Share

บทที่ 8 คุณชายหนิง

last update publish date: 2026-06-01 14:56:10

         “อืม! อร่อยมาก ข้าไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้ แต่เดี๋ยวนะ...รสชาติแบบนี้ข้าไม่เคยกินเลย ทำมาจากสิ่งใดกัน คงมิใช่...พวกพืชหัวหรอกนะ”

         ฉีชิงอีพยักหน้ารับ ทว่าหลงจู๊กลับทำหน้าเหยเก เมื่อนึกถึงคราหนึ่งที่เขาเคยเผลอกัดมันสำปะหลังเข้าไป ต้องอาเจียนออกมาแทบหมดไส้หมดพุง

         “มันสำปะหลังรึ!” หลงจู๊ตื่นตกใจ ละแวกตำบลที่เขาอาศัยอยู่ เคยมีคนกินมันสำปะหลังเข้าไปในช่วงภัยพิบัติจนต้องเสียชีวิตมาแล้ว

         เด็กหญิงโบกมือวุ่นวาย นางลืมนึกไปว่ายุคนี้มันฝรั่ง[1]ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในช่วงศตวรรษที่สิบหกพ่อค้าชาวดัตช์นำมันฝรั่งเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ แต่อาจจะเพาะปลูกกันเฉพาะในเมืองหลวง

ทว่านางย้อนกลับมาในยุคโบราณกว่านั้น ยังไม่มีผู้ใดในแผ่นดินนี้เคยเห็นมันฝรั่งอย่างแน่นอน

         ‘ถ้าตอนนี้มันฝรั่งยังไม่ถูกนำเข้ามา แล้วเถ้าแก่เซียวรู้จักมันฝรั่งได้ไงกัน’ ฉีชิงอีพลันนึกสงสัย

         “ถ้าอย่างนั้น ขนมของเจ้าทำมาจากสิ่งใด หากเจ้าบอกไม่ได้ ข้าก็ไม่กล้าเอาไว้ขายหรอก ต่อให้มันจะอร่อยมากก็เถอะ”

         ฉีชิงอีมองไปยังแท่นฝนหมึก นางชี้ไปที่พู่กันและกระดาษ หลงจู๊จึงเลื่อนแท่นเครื่องเขียนหมุนไปทางนาง

         “นี่แม่หนู เจ้ารู้จักอักษรด้วยหรือ”

         เด็กหญิงไม่ตอบ นางหยิบพู่กันด้วยท่าทางที่คล้ายกับไม่ถนัดนัก

‘เฮ้อ! รู้งี้น่าจะฝึกเขียนพู่กันให้มากหน่อย ใครจะไปรู้ว่าต้องทะลุมิติมายุคโบราณที่ไม่มีปากกาใช้ล่ะ’

ฉีชิงอีนึกบ่นอยู่ในใจก่อนจะจรดพู่กัน เขียนตัวอักษรลงกระดาษเป็นพรืด หลงจู๊ชะโงกหน้าไปอ่านแล้วร้องอ้อ

         “เป็นพืชมีหัวชนิดหนึ่ง แต่มิใช่มันสำปะหลัง สามารถกินได้ ไม่มีอันตราย” สายตาของหลงจู๊เหลือบแลไปยังมันฝรั่งแผ่นทอดกองใหญ่ในกระบุง “ถ้าอย่างนั้น เจ้าจะขายทั้งหมดนี้ในราคาเท่าใด”

         เด็กหญิงยกสองมือขึ้นกางนิ้วทั้งสิบออก

         “สิบตำลึงอย่างนั้นรึ!” สีหน้าหลงจู๊เปลี่ยนสีไปเล็กน้อย “ข้ายังไม่รู้ว่าขนมของเจ้าจะขายออกหรือไม่ ข้าให้แปดตำลึง เจ้าจะรับหรือไม่”

         ฉีชิงอีเห็นว่าได้ราคาสูงกว่าที่ร้านเถ้าแก่เซียวก็รีบพยักหน้า หลงจู๊จึงหยิบเงินแปดตำลึงยื่นให้นาง

         “ให้ข้าลองขายดูหน่อย อีกสักสองวันเจ้าค่อยมาสอบถาม หากว่าขายหมด ข้าจะทำสัญญาสั่งซื้อกับเจ้าดีหรือไม่”

         “อือๆ” เด็กหญิงพยักหน้ารับ

         หนิงหลวนเคอเดินลงจากรถเข้าไปในภัตตาคาร เขาเหลือบเห็นหลงจู๊กำลังจะยกอ่างไม้ใส่แผ่นที่เหลืองกลมอยู่เต็มเข้าไปหลังร้านก็เอ่ยถาม

         “หลงจู๊ นั่นคือสิ่งใด”

         “คุณชาย นี่เรียกว่าแผ่นมันทอดขอรับ รสชาติดี กรอบอร่อย รับรองว่าคุณชายต้องไม่เคยรับประทานมาก่อน”

         เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว “อย่างนั้นรึ! ข้าสั่งกลับบ้านได้หรือไม่”

         “ได้แน่นอนขอรับ”

         “ว่าแต่แผ่นมันทอดของเจ้า คงมิได้ทำจากมันสำปะหลังหรอกนะ”

         “มิใช่ขอรับ! ข้าน้อยเคยกินมันสำปะหลังมาก่อน แผ่นมันทอดนี่ มิได้ทำมาจากมันสำปะหลังอย่างแน่นอน ที่สำคัญรับรองว่าไม่เป็นอันตรายขอรับ ข้าน้อยลงชิมดูแล้ว”

         “เหตุใดข้าไม่เคยสิ่งนี้ขายอยู่ในภัตตาคารเจ้ามาก่อน”

         “เอ่อ!”

         ท่าทางอึกอักของหลงจู๊ทำให้หนิงหลวนเคอนึกเอะใจ “คงมิใช่ เด็กผู้หญิงเมื่อครู่เอามาขายให้เจ้าหรอกนะ”

         “ปกปิดคุณชายมิได้จริงๆ เป็นนางที่เอามาขายให้ข้าน้อยขอรับ ข้าน้อยเห็นว่าขนมชนิดนี้แปลกดีจึงได้รับซื้อเอาไว้”

         หนิงหลวนเคอโบกมือ “ช่างเถิด! หากว่าขนมชนิดนี้อร่อยจริง วันหน้าข้าจะสั่งซื้อไปใช้ในงานเลี้ยงที่จวน”

         สีหน้าของหลงจู๊แช่มชื่นกันทันตา “ขอรับคุณชาย”

         รถม้าของจวนนายอำเภอวิ่งไล่หลังฉีชิงอีมาห่างๆ หนิงหลวนเคอเห็นแผ่นหลังกับกระบุงของนางก็จำได้ เขาจึงสั่งให้คนขับรถม้าชะลอรถ สายตาลอบสังเกตเด็กหญิงผู้นั้น ไม่นานนักก็เห็นนางเข้าไปในตรอกเล็กๆ

“จอดรถที!”

บ่าวรับใช้รู้สึกประหลาดใจ ทว่าคำสั่งของคุณชายย่อมไม่อาจคัดค้าน เขาจึงบอกให้คนขับรถม้าจอดที่ปากตรอกข้างหน้า

หนิงหลวนเคอกระโดดลงรถโดยไม่รอให้บ่าวรับใช้ยกบันไดมาเทียบ เขาฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก ความสูงของรถม้าแค่นี้ กระโดดลงได้ง่ายกว่าการฝึกกระโจนบนแท่งไม้ที่ท่านตาเคยสอนเสียอีก

“พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าไปครู่เดียว” เด็กหนุ่มสั่งแล้ววิ่งเข้าไปในตรอกข้างหน้า

ไม่ถึงสามอึดใจ คุณชายรูปงามก็วิ่งกลับออกมาแล้วขึ้นบนรถม้าด้วยสีหน้าปกติ

รถม้าจากจวนนายอำเภอจอดที่หน้าซุ้มประตูจวนสกุลฉี บ่าวรับใช้เห็นแล้วก็รีบเข้าไปยอบกายรายงาน

“รถม้ามาแล้ว ขอต้องขอตัวกลับจวนแล้ว”

“เชิญใต้เท้า!” ฉีหนิงจินผายมือเชิญ

ชุยหงกุมมือด้วยความตื่นเต้น ความหวังของนางที่คิดจะผูกญาติกับนายอำเภออาจจะเป็นจริง ได้ยินว่าคุณชายหนิงบุตรชายคนโตของท่านนายอำเภออายุสิบห้ายังไม่มีคู่หมาย หากว่าคุณชายหนิงเกิดถูกใจหลินเอ๋อร์ของนางเข้ามิเท่ากับว่าหลุมศพบรรพบุรุษมีควันเขียว[2]ขึ้นแล้ว

         “เร็วเข้าหลินเอ๋อร์! รีบตามไปต้อนรับคุณชายหนิง”

         ฉีกุ้ยหลินอายุสิบสี่ปีแล้ว โดยทั่วไปหญิงสาววัยนี้ บิดามารดาก็มักจะมองหาบุรุษในครอบครัวที่เหมาะสม รอจนนางปักปิ่นแล้วค่อยทำสัญญาหมั้นหมาย

         ทว่าชุยหงก็เป็นเหมือนมารดาที่มีบุตรสาววัยใกล้เคียงกับหนิงหลวนเคอในเมืองต้าซาน พวกนางล้วนวาดหวังให้บุตรชายนายอำเภอสนใจในลูกของตน

         รูปโฉมของหนิงหลวนเคอล้วนเป็นที่ร่ำลือในหมู่สตรี อีกทั้งยังเป็นบุรุษที่เก่งกาจในศาสตร์ทั้งสี่ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในสิบยอดบุรุษแห่งอำเภอต้าซาน

         “ท่านแม่ อย่าให้อ้ายเหม่ยมาใกล้แถวนี้นะเจ้าคะ”

         ชุยหงได้ยินบุตรสาวเอ่ยเช่นนั้นก็หันไปดูสองแม่ลูกบ้านรองที่กำลังเดินตามหลังมา หม่าเพ่ยสาวใช้ที่รู้ใจนายหญิงมองตามสายตาชุยหงแล้วก็ยิ้มน้อยๆ

         “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเองเจ้าค่ะ”

         “ดี! เจ้าคอยบังเอาไว้ อย่าให้นางได้เผยอหน้าเล่า”

         ชุยหงเห็นว่าฉีอ้ายเหม่ยนั้นมีรูปลักษณ์งดงามยิ่งกว่าบุตรสาวตนก็เกรงว่าหนิงหลวนเคอจะหันไปสนใจหลานสาว แม้ฉีอ้ายเหม่ยจะเพิ่งอายุสิบสองแต่การจองตัวก็อาจจะเป็นไปได้

         หม่าเพ่ยเหลือบมองสะใภ้รองกับบุตรสาวที่เดินอยู่ท้ายขบวนอยู่เป็นระยะ พอถึงหน้าซุ้มประตูนางก็เลือกยืนบังมิให้คนบนรถม้ามองเห็นฉีอ้ายเหม่ย

[1] มันฝรั่งถูกนำเข้าประเทศจีนในช่วงราชวงศ์หมิงในราวศตวรรษที่ 16-17

[2] หลุมศพบรรพบุรุษมีควันเขียว หมายถึง วงศ์ตระกูลจะเจริญรุ่งเรือง มีลาภยศเกิดกับครอบครัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 80 ส่องชีวิตเดิม (ตอนจบ)

    เฉินลี่น่าเดินสวนกับหนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งที่หน้าร้านกาแฟก็ถึงกับตาเหลือกเดินเอียงข้างเข้าไปหาฉีชิง กัดฟันพูดเบาๆ “ชิงชิง! เธอเห็นผู้ชายคนนั้นไหม หล่อ...มว๊าก...” เฉินลี่น่าลากคำพูดท้ายยาว “อืม เห็นแล้ว” “เดี๋ยวนะ! สีหน้าเหมือนไม่แคร์นี่ แกล้งทำใช่ไหม” เฉิน ลี่น่าชี้หน้าฉีชิง ฉีชิงอมยิ้ม “ไม่เลย...แคร์สิ! หล่อขนาดนี้ หาเจอได้ง่ายๆ ที่ไหน” พูดจบสายตาของหล่อนก็เหลือบมองโทรศัพท์มือถือ “เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าเธอได้วีแชทเขามาแล้ว” “อืม...เขาก็คือ หนิงหลวนเคอตัวจริง” คำพูดของฉีชิงทำให้เฉินลี่น่าทำหน้าเหมือนตัวตลก สองตาเบิกโพลงและฉีกยิ้มกว้าง “ชิงชิง ฉันว่าฉันจะต้องรีบไปเร่งหัวหน้าแผนกให้ฉันเข้าไปทดสอบระบบบ้างแล้ว” “คิวของเธออีกสามเดือนไม่ใช่เหรอ” “ฉันว่า...เปลี่ยนเป็นสัปดาห์หน้าจะดีกว่า” เฉินลี่น่ายิ้มเจ้าเล่ห์ ฉีชิงมองเงินโบนัสหนึ่งล้านหยวนในบัญชีกองทุนแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คิดไม่ถึงว่าการเข้าไปทดสอบระบบทะลุมิติจะได้รับโบนัสมากขนาดนี้ ‘กองทุนนี้ทำกำไรปีละแปดเปอร์เซ็นต์ รอให้มีมากพอจะซื้อบ้านเงิน

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 79 ประธานหนิง

    “ตอนบ่ายก็พักซะ พรุ่งนี้ค่อยส่งรายงานการทดลองระบบส่งมาให้ฉันก็แล้วกันนะ” หัวหน้าแผนกของหล่อนยิ้มน้อยๆ ก็กลับออกไป ฉีชิงอีคิดถึงเมื่อเช้าที่ตนเข้าไปในแคปซูลนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงสองชั่วโมงแท้ๆ เหมือนยาวไกลเพราะทำให้หล่อนเข้าไปในอยู่ในยุคโบราณเกือบปี แคปซูลของผู้ที่ชนะเกมแล้วและแสดงเจตจำนงของออกจากระบบจะไหลลงมาจากคอนโดแคปซูลที่อยู่ซ้อนด้านหลังนับร้อยแคปซูล ในระหว่างที่ฉีชิงเข้าไปอยู่ในระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตก็มีคนอีกมากมายที่เข้าไปทะลุมิติด้วยการใช้ระบบที่แตกต่างกัน และเข้าสู่คนละยุคกัน คงมีเพียงความบังเอิญเท่านั้นที่ทำให้หล่อนกับ หนิงหลวนเคอเข้าไปในยุคเดียวกัน พอฉีชิงกำลังจะเดินออกจากประตูบริษัท หญิงสาวสองคนก็วิ่งเข้ามาหา “เธอกลับมาแล้วเหรอ ชิงชิง เป็นไงบ้าง” เฉินลี่น่า[1]ร้องทัก ฉีชิงหันไปเห็นเพื่อนโปรแกรมเมอร์ก็ยิ้มให้ “ยังมึนอยู่นิดหน่อย แต่ดีที่แคปซูลนอนสบาย” เฉินลี่น่าคล้องแขนข้างหนึ่งของฉีชิง ส่วนอีกข้างเป็นฉินเสี่ยวโหรว[2] โปรแกรมเมอร์หญิงผู้ดูแลระบบล้านตำลึงที่เคยทะลุมิติไปก่อน

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 78 เกมจบแล้ว

    หนิงหลวนเคอได้ยินว่าคะแนนในระบบของมู่ชิงอีใกล้จะครบล้านตำลึงก็หน้าเสีย “คุณจะทิ้งผมไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ในยุคนี้มีเราอยู่สองคน คุณรอผมหน่อยไม่ได้เหรอ” “คะแนนของคุณน่าจะอีกไกลเลย ฉันว่าให้ฉันกลับไปก่อนเถอะ” “ไกลที่ไหนกัน ตอนนี้คะแนนผมเจ็ดแสนกว่าแล้ว” “หืม! คุณมาแป๊บเดียวทำไมคะแนนเยอะนัก” “คุณไม่รู้อะไร วิตามินที่ผมเอาไปขายให้คนเฒ่าคนแก่พวกนั้น นอกจากจะได้ราคาดีแล้ว ยังได้คะแนนความซาบซึ้งอย่างมากด้วย” “เอาเปรียบจัง! ฉันค้าขายจนหัวเป็นเกลียว ยากลำบากแทบตาย แต่คุณแค่ขายวิตามินก็ได้ทั้งเงินทั้งคะแนนความซาบซึ้ง” “เขาเรียกคนฉลาดต่างหาก คุณไม่รู้เหรอ คนที่รวยแล้ว มักจะต้องการให้ตนเองอายุยืน” เด็กหญิงนิ่งฟัง “ถ้าฉันอยู่ฉันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ” “เอางี้ ผมจ้างคุณหมื่นหยวน ถ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนผมที่นี่ กลับออกไปผมจะจ่ายคุณหมื่นหยวนดีไหม” “หมื่นหยวน! เอาสิ! คุณสัญญาแล้วนะ ห้ามผิดคำพูดเด็ดขาด” “คุณกลัวด้วยเหรอ ผมเป็นลูกค้าบริษัทคุณอยู่แล้ว กลับออกไปก็ไปตามทวงผมได้” “ตกลง! ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณที

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 77 เข้าสู่สกุลมู่

    “คราวนี้ฉันตั้งใจจะไปทำการค้าในเมืองหลวง อยากให้ครอบครัวมู่กับหว่านมีกิจการใหญ่จะได้ไม่ต้องห่วงพวกเขาหลังจากฉันกลับไปแล้ว” “อืม...ผมเองก็ควรทำเอาไว้เหมือนกัน เพราะท่านนายอำเภอต้องดูแลชาวบ้าน เขาเสียสละและอุทิศตน ทว่าเบี้ยหวัดที่ทางการให้ น้อยเหลือเกิน หากผมทำให้เขามีเงินทองมากๆ วันหน้ามีเหตุใดเกิดกับชาวบ้าน เขาก็จะมีเงินทองคอยช่วยเหลือคน” “อืม จริงของคุณ” “อันที่จริง ผมยังไม่ได้เล่าให้คุณฟังว่า ในเมืองต้าซานผมแอบทำกิจการเอาไว้แล้ว” “กิจการอะไรเหรอ” มู่ชิงอีเอียงคอด้วยความสงสัย “โรงเตี๊ยมสี่ฤดู” “เอ๋! ฉันได้ยินว่าโรงเตี๊ยมนั่นมีถึงสองแห่งแล้วไม่ใช่เหรอ คุณไปเอาเงินที่ไหนมาทำ” หนิงหลวนเคอยิ้มน้อยๆ “ผมสารภาพก็ได้ ผมกดเอาวิตามินออกไปขายให้พวกเศรษฐีสูงวัยในอำเภอ ได้ราคาดีมากเลยล่ะ เก็บเงินไม่นานก็พอจะซื้อโรงเตี๊ยมเก่ามาได้ จากนั้นก็ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมารีโนเวท[1]ที่นั่นใหม่ กลายเป็นโรงเตี๊ยมสี่ฤดูสาขาแรก จากนั้นก็สะสมเงินอีกครั้งและเปิดสาขาสอง ผมเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ก็วางแผนจะเปิดสาขาสามและสาขาสี่” มู่ชิงอีฟ

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 76 สั่งสอนผิดๆ

    เพี๊ยะ!ฝ่ามือของฉีอ้ายเหม่ยฟาดลงบนแก้มข้างหนึ่งของหลานสาวอย่างแรงจนปรากฏรอยนิ้วมือทั้งสี่“หุบปากเน่าๆ ของเจ้าเสีย เป็นเพราะความคิดชั่วๆ ที่ท่านย่าของเจ้าสั่งสอนจึงทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังส่งต่อความคิดผิดๆ มาให้เจ้าอีก”ฉีเฉิงตกตะลึงเมื่อเห็นภรรยาด่าทอหลานสาวอย่างรุนแรง เขาขยับเข้าไปประคองหลานสาว “ซูเยว่...เจ้า..เหตุใดต้องตบหลินเอ๋อร์ด้วย”“ท่านพี่ หากว่าท่านไม่ฟังคำเตือนของข้า ออกไปทำเรื่องเลวทรามเช่นนั้นพร้อมกับพี่ใหญ่ ป่านนี้คนที่ถูกโบยและเนรเทศไปทำงานหนักก็คงมีท่านอยู่ด้วยแล้ว”ฉีเฉิงหุบปากฉับ ความคิดที่จะต่อว่าภรรยาหมดสิ้นลงทันที คำพูดของนางล้วนเป็นความจริง ที่ผ่านมา ซูเยว่คอยเตือนเขาอยู่ตลอด ไม่ให้ไปร่วมมือกับพี่ชายและมารดาในการทำความคิด แต่ถึงอย่างไร ฉีกุ้ยหลินก็เป็นหลานสาวของเขาซูเยว่เห็นสามีลังเลก็รีบเตือนสติ “สกุลฉีหมดสิ้นแล้ว ต่อให้เสี่ยวฟู่จะเก่งสักเพียงใดก็หมดโอกาสที่จะได้เป็นขุนนางเพราะมีบิดาต้องโทษ หากท่านอยากเห็นสกุลฉีพินาศยิ่งกว่านี้ก็เอาความคิดของท่านแม่ของท่านมาสั่งสอนหลานของท่านต่อไปเถิด แต่อย่ามาสอนอ้ายเหม่ยของข้า ต่อไปข้าจะให้นาง

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 75 จุดจบสกุลฉี

    ฮูหยินผู้เฒ่าล้มแปะลงกับพื้น หันไปจ้องหน้าเสิ่นชิวเยว่เขม็ง “เจ้า! เจ้าไม่ควรรอดตาย ข้าอุตส่าห์ให้คนถึงสองคนบีบคอเจ้าให้ตายแล้วแท้ๆ พวกเขาบอกข้าว่าเจ้าตายแล้ว ฝังเจ้าไว้ชานเมือง แต่เจ้า! เจ้ากลับรอดมาได้” เสิ่นชิวเยว่พุ่งเข้าไปใช้เท้าถีบเข้าที่อกของไฉเอินจนแหงนหงาย “คนเลว!” ใต้เท้าถานและนายอำเภอหนิงออกมาจากข้างในเรือนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ในอำเภอและมือปราบร่วมห้าสิบคน “พวกเจ้าได้ยินเต็มสองหูแล้วนะ ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลฉีสารภาพแล้วว่าเป็นคนสั่งฆ่าฮูหยินเสิ่น ข้าจะลากนางกลับไปสอบสวนต่อเดี๋ยวนี้” หนิงเฉิงกวางประกาศ ใต้เท้าถานตรงเข้าไปหามู่เต๋อและเสิ่นชิวเยว่ “พวกท่าน ไม่เป็นอันใดนะ” เสินชิวเยว่ยืนตัวสั่น ดวงตาเลื่อนลอย “ท่านพี่! ท่านไม่ควรถูกคนเลวทำร้าย!” การสอบสวนความผิดแต่หนหลังของฉีจ้าวหลิงและไฉเอินทำให้นายอำเภอหนิงพบเรื่องชวนตะลึง ฉีจ้าวหลิงบิดาของฉีหนิงจินที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่แท้ซุกซ่อนความผิดฐานฆาตกรรมเอาไว้ และคาดว่าฮูหยินผู้เฒ่าไฉเอินก็รู้เรื่องนี้ด้วย “ฉีจ้าวหลิงกับไฉเอิน หลบหนีความผิดได้ แต่ไม่พ้นบ่วงกรรม หลังจาก

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 11 ความผิดปกติ

    หม่าเพ่ยกลับไปถึงเรือนนายท่านก็รีบรายงาน “นายหญิงเจ้าคะ ข้าว่าบ้านสะใภ้สามเหมือนจะผิดปกติ” ชุยหงปรายตามองขณะยื่นมือไปหยิบพัด “ผิดปกติอย่างไรหรือ” “พวกเขาดูไม่โหยหิวเหมือนเคยเจ้าค่ะ ตอนที่ข้าเอาอาหารไปให้คล้ายจะมีกลิ่นไก่ย่างโชยอ่อนๆ อยู่ในเรือนนั้นด้วย” “เจ้าแน่ใ

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 10 ของใช้ประหลาด

    ฉีชิงอีมองดูจานอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าถึงกับตกตะลึงตาค้าง เงยหน้าขึ้นมองมารดา “ทำไมหรือ เจ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าแม่เป็นบุตรสาวของพ่อครัวในภัตตาคาร” เด็กหญิงทบทวนความจำอยู่ครู่หนึ่ง จึงพบว่าท่านตาของตนเคยเป็นพ่อครัวใหญ่ในภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ภายหลังกลับไปตั้งร้าน

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 9 ความหวังของชุยหง

    “คุณชายมองหาผู้ใดหรือขอรับ” เตียเชียงบ่าวรับใช้คนสนิทของหนิงหลวนเคอมองตามสายตาของนายน้อย เด็กหนุ่มกวาดตามองคนสกุลฉีที่ยืนเรียงแถวอยู่ทว่ากลับต้องผิดหวังที่ไม่เห็นเด็กหญิงผู้นั้น เขากระซิบตอบเตียเชียงเบาๆ“เด็กผู้หญิงที่เข้าไปในภัตตาคารเทียนเต่อน่ะสิ ข้าเห็นกับตาว่านางมุดเข้ามาในรั

  • เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต    บทที่ 7 แขกพิเศษ

    “ท่านแม่ ข้าหิวแล้วขอรับ” ฉีเป่ากลืนน้ำลายหลายอึกลงคอ กลิ่นของปลานึ่งบ๊วยยากจะต้านทานไหว หว่านอี้ซูเก็บคำพูดกลืนลงคอ นางรู้ว่าบุตรสาวคงต้องลำบากที่ข้างนอกเป็นแน่ หากนางคิดจะขโมยคงยากที่จะได้ปิ่นโตไม้มาในสภาพปกติ “เช่นนั้นไปนำเอาข้าวสวยเมื่อเช้ามาแบ่งกันเถิด” เมื่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status