Masukในช่วงเวลานั้นเองฮาร์มาลได้รับรายงานจากนายทหารคนสนิทว่า คนที่ว่าจ้างให้ไปลอบสังหารชีคอัมรานนั้นได้ลงมือทำงานตามคำสั่งแล้ว พวกมันได้ทำการลอบยิงชีคหนุ่มในระยะประชิดหลายนัด และเห็นกับตาว่าเป้าหมายล้มแน่นิ่งไป
ฮาร์มาลระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ด้วยความพึงพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เพราะถ้าไม่มีอัมรานสักคนเขาก็หมดคู่แข่งคนสำคัญ และก็ไม่ต้องคอยกังวลว่าหลานชายของเขา จะหาสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่าพบก่อนที่เขาจะพบมัน
“เจ้าแน่ใจนะดีนาสว่าอัมรานตายแล้วจริงๆ”
“ผมได้รับรายงานมาแบบนั้นครับ พวกมันบอกว่าได้กระหน่ำยิงไปหลายนัดจนท่านชีคนอนแน่นิ่งไป พวกมันจึงพากันแยกย้ายกันไปหาที่กบดาน”
“เจ้าลองไปสืบดูอีกทีสิว่า พวกมันลงมือสังหารหลานชายของข้า ได้สำเร็จตามที่พวกมันพูดไหม และถ้ามันทำได้สำเร็จตามแผนจริงเจ้าก็จัดการฆ่าปิดปากพวกมันซะ พวกมันจะได้ไม่มาสร้างปัญหาให้กับเราได้ในภายหลัง”
“ครับ”
ขณะที่ฮาร์มาลอยู่ตามลำพังเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อได้รับรู้ข่าวดีว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ อีกไม่นานอำนาจทุกอย่างก็จะตกอยู่ในมือของเขาอย่างถาวร อะไรที่เคยเป็นของอัมรานเขาจะยึดมาเป็นของตัวเองให้หมด
ยะห์ซินพร้อมด้วยเหล่าองครักษ์ต่างก็พากันไล่ล่า พวกที่ทำการลอบสังหารชีคอัมรานอย่างไม่ลดละ มีการยิงปะทะกันเป็นระยะๆ แต่สุดท้ายทางฝ่ายของยะห์ซินก็สามารถจับตัวพวกมันกลับมาได้สองคน ส่วนอีกคนหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ทั้งหมดรีบเดินทางกลับมาที่พักด้วยความเร่งรีบ
เพื่อมาสอบถามอาการของชีคอัมราน ซึ่งเป็นทั้งนายและเพื่อนอันเป็นที่รัก สองเชลยที่ถูกนำตัวกลับมานั้นได้ถูกนำไปกักขังไว้ โดยมีทหารยามเฝ้าไว้อย่างแน่นหนาเพื่อรอการสอบสวน
ยะห์ซินเดินตรงเข้ามาในกระโจมของเจ้านายหนุ่มด้วยความร้อนใจ
“อาการของท่านชีคเป็นยังไงบ้างวาคิม” ยะห์ซินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เราผ่าตัดเอากระสุนทั้งหมดออกมาแล้ว แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวัง ตอนนี้ได้แต่รอให้ท่านชีครู้สึกตัว ว่าแต่นายจับตัวคนร้ายกลับมาได้หรือเปล่า”
“จับตัวกลับมาได้สองคน ส่วนอีกคนมันหนีรอดไปได้ พวกเราต่างก็เป็นห่วงอาการของท่านชีค เราก็เลยไม่ได้ติดตามมันไป” จาบรินตอบข้อซักถามของเพื่อน
“ได้สอบสวนพวกมันหรือยัง”
“ยัง พอมาถึงก็รีบตรงมาที่นี่ก่อน แต่ได้สั่งให้ทหารควบคุมตัวและเฝ้าพวกมันไว้อย่างแน่นหนา” ยะห์ซินตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คุณพายล่ะ...มีใครเห็นคุณพายบ้างไหม”
ยะห์ซินเอ่ยถามโดยไม่ได้ระบุว่าถามใคร แต่ทุกสายตาพร้อมใจกันหันกลับไปมองที่แทนไท
“คงอยู่ที่กระโจมของสองพี่น้องที่ไปช่วยมานั่นแหละ”
“เธอไม่เป็นไรใช่ไหมแทน”
“พายปลอดภัยดียะห์ซิน คงจะตกใจอยู่บ้างที่เห็นท่านชีคถูกยิงต่อหน้าต่อตา โดยไม่สามารถช่วยอะไรได้ ก็เลยเกิดความกังวลใจและรู้สึกผิด ที่ตนเองเป็นต้นเหตุให้ท่านชีคของพวกนายได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้”
“นับว่าโชคดีที่คุณพายปลอดภัย”
ตอนนี้พวกเขาก็ได้แต่ภาวนาขอให้ท่านชีคปลอดภัยเช่นกัน
หลังจากพันไมล์เดินเข้าไปในกระโจมซึ่งใช้เป็นที่พักชั่วคราวของสองพี่น้อง ซึ่งเธอมารู้ชื่อในภายหลังว่าคนพี่ชื่อลิดา ส่วนคนน้องชื่อซิน ทั้งสองติดตามพ่อกับแม่เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงที่เผ่าเฌมา
“อาการของพี่อัมรานสาหัสมากไหมคะ” ลิดาเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด
“ตอนนี้ก็ยังบอกอะไรไม่ได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หมอกำลังช่วยชีวิตเขาอยู่”
“ผมกับพี่ไปเยี่ยมพี่ชายที่ได้รับบาดเจ็บได้ไหมฮะ”
“ได้สิ แต่คืนนี้ซินกับพี่ลิดานอนพักก่อนนะ รอไว้ให้พี่อัมรานรู้สึกตัวก่อน แล้วพี่จะพาเราสองคนพี่น้องไปเยี่ยมพี่อัมราน ตกลงไหม”
“ตกลงฮะ”
พันไมล์ดูแลให้สองพี่น้องล้มตัวลงนอนจากนั้นจึงเดินออกจากกระโจมไป
ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินกลับไปที่กระโจมของตนเอง พันไมล์แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับงามจับตา ครั้งใดก็ตามที่เธอมองเห็นดวงจันทร์ก็จะทำให้เธอระลึกถึงองค์เทพีรีฮานน่า เทพผู้ประธานความรักและสันติสุขให้แก่ชาวบารัซจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และเธอก็มั่นใจว่าบารัซจะมั่นคงและสงบสุขเช่นนั้นตลอดไป พันไมล์ขอพรกับพระองค์ผ่านดวงจันทร์ เพราะชาวบารัซเชื่อว่าพระนางสถิตอยู่ที่นั่น
“พายขอวิงวอนต่อพระองค์ ได้โปรดช่วยชีวิตชีคอัมรานด้วยนะคะ อย่าให้คนดีดีอย่างเขาต้องมีอันเป็นไปเพราะน้ำมือของคนชั่ว”
หลังจากนั้นพันไมล์ก็เดินกลับมาที่กระโจมของชีคอัมราน เธอไม่พบใครอยู่ภายในกระโจมแห่งนั้น มีเพียงคนเจ็บเท่านั้นที่นอนแน่นิ่งด้วยลมหายใจรวยรินอยู่เพียงลำพัง มีสายอะไรต่อมิอะไรพันกันมั่วไปหมด ร่างกายท่อนบนของเขาปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลขนาดใหญ่
หญิงสาวสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้เลือดฝาด อาจเป็นเพราะเขาเสียเลือดไปมาก จึงต้องมีการให้เลือดทดแทนเลือดที่สูญเสียไป มีทั้งสายน้ำเกลือ และเครื่องช่วยหายใจ ดูจากสภาพที่เห็นเขายังไม่น่าจะพ้นขีดอันตราย
ที่สำคัญเธอยังไม่รู้ว่าผลการผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่ฝังในออกนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ ถ้าเขาเป็นอะไรไปในครั้งนี้ก็เพราะเธอนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
พันไมล์เดินไปยืนข้างตัวคนเจ็บ เธอดูแลห่มผ้าให้เขา และสัมผัสใบหน้าและลำคอของเขาเพื่อวัดไข้ ปรากฏว่าเขามีไข้ต่ำๆ จึงรีบไปนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเขาเพื่อลดไข้ โดยเว้นบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกลอบยิง ก่อนจะนำอุปกรณ์ทุกอย่างไปเก็บและเดินกลับมานั่งลงข้างตัวเขา
"คุณจะมาตายง่ายๆ อย่างนี้ไม่ได้นะ อย่ามาตัดช่องน้อยแต่พอตัวทิ้งกันไปแบบนี้ บารัซยังต้องการผู้นำที่เข้มแข็งและมากความสามารถอย่างคุณ เพราะฉะนั้นคุณยังตายไม่ได้ ถ้าคุณเป็นอะไรไปฉันคงจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต”
พันไมล์พูดด้วยสีหน้าโศกเศร้า น้ำเสียงจริงจัง ทั้งที่โดยปกติแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง แต่ในเวลาเช่นนี้สองแก้มของเธออาบไปด้วยน้ำตา ที่หลั่งไหลลงมาจนยากจะควบคุม เธอสูดน้ำมูก และเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะพูดความในใจของตัวเอง ต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนละโหยอย่างไม่รู้ตัว
"ถึงแม้ฉันจะเกลียดความเจ้าระเบียบ จอมบงการของคุณ แต่ก็ไม่อยากให้คุณเป็นอะไร คุณต้องฟื้นนะคะ ฉันจะยอมทนอยู่ใต้อำนาจของคุณ ขอเพียงคุณฟื้นขึ้นมาอย่างปลอดภัยก็พอ แต่ถ้าคุณชิ่งหนีด่วนตายไปตอนนี้ ฉันก็จะแช่งชักหักกระดูให้คุณอยู่อย่างไม่เป็นสุขไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน”
"ฉันขอโทษ...ขอโทษจริงๆ"
ประโยคสุดท้ายพันไมล์โน้มตัวลงไปพูดข้างหูเขา ก่อนจะเดินออกจากระโจมไป เมื่อหูแว่วเสียงพูดคุยกันของกลุ่มคนสนิทของชีคหนุ่ม
อัมรานลืมตาขึ้นมองตามหลังของหญิงสาว ริมฝีปากสีเข้มผุดรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง ปากพึมพำเรียกชื่อเธอเบาๆ “พันไมล์”
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







