All Chapters of เด็กหญิงใบ้กับระบบซุปเปอร์มาร์เก็ต : Chapter 1 - Chapter 10

58 Chapters

บทที่ 1 เด็กหญิงใบ้

‘บ้าจริง! ยังไม่ได้ตั้งตัวเลย ก็ดูดเข้าระบบล่ะ’ ฉีชิงอีมองดูหลังคาเรือนข้างหน้า เด็กหญิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แต่พอเห็นปลายเท้าของตนเองก็ตกใจถึงกับร้องออกมา‘เฮ้ย! ฉันกลายเป็นเด็กเหรอ’ หญิงสาวยกมือที่แบขึ้นตรงหน้าแล้วพลิกไปมา ครั้นมองเห็นเท้าเล็กๆ ของตัวเองก็ถอนหายใจออกมาพลันความทรงจำของเจ้าของร่างก็ถาโถม เด็กหญิงผู้นี้เป็นลูกของสะใภ้เล็กแห่งบ้านสกุลฉี มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก บิดาเป็นผู้คุ้มภัยที่เดินทางไปกับขบวนคหบดี ระหว่างทางขบวนนั้นถูกโจรปล้น ฉีเต๋อผู้เป็นบิดาของฉีชิงอีตกเขาเสียชีวิต เหลือเพียงป้ายวิญญาณกับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งถูกส่งกลับมาปู่ของฉีชิงอีที่เสียชีวิตไปแล้วเคยเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในที่ว่าการอำเภอ ท่านย่าเป็นคนจากครอบครัวเจ้าหน้าที่ศาลจึงพอมีความรู้อยู่บ้าง ลุงใหญ่ของฉีชิงอีนามฉีหนิงจินเป็นขุนนางระดับแปดทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอ ส่วนลุงรองที่ชื่อฉีเฉิงเป็นเสมียนศาลแทนตำแหน่งของบิดา มีเพียงบิดาของนางที่ไม่ชอบทางบุ๋นหันไปทางบู๊จึงไม่เป็นที่สบอารมณ์ของท่านย่านัก ‘เฮ้อ! จะทะลุมิติทั้งที่ก็ไม่เลือกคนที่มีอาการครบสามสิบสองให้ ดันมาเป็นเด็กใบ้ แถมยังลำบากจนเป็นลมเพราะอด
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 2 รักษาท่านแม่

พออาหารเข้าไปในท้องจนเริ่มแน่น จู่ๆ ทุกคนอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่ง มารดาค้างอยู่ในท่าถือตะเกียบ ส่วนน้องชายที่กำลังคีบเนื้อปลาเข้าปากก็ตัวแข็งไปเช่นกัน ปิ๊ง! “สวัสดีค่ะ คุณฉี ขอต้อนรับสู่ระบบทะลุมิติพร้อมซุปเปอร์มาร์เก็ต” ฉีชิงอีวางตะเกียบลงบนชาม พยายามอ้าปากส่งเสียงจะพูด แต่ก็มีเพียงเสียงอือๆ อาๆ ออกมา นางคิดอยากจะบ่นที่ระบบมาช้า แต่ลืมไปว่าบัดนี้ตนเองเป็นคนใบ้ ‘หึ! ช้าซะจริง ควรจะมาตั้งแต่ฉันฟื้นแล้ว กลับไปต้องปรับส่วนนี้ซะใหม่’ จอขนาดใหญ่ตรงหน้าเป็นรูปด้านหน้าซุปเปอร์ มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีป้ายสีแดง ฉีชิงอียกนิ้วขึ้นกดตรงประตู “ซุปเปอร์มาร์เก็ตเศรษฐียินดีต้อนรับ!”ในระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ ฉีชิงอีโปรแกรมเมอร์สาวของบริษัทดีเอ็มเอรับผิดชอบอยู่ ผู้ที่ทะลุมิติมาในยุคโบราณจะต้องทำยอดขายให้ได้หนึ่งล้านตำลึง จึงจะกลับสู่ยุคปัจจุบันได้ ในตอนเริ่มต้นผู้ใช้ระบบจะได้รับเงินสิบตำลึงเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต เงินในระบบจะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ใช้ระบบสร้างความซาบซึ้งให้แก่ผู้อื่น‘ถ้าจะสร้างความซาบซึ้งก็คงต้องเริ่มจากการดูแ
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 3 จำใจรับใช้

เช้าวันต่อมา หว่านอี้ซูตื่นนอนด้วยความสดชื่น เมื่อคืนนางหยุดไอแล้ว จึงได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ นางปลุกบุตรสาวและบุตรชายแต่เช้าตรู่ “พวกเจ้าตื่นได้แล้ว แม่จะออกไปโรงครัวนะ ลุกขึ้นทำความสะอาดเรือนแล้วตามไปหาแม่ที่โรงครัวด้วย” หน้าที่ของสะใภ้สามในจวนสกุลฉี ไม่ต่างจากสาวใช้ในโรงครัว นางต้องเข้าครัวไปช่วยเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร จากนั้นตอนสายก็ไปช่วยคนรับใช้ที่โรงซักผ้า เย็นมาก็เก็บกวาดใบไม้ในสวนด้านหลัง ส่วนฉีชิงอีกับฉีเป่าสองพี่น้องก็ต้องตามไปคอยเป็นลูกมือให้กับมารดา ต่างจากญาติผู้พี่คนอื่นๆ ในจวนที่ได้ไปสำนักศึกษา หว่านอี้ซูพับผ้าห่มเรียบร้อย ล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกไปทำงาน ไม่อย่างนั้นนางกับลูกจะต้องกินเพียงข้าวเปล่าต่อไป “ชิงชิง! เสี่ยวเป่า! แม่ไปแล้วนะ” นางร้องแล้วปิดประตูเรือนไว้เช่นเดิม สองพี่น้องงัวเงียลุกขึ้น ฉีชิงอีที่มัวแต่นอนวางแผนการใช้ชีวิตในยุคโบราณรู้สึกนอนไม่เต็มตื่น ยกมือสีหูสีตาแล้วมองไปยังน้องชาย “พี่ชิงชิง ท่านพับผ้าห่มที” ฉีเป่าดึงผ้าห่มออกจากตักของตน ฉีชิงอีกับน้องชายห่มผ้าผืนเดี
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 4 กดขี่ข่มเหง

หว่านอี้ซูเข้ามาในเรือนเห็นลูกสาวกับลูกชายนั่งอยู่โต๊ะเล็กกลางห้องก็เข้าไปหา “ทำอันใดกันหรือ” “ท่านแม่! มาดื่มนมสิขอรับ พี่ชิงชิงแอบซ่อนเอาไว้ให้เรา” คนเป็นมารดาเลิกคิ้วสูง เอียงศีรษะไปทางบุตรสาวคนโต “ชิงชิง เจ้าไปเอานมนี่มาจากที่ใด” เด็กหญิงยิ้มน้อยๆ ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้มารดาอย่าส่งเสียงดัง หว่านอี้ซูพลันได้สติ ทรุดตัวลงนั่งใกล้บุตรสาว สีหน้าปริวิตก “นมแพะนี่! มีเฉพาะในเรือนใหญ่ เจ้าคงไม่ได้ขโมยมาหรอกนะ” หว่านอี้ซูตื่นตระหนก ก่อนสามีของนางจะเสียชีวิต ลูกทั้งสองยังได้ดื่มนมแพะอยู่หลายครั้ง แต่บัดนี้ชีวิตของพวกนางสามแม่ลูกไม่เหมือนเดิมแล้ว หว่านอี้ซูรู้ว่าฉีเต๋อสามีของตนเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่สกุลฉีรับเลี้ยงเอาไว้ เมื่อสิ้นสามี นางก็จำต้องก้มหน้ารับชะตา รู้ทั้งรู้ว่ามารดาของสามีไม่มีทางเมตตาลูกของตน แต่นางเป็นหญิงที่แต่งออกจากตระกูลหว่านไปแล้ว ไม่อาจบากหน้า[1]กลับไปสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวเดิมได้อีก เด็กหญิงส่ายหน้าเร็วๆ จับมือมารดา สองแม่ลูกจ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของฉีชิงอีแน่วแน่ตรงไปตรงมา หว่านอี
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 5 เริ่มหาเงิน

“ไม่! ข้าสั่งให้ชิงชิงทำ นางก็ต้องทำสิ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉีชิงอีก็รู้สึกทนไม่ได้ นิ้วชี้พลันสั่นระริก หว่านอี้ซูเกรงฮูหยินผู้เฒ่าจะเคืองบุตรสาวตนจึงรีบยกมือขึ้นโอบไหล่ฉีชิงอี “ชิงชิง เจ้าไปทำตามที่ท่านย่าบอกเถิด” “อือๆ” ฉีชิงอีรับคำด้วยดวงตาแวววามเด็กหญิงรับผ้าขี้ริ้วจากมารดาแล้วก้มลงเช็ดพื้น ใช้มือวางบนผ้าขี้ริ้วรวบเอาเศษขนมที่หล่นอยู่พื้นไปทิ้งใส่ในถังไม้ที่อยู่มุมห้อง ฉีกุ้ยหลินมองญาติผู้น้องด้วยสายตาเหยียดๆ ปลายนิ้วชี้ไปใกล้ปลายเท้าของตน “ชิงชิง ตรงนั้นยังเหลือเศษขนมอยู่เลย เจ้าทำให้สะอาดหน่อยสิ” “ข้าเก็บเอง” หว่านอี้ซูเดินเข้าไปคิดจะทำความสะอาดแทนบุตรสาวฉีชิงอีรีบวิ่งไปขวางมารดาไว้ ฉีกุ้ยหลินขยับเท้าเบี่ยงออกเล็กน้อย ปล่อยให้ญาติผู้น้องที่มีฐานะต้อยต่ำในครอบครัวก้มลงเก็บเศษขนมที่เหลืออยู่ ฉีชิงอีเงยหน้าขึ้นเห็นฉีกุ้ยหลินลอบยิ้ม เด็กหญิงก็ส่งสายตาเคืองญาติผู้พี่ด้วยความโมโหอยู่แวบหนึ่ง ในใจนึกจดความแค้นนี้เอาไว้ ‘ฉีกุ้ยหลิน นิสัยของเธอนี่มัน...ตัวร้ายในนิยายชัดๆ คอยดูเถอะ ให้ฉันพาแม่กับน้องออกจากจวนน
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 6 โรงหมอเฉียงเจิ้ง

“ได้ๆ เหมาะกับเหลาสุราของข้าพอดี เอาเป็นว่าข้าซื้อเอาไว้ลองขายดูก็แล้วกัน” เถ้าแก่เซียวหันไปดูรอบร้าน “วันนี้ลูกค้ายังไม่เข้าเสียด้วย และลูกค้าก็ไม่ค่อยเยอะ ข้ายังไม่ต้องการแรงงานเพิ่ม ถ้าซื้อมันฝรั่งพวกนี้ของเจ้าเอาไว้ เจ้าก็จะได้มีเงินใช้ ข้าให้เจ้าห้าตำลึงก็แล้วกัน” ฉีชิงอียิ้มรับคำด้วยความยินดี ห้าตำลึงก็ถือว่าเหมาะสม พอได้รับเงินแล้ว เด็กหญิงมุ่งหน้าไปตลาด เป้าหมายของนางคือโรงหมอเฉียงเจิ้ง ผู้ช่วยหมอมองเห็นเด็กหญิงสะพายกระบุงอันเล็กเข้ามายืนอยู่หน้าตรงก็ยิ้มให้ “เจ้าต้องการยาหรือ” เด็กหญิงร้องอือๆ ตอบ ผู้ช่วยหมอขมวดคิ้ว ฉีชิงอีจึงชี้ที่คอของนางและร้องอือๆ ออกมาอีกคราหนึ่ง “เจ้าเป็นใบ้หรือ ช่างน่าสงสารจริง!” ยามนั้นโรงหมอยังไม่มีคนป่วยเข้ามาตรวจรักษา ท่านหมอเจียงผู้เป็นเจ้าของร้านยาสมุนไพรและโรงหมอจึงได้ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อย ครั้นมองเห็นเด็กหญิงที่ยืนจ้องมายังตนก็เลิกคิ้ว “เด็กน้อย เจ้ามีธุระกับข้ารึ!” “ท่านหมอเจียง เด็กคนนี้เป็นใบ้ขอรับ ข้าไม่รู้ว่านางต้องการสิ่งใด” ฉีชิงอีสบตากับท่านหมอแล้วช
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 7 แขกพิเศษ

“ท่านแม่ ข้าหิวแล้วขอรับ” ฉีเป่ากลืนน้ำลายหลายอึกลงคอ กลิ่นของปลานึ่งบ๊วยยากจะต้านทานไหว หว่านอี้ซูเก็บคำพูดกลืนลงคอ นางรู้ว่าบุตรสาวคงต้องลำบากที่ข้างนอกเป็นแน่ หากนางคิดจะขโมยคงยากที่จะได้ปิ่นโตไม้มาในสภาพปกติ “เช่นนั้นไปนำเอาข้าวสวยเมื่อเช้ามาแบ่งกันเถิด” เมื่อมารดาเอ่ยเช่นนั้น ฉีชิงอีจึงเดินไปถือเอาชามไม้ใหญ่ใส่ข้าวสวยออกมา ฉีเป่าหยิบถ้วยและตะเกียบเดินตามหลังพี่สาว มารดาทำหน้าที่ตักข้าวสวยแบ่งใส่ถ้วยให้ “รีบลงมือกันเถิด อย่าให้มีคนเห็นเชียว ปิ่นโตนี่ก็ต้องซ่อนให้มิดชิด หรือจะให้ดี ชิงชิง เจ้าต้องรีบเอากลับไปคืนที่ภัตตาคารให้เร็วที่สุด” “อือๆ” เด็กหญิงร้องรับ ทุกคนลงมือกินอย่างรวดเร็ว ปลายยามเว่ย[1]แล้ว ถ้านับจากเมื่อตอนเช้าที่พวกเขาดื่มนมและกินขนมปังไส้กรอกไปก็สมควรแล้วที่จะหิว ฉีเป่าวางตะเกียบลงก่อนเป็นคนแรก เด็กชายหันไปรินน้ำดื่มแล้วยกมือเล็กๆ ขึ้นลูบท้อง “พี่ชิงชิง ข้าอิ่มมากเลยขอรับ” หว่านอี้ซูเหมือนจะเจริญอาหารมากกว่าทุกวัน นางไม่เพียงแต่กินข้าวจนหมดถ้วยแต่ยังกินปลาหมดไปแถบหนึ่ง “อืม...อ
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 8 คุณชายหนิง

“อืม! อร่อยมาก ข้าไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้ แต่เดี๋ยวนะ...รสชาติแบบนี้ข้าไม่เคยกินเลย ทำมาจากสิ่งใดกัน คงมิใช่...พวกพืชหัวหรอกนะ” ฉีชิงอีพยักหน้ารับ ทว่าหลงจู๊กลับทำหน้าเหยเก เมื่อนึกถึงคราหนึ่งที่เขาเคยเผลอกัดมันสำปะหลังเข้าไป ต้องอาเจียนออกมาแทบหมดไส้หมดพุง “มันสำปะหลังรึ!” หลงจู๊ตื่นตกใจ ละแวกตำบลที่เขาอาศัยอยู่ เคยมีคนกินมันสำปะหลังเข้าไปในช่วงภัยพิบัติจนต้องเสียชีวิตมาแล้ว เด็กหญิงโบกมือวุ่นวาย นางลืมนึกไปว่ายุคนี้มันฝรั่ง[1]ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในช่วงศตวรรษที่สิบหกพ่อค้าชาวดัตช์นำมันฝรั่งเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ แต่อาจจะเพาะปลูกกันเฉพาะในเมืองหลวงทว่านางย้อนกลับมาในยุคโบราณกว่านั้น ยังไม่มีผู้ใดในแผ่นดินนี้เคยเห็นมันฝรั่งอย่างแน่นอน ‘ถ้าตอนนี้มันฝรั่งยังไม่ถูกนำเข้ามา แล้วเถ้าแก่เซียวรู้จักมันฝรั่งได้ไงกัน’ ฉีชิงอีพลันนึกสงสัย “ถ้าอย่างนั้น ขนมของเจ้าทำมาจากสิ่งใด หากเจ้าบอกไม่ได้ ข้าก็ไม่กล้าเอาไว้ขายหรอก ต่อให้มันจะอร่อยมากก็เถอะ” ฉีชิงอีมองไปยังแท่นฝนหมึก นางชี้ไปที่พู่กันและกระดาษ หลงจู๊จึงเลื่อนแท่นเครื่องเขียนหม
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 9 ความหวังของชุยหง

“คุณชายมองหาผู้ใดหรือขอรับ” เตียเชียงบ่าวรับใช้คนสนิทของหนิงหลวนเคอมองตามสายตาของนายน้อย เด็กหนุ่มกวาดตามองคนสกุลฉีที่ยืนเรียงแถวอยู่ทว่ากลับต้องผิดหวังที่ไม่เห็นเด็กหญิงผู้นั้น เขากระซิบตอบเตียเชียงเบาๆ“เด็กผู้หญิงที่เข้าไปในภัตตาคารเทียนเต่อน่ะสิ ข้าเห็นกับตาว่านางมุดเข้ามาในรั้วจวนสกุลฉี”บ่าวรับใช้ทำตาโต เขาจำเด็กหญิงผู้นั้นได้ ไม่คิดเลยว่าคุณชายจะติดใจจนตามหา “บางที นางอาจจะเป็นลูกของคนรับใช้ในจวนก็ได้นะขอรับ”“อืม...อาจเป็นเช่นนั้น” หนุ่มน้อยรับคำเบาๆชุยหงกระวีกระวาดแนะนำบุตรชายกับบุตรสาวให้ หนิงหลวนเคอได้รู้จัก “คุณชายเจ้าค่ะ นี่คือบุตรชายคนโตของข้า ฉีฟู่ และนั่นก็คือบุตรสาวคนเล็ก ฉีกุ้ยหลิน”คุณชายรูปงามพยักหน้ารับ สายตาของชุยหงกับฉีกุ้ยหลินแสดงความกระตือรือร้นจนออกนอกหน้า หนิงหลวนเคอพอเห็นเจตนาของสองแม่ลูกก็แทบจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย นายอำเภอหนิงเหลือบมองบุตรชายแล้วเบือนหน้าไปทางฮูหยินผู้เฒ่า “วันนี้รบกวนสกุลฉีมากแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน” “ใต้เท้าหนิงอย่ากล่าวหนักเช่นนั้น หวังว่าโอกาสหน้าท่านจะให้เกียรติกลับมาเยือนจวนสกุลฉีอีก” ฮูหยิน
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 10 ของใช้ประหลาด

ฉีชิงอีมองดูจานอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าถึงกับตกตะลึงตาค้าง เงยหน้าขึ้นมองมารดา “ทำไมหรือ เจ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าแม่เป็นบุตรสาวของพ่อครัวในภัตตาคาร” เด็กหญิงทบทวนความจำอยู่ครู่หนึ่ง จึงพบว่าท่านตาของตนเคยเป็นพ่อครัวใหญ่ในภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ภายหลังกลับไปตั้งร้านอาหารเล็กๆ ในตำบลต้าเจียง “อืม...” เด็กหญิงร้องออกมาเบาๆ ในใจนึกลิงโลด หากว่าหว่านอี้ซูทำอาหารเก่งเช่นนี้ หากแยกบ้านออกจากสกุลฉีก็ไม่ลำบากแล้ว หว่านอี้ซูกับฉีชิงอีช่วยกันลำเลียงอาหารไปตั้งโต๊ะ หม่าเพ่ยเตรียมถ้วยและตะเกียบเอาไว้พร้อมแล้ว ฉีชิงอีนึกขุ่นเคืองที่สาวใช้บ้านใหญ่และบ้านรองพากันเพิกเฉย ปล่อยให้นางกับมารดาต้องทำอาหารอยู่ในครัวเพียงลำพัง “เสร็จแล้วพวกเจ้าก็กลับไปเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือไล่ ไม่อยากจะเห็นสะใภ้ต่ำต้อยกับหลานๆ นอกสายเลือดอยู่เกะกะสายตา “เจ้าค่ะ ท่านแม่” หว่านอี้ซูคำนับแล้วพาลูกๆ ออกจากห้องโถงมา ฉีชิงอีรู้สึกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ฮูหยินผู้เฒ่ามีต่อครอบครัวของตนได้อย่างชัดเจน ครอบครัวของลุงใหญ่และลุงรองล้วนพร้อมหน้าที่โต๊ะ
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status