Share

บทที่ 31

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:35:38

         

ในช่วงค่ำแทนไทและพันไมล์ก็ได้เดินทางตามมาสมทบกับชีคอัมราน ท่านหัวหน้าเผ่าซาเนียทราบเรื่องนี้ จึงได้เชื้อเชิญสองอาคันตุกะให้มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย

            งานเลี้ยงต้อนรับเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ทว่าอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ มีการแสดงต่างๆ มากมายที่ทางหัวหน้าเผ่าซาเนียได้จัดเตรียมมา เพื่อสร้างความเพลิดเพลินใจให้กับชีคอัมรานและคณะผู้ติดตาม อีกทั้งยังมีอาหารมากมายให้เลือก พันไมล์อยู่ร่วมงานได้สักพักก็ลุกเดินออกมาสูดอากาศด้านนอกเพียงลำพัง

            “คุณพายมายืนทำอะไรตรงนี้ครับ”

            พันไมล์หันไปมองยังทิศทางของเสียงนั้น เธอพบยะห์ซินกำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ

            “ออกมาสูดอากาศด้านนอกค่ะ”

            "กลับเข้าไปข้างในดีกว่าไหมครับ"

            พันไมล์ยิ้ม ตอบน้ำเสียงกลั้นหัวเราะว่า "ทำไมคะ กลัวพวกนั้นจะย้อนกลับมาอีกหรือคะ"

            "ความปลอดภัยของทุกคนคือหน้าที่ของผมครับ" ยะห์ซินตอบเสียงขรึม

            "ฉันเข้าใจค่ะ...แต่คืนนี้พระจันทร์สวย คุณยะห์ซินมาชื่นชมด้วยกันสิคะ" พันไมล์เอ่ยชวน

            ยะห์ซินเงยหน้ามองโคมไฟดวงโตสีขาวนวลที่กระจ่างอยู่บนท้องฟ้า

            "คงเพราะใกล้วันบุหลันโซฮาแล้ว...ดวงจันทร์ถึงได้กลมและโตขนาดนี้"

            พันไมล์หันกลับมามององค์รักษ์หนุ่มสะดุดหูกับคำพูดของเขา "วันบุหลันโซฮา...คือวันอะไรหรือคะ"

            ยะห์ซินหัวเราะ "ไม่มีอะไรครับ คุณพายอย่าไปสนใจเลยนะครับ”

            พันไมล์ถอนใจ "ฉันเห็นคุณยะห์ซินและคุณหมอวาคิม สนุกกับงานเลี้ยงคืนนี้แล้ว อดคิดถึงคุณจาบรินไม่ได้เลยค่ะ"

            “ที่คุณจาบรินต้องโดนลงโทษแบบนี้ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองค่ะ”

            "ไม่ต้องกังวลหรอกครับคุณพาย พวกเราถูกฝึกให้อดทนกับความลำบากจนชิน อันที่จริงไปอยู่ที่กรมปศุสัตว์ก็ไม่ลำบากอะไรนักหรอกครับ ออกจะสบายเกินไปด้วยซ้ำ" ยะห์ซินหัวเราะ "แต่จาบรินคงหงุดหงิดพิลึก เพราะเขาไม่ถนัดดูแลสัตว์ ถนัดแต่จับปืนมากกว่า"

            “ถ้าฉันไม่ดึงดันเอาแต่ใจตัวเอง และยอมฟังคำทัดทานของเขา เรื่องทั้งหมดนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น"

            “ไม่เกี่ยวกันหรอกครับ จาบรินเขารู้ดีอยู่แล้วว่าจะมีผลตามมาอย่างไร หากเขาฝ่าฝืนคำสั่งท่านชีค จาบรินเองก็ไม่เคยโทษว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของคุณพาย คุณพายก็อย่าคิดมากเลยนะครับ”

            แม้ว่ายะห์ซินจะพยายามพูดเพื่อให้เธอสบายใจ แต่มันก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไรนัก

            "ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ ฉันไม่ได้เรื่องจริงๆ ชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่เรื่อย”

            ยะห์ซินยิ้มให้กำลังใจ เมื่อเห็นหญิงสาวมีสีหน้าสำนึกผิด องค์รักษ์หนุ่มยืนชมจันทร์เป็นเพื่อนหญิงสาวเงียบๆ แทนที่จะเอ่ยคำปลอบใจอะไรออกไปตามนิสัยคนพูดน้อย

            พันไมล์เงยหน้ายืนมองพระจันทร์ ใจก็หวนคิดถึงผลการกระทำของตัวเอง การที่เธอดื้อรั้นเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ มันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแค่ไหน

            "ดึกแล้วครับคุณพาย ข้างนอกอันตราย เรากลับเข้าไปข้างในดีกว่า"

            ยะห์ซินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว

            "อีกสักครู่นะคะ..."

            พระจันทร์ทำให้พันไมล์นึกถึงองค์เทพีรีฮานน่า รวมไปถึงคำพูดที่ยังคงเป็นปริศนาที่เทพองค์นั้นทิ้งไว้ให้ เธอเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่จู่ๆ คำพูดของพระนางก็กลับมาดังก้องอยู่ในหัวของเธออีกครั้ง

            ‘เราจะให้เจ้าตามที่ขอ และจะมอบสิ่งที่มีค่าอย่างหนึ่งให้กับเจ้าด้วย’

            และนั่นทำให้พันไมล์พยายามที่จะคิดหาคำตอบ ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่พระนางจะมอบให้กับเธอ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจเพื่อขอให้พระนางมาไขปริศนานี้ให้เธอ

            ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปด้านในพร้อมกับยะห์ซิน พันไมล์เงยหน้ามองพระจันทร์เป็นครั้งสุดท้าย และอธิฐานขอให้องค์เทพีรีฮานน่าปกป้องคุ้มครองจาบรินด้วย

            เช้าวันต่อมาก่อนที่ชีคอัมรานและสองอาคันตุกะ จะมากล่าวลาท่านผู้นำซาเนียและภริยา เพื่อจะออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่เผ่าเฮฌามา ทุกคนต่างก็กำลังจัดเตรียมทุกอย่าง ให้พร้อมสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ และแม้ว่าเช้านี้พันไมล์จะตื่นนอนเร็วกว่าปกติ เพื่อที่จะไปดูแลชีคหนุ่มตามหน้าที่ แต่ก็ยังเร็วไม่พอ

            หลังจากที่เคยไปจ๊ะเอ๋ซิกแพคของเขาในครั้งที่แล้ว พันไมล์จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาพบตัวเป็นๆ ของเขาในสภาพนั้นอีก ในระยะหลังเธอจึงกะเวลาได้แม่นยำขึ้น แต่ไม่ใช่ในเช้าวันนี้

            เพราะเมื่อเดินเข้าไปภายในกระโจม สายตาของพันไมล์ก็ปะทะเข้ากับแผงอกเปลือย ที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ความตกใจทำให้เธอรีบหันหลังกลับ หลับตาปี๋โดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงราวกับมีคนมารัวกลองอยู่ในอก สองแก้มร้อนวูบวาบ

            ‘เผ่น หรือ อยู่...’ คือความคิดของเธอ

            ในระหว่างที่กำลังคิดสับสนไปมาอยู่นั้น เสียงทรงอำนาจก็ดังแทรกขึ้น

            “เข้ามาสิ!”

            พันไมล์กรอกตาไปมา เธอกัดริมฝีปากแน่น จำต้องเดินกลับไปหาเขาเพื่อทำตามคำสั่ง

            “อรุณสวัสดิ์ค่ะ...ท่านชีค” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับย่อตัวทำความเคารพ หลบสายตามองเพียงพื้นพรม

            เพราะมัวแต่ก้มหน้ามองพื้น จึงไม่เห็นรอยยิ้มขำผุดขึ้นที่มุมปากได้รูปสวยของอัมราน แต่ไม่นานก็เลือนหายคืนสู่สภาวะปกติ

            “อืม...” เขาตอบรับเสียงในลำคอ ยังยืนนิ่งมองร่างเล็กบางของพันไมล์โดยมิได้เอ่ยอะไร

            พันไมล์รู้สึกว่าอีกฝ่ายจ้องมองนิ่งนาน แต่ยังไม่ยอมเอ่ยวาจาใดใด สุดท้ายก็อดรนทนไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสุกใสสบประสานดวงตาคมสีดำสนิท ที่ดูลึกลับน่าค้นหาและยากที่จะคาดเดาอารมณ์ความรู้สึกของเขา

            "จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม" เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

            พันไมล์จำใจต้องเดินเข้ามาใกล้ชีคหนุ่มอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ เธอกลืนน้ำลายก่อนจะเงยหน้ามองเขา สองแก้มแดงปลั่ง

            "ดูเหมือนคุณจะอาบน้ำและเช็ดตัวเสร็จแล้ว ฉันขอตัวไปเก็บที่นอนนะคะ"

            ว่าแล้วก็เตรียมจะไปเก็บที่นอน เพื่อรักษาระยะห่างจากแผงอกล่ำชวนอึดอัดใจนั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status