Masuk“เขาจะจริงจังกับฉันหรือไม่ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องไขข้อข้องใจให้ใคร และก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา เหมือนที่คุณพยายามทำอยู่ เพราะถึงอย่างไรฉันกับเขาก็เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การที่สามีจะมีอะไรกับภรรยาของตนเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และก็ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างคุณจะต้องเข้ามาโวยวายทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ จริงไหมคะ” พันไมล์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาท้าทาย
“ส่วนเรื่องที่คุณอยากรู้ขนาดมาหาเรื่องฉันแต่เช้า ก็ขอบอกให้เอาบุญว่าเมื่อคนเราสองคนมีความสุขกันมากเลย”
ลัยลาสะบัดฝ่ามือพิฆาตใส่หน้าพันไมล์ฉาดใหญ่
เสียงเนื้อกระทบกันดังไปถึงอีกห้อง วาคิมขยับจะเข้าไปห้ามแต่ชีคหนุ่มห้ามไว้
อัมรานย้อนกลับมาที่ห้องเพราะลืมเอกสารสำคัญไว้ ไม่นึกว่าลัยลาจะกล้าหาญขนาดมาหาเรื่องพันไมล์ถึงในห้อง
พันไมล์ลุแก่โทสะเตรียมปล่อยหมัดโต้ตอบ แต่ต้องพยายามข่มใจเอาไว้ เพราะเกรงว่าจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่และกระทบต่องานของชีคอัมราน จึงต้องระงับอารมณ์ของตนเองไว้
“ถ้าจะเข้ามาหาเรื่องกันล่ะก็ออกไปซะ ก่อนที่คุณจะโดนฉันต่อย”
พันไมล์พูดขู่ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สีหน้าและแววตาของหญิงสาวขึงขัง ทำให้ลัยลาจำต้องล่าถอยออกไป
“ซันเด...ส่งแขก”
ซันเดซึ่งรอจังหวะอยู่แล้วรีบเดินไปเปิดประตูห้อง “เชิญค่ะคุณลัยลา”
ลัยลาจ้องมองพันไมล์ด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกจากห้องไป
“ท่านชายาเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” ซันเดและมีอาเอ่ยถามพร้อมกันด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็นไร...ไปจัดเตรียมดอกไม้ได้แล้วมีอา...เดี๋ยวพวกเราจะได้ไปที่วิหาร”
มีอารีบไปจัดเตรียมพานดอกไม้ตามคำสั่งของเจ้านายสาว ส่วนซันเดก็รีบเข้ามาช่วยแต่งตัวให้พันไมล์ และแอบเหลือบมองรอยนิ้วบนใบหน้าของหญิงสาว
อัมรานได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผ่านประตูห้องที่เชื่อมต่อระหว่างกัน นี่ถ้าเขาไม่ลืมของและย้อนกลับมาเอาก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้
‘เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว คงต้องจัดการอะไรสักอย่าง’ ผู้นำบารัซคิดและเดินออกจากห้องไป
“ยะห์ซินถ้าการเจรจาในครั้งนี้ไม่เป็นผลสำเร็จ นายก็ไปจัดการตามแผนเดิมของเราได้เลย”
“ครับท่านชีค”
ผู้นำบารัซใช้เวลาเจรจาต่อรองเรื่องผลประโยชน์ของท่าเรือน้ำลึกนานถึงสามชั่วโมงเต็ม แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เพราะเฮฌามาไม่ยอมรับข้อเสนอของบารัซ การเจรจาจึงต้องเลื่อนออกไป
“น่าเสียดายนะครับท่านลุง ที่เราไม่อาจตกลงกันได้”
ผู้นำบารัซเอ่ยขึ้นขณะเดินออกจากห้องประชุม
“ถ้าหลานยอมถอย โดยแบ่งผลประโยชน์มาให้ทางเฮฌามาเพิ่มอีกสักนิด เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
อัมรานได้แต่ยิ้มรับ เพราะการทำท่าเรือน้ำลึกในครั้งนี้ ทางเฮฌามามิได้ลงทุนอะไร แค่สละพื้นที่บางส่วนเพื่อนำมาสร้างเป็นท่าเรือ แต่สิ่งที่ผู้นำเฮฌามาเรียกร้องกลับเป็นส่วนแบ่งที่มากถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ของกำไรทั้งหมด ซึ่งจริงๆ แล้วผลประโยชน์ที่เฮฌามาจะได้นั้นมากมายกว่าบารัซอยู่แล้ว เป็นเพราะความโลภทำให้ผู้นำเฮฌามาไม่เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวม และเลือกที่จะตักตวงแต่ผลประโยชน์ส่วนตน จึงทำให้การเจรจายืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้
“ไม่เป็นไรครับ เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ยังพอมีเวลาให้ท่านลุงกลับไปคิดทบทวนเรื่องนี้ดูอีกครั้ง”
ผู้นำเฒ่าได้แต่ยิ้มเยือกเย็น “ลุงจะเอากลับไปคิดดูอีกที...”
“ท่านลุงจะกลับเฮฌามาเลยไหมครับ”
“ลุงว่าจะแวะไปหาลัยลาที่จัสตินพาเลซก่อน จะไปด้วยกันไหม”
ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ครับ ผมมีประชุมกับฝ่ายกลาโหม เชิญท่านลุงตามสบายครับ”
อับบาสพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถที่มาจอดรอรับ อัมรานมองตามไปด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
หลังจากแยกจากชีคอัมราน ผู้นำเผ่าเฮฌามาก็แวะมาหาบุตรสาวที่จัสตินพาเลซ แต่แทนที่เขาจะพบกับลัยลาอย่างที่ตั้งใจไว้ กลับพบเพียงสาวใช้ประจำตัวที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้แทน
“เกิดอะไรขึ้น!”
“นายท่านคะ...คุณลัยลา...” สาวใช้รายงานไปร้องไห้ไปจนผู้นำเฒ่าฟังไม่รู้เรื่อง
“ลัยลาทำไม! เกิดอะไรขึ้นกับลูกของข้า”
“นายหญิงถูกองค์รักษ์ของท่านชีคอัมรานจับตัวไปค่ะ”
“องครักษ์อัมราน” ผู้นำเฮฌามาพึมพำ สีหน้าครุ่นคิด
“เจ้ารู้ไหมว่าเขาจับตัวนายหญิงของเจ้าไปทำไม”
สาวใช้ส่ายหน้า “ไม่ทราบค่ะ จู่ๆ คนของท่านชีคก็บุกเข้ามาจับตัวคุณลัยลา นายหญิงพยายามจะขัดขืนแต่พวกเขาก็ไม่ยอมพาตัวออกไปจนได้”
ชายชราพยักหน้าและหันไปบอกสาวใช้คนดังกล่าวว่า “เจ้าตามข้ามา”
ไม่นานสองนายบ่าวก็มาถึงห้องทำงานของฝ่ายองครักษ์ เขาพบยะห์ซินและวาคิมกำลังนั่งสอบปากคำลัยลาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง สององครักษ์ลุกขึ้นทำความเคารพผู้นำเผ่าเฮฌามา
เมื่อลัยลาเห็นว่าใครมาน้ำตาก็ไหลพราก รีบลุกขึ้นวิ่งถลาไปกอดแขนบิดา ปากก็ฟ้องเขาไปพร้อมกัน
หลังจากอับบาสได้ฟังเรื่องราวจากปากของลัยลา เขาโกรธมากเพราะไม่คิดว่าคนของอัมรานจะกล้ารังแกบุตรสาวของตนเองถึงเพียงนี้
“พวกเจ้าคงไม่เห็นเราอยู่ในสายตาอีกแล้วใช่ไหม ถึงได้กล้าทำกันถึงขนาดนี้” อับบาสตวาดเสียงดังกึกก้อง
สององครักษ์หนุ่มได้แต่ก้มหน้า ส่วนลัยลาก็เชิดหน้าทำท่าหยิ่งผยอง และยิ้มด้วยความสะใจ
“เพื่อเห็นแก่อัมราน ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาเรื่องพวกเจ้า แต่หากยังคิดรังแกลูกสาวข้าอีก อย่าหาว่าเราใจร้ายก็แล้วกัน"
“ท่านพ่อคะ...พวกมันรุมรังแกลูกทำให้ลูกขายหน้า ท่านพ่อจะยอมปล่อยพวกมันไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงคะ”
ลัยลาเอ่ยคัดค้านพร้อมกับรั้งแขนบิดาเอาไว้ เพราะเจ็บใจที่ตนเองถูกรังแกให้ขายหน้าไปทั่ว และจะให้ปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่ลัยลาน่ะสิ
“ท่านพ่อต้องแก้แค้นให้ลูกนะคะ คนพวกนี้กล้าหยามเกียรติของลูกโดยไม่เห็นแก่ท่านพ่อ”
อับบาสตวัดสายตามองสององครักษ์หนุ่ม
“ไม่ต้องกลัวนะลูก พ่อรับรองว่าเรื่องนี้จะต้องรู้ถึงหูอัมรานแน่ พ่อจะให้อัมรานจัดการกับคนพวกนี้แทนลูก”
ลัยลายอมสงบศึกชั่วคราว แต่ยังไม่วายส่งสายตาชิงชังไปให้ยะห์ซินและวาคิม ก่อนที่จะเกาะแขนบิดาและเดินเชิดหน้าจากไป
แต่ก่อนที่สองพ่อลูกจะเดินออกจากห้องดังกล่าว สององครักษ์หนุ่มที่ยืนนิ่งเงียบมาโดยตลอดก็เข้ามาขวางไว้ อับบาสมองด้วยสายตาเป็นคำถาม
ยะห์ซินโค้งให้ผู้นำเฒ่าอย่างสุภาพก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา
“พวกเราให้ท่านนำตัวผู้ต้องสงสัยไปไม่ได้ครับ”
“เจ้ากล้าขวาง” อับบาสคำรามเสียงดัง แต่ยะห์ซินและวาคิมยังคงนิ่งอยู่เช่นเดิม
"ได้โปรดอภัยให้พวกเราด้วยนะครับ เราสองคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่" วาคิมกล่าว
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





