LOGINผมเกือบจะลืมๆ เลือนๆ เรื่องที่รับปากกับแหวนดอกไม้ไว้ว่าจะไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยที่หมอนั่นสอนอยู่ ครับ จนถึงตอนนี้ ไอ้ความไม่ชอบหน้าพี่แบงค์อะไรนี่ของผมมันก็ยิ่งทวีขึ้นมากทุกวัน ทุกวัน หมอเชิญตัวเองมากินข้าวกับเรา นั่นนี่กับเรา ทำยังกับเป็นคนในครอบครัว
จนเช้าวันหนึ่งหลังจากที่พ่อกับแม่ของเรากลับมาจากการฮันนีมูนอันยาวนาน และเห็นควรว่าลูกค้าใกล้จะหายหมดล่ะ ก็สมควรจะหายหรอกครับ เล่นปิดร้านกันเป็นเดือนๆ ขนาดนั้น แต่ไม่เป็นไร ไอ้ค่าใช้จ่าย พ่อผมรวย ก็ให้ออกไป ผลไม้ในสวนมีคนมารับถึงที่ แล้วแหวนดอกไม้ก็ขายทางอินเตอร์เน็ต เธอก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้เรื่องอะไรอย่างที่เธอชอบว่าตัวเองหรอกครับ เธอเป็นคนฉลาดในระดับหนึ่ง แล้วก็ยิ้มเก่ง พูดเก่ง ยิ้มวิบวับนั่นแหละครับ ทำให้เธอเป็นที่รักของใครต่อใคร ลูกค้าประจำของเราบางคน ลงทุนสั่งขนมกับเราทางโทรศัพท์และให้เราไปส่งถึงบ้านตอนเราไม่เปิดร้าน ผมกับแหวนดอกไม้ก็รับออเดอร์กันพอประมาณ ให้มีรายได้ ผมยกให้เธอหมดนั่นแหละครับจริงๆ แล้ว แต่เธอก็ไม่ยอม เอามาแบ่งให้ผมจนได้ ไม่ฟังหรอกว่าผมพอมีรายได้
ผมมีรายได้จริงๆ นะตอนนี้ เกมที่ผมคิดกับเพื่อน เราเริ่มอัพโหลดลงทางแอปเปิล และแอพสโตร์ อนุมัติแล้ว ผ่านแล้วด้วย รายได้หารสาม ทีมของผมมีสามคน มันก็พอไปได้ดีเลยทีเดียวล่ะ เหลือแต่พวกเรื่องการตลาด โปรโมท เพื่อนผมอีกสองคนอาสา เพราะมันถนัดทางนี้มากกว่า มันบอกให้ผมนอนรอเกาตูด รอรับความสำเร็จของทีมเราได้เลย รับรองว่ารุ่งแน่นอน
“ว่ายังไงล่ะแทน”
เธอว่ายิ้มๆ พร้อมกับเอาใบสมัครยื่นให้ผม พ่อของผมคว้าหมับไปดู แต่...สมน้ำหน้า อ่านภาษาไทยออกที่ไหนกัน เลยจำต้องยื่นต่อให้กับคุณบุษบา เธอเอาไปอ่านแล้วก็แปลให้พ่อผมฟัง
“ก็ลองไปก็ได้ครับ” ผมตอบ ลูกผู้ชายพูดแล้วก็ไม่อยากคืนคำนี่ครับ
“นายคิดยังไงจะไปเรียนล่ะไอ้เสือ”
พ่อของผมถาม พร้อมกับมองผมยิ้มๆ ผมแค่ยักไหล่ ส่วนคุณบุษเธอยิ้มกว้างเลยทีเดียว ดูเหมือนเธอจะเครียดเรื่องที่ผมจะไม่ยอมเรียนต่อ เธอดูจะเป็นห่วงอนาคตของผมเอามากๆ หลายอย่างเธอดูแล สอนผมเหมือนกับแม่คนไทยที่สอนลูกนั่นแหละครับ ที่พูดแบบนี้ เพราะว่าวิธีการคิดของเธอและย่าผม และป้าเอ็มไม่เหมือนกันเลย ผมก็รับฟัง แล้วก็เอามาคิดดูว่าผมชอบแบบไหน ก็ค่อยเลือกเอา
“ดีแล้วล่ะค่ะที่ลูกตัดสินใจเรียน แม่กับพ่อสนับสนุนเต็มที่เลยนะแทน จะอย่างไงน่ะ เรียนรู้เอง กับเรียนในมหาวิทยาลัยมันไม่เหมือนกันนะ”
“ครับ”
“จริงไหมล่ะแหวน จะได้ฝากแทนให้แบงค์ดูแล แหวนก็จะได้ฝากแบงค์ให้แทนดูแลให้ด้วย”
“แม่ล่ะก็”
เธอหน้าแดงก่ำเลยครับ พ่อของผมมองอาการของสองแม่ลูก แล้วก็หัวเราะออกมานิดๆ ตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ ทำไมจะมองไม่ออกว่า ปฏิกิริยาของแหวนดอกไม้เวลาได้ยินชื่อของหมอนี่น่ะ มีอาการมากขนาดไหน พี่สาวของผมคิดยังไงกับหมอนั่น
“แบงค์นี่ใครกันนะ แค่พูดชื่อ แหวนก็อายม้วนแล้ว”
“คู่จิ้นของแหวนเค้าน่ะค่ะคุณ” คุณบุษว่า อ้อ...ผมเพิ่งจะรู้นะครับนี่ถึงความสัมพันธ์ของสองคนนี้
เหอะ...
รู้สึกแปลบๆ แปล๊บๆ พิกลว่ะกู
“แหม...แม่ล่ะก็ จ้งจิ้นที่ไหนกันอะ ไปกันดีกว่าแทน เดี๋ยวสาย”
นั่น เธอเขินมาก เขินจนตัวจะม้วนไปกองรวมกันล่ะ เธอฉุดมือผมขึ้นให้ลุกตามเธอ ผมก็ยอมลุกง่ายๆ นั่นแหละครับ ขืนตัวไว้ เธอก็จะฉุดไม่ขึ้น หกล้มหกลุกไป อายหนักไปอีก
“พี่แหวนกับพี่แบงค์ ชอบกันเหรอ”
“ทำอะไรน่ะพี่แหวน” ผมหันขวับไปมองคนขับ ที่หันมายิ้มแหยให้ผม หน้าเธอแดงเถือกไปหมดตอนนี้
“อูย...เลี้ยวผิดอะ”
“เขินรึยังไง”
ผมดักคอ แล้วมองเธอด้วยหางตา เธอย่นจมูกน้อยๆ ไม่ตอบผมครับ แต่เร่งเพลงในรถแทน น่ะ...เขินใช่ไหมนั่น
เธอชวนผมคุยไปเรื่องอื่น ที่ห่างไกลจากเรื่องพี่แบงค์ ผมก็ไม่ใช่ควายนะครับ ก็มองออกล่ะว่าเธอคงจะชอบหมอนั่นจริงจัง แล้วหมอนั่นเองก็...
ผมไม่อยากจะเข้าข้างแหวนดอกไม้ว่าไอ้แบงค์อะไรนี่ ก็ดูท่าจะมีใจให้กับพี่สาวผมเหมือนกัน
เหอะ!
แหวนดอกไม้พาผมมาที่มหาวิทยาลัยที่พี่แบงค์ทำงานอยู่ มันเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเนื้อที่พอสมควรเลยครับ แล้วก็ดูสะอาดสะอ้าน ยังใหม่ นักศึกษาแต่ล่ะคนก็...แจ่ม...น่ารัก ใช้ได้เลยล่ะ
สาวไทยนี่น่ารักเยอะนะครับ
ความเป็นลูกครึ่งหน้าเข้มทำให้ผมดูเป็นเด็กแก่ไปเลย ไหนจะส่วนสูงความล่ำอีก แต่ใครต่อใครก็หันมองผม โดยเฉพาะสาวๆ ที่ถึงกับซุบซิบ ทำหน้าแดงมองก็รู้ว่า...นั่นแหละครับ ผมไม่ใช่พวกหลงตัวเองและหลอกตัวเอง อยู่ที่นี่ผมก็คงจะฮอตเหมือนๆ กับเวลาเปิดร้านขายขนมนั่นแหละครับ
บางคนจำผมได้ด้วย จำแหวนดอกไม้ได้ เพราะเป็นลูกค้าที่ร้านของเรา เข้ามาทักทายเรา พาเราไปที่จุดสมัครสอบอย่างคนอัธยาศัยดี เธอกลุ่มนั้นซุบซิบอะไรบางอย่างกับแหวนดอกไม้ ทำให้เจ้าตัวอมยิ้ม แล้วก็มองมาทางผมอย่างล้อเลียน เมื่อพวกเธอจากไป แหวนดอกไม้ก็ยื่นกระดาษโน้ตเล็กๆ ส่งให้ผม พร้อมกับรอยยิ้มวิบวับนั่น
“นี่...พ่อคนเสน่ห์แรง”
“อะไรน่ะครับ”
“ไอดีไลน์ของสาวๆ กลุ่มนั้นยังไงล่ะ สนใจก็แอดไปได้นะน้องรัก”
ผมรับมาแล้วยัดลงในกระเป๋ากางเกง พลางกับยักคิ้วให้กับแหวนดอกไม้ด้วยท่าทางกวนๆ
“น้องชายพี่หล่อขนาดนี้ ไม่คิดจะหวงหรือครับ”
“ไม่หรอก เพราะพี่รู้ว่าแทนน่ะ สเปคแบบไหน” เธอว่า ทำเอาผมขมวดคิ้ว
“หืม?”
“หืม”
ผมอยากจะขำออกมาดังๆ เออจริงสิ ที่ผ่านมา ผมก็ควงแต่สาวๆ หุ่นประมาณนั้นจริงๆ ไม่คิดจะชอบสาวตัวเล็ก ขนาดย่อมเยา พกพาง่าย
ไม่คิดจะชอบ
จนกระทั่ง...
“น้องแหวน น้องแทน”
เสียงตะโกนเรียกชื่อของพวกเราดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของโอปป้า ไม่สิ ของพี่แบงค์หมอเดินมาแบบ...แบบช้าๆ มาดคุณชาย สุดสะอาด ในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะท้อนแดดจนผมมองแล้วตาพร่า กางเกงเสื้อรีดเห็นกลีบชัดเจน ผมหวีเรียบ เขาสวมแว่นกรอบทอง ยิ้มฟันขาวสะดุดตา โบกไม้โบกมือให้เรา แหวนดอกไม้ยิ้มหน้าบาน ครับ ก็หน้าบานทุกทีเวลาเห็นหมอนี่ ส่วนผมก็หน้าหุบ...หุบทุกทีเหมือนกัน
ใจมันแปลบๆ แปลกๆ เวลาเห็นแหวนดอกไม้มองพี่แบงค์
“พี่แบงค์”
เธอโบกมือตอบเขา แล้วเอาแขนมาคล้องกับแขนผม เหมือนจะใช้เป็นหลักกันเขิน ผมยืนเอามือล้วงกระเป๋า แล้วมองจับจ้องผู้ชายตรงหน้า
“มาสมัครเรียนหรือ?”
เธอเงยหน้ามองผม ครับ แม้จะโกนหนวดโกนเคราแล้วผมยังคงผมยาว แล้วก็ใส่ต่างหูข้างหนึ่ง ดีที่สวมเสื้อเชิ้ตของพ่อ แล้วก็กางเกงยีนที่ขาดน้อยที่สุด รองเท้าผ้าใบที่สะอาดมากที่สุดมา ผมก้มลงมองเธอแล้วยักไหล่ พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้ม
“แต่อะไรพี่แหวน”
“ลากมาสมัครเรียนแล้ว ก็ต้องลากไปตัดผมน่ะสิ”
เธอว่า พี่แบงค์มองผมก่อนจะหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือตบบ่าผม แต่หวืด ครับ หวืด ก็ผมหลบนี่นา หมอหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มกว้างส่งให้ผม
“กฎระเบียบของนักศึกษาน่ะแทน ยังไงก็รับได้เนาะ มันไม่ฟรีเหมือนของเมืองที่แทนจากมา พี่หวังว่าแทนจะเคารพกฎถ้าอยากเรียนที่นี่จริงๆ”
ผมอยากจะบอกว่าผมประบ่าที่มีค่าของผมน่ะ มันไม่คุ้มที่ผมจะเรียนเท่าไหร่หรอกว่ะ เพราะผมเหม็นหน้าพี่ มันก็พูดไม่ได้จริงๆ เพราะเห็นสีหน้าของแหวนดอกไม้แล้ว สีหน้าของพ่อกับคุณบุษ ที่ดีใจที่ผมตัดสินใจเรียน ก็...อืม...ก็หยวนๆ ไป
“ครับ”
“ฝากน้องกับพี่แบงค์ด้วยนะคะ”
“ได้สิน้องสาวของคนสำคัญ พี่ก็ต้องดูแลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว”
“ถึงขนาดจิกแขนกันเลยนะพี่แหวน เขินอะไรจะขนาดนั้นอะ”
“แหม...”
เธอพูดแค่นั้น แล้วก็ค้อนผม ผมพาเธอเดินไปยังที่จอดรถ แล้วก็ทำเป็นชมนกชมไม้ไป พร้อมกับถามเธอไปด้วยลอยๆ
“ชอบเค้าจริงๆ น่ะหรือพี่แหวน”
“ก็...” เธอย่นจมูก หน้าแดงก่ำ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
“อือ”
โอ...ทำไมผมฟังแล้วเหมือนโดนหอกพุ่งเข้ามาทิ่มเข้าฉึก!
ผมมาประเมินอาการของตัวเองตอนนี้ ขณะนี้ผมกำลังนอนก่ายหน้าผาก ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งคลึงต่างหูห่วงเล่นไปมาอย่างใช้ความคิด
ผมเป็นอะไรวะ?
ทำไมเจ็บแปล๊บบบบบ
ได้ขนาดนั้นตอนที่แหวนดอกไม้แค่ตอบสั้นๆ ว่า อือ...ได้ใจความว่าเธอชอบไอ้แบงค์นั่น
เอาล่ะ
ผมยอมรับกับตัวเองก็ได้ตอนนี้ ผมอาจจะชอบเธอ ก็แค่ชอบเธอ ผมชอบผู้หญิงง่ายอยู่แล้วนี่ เลือดพ่อมันแรง แต่...ผมไม่เคยเจ็บแปลบปลาบขนาดนี้ แล้วก็ยอมใครขนาดนี้ด้วย แค่เธออยากให้ผมเรียนต่อ ผมก็เรียนเอาง่ายๆ ไม่ได้ขัดข้องอะไรเลยสักนิด
เธอเป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้
เอาเถอะ...มันก็แค่ รักแบบลูกหมา อืม...ก็ยอมเป็นลูกหมา ปั๊ปปี้เลิฟ ครับ ผมก็คงแค่แบบนั้นกับเธอ เธอเป็นพี่สาวผม ต่อไปผมจะคิดกับเธอแบบพี่น้อง
ผมจะไม่คิดอะไรเหลวไหลกับเธออีกแล้ว
ผู้หญิงสวยๆ น่ารักๆ หุ่นมินิหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา ตัวเล็กแต่ดันมีอะไรบางอย่างยั่วมือยิ้มวิบวับ ชอบทำซุ่มซ่ามให้ผมขำ ก็...คงจะหาได้อีกง่ายๆ นั่นล่ะ
มั้ง...
ผมถอนใจน้อยๆ แล้วก็หลับลงในคืนนั้น
“แต่งงานกันนะพี่แหวน” มันคือคำทักทายแรกของผมในตอนเช้าเมื่อเจอเธอ แหวนดอกไม้ทำตาโต พลางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างงๆ“หะ”“หะ เหออะไรเล่า” ผมจับมือเธอมากุมไว้ แล้วก็รูดแหวนที่นิ้วก้อยของตัวเอง สวมเข้าหมับที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ จะบอกว่าผมรู้ขนาดครับ ก็เคยลองเอาแหวนที่นิ้วนี้ของเธอมาสวมดู มันสวมได้พอดีกับนิ้วก้อยของผม เรียบร้อย ผมจับแหวนดอกไม้ของผมล็อกแล้ว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว หึ หึ หึ“อะไรของแทน”เธอขำครับ แล้วก็หน้าแดงไปด้วย พยายามดึงมือจากมือผม แต่เรื่องอะไรผมจะปล่อย ผมจับมือเธอไว้ แล้วมองตาเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังสุดๆ แล้วในชีวิตล่ะ“ผมบอกว่ารักแล้ว พี่แหวนก็เกี่ยงนั่นนี่โน่น กลัวนั่นนี่ ผมก็เลยนอนคิดทั้งคืน เราแต่งงานกันเลยดีกว่า พี่แหวนจะได้เลิกกลัว ดีไหม”“แล้วถ้าแทนเป็นอย่างที่พี่กลัว ใครจะรับผิดชอบ”เธอคงจะแกล้งพูดนั่นแหละครับ แนะๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ล่ะสิ ปลื้มล่ะสิ ผมรู้นะว่าเธอชอบทับทิมสีแดง ผมอุตส่าห์ไปแอบทำไว้ กะจะให้เธอในวันเกิด แต่เอาเป็นแหวนหมั้นเสียเลย“ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าผมทิ้งพี่แหวน หรือทำตัวไม่ดีกับพี่แหวน ผมอนุญาตให้พี่แ
ตั้งแต่กลับมาวันนั้น...สิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้เฮ้อ...มันก็พังไปเบาๆ น่ะครับ เพราะการเริ่มต้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรกับร้านของเรา เราปิดร้านไปนานพอสมควร เรื่องผลไม้อีก อ้อ..ทับถมไปต่อเนื่องด้วยปัญหาภายในของบริษัทของผม จึงทำให้ผมต้องรีบบินกลับไปหาสองเพื่อนซี้เพื่อทำการแก้ปัญหา และยังถูกให้อยู่ต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะแม่ของบ็อบเสียชีวิต ผมจึงต้องอยู่ช่วยเหลือเพื่อนรักทางจิตใจ ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ทิ้งแหวนดอกไม้ให้อยู่คนเดียว ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผมติดต่อเธอได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนล่ะซีกโลกก่อนมาผมจ้างไอ้คม ครับ จะมีใครล่ะที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้ผมอย่างดีได้เท่าเพื่อนรักคนไทยคนนี้อีก ให้ช่วยเหลือดูแลแหวนดอกไม้ มันรับคำอย่างเต็มใจเลยล่ะครับ แล้วมันก็ยังขนญาติลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยงานในร้านอีกสองคน มันบอกว่าจะได้ผนึกกำลังกัน แนะ...คนอื่นไว้ใจไม่ได้ผมต้องห่างจากเธอมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะครับ ผมกะว่ามะรืนนี้จะบินกลับเมืองไทย บอกเธอไว้แล้วด้วยว่าจะขนอะไรไปฝากบ้าง ดูเหมือนเธอจะเหม่อๆ แปลกๆ พิกลระยะหลังนี่ เอ...แต่เดี๋ยวผมก็รู้ครับว่าทำไมผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าระบบร้าน
เราตกลงมาเที่ยวเหนือกันครับ ขับรถมากันเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ดูสถานที่ชิลๆ น่าเที่ยวจากคู่มือท่องเที่ยวบ้าง เฟซบุ๊กบ้าง ก็สนุกดีนะครับ เราเที่ยวกันจริงจังสามจังหวัด คือลำปาง แพร่ และน่าน ผมมีความสุขที่ได้เห็นเธอเริ่มยิ้มกว้าง ยิ้มวิบวับบ่อยขึ้น เราชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มีบางอย่างที่ผมชอบมาก คือไส้อั่ว กับน้ำพริกอ่อง ชอบขนาดขอสูตรจากร้านที่ไปนั่งกินกันเลยล่ะครับ แถมเขาก็ใจดีไม่หวง ชวนผมทำด้วยซ้ำ อาจจะเพราะคุกกี้สูตรของย่า ที่แหวนดอกไม้เอาติดตัวมาแล้วให้ป้าแกชิมก็เป็นได้ จึงเกิดการแลกสูตรลับกันเกิดขึ้น มีความสุขกันไปทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียวเรากะว่าทัวร์นี้จะจบลงที่จังหวัดน่านครับ แล้วเราจะกลับไปที่นครปฐม เริ่มเปิดร้าน ขายผลไม้ของพวกเราเสียที คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์ครับ เจ้าของบ้านพาเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ผมกินไปร้องโอมายก็อดไปด้วยความเผ็ดอย่างน้ำพริกน้ำปู จนเจ้าของบ้านหัวเราะผม มีผักแปลกๆ ให้กินแกล้มกับน้ำพริก ผมเพิ่งรู้ว่ายอดมะม่วงสีออกน้ำตาลอ่อนๆ นี่มันกินได้! อเมซิ่งมาก อร่อยสุดๆ เมื่อเอากินกับลาบหมู ไก่มะแข่น อันหลังนี่เด็ดจริงๆ รสชาต
จะให้ผมเล่าถึงเรื่องไอ้แบงค์น่ะหรือครับ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิครับ ใกล้อีกนิด...ขอผมระงับอารมณ์นิดหนึ่งน่ะครับเอาล่ะ...พร้อม...ไอ้คมเล่าว่า ที่มหาวิทยาลัยที่ไอ้แบงค์สอน เรื่องที่ไอ้แบงค์รับปรับเกรดนักศึกษา จากทั้งตัว ทั้งเงิน เหอๆ เป็นเรื่องจริงน่ะสิครับ แล้วเรื่องก็แดงโร่ ตอนที่มีนิสิตคนหนึ่ง ปรับเกรดกับมันทุกเทอมจนท้อง...แล้วมันก็ให้เค้าไปทำแท้ง ความแตกตรงที่ว่านิสิตคนนั้นตกเลือด และพ่อแม่เค้าไม่ยอม จะเอาเรื่องมัน ก็สมควรล่ะไอ้เลว! ต่อหน้าทำเป็นคนดีนักนี่ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจากมันเป็นจำนวนเงินก้อนโต ถึงล้านบาทครับแล้วเงินก้อนโตที่ว่าน่ะ มันเสือกมาหลอกเอาจากแหวนดอกไม้นี่สิเรื่องปิดไม่มิด ตรงนิสิตคนนั้นที่ตอนแรกนึกว่ามันจะรักเค้าจริง แต่พอรู้ว่ามันมีแฟนออกหน้าออกตาคือแหวนดอกไม้ และเที่ยวปรับเกรดไปทั่ว นั่นแหละครับ นางจึงเอาทุกอย่างมาแฉเรื่องนี้ลือลั่นสนั่นมาก เกือบๆ จะได้ลงเป็นเนตไอดอลกัน แต่พ่อแม่ของนิสิตสาวหน้าบาง จับลูกสาวล้างน้ำใส่ตะกร้า ใช่ไหม? ผมจำไม่ค่อยได้กับคำเปรียบเปรยแบบนี้ หรือใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เลยมีข่าวกันแค่ในมหาวิทยาลัย หลุดๆ ออกมาเป็นท
หลังงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ผมกับแหวนดอกไม้ไปส่งย่าและป้าเอ็มที่สนามบินเสร็จเรียบร้อย เคลียร์เรื่องทุกอย่าง เช่นค่าใช้จ่ายงานของพ่อและแม่เรา พ่อของผมมีพินัยกรรมด้วยครับผมเพิ่งรู้ และพินัยกรรมของพ่อทำให้ย่าและป้าเอ็มถึงกับยิ้มไปตามๆ กันพ่อให้อสังหาริมทรัพย์กับย่า และ ป้าเอ็ม รวมถึงเงินรองรังจำนวนหนึ่ง ผมก็ได้เงินและหุ้นของพ่อ คุณบุษก็ได้สิทธิ์ในหุ้นและเงินของพ่ออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมันก็ตกเป็นของแหวนดอกไม้ไปโดยปริยายเพราะเธอเสียชีวิตลงแล้ว ส่วนของคุณบุษ...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะน่ารักขนาดมีทำประกันชีวิตไว้โดยมีผมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ในกรมธรรม์ฉบับหนึ่ง เหมือนเธอจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้าของตนเองหรือเปล่าหนอ...ผมอดคิดในใจไม่ได้ เพราะที่เธอยกให้ผมนั้นคือประกันชีวิตที่เพิ่งจะส่งเบี้ยประกันได้ไม่ถึงปีจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ต้องจัดการเรื่องต่อไปล่ะครับนั่นก็คือเรื่องของบุคคลที่ทุกคนต่างฝากฝังเธอไว้กับผม แหวนดอกไม้เธอดูอ่อนแอและบอบบางในสายตาใครต่อใคร ญาติๆ ของเธอ แม้กระทั่งญาติของผม ก็บอกให้ผมอย่าทิ้งเธอ ให้อยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าเธอจะตั้งหลักทำใจได้ การสูญเสียแ
สองปีผ่านไปครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอย่างที่ตั้งใจไว้ เฮ้อ...รักแรกของผม รักที่แท้จริงและจริงจังตอนอายุสิบแปด ไฉนมันถึงฝังลึกยาวนานนักก็ไม่รู้สิครับผมมาอยู่ที่แอลเอ กับบ็อบ และโทมัส สองเพื่อนซี้คู่หูทำเกมของผม เราเปิดบริษัทครับตอนนี้ บริหารงานกันเป็นเรื่องเป็นราวตามแบบของเรา ถือได้ว่าเป็นนิวเจนที่ประสบผลสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จทำให้พวกเราเหลิงกันนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นจะเตลิดอะไรกันมาก ผม...อาจจะเพราะเป็นคนมีปมที่มีพ่อเป็นคนดัง เลยค่อนข้างจะปิดตัวเอง ใช้ชีวิตแบบอาร์ตๆ ประหลาดๆ (มีคนว่าแบบนั้นนะ) ผมซื้ออพาร์ทเม้นท์ขนาดกลาง เลี้ยงสัตว์เลี้ยงคือปลาทองคู่หนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดตบ้างอะไรบ้างตามประสาหนุ่มโสด ยังไม่คิดจะจริงจังกับใคร...ก็ใจมันยังไม่ปิ๊งนี่ครับ ผมยังไม่ลืม...เธอคนนั้นได้สักทีบ็อบเองก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล เงินที่ได้มาถึงขั้นระดับเศรษฐีย่อยๆ ของเขาส่วนหนึ่งกลายเป็นค่ารักษาน้องสาวคนเดียวที่ป่วยหนัก แบมบูน้องสาวของเขาเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม่ของเขาเป็นโรคซึมเศร้า ยายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนพ่อของเขานั้น...อย่าไปพูดถึงดีกว่านะครับ เป็น







