Share

บทที่ 33

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:35:47

            ทันใดนั้นเองอัมรานได้ตัดสินใจลุกขึ้นยืนตระหง่านค้ำหัวเธอ พร้อมกับรวบร่างของเธอเข้ามาบดเบียดร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา 

            “ปล่อยนะ ปล่อยสิโว้ย ไอ้ชีคบ้า ชีคลามก ดีแต่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้”

            พันไมล์ตะโกนด่าใส่หน้าเขาทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงเรือนกายแข็งแกร่งที่ประกบติดทั้งเรือนร่าง ผู้นำบารัซไม่ใส่ใจเสียงก่นด่า และจัดการปิดปากร้ายๆ นั้นด้วยปากที่ร้ายกว่า

            เขาก้มลงจูบเธอตามอำเภอใจ พันไมล์ดิ้นรนขัดขืนโดยเอามือผลักอกเขาเต็มแรง พร้อมกับพยายามส่ายหน้าหนี แต่ไร้ผลเพราะริมฝีปากนุ่มและร้อนผ่าวของเขา ทำให้แรงต้านทานของเธอเหือดหายไปจนหมดสิ้น จุมพิตของเขาดูดดื่ม เร่าร้อน และเรียกร้องการตอบสนองจากเธอ มือเรียวบางทั้งสองข้างของพันไมล์เลิกผลักดัน และเคลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอเขาแทน

            เมื่ออัมรานสัมผัสได้ว่าเธอเลิกดิ้นรนขัดขืน เขาจึงรั้งร่างบางของพันไมล์เข้ามากระชับชิดยิ่งขึ้น มือใหญ่เลื่อนจากสะโพกมาเกาะกุมทรวงอกงามไว้  พันไมล์สะท้านเยือก บัวงามที่ไม่เคยต้องมือชายเหมือนจะเบ่งบาน ตอบรับสัมผัสแปลกใหม่นั้นอย่างไม่อาจที่จะช่วยตัวเองได้ แต่สัมผัสร้อนผ่าวที่เกาะกุมทรวงอกคู่งาม เหมือนจะช่วยดึงรั้งสติอันเหลืออยู่น้อยนิดของพันไมล์กลับมาได้

            พันไมล์อาศัยช่วงที่เขาเผลอผลักอกกว้าง และใช้จังหวะนี้กระแทกส้นเท้าของเธอไปบนเท้าของเขาเต็มแรง ความเจ็บทำให้อัมรานปล่อยร่างบางในอ้อมแขน เมื่อได้รับอิสระพันไมล์ก็เตรียมจะชิ่งหนี แต่ก่อนจะใช้ความว่องไววิ่งออกไปจากกระโจม แรงแค้นและความอับอายทำให้เธอหยุด เพื่อหันมาตะโกนใส่หน้าเขาว่า “ไอ้โรคจิต”

            “จูบคุณเอาปากชนกับไม้กระดานยังดีซะกว่า”

            อัมรานคำราม "พันไมล์!"

          ร่างสูงใหญ่จะตามไปคว้าตัวเด็กปากร้ายมาสั่งสอนให้เข็ด แต่มีหรือที่พันไมล์จะอยู่รอให้เขามาจัดการกับเธอ ร่างบางรีบวิ่งฉิวออกไปจากกระโจมโดยไม่เหลียวหลัง

           

            ไม่ถึงชั่วโมงหลังจากพันไมล์วิ่งออกจากกระโจมชีคหนุ่ม ผู้นำบารัซก็สั่งให้ทุกคนออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังเผ่าเฮฌามา ซึ่งก่อนออกเดินทางชีคหนุ่มมีท่าทีเร่งรีบ

            แต่เมื่อออกเดินทางกันจริงๆ ผู้นำบารัซกลับมีคำสั่งให้หยุดพักเป็นระยะ และบ่อยผิดปกติ ทั้งที่ตอนแรกชีคอัมรานดูเหมือนต้องการที่จะเร่งรีบเดินทาง เพื่อไปให้ถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด ความผิดปกติที่เกิดขึ้นแม้แต่ยะห์ซินซึ่งปกติเป็นคนพูดน้อย ยังอดไม่ได้ที่จะหันมาถามวาคิม

            "วันนี้ท่านชีคของเราเป็นอะไรไปวาคิม แปลกๆ นะหรือว่าแดดจะร้อนเกิน"

            "ไม่นะ แดดร้อนจัดแบบนี้ท่านชีคคุ้นชินมาตั้งแต่เด็ก จะมาแพ้อะไรกันตอนนี้"

            ยะห์ซินปรายตามองหมอหนุ่มที่ดูเหมือนจะรับมุกของเขาไม่ทัน

            "ไอ้หมอ...นายเคยรู้อะไรบ้างไหม" ยะห์ซินถามอย่างรำคาญความบื้อของเพื่อน

            "ทำเป็นอารมณ์เสียแพ้แดดอีกคนไปได้” วาคิมหัวเราะ

            ยะห์ซินออกอาการหงุดหงิดเมื่อถูกเพื่อนล้อ "ใครว่าเราแพ้แดด...ผิวบางเป็นผู้หญิง มีแต่ท่านชีคโน่นที่แพ้ ไม่ใช่เรา"

            วาคิมหัวเราะ แล้วตอบว่า "คนที่ท่านชีคของเรากลัวว่าผิวจะเสีย น่าจะเป็นคนโน้นมากกว่า"

            แทนไทได้ยินเพื่อนรักทั้งสองคุยกันแว่วๆ จึงเดินเข้ามาสมบท

            “วันนี้ท่านชีคของพวกนายเป็นอะไร ออกเดินทางไม่เท่าไรก็สั่งพักอยู่เรื่อย”

            สององครักษ์หนุ่มหันมามองหน้ากัน ก่อนจะพร้อมใจกันตอบว่า "แพ้แดด!"

            จากนั้นก็หัวเราะทิ้งปริศนาให้เพื่อนหนุ่มชาวไทยงงเล่น แทนไทเกาศีรษะ มองเพื่อนทั้งสองด้วยความไม่เข้าใจ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นขวดน้ำในมือของยะห์ซิน ทำให้ชายหนุ่มถามขึ้นว่า

            "นายมีน้ำแร่บารัซติดมาด้วย แต่ทำไมกลับให้พวกเรากินแต่น้ำธรรมดาวะ"

            ยะห์ซินมองขวดน้ำแร่ในมือก่อนจะตอบ "ของคนอื่น”

            หลังจากนั้นยะห์ซินก็ปลีกตัวไปหาพันไมล์ เขาส่งน้ำแร่ให้เธอ

          “น้ำครับคุณพาย”

            “ขอบคุณค่ะ” พันไมล์เอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปรับน้ำแร่ดังกล่าวมาดื่ม

            “คุณยะห์ซินทราบได้ยังไงคะ ว่าฉันชอบดื่มน้ำแร่ชนิดนี้ แต่ก็ขอบคุณนะคะที่เตรียมมาให้”

            น้ำแร่นี้เป็นน้ำที่จาบรินนำมาให้เธอดื่ม เมื่อครั้งที่เธอเดินทางมาถึงบารัซวันแรก และเธอก็ชอบมากเป็นพิเศษ

            จาบรินเคยเล่าให้ฟังว่า น้ำแร่ที่เขานำมาให้เธอดื่มนั้น เป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ชนิดเศษที่มีแต่เฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของบารัซเท่านั้น ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการทดลองผลิต หากสำเร็จท่านชีคจะนำออกจำหน่าย พันไมล์คาดไม่ถึงว่าจาบรินจะยังคงจำได้ และนำติดมาให้เธอโดยเฉพาะ

            “คุณพายคงต้องไปขอบคุณท่านชีคถึงจะถูกครับ เพราะท่านชีคเป็นคนสั่งให้พวกเรา จัดเตรียมน้ำแร่ชนิดนี้ติดมาด้วย”

            พันไมล์รู้สึกแปลกใจกับคำตอบของยะห์ซิน แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไร เพราะแค่ได้ยินชื่อชีคอัมราน อารมณ์ชื่นมื่นก็ขุ่นมัวลงทันที

            "ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณ...คุณยะห์ซินอยู่ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ" สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างมีไมตรี

            จากนั้นก็มีคำสั่งให้ออกเดินทางต่อ เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้ต้องผ่านหมู่บ้านน้อยใหญ่มากมาย ทำให้พันไมล์สังเกตและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนทะเลทราย มันมีทั้งจุดที่เหมือนและจุดที่แตกต่างไปจากนิยายที่เธอเคยอ่าน

            การเดินทางเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และตั้งอยู่ในเขตชายแดนของเผ่าเฮฌามา อัมรานจึงมีคำสั่งให้ตั้งค่ายพักแรมที่หมู่บ้านแห่งนั้น ซึ่งกำลังมีงานเลี้ยงฉลองการสิ้นสุดเทศกาลล่าสัตว์

            เมื่อพันไมล์รู้เรื่องนี้ก็อยากที่จะไปร่วมงานฉลองดังกล่าว แต่ก็ไม่มีใครยอมให้เธอไป เพราะเกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับเธอ ทำให้หญิงสาวอดที่จะบ่นพึมพำออกมาไม่ได้

            “น่าเบื่อจริงๆ กะแค่จะไปร่วมงานฉลองจบเทศกาลฤดูกาลล่าสัตว์ แค่นี้ก็ยังจะห้ามกันอีก”

            “บ่นเป็นยายแก่ไปได้ ที่เขาห้ามก็เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเรา และอย่าอุตริไปก่อเรื่องอะไรอีกล่ะเข้าใจไหมพาย”

            “เข้าใจค่ะ” เธอตอบพี่ชายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

            แต่คนอย่างพันไมล์เมื่อตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้วไม่มีใครมาห้ามได้หรอก เธอรอโอกาสตอนที่ทุกคนเผลอในช่วงพลบค่ำ หนีออกมาจากที่พักโดยไม่บอกใคร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status