Share

บทที่ 59

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:37:40

            วาคิมเดินตามชีคอัมรานเข้ามายังห้องทำงาน แม้ว่าเขาจะเคารพการตัดสินใจของเจ้านายหนุ่ม แต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ หมอหนุ่มจึงถามขึ้นว่า

            “จะปล่อยเธอไปจริงๆ หรือครับท่านชีค”

            วาคิมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความวิตกกังวล

            เพราะเขาและคนสนิทที่คอยรับใช้ใกล้ชิดชีคอัมราน ต่างก็รู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มของพวกเขานั้น มีความรู้สึกพิเศษกับพันไมล์มากเพียงไร

            ชีคอัมรานผู้ไม่เคยสนใจหรือใส่ใจหญิงสาวคนไหน กลับให้ความใส่ใจ ห่วงใย ดูแล และปฏิบัติต่อเธอในแบบที่ต่างออกไป  แม้ว่าคำปฏิเสธโอกาสที่ผู้หญิงทุกคนต่างก็ถวิลหาของพันไมล์ จะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับตำแหน่งผู้นำบารัซ และอาจมีผลทำให้ชีคหนุ่มหลุดจากตำแหน่งได้ แต่เขาก็เลือกที่จะกันเธอออกไปให้พ้นจากปัญหานี้

            ท่านฮาร์มาลอาจใช้สิ่งนี้เป็นข้ออ้าง หาเหตุให้เจ้านายหนุ่มของเขาหลุดจากตำแหน่งผู้นำเผ่าบารัซ

            ซึ่งมันมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ที่ผู้สำเร็จราชการบารัซจะนำจุดนี้มาขยายผล เพื่อชิงความได้เปรียบ แต่เจ้านายหนุ่มของเขากลับเลือกที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงลำพัง โดยมิยอมให้คุณพันไมล์ได้รับผลกระทบใดใดจากเรื่องนี้

            “มันดีต่อตัวเธอวาคิม”

            คำพูดของอัมรานดึงวาคิมให้หลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง

            “แต่...” วาคิมค้าน

            “ทำตามที่เราสั่ง ดูแลพันไมล์ให้เธอกลับเมืองไทยอย่างปลอดภัยก็พอ ที่เหลือเดี๋ยวเราจะจัดการเอง”

            วาคิมลอบมองสีหน้าอ่านยากของเจ้านายหนุ่ม และก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ

            “ครับ ผมจะรีบดำเนินการให้เรียบร้อย”

            “ขอบใจ” อัมรานกล่าว และเหมือนชายหนุ่มจะหมดความสนใจในเรื่องนี้เพียงเท่านั้น

            จากนั้นก็เดินไปหยิบรายงานของยะห์ซินและจาบรินขึ้นมาอ่านอย่างสนใจ

            “ทำงานเร็วกว่าที่คิด”

            “งานนี้ยะห์ซินและจาบรินเร่งกันสุดกำลังเลยครับ “ วาคิมบอก

            อัมรานเหลือบสายตายิ้มๆ ขึ้นมองลูกน้องคนสนิท

            “ถ้าเมื่อคืนพวกนายไม่มัวแต่ห่วงความโสด กลัวสาวๆ จนหัวหด เช้านี้เราก็คงไม่ต้องวุ่นวายกันขนาดนี้”

            วาคิมก้มหน้าเล็กน้อย “ขอโทษครับท่านชีค” เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด

            “อย่าสนใจเลย นายไปตามยะห์ซิน และจาบรินมาพบเราหน่อย”

            “ครับผม”

            วาคิมรีบเดินออกไปหน้าห้องแล้วต่อโทรศัพท์ถึงสหายทั้งสองทันที แต่ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นซะก่อน วาคิมคุยกับปลายสายเพียงสั้นๆ จากนั้นก็รีบหุนหันจากไปโดยไม่รอช้า

            ในขณะที่อัมรานกำลังนั่งอ่านรายงาน เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชีคหนุ่มละสายตาจากเอกสารตรงหน้าเพื่อมองผู้มาเยือน

            “มากันแล้วหรือนั่งก่อนสิ”

            จาบรินและยะห์ซินนั่งลงตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

             "จากรายงานพวกนายคิดว่าเป็นฝีมือลัยลาอย่างนั้นหรือ"

            “หลังจากที่ผมและจาบรินไปตรวจดูภาพจากโทรทัศน์วงจรปิด เราตรวจพบว่าคุณลัยลาได้แอบลอบเข้าไปในห้องนอนของคุณพายในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา และกลับออกมาจากห้องดังกล่าวพร้อมกับคนสนิทของเธอในตอนเช้าโดยไม่ทราบสาเหตุครับ” ยะห์ซินยืนยันอีกครั้ง

            "และคนสนิทของคุณลัยลาก็มีท่าทางแปลกๆ ด้วยนะครับ" จาบรินกล่าวเสริม

            อัมรานลูบคางสีหน้าครุ่นคิด "แล้วลัยลาไปทำอะไรในห้องพันไมล์"

            "ประเด็นนี้แหละครับที่พวกเราสงสัย...ถ้าเป็นฝีมือของคุณลัยลาจริง ทำไมถึงไม่รอที่ห้องของท่านชีค”

            "นายคิดว่าเป็นท่านฮาร์มาล" ยะห์ซินถามขึ้น

            "ไม่แน่ใจ...แต่ก็ไม่อาจตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งออกไปได้"

            จาบรินยุติการสนทนาลงชั่วคราว เมื่อเห็นหมอหนุ่มโผล่เข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารในมือ

            “รายงานผลการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญครับท่านชีค พวกเขาตรวจพบสารบางอย่างผสมอยู่ในสำรับอาหารของท่านชีคครับ”

            วาคิมตอบพร้อมกับส่งผลการตรวจพิสูจน์ฉบับดังกล่าวให้เจ้านายหนุ่มของตนเอง

            อัมรานรับรายงานฉบับนั้นพร้อมกับสั่งให้วาคิมนั่งลง คาดไว้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น เขาจึงไม่ได้แสดงอาการตกใจเมื่อได้ยินการรายงานของวาคิม ซึ่งผิดกับสององครักษ์หนุ่มที่นั่งอยู่ข้างตัว ทั้งคู่มีสีหน้าตกใจมากเมื่อได้ยินคำพูดของนายแพทย์หนุ่ม

            “ตรวจพบสารเจือปนอยู่ในอาหารของท่านชีค!” ยะห์ซินและจาบรินเอ่ยออกมาพร้อมกัน

            ใครกันนะที่บังอาจทำเช่นนั้น!!

            “ใช่แล้ว พอฉันได้รับโทรศัพท์ ฉันก็รีบไปรับผลการตรวจเพื่อมารายงานท่านชีคทันที”

            “แล้วรู้หรือยังวาคิมว่ามันคือสารอะไร”

            “ตอนแรกผู้เชี่ยวชาญคิดว่าเป็นยานอนหลับครับ เพราะสารที่เขาตรวจพบมีส่วนผสมของยานอนหลับผสมอยู่ด้วย”           

            “หมายความว่าไม่ใช่ยานอนหลับธรรมดาอย่างนั้นหรือวาคิม”

            “ใช่แล้วครับท่านชีค ตามรายงานสารที่ตรวจพบ เป็นสารเสพติดมีฤทธิ์กล่อมประสาท ยาชนิดนี้จะทำให้ผู้เสพอยู่ในอาการมึนงง สับสน คล้ายอยู่ในห้วงแห่งความฝัน และกระตุ้นกำหนัด ใครที่โดนยาชนิดนี้เข้าไปก็จะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นได้ไม่แน่ชัดนัก ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นเรื่องจริงหรือภาพฝัน หลังจากยาเริ่มออกฤทธิ์ไม่เกินห้าถึงสิบนาทีก็จะหลับไปครับ”

            “ว่าแต่บารัซมียาชนิดนี้อยู่ด้วยหรือ” จาบรินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            เขาไม่เคยได้ยินถึงสรรพคุณของตัวยาชนิดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่ามียาชนิดดังกล่าว

            “ไม่มี...ยานี้มีเฉพาะแต่ใน...” วาคิมพูดค้างไว้แต่เพียงเท่านั้น เพราะไม่แน่ใจว่าเขาควรจะพูดตรงจุดนี้ดีหรือไม่

            “เฮฌามา” อัมรานพูดขึ้น

            "ใช่ครับ...ยาชนิดนี้เรียกว่ายาเมา"

            "ถ้าอย่างนั้นทั้งหมดก็เป็นฝีมือของคุณลัยลา" ยะห์ซินฟันธง

            องค์รักษ์คนอื่นไม่มีใครค้าน แต่ชีคหนุ่มไม่มีการตอบรับ

            "ขอบใจพวกนายมาก..." เขาลุกขึ้นเป็นการบ่งบอกว่าเรื่องนี้ยุติลงแล้ว

            "แล้วท่านชีคจะไม่จัดการอะไรกับคนที่กระทำความผิดในเรื่องนี้เลยหรือครับ" จาบรินเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เพราะมันผิดวิสัยของท่านชีค

            "ไม่...เพียงแต่ช่วงนี้พวกนายต้องคอยจับตาดูพฤติกรรมของลัยลา และท่านอาฮาร์มาลอย่างใกล้ชิดเท่านั้นก็พอ"

            แม้ว่าทุกคนจะห่วงใย แต่ในเมื่อผู้นำของเขาเลือกที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีนี้ พวกเขาก็ได้แต่ทำใจและทำตามความต้องการของท่านชีค

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status