Masukอัมรานไม่ตอบแต่กลับออกคำสั่งแทน “ส่งมือมา”
แม้ว่าพันไมล์จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงสั่งเธอเช่นนั้น แต่เธอก็ยอมยื่นมือข้างหนึ่งออกไปตรงหน้าเขา
“ไม่ใช่ข้างนี้...อีกข้างหนึ่ง”
หญิงสาวทำตามคำขอของเขา เธอยื่นมือข้างที่สวมสร้อยไปตรงหน้าเขา อัมรานลูบไล้สร้อยที่อยู่บนข้อมือเธอก่อนจะเปรยว่า
.”ถ้าจะเปรียบสร้อยเส้นนี้เป็นเสมือนมาลัยเสี่ยงรัก มาลัยนี้ก็เลือกเจ้าสาวมามอบให้กับผมตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว เพราะสร้อยที่ทุกคนกำลังตามหามันอยู่ที่ข้อมือของคุณมาโดยตลอด”
พันไมล์หัวเราะเพราะคิดว่าเขาล้อเธอเล่น “มันจะเป็นไปได้ยังไง”
“อาจฟังดูเหลือเชื่อแต่มันก็เป็นไปแล้ว คุณเคยพูดเองไม่ใช่หรือพาย ว่าเหมือนมีอะไรดลใจให้คุณหยิบสร้อยเส้นนี้ขึ้นมาสวม ผมเชื่อว่าองค์เทพีรีฮานน่าลิขิตให้คุณเป็นคู่ชีวิตของผม”
“ตกลงว่านี่คือเรื่องจริงหรือคะ”
“จริงสิ” ชายหนุ่มยืนยันคำพูดอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะว่าสร้อยที่ฉันสวมอยู่ เป็นสร้อยเส้นที่พวกคุณกำลังตามหา และรู้ตั้งแต่เมื่อไร” พันไมล์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ผมสงสัยตั้งแต่แรกที่คุณไม่สามารถถอดสร้อยเส้นนี้ออกได้ แต่มามั่นใจก็ตอนที่คุณไปให้ช่างทำอัญมณีใช้เครื่องมือถอดสร้อยให้คุณ แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ”
“หมายความว่าเราไม่มีวิธีที่จะถอดสร้อยเส้นนี้ออกได้เลยหรือคะ”
“มีอยู่วิธีหนึ่ง...แต่ถ้าเราใช้วิธีนั้น...ก็น่าเสียดายข้อมือสวยๆ ของคุณ ทำไงได้ถือซะว่าเสียสละให้ผมก็แล้วกัน”
พันไมล์รีบกระชากข้อมือกลับทันที ปากก็รีบโวยวาย “บ้าไปแล้ว ใครจะยอมให้คุณตัดมือฉันง่ายๆ”
“นั่นสิ คงจะไม่ค่อยน่าดูเท่าไร ถ้าชายาของชีคอัมรานต้องมือด้วนไปข้างหนึ่ง และผมก็คงไม่ยอมให้ใครทำเช่นนั้นเหมือนกัน”
พันไมล์สบแววตาเจ้าเล่ห์ที่ดูแพรวพราวเกินเหตุของเขา ทำให้เธอรู้ว่าเขาแกล้งหลอกให้เธอกลัว เธอจึงส่งกำปั้นไปจัดการเขาหนึ่งที พร้อมกับตวัดสายตาคมค้อนเขา
“คุณนี่ร้ายกาจจริงๆ มีใครเขานำเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกันบ้างคะ”
“ว่าแต่เราจะถอดสร้อยเส้นนี้ออกได้ยังไง คงจะไม่ใช่นำตัวฉันไปทำพิธีบูชายันต์หรอกนะคะ”
“เป็นความคิดที่ไม่เลว เราจะได้ไม่ต้องหาวิธีถอดสร้อยออกจากข้อมือคุณ”
“ชีคอัมราน!” พันไมล์เรียกด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
อัมรานอมยิ้มพร้อมกับกระชับอ้อมแขน
“ผมล้อคุณเล่น แค่นี้ก็ต้องโกรธด้วย”
“ไม่โกรธสิแปลก ล้อเล่นแต่ละอย่างดีดีทั้งนั้น”
“ก็การได้แกล้งคุณถือเป็นความสุขเล็กๆ อย่างหนึ่งของผม”
“มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นมันถูกต้องแล้วหรือคะ อย่ามัวแต่พูดออกนอกเรื่องอยู่เลยค่ะ สรุปแล้วคุณรู้วิธีที่จะถอดสร้อยเส้นนี้ไหมคะ”
“รู้สิ...”
“รู้!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“ใช่...ส่งมือมา”
หญิงสาวยื่นมือข้างที่สวมสร้อยไปตรงหน้าเขาอีกครั้ง และรอดูว่าเขาจะถอดสร้อยที่เธอสวมอยู่ได้อย่างไร อัมรานเอื้อมมือไปปลอดตะขอสร้อยเส้นนั้นออกได้อย่างง่าย ท่ามกลางความประหลาดใจของพันไมล์
“ทำไมคุณถึงถอดมันออกได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ให้พยายามมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครถอดสร้อยเส้นนี้ได้”
“คนที่จะถอดสร้อยนี้ได้ก็มีแค่ผมกับท่านอาเท่านั้น”
“ทำไมคะ!” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน
“เพราะสร้อยเส้นนี้มันมีประวัติที่ยาวนาน”
“เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ”
อัมรานเล่าให้พันไมล์ฟังถึงประวัติของสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่า ที่เล่าสืบต่อกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่นว่าชีคชีอะห์ ซึ่งเป็นผู้นำเผ่าคนแรกได้จัดทำสร้อยเส้นนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวแทนความรักของเขา โดยจะนำไปมอบให้ผู้หญิงที่เขารัก แต่หญิงสาวคนดังกล่าวกลับเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้แต่งงานกัน ชีคชีอะห์รู้สึกเศร้าโศรกเสียใจถึงกับประกาศว่าเขาจะไม่สมรสกับหญิงใดอีกเลย
ร้อนถึงแม่หมอประจำเผ่าในขณะนั้น ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนขององค์เทพีรีฮานน่า ต้องทำพิธีบูชาพระนาง เพื่อให้พระนางประทานความเมตตาแก้ไขปัญหานี้ ในขณะที่กำลังทำพิธีอยู่นั้น พระนางได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปลอบโยนชีคชีอะห์ด้วยความเมตตาว่า คนเราทุกคนล้วนมีคู่แท้หรือคู่บุพเพ แม้ว่าชีคชีอะห์จะสูญเสียคนรักไป แต่พระนางจะประทานความรักครั้งใหม่ให้แก่เขา จากนั้นพระนางก็ประกาศเสียงดังกึกก้องว่า “อีกไม่นานเจ้าจะได้พบคู่และมีความสุขกับรักแท้ของเจ้า”
“พระนางประกาศเช่นนั้นจริงหรือคะ”
อัมรานพยักหน้าเพื่อยืนยันคำตอบ “เขาเล่าต่อกันมาแบบนั้น แต่ผมก็เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง”
“หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นคะ!?”
“ชีคชีอะห์กราบขอพรจากพระนางให้เขาได้พบกับรักแท้โดยเร็ว และครองคู่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ซึ่งพระนางก็ได้ประทานพรให้ชีคชีอะห์ตามที่เขาต้องการ”
“แล้วมันเกี่ยวกับสร้อยเส้นนี้ยังไง”
“ช่างสงสัยจริง”
“ก็มันอยากรู้นี่คะ”
“ตำนานกล่าวว่าองค์เทพีรีฮานน่าได้ให้พรแก่ผู้ครอบครองสร้อยเส้นนี้ไว้ว่า...เราขอมอบความสุขที่ยืนยาวไม่ขาดสายให้แก่ผู้ที่ได้ครอบครองสร้อยเส้นนี้ เพื่อคุ้มครองให้ทุกคนในเผ่าปลอดภัยแคล้วคลาดจากภัยอันตราย และขอมอบลาภยศสรรเสริญรวมถึงความมั่งคั่งให้แก่พวกเขาอย่างไม่มีวันจบสิ้น ให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงมีลูกมีหลานไม่ขาด”
“อย่าบอกนะว่าชีคชีอะห์ได้พบกับรักแท้ที่พระนางประทานให้”
“อืม...ใช่...หลังจากนั้นไม่นานทุกอย่างก็เป็นไปตามพรที่พระนางประทานให้แก่ชีคชีอะห์ เขาได้พบกับรักแท้และครองคู่กันสืบไปจนแก่เฒ่า ก่อนที่ชีคชีอะห์จะตายเขาได้มอบสร้อยเส้นนั้นให้แก่บุตรชาย และถ่ายทอดถึงเรื่องราวทั้งหมดให้บุตรชายของเขาฟัง สร้อยเส้นนี้จึงเป็นเสมือนตัวแทนความรักและสันติสุขของบารัซ และเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่า เราเชื่อกันว่าคนที่ได้ครอบครองสร้อยเส้นนี้จะได้พบกับรักแท้ ที่องค์เทพีรีฮานน่าประทานมาให้ ความพิเศษของสร้อยยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะชาวบารัซเชื่อว่าคนที่จะถอดสร้อยเส้นนี้ได้ จะต้องมีเชื้อสายตระกูลที่ผ่านการคัดเลือกจากองค์เทพีรีฮานน่า เพื่อให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำบารัซเท่านั้น”
“ซึ่งก็หมายถึงคุณกับท่านอาของคุณใช่ไหมคะ”
“คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว”
“มิน่าล่ะคุณถึงถอดสร้อยเส้นนี้ออกได้อย่างง่ายดาย”
พันไมล์พูดพร้อมกับหยิบสร้อยจากมือของเขา มาพลิกดูตรงตะขอที่ใช้เกี่ยวสร้อย เธอพบความผิดปกติบางอย่างเพราะโลหะที่เคลือบสร้อยไว้มันหลุดไปส่วนหนึ่ง ทำให้เธอเห็นทองคำที่อยู่ด้านใน ต้องมีใครบางคนนำสร้อยเส้นนี้ไปปรับเปลี่ยน โดยการนำโลหะมาเคลือบทับไว้เพื่อปกปิดเนื้อแท้ด้านใน เดาว่าท่านชีคโอมานคงเกรงว่าน้องชายของตนจะแย่งสร้อยเส้นนี้ไปจากบุตรชาย และตั้งตนขึ้นปกครองบารัซซะเอง จึงได้สั่งให้คนนำโลหะมาเคลือบสร้อยเส้นนี้ไว้เพื่อพรางตาผู้คน
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







