Share

บทที่ 80

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:39:58

            เช้าวันต่อมา ซันเดและมีอามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยซันเดให้มีอาไปจัดเตรียมเสื้อผ้าที่ชายาจะสวมใส่อยู่ภายในห้อง ส่วนตัวเธอเดินมายังระเบียบด้านข้าง เพื่อไปจัดเตรียมโต๊ะอาหาร จึงเหลือบเห็นองครักษ์จาบรินยืนกอดอกมองเหม่ออยู่ด้านนอก

            ซันเดลอบมองใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ดูโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เมื่อคืนนี้ทั่วทั้งจัสตินพาเลซต่างก็รู้ว่าเป็นคืนเข้าหอของท่านชีคและชายา

            เธอเห็นอากรเหม่อมองของเขาแล้วก็อดสงสารเขาไม่ได้ อยากจะเข้าไปพูดจาปลอบประโลมแต่ก็ไม่กล้า จึงได้แต่ลอบมองเขาอยู่เงียบๆ ไปพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง

            “อยากจะพูดอะไรก็พูดมา”

            ซันเดสะดุ้ง แก้มแดงระเรื่อ สองมือบิดกันไปมาอย่างประหม่า ก่อนจะเดินมายืนอยู่ข้างตัวเขา

            “อย่าเสียใจไปเลยนะคะท่านจาบริน”

            “เสียใจ! เสียใจเรื่องอะไร”

            “ก็เรื่องของท่านชีคกับชายาของท่านไงคะ”

            “ทำไมผมจะต้องเสียใจ ดีใจน่ะสิไม่ว่า ที่เห็นเจ้านายทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ลุ้นอยู่ตั้งนาน”

            “ท่านจาบรินไม่ได้...” หญิงสาวคนสนิทของพันไมล์พูดค้างไว้แต่เพียงเท่านั้น

            แต่จาบรินก็สามารถรับรู้ได้ถึงความคิดของอีกฝ่าย โดยที่เธอไม่ได้เอ่ยมันออกมา

            “คิดอะไรแบบนั้นละซันเด นั่นนะภรรยาของเจ้านายนะ แค่คิดก็หัวขาดแล้ว”

            “หมายความว่าท่านจาบรินไม่ได้คิดกับท่านชายาแบบนั้นใช่ไหมคะ” ซันเดย้อนถามอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความโล่งอก

            ตอนแรกเธอหลงคิดว่าเขาจะเสียใจ ที่เห็นท่านชีคปรับความเข้าใจกับท่านชายา เพราะเห็นเขาออกมายืนเหม่อลอย แต่กลับกลายเป็นว่าเขาไม่ได้มีอาการเสียใจสักนิด แถมยังมีสีหน้ายินดีกับเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

            จาบรินดีดนิ้วไปที่หน้าผากของซันเดเบาๆ ราวกับจะหยอกล้อ

            “หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว และกลับไปทำงานของตนเองซะ”

            “ค่ะ...จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะขอตัวเดินกลับไปเข้าไปในห้องของเจ้านายสาว ทิ้งให้จาบรินยืนงงอยู่เพียงลำพังกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

            “ดีใจอะไรนักหนา”

            องครักษ์หนุ่มยักไหล่ จากนั้นก็เดินออกไปดูแลความเรียบร้อยด้านนอก ซันเดมองตามร่างสูงใหญ่ของจาบรินไปด้วยสายตาอาวรณ์ ยกมือลูบหน้าผากนูนกว้างเบาๆ ดวงตาเพ้อฝัน คิดในใจว่า

            ‘แม้วันนี้เขายังจำเธอไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่เขาดีกับเธอ เธอก็ดีใจแล้ว’

            ในขณะที่ลัยลากำลังดูความเรียบร้อยของตนเองในกระจก เพื่อออกไปรับหน้าชีคหนุ่มที่ตนเองรักเหมือนเช่นทุกเช้านั้น สาวใช้คนสนิทก็ได้เข้ามากระซิบบอกเรื่องราวบางอย่าง ที่ทำให้สีหน้าที่กำลังยิ้มแย้มแช่มชื่นเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง และเขียวคล้ำยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินประโยคที่ว่า

            “เช้านี้นังซันเดมาคุยทับถมใหญ่เลยว่าที่นอนยับย่น...”

            เมื่อพูดแล้วสาวใช้ก็หน้าแดง ซึ่งลัยลาก็เดาได้ทันทีว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำให้เธอกรีดร้องออกมาด้วยความแค้นใจ ภายในรุ่มร้อนไปด้วยเพลิงริษยา

            “พันไมล์...อย่าคิดนะว่าแค่นี้จะหยุดฉันได้...ตำแหน่งชายารองต้องเป็นของฉันเท่านั้น” หญิงสาวพึมพำดวงตาทอประกายวาวโรจน์

            “ตอนนี้นังชายาหน้าจืดนั่นอยู่ที่ไหน”

            “อยู่ที่ห้องพักค่ะ” สาวใช้ตอบเสียงอ่อย นึกกลัวสีหน้าบึ้งตึงที่ดูราวกับจะฆ่าคนได้ของลัยลาจับใจ

            “ไป!”

            ลัยลาสั่งโดยไม่สนใจว่าสาวใช้คนสนิทจะตามมาหรือไม่ เธอสาวเท้าตรงไปยังห้องของพันไมล์ และผลักเข้าไปโดยไม่หยุดเคาะให้เสียเวลา       พันไมล์หันกลับมามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ไม่แปลกใจ แม้ไม่อยากจะต้อนรับแต่เพื่อเป็นการรักษามารยาทจึงต้องเอ่ยถาม

            “คุณลัยลาเข้ามาที่นี่มีธุระอะไรคะ”

            ลัยลากวาดสายตามองไปที่เตียงเมื่อที่นอนยังเรียบตึง ก็สาวเท้าอย่างถือวิสาสะจะเดินตรงไปยังประตูที่กั้นระหว่างห้อง ซันเดและมีอารู้จุดประสงค์ของลัยลาจึงรีบเดินมายืนขวางทางไว้ สองฝ่ายประจันหน้ากันแบบไม่มีใครยอมใคร

            ลัยลาเชิดหน้าตวาดเสียงดัง “หลีกไป!”

            แต่ซันเดและมีอาเหมือนสวมหัวใจสิงห์ ทั้งสองยังคงปักหลักยืนอยู่ที่เดิมราวกับไม่ได้ยินคำตวาดนั้น

            เมื่อเห็นว่าสองสาวใช้ไม่สนใจคำสั่งของตน ลัยลาจึงหันไปเล่นงานพันไมล์แทน

            “หัดสั่งสอนคนของเธอบ้างนะว่าเป็นแค่ขี้ข้า อย่ามาสะเออะยุ่งเรื่องของเจ้านาย”

            "ถ้าธุระของคุณคือเรื่องนี้...เดี๋ยวฉันจะสอนพวกเขาเอง"

            พันไมล์เดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ลัยลา “ถ้าหมดเรื่องแล้วเชิญ!”

            ลัยลากระทืบเท้าชี้หน้าพันไมล์ด้วยความไม่พอใจ “นังหน้าจืด! นี่แกกล้าไล่ฉันหรือ”

            ชายาของชีคอัมรานแสร้งถอนใจ “ถ้าคุณจะแปลแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้”

            "อย่าคิดว่าท่านชีคมาซ้อมนอนด้วยแค่ครั้งเดียว แล้วจะมาเชิดหน้าทำตัวไร้มารยาทกับฉันได้"

            “ใครกันแน่คะที่ทำแบบนั้น เดินเข้ามาหาเรื่องคนอื่นถึงที่นี่ทั้งที่ไม่ใช่ที่ของตัวเอง อย่างนี้หรือเปล่าคะที่เรียกว่าไร้มารยาท”

            “แก!” ลัยลาถลึงตาใส่พันไมล์ด้วยความไม่พอใจ

            พันไมล์เบื่อที่จะต้องทนฟังวาจาสามหาวของอีกฝ่าย ทำให้ถามขึ้นมาอย่างหมดความอดทน

            “คุณต้องการอะไร”

            “ฉันก็จะมาเตือนว่าอย่ามาทำผยองใส่ฉัน อีกไม่นานหรอกท่านชีคก็จะแต่งตั้งฉันเป็นชายารอง ถึงเวลานั้นเมื่อไรก็อย่าหวังว่าจะรั้งตำแหน่งชายาไว้ได้”

            “ที่คุณอุตส่าห์มาถึงห้องฉัน เพื่อจะมาบอกเรื่องนี้หรือคะ” พันไมล์ถามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

            “ฮึ!” ลัยลายิ้มเยาะมุมปากก่อนจะพูดว่า “ใช่...ฉันได้รับการแต่งตั้งเมื่อไร...เธอจะไม่มีโอกาสได้มานั่งชูคออยู่ในตำแหน่งชายาอีกแน่”

            “อะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้นคะ”

            “เพราะฉันรู้ดีว่าท่านชีคไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวเธอ แต่ที่เขาต้องแต่งงานกับเธอ ก็ด้วยเหตุผลที่เรารู้ๆ กัน ฉะนั้นที่เขานอนกับเธอก็เพราะทำไปตามหน้าที่ เขาไม่มีวันคิดจริงจังกับคนอย่างเธอแน่”

            พันไมล์ได้แต่ส่ายหัว ด้วยสีหน้าอ่อนใจกับความคิดเป็นตุเป็นตะของลัยลา อีกใจหนึ่งก็นึกหมั่นไส้เสน่ห์อันเหลือเฟือของสามีที่บริหารใส่ลัยลา จนอีกฝ่ายเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนผิดไปจากความเป็นจริงได้มากถึงเพียงนี้

          

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status