เท้าเล็กหยุดชะงักกึก!! เธอหันกลับมามองเขา ด้วยสีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อ
พันไมล์คันปากยิบๆ นึกอยากจะด่าชีคเจ้าเล่ห์ให้สาแก่ใจ
แต่เมื่อทำไม่ได้ เธอก็ได้แต่เดินกระแทกเท้าโครมๆ กลับไปหาเขาอีกครั้ง
"ด้วยความเต็มใจ..." เขาพูดขึ้นเหมือนจะถาม
พันไมล์กัดฟันตอบ "เต็มใจมากกกก"
น้ำเสียงที่เอ่ยประโยคนี้ออกมา ช่างตรงข้ามกับคำตอบที่เขาได้รับ
และเหมือนชีคหนุ่มจะรู้อารมณ์ของหญิงสาว คราวนี้เขาจึงเลือกที่จะเงียบ แต่ยื่นใบมีดโกนให้เธอแทน พันไมล์มองใบมีดแบบโบราณนิ่งงัน ก่อนจะเอื้อมมือไปรับมาถือไว้ในมือด้วยความงุนงง
"โกนหนวดให้ผม" เขาสั่ง
คิ้วเรียวสวยของพันไมล์ขมวดเข้าหากัน ก่อนจะย้ำถามเขาอีกครั้ง
“เอาจริงหรือคุณ แน่ใจนะ...ว่าจะให้ฉันโกนหนวดให้คุณ”
อัมรานพยักหน้า ยืนเป็นหุ่นให้หญิงสาวปฏิบัติตามคำสั่ง
พันไมล์ถอนใจ "ฉัน...ไม่เคยทำ...และก็ทำไม่เป็น"
เกิดมาเธอเคยโกนหนวดให้ใครซะที่ไหน ขนาดพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองอย่างแทนไท เธอก็ยังไม่เคยทำให้
"ฉันไม่ได้แกล้งนะ แต่ทำไม่เป็นจริงๆ หนวดของพี่แทนเขาก็โกนของเขาเอง ไม่เคยมาใช้ให้ฉันทำให้สักที และฉันก็เพิ่งจะมาเรียนรู้งานจากฟาร์ฮาได้ไม่นาน ที่สำคัญเธอก็สอนแต่เฉพาะทฤษฎี เพราะฉะนั้นงานนี้ขอผ่านได้ไหมคะ"
"ไม่ยากหรอก...แค่ผมแนะให้นิดหน่อย เดี๋ยวคุณก็ทำได้ ไม่มีอะไรที่คนอย่างพันไมล์ทำไม่ได้ จริงไหม"
ว่าแล้วเขาก็คว้ามือข้างที่ถือใบมีดโกนรั้งเบาๆ ให้มายืนใกล้ตัวเขา จากนั้นก็โอบประคองเธอจากด้านหลัง เพื่อสาธิตวิธีการโกนหนวดให้เธอดู
“เฮ้ย..คุณ” พันไมล์ชะงักค้างในขณะที่มองภาพสะท้อน ของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่โอบประคองเธอไว้ มือข้างหนึ่งของเขากุมมือเล็กบางของเธอ หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนแกร่ง และเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว
พันไมล์มองใบมีดคมกริบในมือของชายหนุ่ม ที่กำลังกดเบาๆ ลากปาดไปบนผิวแก้มของตนเอง อัมรานเห็นหญิงสาวยืนตะลึงตัวแข็งค้าง ก็นึกขำ
"พันไมล์! โกนหนวด” เขาสั่งพร้อมกับปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ
‘ชีคบ้า...สาธิตประชิดติดตัวแบบนี้บ่อยๆ มีหวังโรคหัวใจต้องถามหาแน่’ หญิงสาวได้แต่คิดในใจอย่างเคืองๆ
คราวนี้พันไมล์ขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มอย่างกล้ากล้ากลัวกลัว โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดใด
เธอเงยหน้ามองสองข้างแก้ม ซึ่งรกไปด้วยหนวดเคราของเขาที่อยู่สุดเอื้อม ทำให้เธอต้องเอ่ยปากขอร้องเขาเสียงสั่น เพราะยังไม่หายตื่นเต้นกับเหตุการณ์เมื่อครู่
"คุณย่อตัวลงหน่อยได้ไหมคะ”
อัมรานไม่ย่อตัว แต่เขาเดินไปหยิบเก้าอี้มาแล้วทรุดตัวลงนั่ง เพื่อให้หญิงสาวปากกล้าขาสั่นทำงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความสะดวก
พันไมล์ขยับเข้าไปใกล้ มือเล็กประคองแก้มสากระคายเขาไว้ ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปยืนตรงหว่างขาของเขาทั้งนี้เพื่อความถนัด ทำให้ใบหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาสองคู่สบประสานกัน เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง บรรยากาศภายในกระโจมคุกรุ่นก่อเป็นไอร้อน อบอวลโอบรัดสองหนุ่มสาวไว้ให้ตกอยู่ในภวังค์ของกันและกัน
ชีคหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปจนเกือบชิดใบหน้างามของเธอ ใบหน้าทั้งคู่เลยเฉียดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาทันตาเห็น แต่ก็พยายามตั้งสมาธิให้อยู่กับงานตรงหน้า
อัมรานแอบยิ้มเมื่อเห็นพันไมล์หน้าแดงด้วยความเขินอาย สายตาคมเข้มของเขาโลมไล้ไปทั่วเรือนร่างบางของเธอโดยไม่เกรงใจ
พันไมล์พยายามข่มกลั้นความรู้สึกของตนเอง พร้อมกับตวัดเสียงถามกลับไปว่า "มองอะไร!"
ชีคหนุ่มเลิกคิ้วสูง ดวงตาทอประกายแพรวพราว "มีอะไรน่ามอง"
"หยุดมองเดี๋ยวนี้เลยนะ...ไอ้ชีคเถื่อน!" พันไมล์สั่ง
มือข้างที่ถือใบมีดตวัดปาดไปที่ใบหน้าของเขา อย่างระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่อัมรานก็คว้ามือข้างนั้นไว้ได้ ก่อนที่เธอจะจารึกบาดแผลไว้บนใบหน้าเขา เมื่อมือข้างนั้นถูกสกัดไว้ มืออีกข้างก็ซัดเข้าใส่เขาทันที แต่มือใหญ่ของเขาก็รับไว้ได้เช่นกัน เมื่อโดนสะกัดทุกทางพันไมล์ก็ดิ้นเต็มแรง เธอยกเท้าขึ้นหมายจะซัดไปตรงจุดวิกฤตของชายหนุ่ม แต่เหมือนเขาจะรู้เท่าทันความคิดของเธอ สองขาของเขาจึงบีบรัดร่างเธอไว้ เธอถูกร่างสูงใหญ่ของเขาล็อกไว้ทุกทาง เธอพยายามที่จะดิ้นรนแต่ก็ไม่สำเร็จ เธอดิ้นรนจนเหนื่อยหอบ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







