เข้าสู่ระบบบ้านสายป่าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านสายป่านก็คิดแล้วคิดอีกจนรู้สึกเครียด เธอภาวนาว่าในหนึ่งอาทิตย์นี้ขอให้ได้งานด้วยเถอะ ไปสมัครงานที่ไหนก็ขอให้เขารับเข้าทำงานทีเถอะ สาธุ จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป คำขอของเธอก็ไม่เป็นผลเมื่อเธอไปยื่นใบสมัครงานที่ไหน ทุกที่ก็บอกกับเธอว่า 'ไม่มีตำแหน่งไหนว่างเลยค่ะ' 'ไม่มีตำแหน่งไหนว่างเลยครับ' 'ช่วงนี้ไม่มีพนักงานลาออกเลยค่ะ' พอไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร 'ช่วงนี้เด็กเสิร์ฟมีเยอะแล้วครับ ไม่ต้องการรับเพิ่ม' 'คนล้างจานล่ะคะ ต้องการไหม' 'คนล้างจานก็มีพอแล้วครับ ไม่ต้องการเพิ่ม' 'คุณช่วยรับฉันเพิ่มอีกสักคนจะได้ไหมคะ' 'ไม่ได้แล้วครับ ต้องขอโทษจริงๆ' และทุกร้านที่เธอไปเจ้าของร้านก็ตอบเธอแบบนี้ จนเธอคิดว่าอะไรอะไรก็ช่างไม่เป็นใจให้เธอเลย แม้กระทั่งงานล้างจานก็ไม่มีให้เธอทำ "เฮ้อ..." ในขณะที่เธอนั่งถอนหายใจอย่างทดท้อใจอยู่นั้น อยู่ๆเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ส่งเสียงดังขึ้น ติ๊งต่อง! เธอคิดว่าต้องเป็นป้าช้อยแน่ๆที่มาเก็บค่าเช่าบ้านที่เธอได้นัดไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนว่าเธอจะให้ป้าช้อยวันนี้ แกร่ก! "ว่าไงสายป่าน หาเงินให้ป้าได้หรือยัง" ช้อยเอ่ยถามทันทีที่สายป่านเปิดประตูออกจากบ้านมา "วันนี้ตอนเย็นนะคะป้า เดี๋ยวพอได้เงินสายป่านจะโอนไปให้ค่ะ" เธอคิดดีแล้วว่าวันนี้เธอจะไปหาเขาและรับข้อเสนอในการเป็นเด็กเลี้ยงของเขา เพราะเธอหมดหนทางแล้วจริงๆ หรือโชคชะตาได้กำหนดมาแล้วว่าเธอจะต้องไปเป็นเด็กเลี้ยงของเขา "ได้ งั้นป้าไปก่อนนะ" จากนั้น หญิงวัยกลางคนก็เดินไปขึ้นรถมอเตอร์ไซด์แล้วขับออกไป ก่อนที่หญิงสาวจะเข้าบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวและออกจากบ้านไป เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงแรมของเขา โรงแรม เมื่อเข้ามาในโรงแรมสายป่านก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เขาทำงานอยู่ทันที ติ๊ง! ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก สายป่านก็ก้าวขาออกจากลิฟต์แล้วสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องทำงานของเขาและเคาะประตู ก๊อก! ก๊อก! ก่อนที่มือเรียวจะจับลูกบิดประตูแล้วค่อยๆแง้มเปิดเข้าไปด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ ซึ่งความรู้สึกที่มาเจอเขาในวันนี้แตกต่างจากที่มาเจอเขาเมื่อวันก่อนอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากวันนี้รู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วว่าเธอมาเพื่อสิ่งใด "สวัสดีค่ะคุณชวิน" เธอยกมือไหว้ร่างสูงที่นั่งมองมาทางเธออยู่ด้วยท่าทางทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าเขา "นั่งสิ" เรียวปากหนาบอก พลางนัยน์ตาคมจ้องมองไปยังร่างเล็กที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยด้วยแววตานิ่ง "ขอบคุณค่ะ" จากนั้นเธอก็หย่อนสะโพกนั่งลง พร้อมกับก้มหน้าไม่กล้าสบสายตาคู่คมที่จ้องมองเธอมาด้วยสายตาราบเรียบ "คิดดีแล้วใช่ไหมที่จะมาเป็นเด็กเลี้ยงของฉัน" "ค่ะ" เม้มปากพยักหน้าอย่างจำใจ "ไม่มีที่ไหนรับเธอเข้าทำงานเลยเหรอ" "ไม่มีเลยค่ะ แม้แต่จะไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟหรือล้างจานก็ไม่มีที่ไหนรับเลยค่ะ" เธอเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเขาด้วยสีหน้าเหงาหงอย ก่อนที่เรียวปากหยักสวยจะขยับเอ่ยข้อตกลง "การที่จะมาเป็นเด็กเลี้ยงของฉัน เธอจะต้องย้ายมาอยู่ที่คอนโดที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้" เขาจะให้เธอย้ายมาอยู่คอนโดที่เขามีไว้สำหรับให้ผู้หญิงคนก่อนๆที่เขาเลี้ยงไว้ได้อยู่อาศัย แต่เขาจะอยู่อีกคอนโดนึง เขาจะมาหาผู้หญิงที่เขาเลี้ยงไว้เวลาที่อยากปลดปล่อยเท่านั้น และจะนอนกับพวกเธอหนึ่งคืน พอวันต่อมาเขาก็กลับคอนโดของตัวเอง เหตุที่เขาต้องมีเด็กเลี้ยงเพราะเขาไม่อยากไปซื้อกินให้วุ่นวาย ดังนั้นจึงต้องเลี้ยงไว้ประจำ เขาเลี้ยงพวกเธอไว้เพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์นั้นออกมาเท่านั้น เขาไม่เคยพาพวกเธอไปไหน เขาไม่เคยควงพวกเธอไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาเริ่มเลี้ยงผู้หญิงตอนอายุยี่สิบห้าปี โดยให้ลูกน้องจัดการหามาให้เขาเลือกอีกที ถ้าเขาถูกใจก็ทำสัญญาการเป็นเด็กเลี้ยงหกเดือน พอครบหกเดือน สัญญาการเป็นเด็กเลี้ยงก็สิ้นสุดลง จากนั้นเขาก็หาคนใหม่มาแทน และเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ จนตอนนี้เป็นเวลาห้าปีแล้วที่เขาเลี้ยงผู้หญิงไว้ ซึ่งผู้หญิงที่เขาเคยเลี้ยงมาก็สิบคนพอดี และว่าที่เด็กเลี้ยงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ก็เป็นคนที่สิบเอ็ด คนที่สิบได้หมดสัญญาไปแล้วเมื่อหนึ่งเดือนก่อน "ได้ค่ะ" "ฉันจะให้เธอเดือนละสองแสนบาทต่อเดือน ซึ่งมันจะมากกว่าเด็กเลี้ยงคนก่อนๆที่ฉันเคยให้มา" คนก่อนๆเขาจะให้เดือนละแสน แต่สำหรับเธอเขาอยากให้มากกว่านั้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน หรือเขารู้สึกถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็นกันนะถึงอยากให้เธอมากกว่าคนอื่นๆ หรือเพราะรู้สึกสงสารเมื่อรู้ว่าเธอกำลังเดือดร้อนกันแน่ แต่ก็ช่างเถอะ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ "คุณเคยมีเด็กเลี้ยงมาแล้วเหรอคะ" "ฉันเคยมีเด็กเลี้ยงมาแล้วสิบคน รวมเธอด้วยก็เป็นสิบเอ็ด" "อ๋อค่ะ" พยักหน้ารับรู้ "สัญญาการเป็นเด็กเลี้ยงของฉันก็คือหกเดือน พอครบหกเดือนสัญญาการเป็นเด็กเลี้ยงก็จบลง และฉันกับเธอก็ไม่มีอะไรที่จะต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก" "ค่ะ" "การเป็นเด็กเลี้ยงของฉันคือห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉัน ห้ามโทรตามเด็ดขาด ถ้าเธอทำผิดกฎสองข้อนี้ สัญญาการเป็นเด็กเลี้ยงก็สิ้นสุดลงทันที" "ค่ะ" "ถ้าวันไหนฉันต้องการ ฉันจะมาหาเธอเอง" "ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" "งั้นวันนี้เธอก็กลับบ้านไปก่อน พรุ่งนี้เธอค่อยย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดของฉันก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะส่งโลเคชั่นไปให้เธอ" เมื่อวานเขาได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอจากหัวหน้าฝ่ายบุคคลแล้วจัดการเมมไว้ และมีไลน์ของเธอเรียบร้อยแล้ว "เอ่อ...คุณชวินคะ คือ...ฉันอยากจะขอยืมเงินคุณสักเจ็ดพันบาทก่อนจะได้ไหมคะ คือฉันจะเอาไปจ่ายค่าเช่าบ้านที่ค้างไว้สองเดือนแล้วค่ะ" เธอพูดออกไปด้วยท่าทีอึกอักเพราะเกรงใจที่จะต้องขอเงินเขาก่อนทั้งที่ยังไม่ได้ทำงาน เขาไม่ได้ไถ่ถามอะไรให้มากความจึงขอเลขบัญชีของเธอทันที "บอกเลขบัญชีมา" "พร้อมเพย์นะคะ 089..." "ไม่ต้องบอก ฉันมีเบอร์ของเธอแล้ว" พูดจบ เขาก็จัดการโอนเงินให้เธอสองหมื่นบาท พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ของเธอ ติ๊ดๆ เธอดูข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยออกไป "ฉันโอนให้เธอสองหมื่น เพราะเผื่อว่าเธอจะได้เอาที่เหลือจากให้ค่าเช่าบ้านไว้ใช้จ่ายในการอยู่เฝ้าแม่ของเธอที่โรงพยาบาล" "ขอบคุณค่ะคุณชวิน" เธอยกมือไหว้เขาด้วยความรู้สึกดีใจและรู้สึกดีที่เขามีน้ำใจกับเธอ "ไม่เป็นไร งั้นเธอก็กลับบ้านไปได้แล้ว" "งั้นฉันขอตัวนะคะ สวัส..." ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นเสียก่อน โดยที่เธอยังไม่ทันได้พูดจบประโยค "เจอกันครั้งหน้า ฉันหวังว่าเธอจะไม่พูดแทนตัวเองว่าฉันกับฉันนะ" "ค่ะ" "พูดแทนตัวเองด้วยชื่อของเธอหรือพูดแทนตัวเองว่าหนูก็ได้" "เด็กเลี้ยงคนก่อนๆของคุณส่วนมากเขาพูดแทนตัวเองว่าอะไรเหรอคะ" "พวกเขาพูดแทนตัวเองว่าหนูทุกคน" "ตกลงค่ะคุณชวิน งั้นสายป่านลานะคะ สวัสดีค่ะ" เธอไม่ต้องรอไว้เจอเขาครั้งหน้าหรอก พูดแทนตัวเองด้วยชื่อตอนนี้เสียเลย เพราะปกติเธอก็พูดแทนตัวเองกับพ่อแม่ด้วยชื่ออยู่แล้ว "อืม" เขารับคำเสร็จ หญิงสาวก็ออกจากห้องทำงานของเขาไป ก่อนที่ชวินจะสนใจกับงานบนโต๊ะต่อเพ้นท์เฮ้าส์ ห้าเดือนต่อมา ตอนนี้สายป่านย้ายมาอยู่กับชวินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่งานแต่งได้เสร็จสิ้นไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน พรึบ! เสียงของร่างเล็กที่ทิ้งตัวนั่งลงยังโซฟาด้วยความอ่อนล้าหลังจากที่วันนี้อาเจียนไปห้ารอบแล้ว "สายป่านเหนื่อยจังเลยค่ะพี่ชวิน" ใบหน้าใสหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง "อืม" เขารับคำในลำคอแล้วดึงร่างเล็กมาโอบกอดไว้ "ที่สายป่านอาเจียนบ่อยแบบนี้ มันเป็นเพราะอะไรเหรอคะพี่ชวิน" "เอ่อ...มันคงเป็นอาการของคน...แพ้ท้องน่ะ" เขาตอบด้วยท่าทีอึกๆอักๆเหมือนคนมีพิรุธ "สายป่านจะแพ้ท้องได้ยังไงคะก็ในเมื่อสายป่านยังแปะแผ่นยาคุมอยู่เลย" "ถึงจะแปะแผ่นยาคุม แต่มันก็มีโอกาสท้องได้เหมือนกัน ถ้าเกิดว่าแปะแผ่นยาคุมไม่เรียบกับผิวหนัง เพราะประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงไปด้วย" เขาจะเป็นคนเปลี่ยนและแปะแผ่นยาคุมกำเนิดให้เธอทุกครั้ง แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขาจงใจแปะแผ่นยาคุมไม่เรียบ เพราะอยากให้เธอท้อง และตอนนี้เธอก็ท้องจริงๆ ถือว่าแผนที่วางไว้สำเร็จแล้ว "พี่ชวินคิดว่าสายป่านจะท้องไหมคะ" "พี่คิดว่าท้องนะ เพราะพี่ตั้งใจให้เธอท้อง" เขาจำต้องบอกความจริง ไม่อยากโกหก "พี่ต
เพ้นท์เฮ้าส์ หนึ่งอาทิตย์ต่อมา "พี่ชวินคะ วันนี้สายป่านจะออกไปหามายด์นะคะ" "จะออกไปเลยไหม" "ออกไปเลยค่ะ" "งั้นก็อาบน้ำแต่งตัวสิ เดี๋ยวออกไปพร้อมพี่เลย" "ได้ค่ะ" ว่าจบ หญิงสาวก็เข้าไปอาบน้ำ ก่อนที่ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทหรูจะออกจากห้องไปรอข้างนอก เวลาต่อมา สายป่านที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยออกจากห้องแล้วเดินมาหายังร่างสูงที่นั่งก้มหน้าดูโทรศัพท์อยู่ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองยังร่างสวยที่มายืนอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาคมจ้องมองเธอที่อยู่ในชุดเดรสสั้นโชว์ไหล่บอบบางและช่วงเนินอกขาวนวลเนียนด้วยความรู้สึกพึงพอใจ ก่อนจะพูดออกไป "ไปกันเถอะ" พูดจบ ชวินก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพากันออกจากเพ้นท์เฮาส์ไป คาเฟ่แห่งหนึ่ง หลังจากที่สองสาวสั่งน้ำและขนมมาทานกันแล้ว สายป่านก็เอ่ยถามมายด์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "พี่ชวินบอกฉันว่าเธอมีคนในใจอยู่แล้ว ตกลงคนในใจของเธอคือใครเหรอมายด์" "ออสติน" มายด์ตอบแล้วหยิบขนมขึ้นมากินไปด้วย "ออสติน?" สายป่านถามออกไปด้วยสีหน้าอึ้งๆ ก่อนที่มายด์จะเอ่ยออกมา "ใช่ ฉันชอบออสตินมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่งแล้วล่ะ และออสตินก็ชอบเธอมานานแล้วด้วยเหมือนกัน" "ออสตินชอบฉันงั้นเห
เมื่อทั้งสองร่วมรักกันเสร็จแล้ว ชวินก็อุ้มสายป่านไปชำระล้างคราบน้ำรักในห้องน้ำแล้วออกมาสวมใส่เสื้อผ้ากัน ก่อนที่เสียงใสจะเอ่ยถาม "ยาคุมล่ะคะพี่ชวิน" "ไม่กินได้ไหม" "ถ้าไม่กินยาเดี๋ยวก็ท้องสิคะ" "เธอยังไม่อยากท้องเหรอ" "สายป่านว่ามันเร็วไปหน่อยค่ะถ้าจะให้ท้องตอนนี้" "แต่สำหรับพี่พี่ว่าไม่เร็วไปหรอก แต่ถ้าเธอยังไม่พร้อมเดี๋ยวพี่จะให้เธอกินยาก่อนก็ได้ พอหลังจากนี้พี่ค่อยป้องกันเอง" "โดยการใส่ถุงยางน่ะเหรอคะ" "ใช่" "ไม่เอาค่ะ สายป่านไม่ชอบให้พี่ใส่ถุง" เธอทำเสียงออดอ้อนแล้วสวมกอดเอวสอบและแนบหน้าไปกับอกแกร่ง ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นโอบกอดร่างเล็กไว้ด้วยความรักและหวงแหน "หึ ชอบให้พี่เอาสดใช่ไหม" หัวเราะยิ้มด้วยความรู้สึกเอ็นดู เขาชอบที่เธออ้อนเขาแบบนี้ "ใช่ค่ะ สายป่านชอบแบบเนื้อแนบเนื้อ เรามีอะไรกันแบบเนื้อแนบเนื้อมาตั้งหลายเดือนแล้วนะคะ แล้วจู่ๆจะให้กลับไปใส่ถุงอีกเหรอคะ" "พี่ก็ไม่ได้อยากกลับไปใส่ถุงอีกหรอกนะ แต่พี่แค่ไม่อยากให้เธอต้องคุมเองน่ะ พี่ก็เลยเป็นฝ่ายป้องกันเองจะดีกว่า" "พี่ชวินไม่ต้องป้องกันเองหรอกค่ะ เดี๋ยวสายป่านจะคุมเอง สายป่านจะคุมแบบใช้แผ่นแปะอีกค่ะ" "ถ้าอย่างนั้
เมื่อเขาดูดเลียทรวงอกอวบอิ่มจนรู้สึกว่าพอใจแล้ว จากนั้นเขาก็หยัดกายขึ้นแล้วถอดเสื้อผ้าออกไปจากกายหนา โดยความแข็งแกร่งที่อยู่กึ่งกลางกายก็เริ่มผงาดแข็งขึ้นมาพร้อมที่จะสอดแทรกเข้าไปในร่องคับแคบสีหวานที่เขาไม่ได้เข้าไปสองเดือนแล้ว "คุณชวินคะ" สีหน้าของเธอแสดงความวิตกกังวลออกมาอย่างชัดเจนเมื่อนึกไปถึงมายด์ที่เป็นคู่หมั้นของเขา "เรามามีความสุขกันเถอะนะสายป่าน สองเดือนแล้วนะที่เราไม่ได้มีความสุขด้วยกัน และตอนนี้เธอก็ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องอะไรทั้งนั้น" พูดจบ เขาก็อุ้มร่างเล็กไปนั่งบนขอบอ่างอาบน้ำหรูขนาดใหญ่ เขาลงไปนั่งในอ่างพร้อมกับจับขาเรียวให้กางออกเป็นรูปตัวเอ็ม ก่อนจะมุดหน้าเข้าไปชิมความหวานที่เขาโหยหามานานมากแล้ว ห่างหายเรื่องนี้ไปสองเดือนก็เหมือนกับสองปีสำหรับเขา แผล่บ แผล่บ "ซี้ดด อ๊า" เธอแอ่นกลางกายเข้าหาลิ้นร้อนที่ตวัดเลียอย่างนุ่มนวล พลางสะโพกสวยก็ร่อนส่ายไปมาเนิบนาบด้วยความเสียวซาบซ่านที่ก่อตัวขึ้นเร็วมากหลังจากที่ลิ้นชื้นสัมผัสเข้ามาในร่องกลีบของเธอ ลิ้นหนาเลียติ่งเกสรซ้ำๆอยู่หลายครั้งหมายกระตุ้นความต้องการของคนตัวเล็กให้เพิ่มสูงขึ้น "อ๊า อื้อ" เธอหลับตาด้วยความเคลิบเคลิ้ม พล
หนึ่งเดือนต่อมา ในขณะที่มายด์นั่งดูทีวีอยู่นั้น จู่ๆโทรศัพท์ของเธอก็ส่งเสียงดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นอดีตเพื่อนนอนที่ไม่ได้ติดต่อเธอมาหลายเดือนแล้วก็เกิดความลังเลว่าจะรับดีหรือไม่รับดี แต่แล้วเธอก็จำต้องกดรับสาย เพราะอยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไร ครืด~ 'มีอะไร' 'เธออยู่ไหน' 'อยู่บ้าน นายมีธุระอะไรกับฉันงั้นเหรอ' 'เย็นนี้เธอมาหาฉันที่คอนโดหน่อย' 'ไม่ไป' 'ฉันมีธุระสำคัญมากอยากจะคุยกับเธอ' 'คุยทางโทรศัพท์ก็ได้' 'ฉันไม่อยากคุยทางโทรศัพท์ เธอมาหาฉันหน่อยนะ ฉันคุยไม่นานหรอก' 'ก็ได้ เย็นนี้ฉันจะไป' 'ฉันจะรอนะ' 'อืม' จากนั้น มายด์ก็กดวางสายพลางคิดในใจว่าเขายังมีเรื่องสำคัญอะไรอยากจะคุยกับเธออีกงั้นเหรอ แต่พอเขาบอกมาแบบนั้นก็ทำให้เธออยากรู้เข้าไปใหญ่ ดังนั้นเธอต้องไปหาเขา เพราะอยากรู้ว่าเรื่องที่เขาบอกว่าสำคัญมากคือเรื่องอะไร บริษัทออสติน ตอนเย็น สายป่านมาทำงานเป็นเลขาของออสตินได้หนึ่งเดือนแล้ว ออสตินที่รู้ว่าเธอยังไม่มีงานทำเขาก็เลยชวนเธอมาทำงานในบริษัทของเขา "กลับบ้านกันเถอะสายป่าน เดี๋ยวฉันไปส่ง" ออสตินเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานแล้วบอกกับร่างบางที่นั่งอยู่หน้าห้อง "
อีกด้าน วันนี้มายด์ชวนชวินมาบ้านของสายป่าน เพราะเธอบอกว่าอยากจะมากินข้าวราดแกงที่นี่ ซึ่งเธอกับออสตินจะมากินบ่อยตอนเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อเป็นอย่างนั้นชวินจึงจำเป็นต้องบอกให้มายด์รู้ก่อนล่วงหน้าว่าเขารู้จักกับครอบครัวของสายป่าน เพราะแม่ของสายป่านเคยเป็นคนไข้ของเขา "สวัสดีค่ะพ่อแม่" มายด์ยกมือไหว้วิชาญกับวิภาด้วยท่าทีนอบน้อม "สวัสดีหนูมายด์" วิชาญกับวิภารับไหว้หญิงสาวพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใจดี ก่อนที่ชวินที่เดินมาทีหลังจะยกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยออกไป "สวัสดีครับคุณอาคุณน้า" "สวัสดีครับคุณหมอ/สวัสดีค่ะคุณหมอ" วิชาญกับวิภารับไหว้แล้วทักทายกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเช่นเคย เมื่ออาทิตย์ก่อนหลังจากที่สายป่านกลับมาจากงานหมั้นของมายด์ สายป่านบอกพ่อกับแม่ว่าคู่หมั้นของมายด์ก็คือหมอชวิน วิชาญกับวิภารู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าชวินหมั้นกับมายด์ แต่ก็ไม่ได้อะไร "สายป่านอยู่ไหมคะแม่" "สายป่านนอนป่วยอยู่ข้างในน่ะ ออสตินก็อยู่ข้างในด้วย" "..." เมื่อได้ยินอย่างนั้น ชวินกับมายด์ก็นิ่งไป พลางสีหน้าของทั้งสองก็ถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มายด์จะพูดออกไป "งั้นมายด์ขอไปหาสายป่าน
เวลาต่อมา ร่างสูงของนายแพทย์หนุ่มผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลากับเจ้าหน้าที่รถเข็นเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นที่คนตัวเล็กอยู่กับพ่อแม่ของเธอ ก่อนเรียวปากหนาจะเอ่ยออกไป "เดี๋ยวคุณน้าลงมานั่งในรถเข็นได้เลยนะครับ" พูดจบ ร่างสูงก็เดินไปที่เตียง ก่อนที่สายป่านจะเดินไปที่เตียงด้วยเหมือนกัน จากนั้นวิภาก็ค่อยๆ
คอนโด ชวินกลับมาถึงคอนโดในเวลาสามทุ่มกว่าๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าห้องนอนก็เห็นว่าคนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียง สายป่านที่ยังไม่หลับหันไปมองยังร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามา ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามออกไป "ยังไม่นอนเหรอ" "สายป่านยังไม่ง่วงค่ะ" "ที่ไม่ง่วงเพราะกำลังรอฉันอยู่หรือเปล่า" ยกยิ้มนิดๆ "เปล่าค่ะ ไม่ไ
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง วันต่อมา เมื่อชวินขับรถหรูเข้ามาจอดยังที่จอดส่วนตัว จากนั้นทั้งสองก็พากันลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้าไปในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ภายในตกแต่งด้วยสิ่งของราคาแพง ก่อนที่จะมีเสียงของพนักงานในโรงพยาบาลจะเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลด้วยท่าทีอ่อนน้อม "สวัสดีค่ะคุณหมอชวิน
คอนโดสามวันต่อมา ตอนเย็นวันนี้ทั้งวันสายป่านมีความรู้สึกกลัวๆและประหม่าเมื่อคิดว่าวันนี้แล้วสินะที่เขาจะมา และเธอก็ต้องทำหน้าที่เด็กเลี้ยงของเขาในขณะที่เธอนั่งครุ่นคิดและวิตกกังวลอยู่นั้น เสียงสแกนคีย์การ์ดก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงลูกบิดที่เปิดเข้ามาติ๊ด! แกร่ก!จึงทำให้เธอที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกถ







