Share

บทที่ 70

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:38:30

            เช้าวันต่อมาวาคิมได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้ยะห์ซินและจาบรินฟังด้วยความไม่สบายใจ

            “ก็ไม่แปลกอะไรนี่วาคิม ท่านชีคอาจจะเห็นว่ามันดึกมากแล้วก็เลยตัดสินใจนอนที่ห้องทำงาน แทนที่จะกลับไปนอนที่ห้องหอ เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนคุณพายหรือเปล่า” ยะห์ซินเอ่ยแสดงความคิดเห็น

            “แล้วเปิดโอกาสให้คุณลัยลามาไล่ปล้ำท่านชีคนี่นะ” จาบรินพูดอย่างมีอารมณ์

            “ฉันมั่นใจนะว่า...ท่านชีคและคุณพาย...มีความรู้สึกพิเศษต่อกัน” วาคิมบอกเพื่อนทั้งสอง ซึ่งสององค์รักษ์ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “แต่ทำไมท่านชีคถึงปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ เดาได้เลยว่าจะต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างท่านชีคและคุณพาย ถึงได้แสดงปฏิกิริยามึนตึงใส่กัน”

            “นายก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันใช่ไหมยะห์ซิน”

            ยะห์ซินพยักหน้า แม้เขาจะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ด้วยความที่ติดตามเจ้านายหนุ่มมานาน จึงพอจะรู้นิสัยเจ้านายหนุ่มมากพอสมควร ผู้หญิงที่ท่านชีคมักจะให้ความสำคัญ ก็เห็นจะมีแต่คุณพันไมล์คนเดียวเท่านั้น

            “เมื่อคืนคุณพายก็ไม่ได้กลับมานอนที่ห้องหอเหมือนกัน” วาคิมพูดต่อ “และก็เห็นคุณลัยลาเข้าไปหาท่านชีคด้วย”

            “แล้วคุณพายมีปฏิกิริยายังไงบ้างวาคิม” จาบรินซักไซ้ด้วยความอยากรู้

            หมอหนุ่มส่ายหน้าก่อนที่จะตอบ “ฉันไม่เห็นคุณพายทำอะไรนะ...ได้แต่เดินกลับเข้าห้องไป...แต่สีหน้าดูไม่ดีเลย”

            “แสดงว่าเมื่อคืนนี้คุณพายก็ยังกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง สองคืนแล้วซินะที่คุณพายทำแบบนี้...เพราะคุณลัยลาหรือเปล่า” ยะห์ซินเอ่ย

            จาบรินส่ายหน้า “ไม่หรอก”

            คำพูดของจาบรินทำให้วาคิมและยะห์ซิน หันกลับมาจ้องมองเขาพร้อมกับเอ่ยถาม

            “หมายความว่า...” สององครักษ์หนุ่มละไว้ในฐานที่เข้าใจ

            จาบรินพยักหน้า “ใช่...พวกนายเข้าใจถูกต้องแล้ว...ท่านชีคเรานั่นแหละ”

            “ท่านชีคปล่อยให้เจ้าสาวนอนคนเดียว...แบบนี้รู้ถึงหูท่านฮาร์มาล เดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก” วาคิมเอ่ย

            สามองค์รักษ์ที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทต่างก็มีสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน

            “เฮ้อ! แต่เราคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก...เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านชีค” จาบรินกล่าว

            “นั่นสิ รอดูท่าทีของท่านชีคและคุณพายต่ออีกสักพักก่อนละกัน ถ้าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังไม่ดีขึ้น เราค่อยมาสืบหาว่าอะไรเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดรอยร้าวฉานในครั้งนี้” ยะห์ซินกล่าวสรุป

            “เรื่องมันลงเอยด้วยดีแล้วนี่นา ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้” วาคิมเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจอย่างแรง

            จาบรินและยะห์ซินต่างก็ส่ายหน้า เพราะตนเองก็ยังไม่รู้สาเหตุที่ทำให้เจ้านายทั้งสองของพวกเขา แสดงทีท่าเมินเฉยต่อกันเช่นนี้

            หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พันไมล์แทบจะไม่ได้พบหน้า ชีคอัมรานเลยด้วยซ้ำทั้งที่พักอยู่ที่เดียวกัน เธอเคยลองเปรยๆ ถามจาบริน

            องค์รักษ์หนุ่มบอกว่า “ท่านชีคกำลังทำโครงการใหญ่ครับคุณพาย...”  

            “โครงการอะไรคะ...ทำไมถึงไม่กลับบ้านกลับช่อง” พันไมล์บ่นพึมพำแอบค้อนลมค้อนแล้งส่งไปหาเขา

            “ท่านชีคมีโครงการจะทำท่าเรือน้ำลึกครับคุณพาย บารัซของเราไม่ติดทะเล ทำให้เสียเปรียบเรื่องการขนส่ง สินค้าที่เข้ามาในบารัซจึงมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้พวกเราต้องซื้อสินค้าในราคาแพงโดยใช่เหตุ ท่านชีคจึงคิดเปิดเมืองท่ารับส่งสินค้าทางเรือขึ้นมาอีกทางหนึ่ง การขนส่งสินค้าทางเรือต้นทุนต่ำกว่าทางอากาศครับ ถ้าโครงการนี้สำเร็จท่านชีคจะขยายผลต่อด้วยการทำรถไฟความเร็วสูงอีกด้วยครับ”

            พันไมล์พยักหน้า ไม่ออกความเห็นอะไร แต่ในใจกลับชื่นชมความคิดของชีคอัมราน แม้เขาจะดุ บ้าอำนาจ เป็นจอมบงการ แต่เขาก็ทำหน้าที่ของผู้นำบารัซได้อย่างดีเยี่ยม และพยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สูงสุด ของประชาชนชาวบารัซเป็นสำคัญ ซึ่งเธอรู้สึกชื่นชมเขาในจุดนี้

            “โครงการนี้เราต้องประสานไปยังเผ่าเฮฌามา ทำให้ช่วงนี้งานรัดตัวท่านชีคตลอดเวลา และต้องเดินทางไปนอกสถานที่อยู่บ่อยครั้ง ออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดและกว่าจะกลับมาก็ดึกมาก ท่านชีคคงไม่อยากรบกวนคุณพายก็เป็นได้ครับ”

            พันไมล์หน้าแดง มองเมินสายตาจับจ้องของจาบรินไปยังสวนสวยเป็นการแก้เขิน เรื่องที่ชีคอัมรานไม่เข้ามาหาเจ้าสาวไม่ใช่ความลับ ทุกคนในจัสตินพาเลซต่างก็รู้เรื่องนี้ดี พันไมล์ไม่เดือดร้อน แต่พอมีคนมาสะกิด ก็อดรู้สึกไม่ได้ ลึกๆ แล้วในใจของเธอกลับรู้สึกเคว้งคว้างอย่างไรบอกไม่ถูก

            “ฉันเข้าใจค่ะ...คุณไม่จำเป็นต้องแก้ตัวแทนเขาหรอกค่ะ”

            จาบรินยิ้ม “ผมไม่ได้แก้ตัวแทนท่านชีคนะครับ แค่พูดไปตามความจริง นอกจากโครงการท่าเรือน้ำลึกแล้ว ก็ยังต้องประชุมกับกลุ่มบุคคลจากหน่วยงานสำคัญๆ และพวกรัฐมนตรี ที่ตอนนี้ต่างก็ให้การยอมรับในตัวท่านชีคในฐานะผู้นำบารัซ ช่วงนี้ท่านชีคจึงงานยุ่งมากจริงๆ ครับ”

            “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

            แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความกังวลของจาบริน พันไมล์จึงหัวเราะเสียงใส

            “หน้าตาฉันดูเหมือนคนที่เข้าใจอะไรยากหรือเปล่าคะ” เธอถาม

            จาบรินส่ายหน้า

            “ถ้าอย่างนั้นก็เลิกกังวลได้แล้วนะคะ...ฉันเข้าใจแล้วค่ะว่าเขางานยุ่ง...คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกหรอกค่ะ”

            ช่างต่างกับเธอลิบลับ พันไมล์รู้สึกตัวเองมีเวลาว่างมากเกินไป ทำตัวไร้ประโยชน์สิ้นดี

            ในแต่ละวันของพันไมล์ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและน่าเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากหายใจทิ้งไปวันๆ มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่า และสิ่งที่เพิ่มความเบื่อหน่ายให้กับพันไมล์ก็คือลัยลา หญิงสาวชอบทำตัวจุ้นจ้านวุ่นวาย เจ้ากี้เจ้าการในทุกๆ เรื่อง และเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ พันไมล์จึงพยายามหลบหลีกอีกฝ่ายทุกครั้งไป

            “คุณพายคงเหงา...” จาบรินถามขึ้น

            “ไม่เหงาหรอกค่ะ...เบื่อมากกว่า”

            “คุณมีงานอะไรให้ฉันทำบ้างไหมคะ” พันไมล์ถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ถ้ามีอะไรให้ทำเพลินๆ คงจะทำให้เธอคลายความเบื่อหน่ายไปได้บ้าง

            จาบรินหัวเราะ “ใครจะไปกล้าใช้คุณพายครับ”

            “เฮ้อ! วันๆ หนึ่งได้แต่กินๆ นอนๆ และก็เดินไปเดินมา หายใจทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ามากเลย”

            องค์รักษ์หนุ่มแสดงสีหน้าเห็นใจ แต่เขาก็ไม่อาจจะช่วยอะไรชายาของท่านชีคได้

            พันไมล์ทำหน้าเซ็ง ก่อนจะไปเดินเล่นในสวน โดยมีจาบรินเดินตามไม่ห่าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status