Share

บทที่ 60

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:37:45

            หลังจากที่พันไมล์เก็บข้าวของทุกอย่าง เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยเสร็จเรียบร้อย เธอตัดสินใจที่จะไปกล่าวลาแม่เฒ่าโซฟิลา ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ แต่ในขณะที่กำลังจะเดินลงไปด้านล่าง บังเอิญได้ยินการสนทนาของสาวใช้กลุ่มหนึ่งเข้าซะก่อน พวกเธอกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานถึงข่าวลือที่ได้ยินมา

            ตอนแรกพันไมล์ก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจฟัง แต่เป็นเพราะมีชื่อของตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสนทนาในครั้งนี้ ทำให้ตัดสินใจยืนแอบฟังการสนทนาเหล่านั้น โดยมิได้ปรากฏตัวให้พวกสาวใช้เห็น

            “พวกเธอได้ยินข่าวลือที่กำลังถูกกล่าวถึงกันอยู่ในตอนนี้บ้างหรือเปล่า”

            “ข่าวลืออะไร!?” สาวใช้พร้อมใจกันประสานเสียงถาม

            เจ้ากรมข่าวลือเหลียวซ้ายแลขวาก่อนที่จะหันไปพูดกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมวงสนทนา

            "จะข่าวอะไรซะอีก...ก็ข่าวของคุณพันไมล์กับท่านชีคของเราน่ะสิ ตอนนี้คนเขาพูดกันทั้งเมือง”

            "ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า...คุณพันไมล์จะไม่ยอมแต่งงานกับท่านชีค"

            "ตายละ! มีคนกล้าปฏิเสธตำแหน่งชายาของท่านชีคด้วยหรือ" สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึ้นสูงอย่างได้อารมณ์           

            สาวใช้อีกคนถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทางหนักใจ

            "คุณพันไมล์ไง...งานนี้ท่านชีคของเราท่าจะตกที่นั่งลำบาก พวกเราเองก็มีสิทธิ์ที่จะตกงาน"

            "มันเกี่ยวกับเราตรงไหน...คุณพันไมล์ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ เราจะตกงานได้ไง ไม่เห็นจะเกี่ยวกันสักหน่อย” สาวใช้คนหนึ่งถามด้วยความงุนงง

            "สมองฝ่อหรือไง...เรื่องแบบนี้ก็คิดไม่ออก" อีกฝ่ายว่า แล้วก็อธิบายต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนยังเกาหัวแกรกๆ สีหน้ายังแสดงถึงความสงสัย

            "รู้ใช่ไหมว่ากฎของวันบุหลันโซฮาที่มีมายาวนานกว่าร้อยปีคืออะไร"

            "หญิงชายที่ได้ครองคู่กันในคืนบุหลันโซฮาต้องแต่งงงานกัน" สาวใช้ที่นั่งฟังอยู่พร้อมใจกันตอบ

            "ใช่...แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาไม่แต่งงานกัน"

            "เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้...แต่ถ้าคนทั่วไปทำอย่างนี้ก็คงต้องถูกเนรเทศ ถ้าเป็นผู้นำก็ต้องถูกปลด”

            “ถูกปลด!" สาวใช้ประสานเสียงออกมาพร้อมกัน

            "ใช่ ถูกปลด" คนสูงอายุพยักหน้าน้ำเสียงแสดงความหนักใจ

            "ถ้าท่านชีคถูกปลด คิดว่าวังนี้จะมีที่ให้พวกเราซุกหัวอีกไหม ทีนี้เข้าใจแจ่มแจ้งหรือยัง"

            พันไมล์ยืนตะลึงตัวแข็งค้าง  "ถูกปลด!" เธอพึมพำ

            ในหัวเธอ ได้ยินแต่คำพูดเหล่านี้วิ่งวนไปวนมาราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ในใจรู้สึกเหมือนมีหินก้อนมหึมามากดทับเอาไว้ให้อึดอัด

            “คุณพันไมล์ไม่ใช่ชาวบารัซ เธอจะมาสนใจหรือให้ความสำคัญอะไรกับวันบุหลันโซฮาของเรา”

            สาวใช้อีกคนพูดขึ้นน้ำเสียงดูถูก

            "หน้าตาเธอออกจะน่ารัก ไม่น่าใจดำเลย...ทิ้งให้ท่านชีคของเราเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง...หนูชักจะเกลียดคุณพันไมล์แล้วสิป้า"

            "หนุ่มสาวสมัยนี้ เขามีความคิดของเขาเอง...เรื่องหัวใจใครไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก...ซันดา" คนสูงวัยพูด แล้วพากันไปเดินไปทำความสะอาดอีกห้องหนึ่ง

            พันไมล์ปรากฏตัวหลังจากสาวใช้เหล่านั้นเดินลับตาไป สิ่งที่เธอเพิ่งจะได้ยินมานั้นมันสร้างความหนักใจให้กับเธอได้ไม่น้อย เขาจะถูกปลด!

            ครั้นเมื่อหวนคิดถึงสีหน้าเย็นชา และท่าทีเฉยเมยของเขาเธอก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที

            ‘เขาไม่ต้องการเราถึงขนาดไล่เรากลับเมืองไทยด้วยซ้ำ’

            นี่ขนาดผ่านค่ำคืนที่แม้จะเลือนลางในความทรงจำ แต่ทว่ายังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจ

            ‘สำหรับฉันมันคือความทรงจำ แต่สำหรับเขาแล้วมันคงเหมือนคืนวันเวลาที่ผ่านเลย ไม่มีความหมายอะไรให้จดจำ’

            แค่คิดน้ำใสๆ ก็เอ่อคลอดวงตาคู่สวย พันไมล์กะพริบตาไล่ บอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เรื่องของเธอ....ชีคอัมรานบอกไว้แบบนี้ ถึงแม้ว่าจะบอกกับตัวเองเช่นนั้น แต่จิตใจของเธอกลับยิ่งว้าวุ่น และไม่สามารถปล่อยวางสิ่งที่ได้ยินมา

            สุดท้ายจึงเลือกที่จะไปกราบขอพรจากองค์เทพีรีฮานน่า พร้อมกับกล่าวลาแม่หมอประจำเผ่า ก่อนที่ตนเองจะต้องเดินทางออกจากบารัซตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก

            พันไมล์เดินออกมาด้านนอกเพื่อที่จะไปที่วิหารดังกล่าว

            “คุณพายกำลังจะไปไหนครับ” จาบรินเอ่ยถามหลังจากหันมาเห็นหญิงสาวเดินออกมาเพียงลำพัง

            “ตั้งใจว่าจะไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ค่ะ”

            “รอสักครู่นะครับ”

            จาบรินพูดพร้อมกับรีบไปจัดการเรื่องพาหนะ เพื่อนำหญิงสาวไปยังสถานที่ที่เธอต้องการ

            ในขณะที่จาบรินขับรถพาพันไมล์ไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาได้แอบมองเธอผ่านกระจกหน้ารถ เห็นหญิงสาวชาวไทยยกข้อมือที่สวมสร้อยมาเขย่าเล่น และมองอย่างเหม่อลอยอยู่หลายครั้ง องค์รักษ์หนุ่มเห็นเช่นนั้นแล้วก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดใดทั้งที่ใจอยากจะทำ

            ทันทีที่เดินทางมาถึงสถานที่ดังกล่าว พันไมล์พบแม่เฒ่าโซฟิลายืนรออยู่ที่หน้าวิหาร ราวกับจะรู้ว่าเธอจะเดินทางมาที่นี่ หญิงชราเชื้อเชิญพันไมล์เข้าไปที่ห้องพักรับรองด้านใน หญิงสาวเดินไปตามคำเชิญโดยมีจาบรินเดินตามไปด้วย แม่หมอประจำเผ่าเลี้ยงน้ำชาอาคันตุกะสาวและองครักษ์คนสนิทของชีคอัมราน

            “เชิญดื่มน้ำชาก่อน น้ำชาอุ่นๆ จะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง”

            “ขอบคุณค่ะ” พันไมล์จิบน้ำชาถ้วยดังกล่าวก่อนจะเริ่มต้นการสนทนา

            “วันนี้ฉันตั้งใจจะมาลาแม่เฒ่าค่ะ”

            “เอ่ยลา!”

            “ค่ะ ไม่รู้ว่ากลับไปคราวนี้จะมีโอกาสได้เดินทางกลับมาที่นี่อีกไหม ก็เลยอยากจะมาลาแม่เฒ่าและขอพรจากองค์เทพีรีฮานน่า ก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้”

            “ขอบคุณที่ยังระลึกถึง และหวังว่าเราจะมีโอกาสได้กลับมาพบกันอีก”

            พันไมล์ฝืนยิ้มให้แม่เฒ่า และคิดว่าตนเองคงจะไม่มีโอกาสได้เดินทางกลับมาที่นี่อีก

            เพราะท่านผู้นำบารัซคงไม่ยินดีต้อนรับเธอ อย่าว่าแต่ให้การต้อนรับเลย เขาไล่เธอด้วยซ้ำและคงอยากจะให้เธอไปให้พ้นหูพ้นตาเขาโดยเร็วที่สุด

            หลังจากที่พูดคุยกันอยู่อีกพักใหญ่ หญิงสาวได้เอ่ยขอตัวไปกราบสักการะองค์เทพีรีฮานน่าเป็นครั้งสุดท้าย ทันทีที่เธอจุดธูปหอมเพื่อที่จะทำพิธีบูชาองค์มหาเทพที่ชาวบารัซนับถือ ทันใดนั้นเองเงารูปพระจันทร์เสี้ยวที่ล้อมรอบด้วยหมู่ดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำองค์เทพีรีฮานน่าได้ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง คล้ายกับจะเป็นการส่งสัญญาณบอกว่าพระนางรับรู้ถึงการมาของเธอ

            พันไมล์หลับตาและระลึกถึงพระนาง พร้อมกับขอโทษที่ตนเองทำให้คืนวันบุหันโซฮาไม่คงความศักดิ์สิทธิ์ และขอให้พระนางยกโทษให้เธอสักครั้ง รวมถึงได้กล่าววิงวอนขอร้องให้พระองค์ช่วยปกป้องชีคอัมราน อย่าให้เขาต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำเผ่าบารัซด้วยเรื่องที่เธอเป็นต้นเหตุ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของเขา

            องค์เทพีรีฮานน่าปรากฏตัวให้พันไมล์เห็นในมโนภาพอีกครั้ง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและมีเมตตา ทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หลังจากนั้นพันไมล์ก็เดินกลับออกมาด้านนอก และขอเดินดูรอบๆ บริเวณโดยมีแม่เฒ่าโซฟิลาและจาบรินมองตามไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status