Masukอัมรานอุ้มพันไมล์กลับมาที่ห้องหอทันทีที่กลับมาถึงจัสตินพาเลซ จากนั้นก็สั่งให้สาวใช้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ก่อนจะมีคำสั่งให้วาคิมเข้ามาตรวจดูอาการของหญิงสาวอันเป็นที่รักของตนเอง โดยมียะห์ซินยืนอยู่ไม่ห่าง วาคิมลงมือตรวจร่างกายของเจ้านายสาวอย่างละเอียด
“พายเป็นยังไงบ้างวาคิม”
“มีรอยเล็กๆ ที่บริเวณลำคอของคุณพาย ซึ่งดูคล้ายกับรอยเข็มหรือของมีคมอย่างลูกดอก และมีร่องรอยของเข็มฉีดยาที่บริเวณแขนทั้งสองข้างของเธอ นอกนั้นก็ไม่มีบาดแผลอะไรที่น่าวิตกกังวลครับท่านชีค”
“แล้วทำไมพายถึงยังไม่ฟื้น เป็นไปได้ไหมว่ามันเกิดจากฤทธิ์ยาที่คนพวกนั้นฉีดให้เธอ”
“ก็เป็นไปได้ครับ ผมคงต้องนำเลือดของคุณพายไปตรวจอย่างละเอียดอีกที” วาคิมเอ่ย
เขาเก็บตัวอย่างเลือดของพันไมล์ เพื่อนำไปตรวจหาสารที่คนร้ายฉีดเข้าไปในร่างกายของเธอ
หลังจากเฝ้าดูแลจนมั่นใจว่าพันไมล์พ้นจากอันตรายแล้ว อัมรานก็ตรงไปยังห้องทำงานของผู้นำบารัซ ซึ่งขณะนี้ได้ถูกฮาร์มาลยึดไว้ใช้เป็นฐานปฏิบัติงาน ชายหนุ่มเดินเข้าไปภายในห้องและหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะตัวใหญ่
“เจ้ารักษาสัญญาดีมาก”
ฮาร์มาลเอ่ยชมหลานชาย ที่ยอมทำตามคำพูดซึ่งได้เคยตกลงกันไว้ในโกดังร้าง โดยการสั่งถอนทหารองค์รักษ์ทั้งหมดออกจากจัสตินพาเลซ และให้เขานำทหารของเขาเข้ามาดูแลความปลอดภัยที่นี่ ในลักษณะนี้ก็เท่ากับว่าชีคอัมรานและชายาตกเป็นตัวประกันของเขา และหากวันพรุ่งนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตำแหน่งผู้นำบารัซก็ไม่พ้นมือเขาอย่างแน่นอน
“เป็นทีของท่านอาแล้วนี่ครับ จะทำอะไรก็ย่อมได้”
ฮาร์มาลหัวเราะชอบใจ “คนที่มีจุดอ่อนก็มักจะต้องยอมสิโรราบให้กับคนที่แข็งแกร่งกว่า”
“ซึ่งโหดร้ายฆ่าได้แม้แต่หลานชายคนเดียวอย่างนั้นหรือครับ” อัมรานสวนทันควัน เสือเฒ่าฉะงักเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาตบไหล่หลานชายเบาๆ
“คิดซะว่า ตัวเองโชคร้ายที่เกิดมาเป็นหลานอา” จบสิ้นคำพูดเขาก็หัวเราะดังอย่างถูกใจ อัมรานขยับจะตอบโต้แต่ฮาร์มาลยกมือห้าม พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“อย่าพูดอะไรอีกเลยอัมราน ไม่มีประโยชน์หรอก เสียเวลาเปล่า มันหมดเวลาของเจ้าแล้ว พรุ่งนี้ทหารคนสนิททั้งสามคนของเจ้าจะต้องติดตามเจ้าเข้าไปในห้องประชุมด้วย”
ชีคหนุ่มขมวดคิ้วถาม “ท่านอากลัวผมจะตลบหลัง”
“ใช่” ฮาร์มาลยอมรับ “เราไม่ควรตั้งอยู่บนความประมาท ถ้าเป็นเจ้าจะปล่อยให้ทหารมือดีหลุดรอดสายตาไหม” เขาย้อนถาม
อัมรานยิ้ม “ได้ครับ วาคิมและยะห์ซินจะติดตามผม เข้าไปประกาศสละตำแหน่งด้วย แต่จาบรินผมคงไม่สามารถให้ตามไปด้วยได้”
“เจ้ากล้าต่อรองกับข้าหรือ?”
“จาบรินมีหน้าที่อารักษ์ขาความปลอดภัยพันไมล์” เขาจ้องมองท่านอาโดยไม่เกรงกลัว “และผมก็ไม่ไว้ใจที่จะปล่อยให้พายอยู่กับทหารของท่านอาตามลำพัง”
ฮาร์มาลขบกรามแน่น แต่เมื่อประเมินจากท่าทีขึงขัง และเอาจริงเอาจังของหลานชาย ก็เห็นว่าสิ่งที่อัมรานยอมถอยให้เขามากแล้ว หากดึงดันไปก็จะปะทะกันให้ขุ่นเคืองเปล่าๆ จึงยอมรับปาก
“เอาตามนั้นก็ได้...แต่ต้องมีทหารของอาอยู่ด้วย”
“ไม่มีปัญหาครับ” อัมรานรับปาก และเอ่ยขอตัวไปดูแลพันไมล์ ฮาร์มาลพยักหน้าพร้อมกับหันไปสั่งดีนาสให้ส่งทหารมือดีตามประกบทุกฝีก้าว
อัมรานหันกลับมามองนายทหารจำนวนสี่นาย ที่เดินตามมาติดๆ เมื่อเดินมาถึงห้องนอน เขาก็หันมาสั่งดีนาส
“ห้ามพวกเจ้าเข้ามาในห้องส่วนตัวของเรา” เขาสั่ง
ดีนาสขยับจะค้าน แต่เมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของอัมราน เขาพยักหน้าบอกลูกน้องให้เฝ้าอยู่ด้านนอก
“จะดีหรือครับท่านดีนาส”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเฝ้าอยู่หน้าประตู ท่านชีคกับชายาไม่มีทางหนีไปไหนได้แน่”
ทหารทั้งสี่พยักหน้าและยืนเฝ้าผู้บารัซอยู่หน้าห้อง
อัมรานเดินมาทรุดตัวลงข้างตัวพันไมล์ เขานั่งเฝ้าเธอด้วยความห่วงใยไม่ยอมห่าง ชายหนุ่มลูบไล้เส้นผมของเธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับดูแลห่มผ้าให้ด้วยความทะนุถนอม และเฝ้าเธออยู่เช่นนั้นไม่ยอมลุกไปไหน ไม่กินไม่นอน ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ไม่สนใจ ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ข้างกายพันไมล์ตลอดเวลาจนกระทั่งเธอเริ่มขยับตัว
“คุณรู้สึกตัวแล้ว” ผู้นำบารัซเอ่ยออกมาด้วยความโล่งใจ
พันไมล์ปรับสายตาอยู่สักพัก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ถึงรู้ว่าตัวเองนอนอยู่ภายในห้องหอ โดยมีชีคอัมรานนั่งอยู่ไม่ห่าง ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดใด เธอก็รับรู้ถึงความห่วงใยของเขาได้เป็นอย่างดี
“คุณทำแบบนั้นทำไมคะ”
“มันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำ”
“คุณไม่ควรมอบสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่าให้กับท่านอาของคุณ ทำไมถึงยอมเสียสละแม้แต่ตำแหน่งผู้นำบารัซ เพื่อแลกกลับการรักษาชีวิตของฉันเอาไว้ มันไม่คุ้มกันสักนิด ฉันไม่มีค่ามากมายขนาดนั้นหรอกค่ะ” เธอบอกเสียงสั่นเครือ ในใจท่วมท้นไปด้วยความอิ่มเอม เมื่อรู้ว่าสามีรักและเห็นคุณค่าในตัวเธอ ถึงขนาดยอมแลกแม้ตำแหน่งผู้นำแห่งบารัซ
“ใครบอกว่าคุณไม่มีค่า คุณมีค่าและมีความหมายมากที่สุดสำหรับผม เพื่อคุณแล้วผมยอมสละได้ทุกอย่าง อย่าว่าแต่แค่ตำแหน่งผู้นำของบารัซเลย แม้แต่ชีวิตผมก็สละให้คุณได้ ถ้ามันจะทำให้คุณปลอดภัย”
“เป็นความผิดของฉันเอง เพราะฉันคุณถึงต้องประสบกับปัญหาเช่นนี้” พันไมล์พูดทั้งน้ำตา
เธอรู้สึกผิดที่ตนเองเป็นต้นเหตุ ให้เขาต้องสละตำแหน่งผู้นำเผ่า ทั้งที่เขามีสิทธิโดยชอบธรรม
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ทุกอย่างเป็นเพราะผมมากกว่า” ชีคหนุ่มเอ่ยพร้อมกับซับน้ำตาให้เธอ
พันไมล์พยุงตัวขึ้นมานั่งและกอดเขาเอาไว้ เขาเองก็สวมกอดเธอไว้เช่นกัน
“ไม่ต้องห่วงนะคนดี ผมมีวิธีรับมือกับปัญหานี้ ขอเพียงคุณนอนพักรักษาตัวให้หาย ผมจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”
พันไมล์พยักหน้าอย่างอ่อนแรง สองหนุ่มสาวสบตากันและยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน
อัมรานอยู่เป็นเพื่อนพันไมล์ จนกระทั่งวาคิมมาตรวจร่างการของเธออีกรอบ หลังจากตรวจร่างกายของเธออย่างละเอียด เขาก็ได้หันมารายงานเจ้านายหนุ่มถึงผลการตรวจ
“คุณพายปลอดภัยแล้วครับท่านชีค เหลือก็แต่เพียงอาการมึนงงจากยาที่คนของท่านฮาร์มาลฉีดให้ก่อนหน้านี้ ถ้าคุณพายได้นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ อาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ หายไปเองครับ”
“พวกมันฉีดยาอะไรให้พายหรือวาคิม” อัมรานเอ่ยถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
แม้ว่าจะได้รับรายงานจากคนสนิทของตนเองว่าภรรยาสุดที่รักของเขาปลอดภัย แต่เขาก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







