LOGIN“อะไรน่ะพี่แหวน จะมาวุ่นวายอะไรกับทรงผมของผมล่ะ”
“ก็พรุ่งนี้จะปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่แล้วนะ แทนจะมาผมยาวยุ่งรุงรังแบบนี้ไม่ได้ มานี่ๆ”
คนตัวเล็กกว่าพยายามลากให้ผมเดินตามเธอ ไปยังลานหน้าบ้าน ซึ่งเธอเตรียมเก้าอี้ไว้รอ และอุปกรณ์ตัดผม
นี่มัน...
อย่าบอกนะว่าเธอจะลงมือตัดผมของผมด้วยตัวเองอะ
ผมหันมามองเธออย่างไม่ไว้ใจ เธอดึงให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับหยิบกรรไกรสีเงินเงาวับขึ้นมา แล้วควงมันไปมาในมือ ผมล่ะโคตรเสียว เสียวว่ามันจะทิ่มเอามือเธอนั่นแหละครับ
“เอ...ทำไมอย่างนั้นล่ะครับ”
“ก็มันมีคำว่า พุธห้ามตัด พฤหัสห้ามโกนยังไงล่ะ แล้วคนไทยก็ถือกันว่า ถ้าใครตัดผมวันพุธจะซวยเป็นอัปมงคลกับชีวิต ช่างแถวนี้หยุดหมดล่ะจ้ะ แต่ก็อาจจะหาพอได้นะ แต่เราต้องเสี่ยงเข้าไปในเมือง”
“เอ...ทำไมมันอัปมงคลสำหรับคนไทยล่ะ ผมตัดผมวันพุธประจำเลยนะพี่แหวน อ้อ...มิน่าล่ะ ชีวิตผมถึงได้มีแต่อะไรซวยๆ” ผมแกล้งว่า อ้อ...นี่หรือเปล่าผมถึงอก...หัก
หืม...ใครอกหักกัน??
“แต่บ้านผมก็มีความเชื่อนะ”
ผมเอาบ้าง ตาก็มองกรรไกรของเธอไปด้วย ผมไม่อยากเสี่ยงจริงๆ น่ะครับ แล้วอีกอย่าง ผมก็ไม่อยากตัดผม เรื่องของเรื่อง อยากจะไว้ อยากจะกวนเล่นเสียอย่างนั้น แต่ถ้าแหวนดอกไม้จะทำ ผมจะขัดได้ไหมหนอ
“เชื่ออะไร” เธอมองผมทำตาแป๋ว แล้วเริ่มเอาผ้าคลุมไหล่ให้ผม ท่าทางคล่องแคล่วเลยล่ะ
“เชื่อว่า ไม่ให้คนอายุมากกว่าตัดผมให้ เพราะว่าผมจะอายุสั้นยังไงล่ะ”
“โอ๊ย” เธอหัวเราะคิกชอบใจ พลางย่นจมูก
“อย่ามาหลอกพี่เลยน่า ไม่อยากตัดผมล่ะสิ พี่ทำแป๊บเดียวเอง”
“อย่าตัดสั้นนะพี่แหวน”
ผมโอด หลับตาปี๋ เมื่อได้ยินเสียงฉับ ฉับ ฉับ ไม่อยากลืมตามองเลยจริงๆ สิครับ เธอตัดไปก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อไทยๆ ให้ผมฟังไปด้วย บางข้อผมฟังแล้วก็ถึงกับขำ เออก็เชื่อกันไปได้นะ แต่ก็เป็นกุศโลบาย ให้คำขู่ให้กลัว จะได้ไม่กล้าทำนั่นแหละครับ เพราะจะเสียหาย หรือจะเจ็บตัว คนโบราณนี่ก็มีไอเดียดีเหมือนกันนะ
น่าจะมีความเชื่อให้ระวังหนุ่มข้างบ้าน จะพาหายนะมาให้อะไรแบบนี้บ้างเนาะ
เธอยิ้มกับผลงานของตนเอง แล้วเอากระจกให้ผมส่อง โอเคหน้าตาผมเกลี้ยงเกลาขึ้นมาในระดับหนึ่ง ดูสมอายุ เพราะผมที่มันยาวรุงรังได้ถูกหั่นออกไปหมดแล้ว เธอดูจะปลื้มกับผลงานของตนเองมาก แล้วผมก็กลายเป็นตุ๊กตาให้เธอถ่ายเซลฟี่อย่างสนุกสนาน
“พอแล้วน่าพี่แหวน ถ่ายอะไรเยอะแยะ”
ผมว่า แล้วทำว่าจะลุกขึ้น เริ่มคันแล้วนี่ครับ เส้นผมบางส่วนตกแทรกลงไปในเสื้อ ผมลุกเป็นจังหวะที่พี่แหวนหมุนตัวเข้าหาผมเพื่อจะมาถ่ายรูปคู่กับผมพอดี มันเลยเกิดการชนกันเกิดขึ้น ผมน่ะหลักดี ส่วนคนตัวเล็กกว่า ถึงกับกระเด็นไปกองกับพื้น
“อูย”
เธอย่นจมูก ดูท่าทางเจ็บจริงๆ เธอใช้มือกุมข้อเท้าไว้ ผมทรุดลงนั่งข้างเธอ ตอนลงเธอคงลงผิดท่านั่นแหละครับ ข้อเท้าถึงได้บวมนิดๆ
“ซนดีนัก” ผมบ่น แหวนดอกไม้ทำตาโตใส่ผม แล้วหยิกแก้มผม พลางหัวเราะจนตาหยี
“นี่ ตกลงว่าใครเป็นพี่กันนะ นายแทน ดุเหมือนพี่เป็นเด็กเลย”
“ใครแก่กว่าก็ช่างเถอะครับ สำคัญตรงไหน สำหรับผม พี่แหวนเป็นผู้หญิงที่ผมจะต้องปกป้องแล้วก็ดูแล”
“เป็นอะไรน่ะแหวน ถึงต้องอุ้มกันมาแบบนั้น”
“พี่แหวนข้อเท้าพลิกน่ะครับ คุณบุษ”
ครับผมเรียกเธอว่าแบบนั้น ไม่ได้เรียกเธอว่าแม่ คุณบุษทรุดลงนั่งข้างลูกสาว พลิกดูร่องรอยความบวม บ่นว่าแหวนดอกไม้ชอบทำอะไรเป็นเด็กๆ ผมปล่อยให้พวกสาวๆ อยู่กันตามลำพัง แล้วหลบฉากหนีขึ้นไปบนห้องส่วนตัว
สายตาของคุณบุษที่มองมายังผม มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ
เย็นวันนั้นผมมีคุยประชุมกับก๊วนทำเกมของผม เลยขอกินมาม่าคัพง่ายๆ บนห้อง ไม่ได้ลงไปกินข้าวเย็นกับทุกคน แหวนดอกไม้ย้ำนักหนา ว่าพรุ่งนี้ผมจะต้องไปมหาวิทยาลัยพร้อมกับเธอ บ่นยังกับผมเป็นลูก เมื่อผมทำหน้ากวนๆ ใส่ คุณบุษนั่งอ่านหนังสือมองดูเราสองคนเย้าแหย่กัน โดยมีพ่อนอนหนุนตักเธออยู่ แล้วหัวเราะพวกเรา พลางบอกกับแหวนดอกไม้ว่า แหวนดอกไม้เป็นคนแรกที่ผมยอมลงให้ คนแรกที่ผมยอมให้ทำนั่นนี่ให้ ขนาดตัดเล็บ ย่าหรือป้าเอ็มก็ไม่เคยบังคับผมได้
พ่อก็พูดเกินไปน่ะครับ
แต่...เออ...ก็แปลกเหมือนกัน
“ฝันดีนะแทน”
เธอว่า พร้อมกับยิ้มวิบวับ อะไรบางอย่างมันทำให้ผมคว้าตัวเธอแล้วจุ๊บเธอเบาๆ ที่หน้าผาก ดูเธอจะตกใจกับสิ่งที่ผมทำมาก แต่ผมยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรขึ้นส่งให้กับเธอ แหวนดอกไม้กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มฝืนๆ ส่งให้ผม แล้วรีบโกยอ้าวจากผมไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกลัวว่าผมจะคว้าตัวไว้อีกรอบอย่างนั้นล่ะ
เสียงเคาะประตูห้องของผมดังอีกหน ถ้าเป็นแหวนดอกไม้ล่ะก็...ผมจะจับมาจุ๊บราตรีสวัสดิ์อีกสักที
“คุณบุษ”
ผมเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นใคร คุณบุษยิ้มน้อยๆ ส่งให้ผม พร้อมกับสายตาคมกริบที่มองกวาดผมแบบหัวจรดเท้า เธอถามเสียงขรึมๆ
“ขอเข้าไปในห้องได้ไหมแทน”
“ได้ครับ...มันรกนิดหนึ่งนะครับ”
“มีอะไรหรือครับ”
ผมนั่งทับลงบนกางเกงในที่ม้วนเป็นเลขแปดบนเตียงที่ตั้งใจจะให้เธอนั่งตั้งแต่ทีแรก นั่งขัดสมาธิ แล้วก็ยิ้มกว้างส่งให้กับเธอ
“คือ...เรื่องของเธอกับแหวน”
ผมสะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ ไม่รู้ว่าคุณบุษจะเห็นไหมว่าผม...จุ๊บหน้าผากลูกสาวเธอ เอ...แต่นั่นก็พี่สาวผม ก็พี่น้อง...จะเป็นอะไรไป
“ครับ”
“คนไทยเค้าถือเรื่องผู้ชายผู้หญิงใกล้ชิดกัน เธออาจจะไม่ถือเพราะเป็นฝรั่ง แต่...ทางฉันคือ ถ้าคนเห็นเข้าจะไม่ดี ฉันอยากจะขอให้เธออย่าทำอะไรแบบนั้นอีกกับแหวน ได้ไหม?”
ฝรั่ง...ผมเบื่อเป็นฝรั่งล่ะ อะไรก็ฝรั่ง ผมขอเป็นมังคุดแทนได้ไหม จะได้ทำอะไรก็ได้?
น่ะ...คงได้แต่คิดย้อนกวนตีนเธอในใจล่ะครับ ขืนพูดไปตรงๆ เธอก็คงจะ..ไม่ดีหรอกครับ ผมไม่อยากสร้างบรรยากาศมาคุในครอบครัว
“คือ พี่แหวนล้มผมก็เลยอุ้มขึ้นมา เพราะมันจะไวกว่าประคอง คนคงไม่ถือหรอกมั้งครับคุณบุษ มันเป็นเหตุเร่งด่วนเจ็บป่วย แล้วสำหรับผม พี่แหวนก็คือพี่สาว ผมรับรองว่าไม่มีการคิดมากเกินเลย”
“จ้ะ ถ้าแทนคิดกับแหวนแบบพี่สาวก็ดีแล้ว ฉันกลัวว่า...เอ่อ...มันจะมีเรื่องไม่งามเกิดขึ้น แทนก็กำลังหนุ่ม แหวนก็เป็นสาวแล้ว ถ้าแทนคิดกับแหวนแบบพี่ อยากดูแลแบบพี่ ฉันก็ดีใจ” เธอยิ้มหวานเลยครับทีนี้ พร้อมกับอ้าแขนให้กับผม
“มาขอกอดที ฉันดีใจจริงๆ ที่แทนคิดรักแหวนแบบพี่สาว แบบนี้เราก็คงจะเป็นครอบครัวกันแล้วจริงๆ”
“แต่ผมยัง...คิดกับคุณบุษว่าคือคุณบุษนะครับ เพราะผมไม่เคยมีแม่ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกกับแม่แบบไหน”
นั่น...ผมหยอดระเบิดเล็กน้อย แล้วยอมให้เธอกอด เธอหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเขย่งตัวลูบหัวผม เธอก็สูงพอๆ กับแหวนดอกไม้นั่นแหละครับ ผมยอมให้เธอลูบหัว แล้วยิ้มให้กับเธอ
“ยังไงก็ได้นะแทน แต่ฉันดีใจที่เธอรักแหวนเค้าแบบพี่สาว”
“ครับ ผมรักพี่แหวนจริงๆ ผมอยากจะปกป้องดูแลพี่แหวน เพราะพี่สาวของผมน่ะ...คุณบุษก็รู้ๆ นี่ครับ” ผมว่า เธอหัวเราะกิ๊ก
“อืม...ยัยแหวนน่ะ มองโลกในแง่ดีเกินไปในบางเรื่อง ซุ่มซ่าม ทำอะไรโก๊ะๆ จนน่าเป็นห่วง มีเด็กแบบเธอเป็นน้องชายน่ะ แล้วก็รักยัยแหวน ฉันก็ชักจะหมดห่วงล่ะ อย่านอนดึกมากนะแทน พรุ่งนี้ฉันจะมาปลุก เดี๋ยวแทนจะไม่ตื่น”
“ตื่นแน่นอนครับ รับปากพี่แหวนไว้แล้ว”
ใจหนึ่งก็อบอุ่นดีครับที่มีคนมาแสดงความรักกับผมแบบนี้
ส่วนอีกใจก็...
มันแปล๊บบบบ
เอ่อเห้อ
พี่สาวครับ ผมรักแหวนดอกไม้แบบพี่สาว ก็คนอย่างแหวนดอกไม้น่ะ ก็ต้องมีน้องชายดาร์คๆ แบบผมนี่แหละครับคอยปกป้องดูแล
“แต่งงานกันนะพี่แหวน” มันคือคำทักทายแรกของผมในตอนเช้าเมื่อเจอเธอ แหวนดอกไม้ทำตาโต พลางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างงๆ“หะ”“หะ เหออะไรเล่า” ผมจับมือเธอมากุมไว้ แล้วก็รูดแหวนที่นิ้วก้อยของตัวเอง สวมเข้าหมับที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ จะบอกว่าผมรู้ขนาดครับ ก็เคยลองเอาแหวนที่นิ้วนี้ของเธอมาสวมดู มันสวมได้พอดีกับนิ้วก้อยของผม เรียบร้อย ผมจับแหวนดอกไม้ของผมล็อกแล้ว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว หึ หึ หึ“อะไรของแทน”เธอขำครับ แล้วก็หน้าแดงไปด้วย พยายามดึงมือจากมือผม แต่เรื่องอะไรผมจะปล่อย ผมจับมือเธอไว้ แล้วมองตาเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังสุดๆ แล้วในชีวิตล่ะ“ผมบอกว่ารักแล้ว พี่แหวนก็เกี่ยงนั่นนี่โน่น กลัวนั่นนี่ ผมก็เลยนอนคิดทั้งคืน เราแต่งงานกันเลยดีกว่า พี่แหวนจะได้เลิกกลัว ดีไหม”“แล้วถ้าแทนเป็นอย่างที่พี่กลัว ใครจะรับผิดชอบ”เธอคงจะแกล้งพูดนั่นแหละครับ แนะๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ล่ะสิ ปลื้มล่ะสิ ผมรู้นะว่าเธอชอบทับทิมสีแดง ผมอุตส่าห์ไปแอบทำไว้ กะจะให้เธอในวันเกิด แต่เอาเป็นแหวนหมั้นเสียเลย“ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าผมทิ้งพี่แหวน หรือทำตัวไม่ดีกับพี่แหวน ผมอนุญาตให้พี่แ
ตั้งแต่กลับมาวันนั้น...สิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้เฮ้อ...มันก็พังไปเบาๆ น่ะครับ เพราะการเริ่มต้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรกับร้านของเรา เราปิดร้านไปนานพอสมควร เรื่องผลไม้อีก อ้อ..ทับถมไปต่อเนื่องด้วยปัญหาภายในของบริษัทของผม จึงทำให้ผมต้องรีบบินกลับไปหาสองเพื่อนซี้เพื่อทำการแก้ปัญหา และยังถูกให้อยู่ต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะแม่ของบ็อบเสียชีวิต ผมจึงต้องอยู่ช่วยเหลือเพื่อนรักทางจิตใจ ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ทิ้งแหวนดอกไม้ให้อยู่คนเดียว ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผมติดต่อเธอได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนล่ะซีกโลกก่อนมาผมจ้างไอ้คม ครับ จะมีใครล่ะที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้ผมอย่างดีได้เท่าเพื่อนรักคนไทยคนนี้อีก ให้ช่วยเหลือดูแลแหวนดอกไม้ มันรับคำอย่างเต็มใจเลยล่ะครับ แล้วมันก็ยังขนญาติลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยงานในร้านอีกสองคน มันบอกว่าจะได้ผนึกกำลังกัน แนะ...คนอื่นไว้ใจไม่ได้ผมต้องห่างจากเธอมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะครับ ผมกะว่ามะรืนนี้จะบินกลับเมืองไทย บอกเธอไว้แล้วด้วยว่าจะขนอะไรไปฝากบ้าง ดูเหมือนเธอจะเหม่อๆ แปลกๆ พิกลระยะหลังนี่ เอ...แต่เดี๋ยวผมก็รู้ครับว่าทำไมผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าระบบร้าน
เราตกลงมาเที่ยวเหนือกันครับ ขับรถมากันเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ดูสถานที่ชิลๆ น่าเที่ยวจากคู่มือท่องเที่ยวบ้าง เฟซบุ๊กบ้าง ก็สนุกดีนะครับ เราเที่ยวกันจริงจังสามจังหวัด คือลำปาง แพร่ และน่าน ผมมีความสุขที่ได้เห็นเธอเริ่มยิ้มกว้าง ยิ้มวิบวับบ่อยขึ้น เราชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มีบางอย่างที่ผมชอบมาก คือไส้อั่ว กับน้ำพริกอ่อง ชอบขนาดขอสูตรจากร้านที่ไปนั่งกินกันเลยล่ะครับ แถมเขาก็ใจดีไม่หวง ชวนผมทำด้วยซ้ำ อาจจะเพราะคุกกี้สูตรของย่า ที่แหวนดอกไม้เอาติดตัวมาแล้วให้ป้าแกชิมก็เป็นได้ จึงเกิดการแลกสูตรลับกันเกิดขึ้น มีความสุขกันไปทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียวเรากะว่าทัวร์นี้จะจบลงที่จังหวัดน่านครับ แล้วเราจะกลับไปที่นครปฐม เริ่มเปิดร้าน ขายผลไม้ของพวกเราเสียที คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์ครับ เจ้าของบ้านพาเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ผมกินไปร้องโอมายก็อดไปด้วยความเผ็ดอย่างน้ำพริกน้ำปู จนเจ้าของบ้านหัวเราะผม มีผักแปลกๆ ให้กินแกล้มกับน้ำพริก ผมเพิ่งรู้ว่ายอดมะม่วงสีออกน้ำตาลอ่อนๆ นี่มันกินได้! อเมซิ่งมาก อร่อยสุดๆ เมื่อเอากินกับลาบหมู ไก่มะแข่น อันหลังนี่เด็ดจริงๆ รสชาต
จะให้ผมเล่าถึงเรื่องไอ้แบงค์น่ะหรือครับ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิครับ ใกล้อีกนิด...ขอผมระงับอารมณ์นิดหนึ่งน่ะครับเอาล่ะ...พร้อม...ไอ้คมเล่าว่า ที่มหาวิทยาลัยที่ไอ้แบงค์สอน เรื่องที่ไอ้แบงค์รับปรับเกรดนักศึกษา จากทั้งตัว ทั้งเงิน เหอๆ เป็นเรื่องจริงน่ะสิครับ แล้วเรื่องก็แดงโร่ ตอนที่มีนิสิตคนหนึ่ง ปรับเกรดกับมันทุกเทอมจนท้อง...แล้วมันก็ให้เค้าไปทำแท้ง ความแตกตรงที่ว่านิสิตคนนั้นตกเลือด และพ่อแม่เค้าไม่ยอม จะเอาเรื่องมัน ก็สมควรล่ะไอ้เลว! ต่อหน้าทำเป็นคนดีนักนี่ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจากมันเป็นจำนวนเงินก้อนโต ถึงล้านบาทครับแล้วเงินก้อนโตที่ว่าน่ะ มันเสือกมาหลอกเอาจากแหวนดอกไม้นี่สิเรื่องปิดไม่มิด ตรงนิสิตคนนั้นที่ตอนแรกนึกว่ามันจะรักเค้าจริง แต่พอรู้ว่ามันมีแฟนออกหน้าออกตาคือแหวนดอกไม้ และเที่ยวปรับเกรดไปทั่ว นั่นแหละครับ นางจึงเอาทุกอย่างมาแฉเรื่องนี้ลือลั่นสนั่นมาก เกือบๆ จะได้ลงเป็นเนตไอดอลกัน แต่พ่อแม่ของนิสิตสาวหน้าบาง จับลูกสาวล้างน้ำใส่ตะกร้า ใช่ไหม? ผมจำไม่ค่อยได้กับคำเปรียบเปรยแบบนี้ หรือใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เลยมีข่าวกันแค่ในมหาวิทยาลัย หลุดๆ ออกมาเป็นท
หลังงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ผมกับแหวนดอกไม้ไปส่งย่าและป้าเอ็มที่สนามบินเสร็จเรียบร้อย เคลียร์เรื่องทุกอย่าง เช่นค่าใช้จ่ายงานของพ่อและแม่เรา พ่อของผมมีพินัยกรรมด้วยครับผมเพิ่งรู้ และพินัยกรรมของพ่อทำให้ย่าและป้าเอ็มถึงกับยิ้มไปตามๆ กันพ่อให้อสังหาริมทรัพย์กับย่า และ ป้าเอ็ม รวมถึงเงินรองรังจำนวนหนึ่ง ผมก็ได้เงินและหุ้นของพ่อ คุณบุษก็ได้สิทธิ์ในหุ้นและเงินของพ่ออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมันก็ตกเป็นของแหวนดอกไม้ไปโดยปริยายเพราะเธอเสียชีวิตลงแล้ว ส่วนของคุณบุษ...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะน่ารักขนาดมีทำประกันชีวิตไว้โดยมีผมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ในกรมธรรม์ฉบับหนึ่ง เหมือนเธอจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้าของตนเองหรือเปล่าหนอ...ผมอดคิดในใจไม่ได้ เพราะที่เธอยกให้ผมนั้นคือประกันชีวิตที่เพิ่งจะส่งเบี้ยประกันได้ไม่ถึงปีจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ต้องจัดการเรื่องต่อไปล่ะครับนั่นก็คือเรื่องของบุคคลที่ทุกคนต่างฝากฝังเธอไว้กับผม แหวนดอกไม้เธอดูอ่อนแอและบอบบางในสายตาใครต่อใคร ญาติๆ ของเธอ แม้กระทั่งญาติของผม ก็บอกให้ผมอย่าทิ้งเธอ ให้อยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าเธอจะตั้งหลักทำใจได้ การสูญเสียแ
สองปีผ่านไปครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอย่างที่ตั้งใจไว้ เฮ้อ...รักแรกของผม รักที่แท้จริงและจริงจังตอนอายุสิบแปด ไฉนมันถึงฝังลึกยาวนานนักก็ไม่รู้สิครับผมมาอยู่ที่แอลเอ กับบ็อบ และโทมัส สองเพื่อนซี้คู่หูทำเกมของผม เราเปิดบริษัทครับตอนนี้ บริหารงานกันเป็นเรื่องเป็นราวตามแบบของเรา ถือได้ว่าเป็นนิวเจนที่ประสบผลสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จทำให้พวกเราเหลิงกันนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นจะเตลิดอะไรกันมาก ผม...อาจจะเพราะเป็นคนมีปมที่มีพ่อเป็นคนดัง เลยค่อนข้างจะปิดตัวเอง ใช้ชีวิตแบบอาร์ตๆ ประหลาดๆ (มีคนว่าแบบนั้นนะ) ผมซื้ออพาร์ทเม้นท์ขนาดกลาง เลี้ยงสัตว์เลี้ยงคือปลาทองคู่หนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดตบ้างอะไรบ้างตามประสาหนุ่มโสด ยังไม่คิดจะจริงจังกับใคร...ก็ใจมันยังไม่ปิ๊งนี่ครับ ผมยังไม่ลืม...เธอคนนั้นได้สักทีบ็อบเองก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล เงินที่ได้มาถึงขั้นระดับเศรษฐีย่อยๆ ของเขาส่วนหนึ่งกลายเป็นค่ารักษาน้องสาวคนเดียวที่ป่วยหนัก แบมบูน้องสาวของเขาเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม่ของเขาเป็นโรคซึมเศร้า ยายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนพ่อของเขานั้น...อย่าไปพูดถึงดีกว่านะครับ เป็น







