Beranda / แฟนตาซี / เทียนเผิง : แสวงวิถี / ตอนที่ ๘ — หมากพิฆาตสวรรค์ และคำท้าทายแห่งผืนดิน

Share

ตอนที่ ๘ — หมากพิฆาตสวรรค์ และคำท้าทายแห่งผืนดิน

Penulis: vvildlordz
last update Tanggal publikasi: 2026-09-04 13:04:34

ตอนที่ ๘ — หมากพิฆาตสวรรค์ และคำท้าทายแห่งผืนดิน

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสามทิวาราตรี หลังจากการหวนคืนสู่หมู่บ้านมนุษย์ของเทียนเผิง

สามทิวาราตรี... ที่อดีตจอมพลแห่งสวรรคาลัย ได้เรียนรู้การอุทิศตนเพื่อเป็น 'มนุษย์' อย่างเต็มรูปแบบ

อาภรณ์เกราะทมิฬขลิบทองคำถูกพับเก็บซุกซ่อนไว้ใต้ก้นหีบไม้เก่า ๆ บัดนี้ เขาสวมใส่เพียงชุดผ้าฝ้ายทอหยาบสีปานซีด ๆ ที่ยายซู่อิงหยิบยืมมาจากเพื่อนบ้านข้างเรือน มันคับแคบและรัดรึงท่อนแขนกำยำของเขาจนตึงเปรี๊ยะ ยามออกแรงขยับกาย ทว่าเขากลับสวมใส่มันอย่างมิได้นึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด

"ท่านอาเผิง! ตอกลิ่มไม้อีกนิดนึง! ตรงนั้นหลังคามันยังเผยออยู่เลย!"

อาเหลียงตะโกนสั่งการอยู่เบื้องล่างอย่างก๋ากั่น

เทียนเผิงกำลังปีนป่ายอยู่บนหลังคาเรือนแฝก มือขวากำค้อนเหล็กสนิมเกรอะ หวดตอกตะปูลงบนแผ่นไม้กระดานเพื่ออุดรอยรั่วจากพายุฝนเมื่อวันก่อน หยาดเหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก ไหลย้อยลงมาตามสันกรามและลำคอ ลอยโชยกลิ่นเหงื่อไคลอย่างมนุษย์ปุถุชน

เขาหยุดมือ ยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่แสบตา

และเป็นอีกครั้ง... ที่เขาก้มลงสำรวจฝ่ามือของตนเอง

มันไม่ใช่ฝ่ามือที่ขาวสะอาดเรียบเนียน ไร้รอยตำหนิเฉกเช่นเทพอุบัติอีกต่อไป ฝ่ามือของเขาในยามนี้... มีรอยถลอกปอกเปิก มีตุ่มพองน้ำใส ๆ จากการจับด้ามค้อนเป็นเวลานาน และมีเศษเสี้ยนไม้ทิ่มแทงฝังอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง

บนสรวงสวรรค์... กายาแห่งเทพอุบัติไม่มีวันบุบสลาย แปรสภาพ หรือสัมผัสความเจ็บปวด แต่ ณ ที่แห่งนี้... การออกแรงย่อมแลกมาซึ่งความเมื่อยล้าและบาดแผล และประหลาดนัก... ที่ความเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ กลับทำให้เขารู้สึก 'เติมเต็ม' อย่างประหลาด มันเป็นหลักฐานชั้นดี... ที่ยืนยันว่าเขากำลัง 'มีชีวิต' อยู่จริงในห้วงเวลานี้

"เสร็จหรือยังท่าน!" อาเหลียงเร่งเร้าพลางเท้าเอว

เทียนเผิงหัวเราะในลำคอ หวดค้อนลงไปอีกสองสามทีจนตะปูจมมิดแผ่นไม้

"เสร็จแล้ว ๆ ไอ้หนูนี่... สั่งการเก่งยิ่งกว่าแม่ทัพในกองทัพเสียอีกนะ"

เขากระโดดตีลังกาลงมาจากหลังคาอย่างนุ่มนวล ทว่าจงใจทิ้งน้ำหนักกระแทกส้นเท้าลงกับพื้นดินจนฝุ่นตลบ เพื่อมิให้ดูผิดมนุษย์มนาจนเกินไป ยายซู่อิงเดินประคองชามดินเผาบรรจุน้ำดื่มเย็นชื่นใจมาส่งให้

"เหนื่อยหน่อยนะพ่อหนุ่ม ดื่มน้ำดับกระหายเสียก่อนเถิด"

"ขอบคุณครับยาย"

เทียนเผิงรับชามดินเผามาดื่มอึกใหญ่ น้ำเย็นล้างบาดคอลงไป เย็นฉ่ำไปถึงกระเพาะ รสชาติของน้ำบ่อดิน... เจือกลิ่นแร่ธาตุและตระไคร่น้ำจาง ๆ มันมิได้หวานล้ำบริสุทธิ์เฉกเช่นน้ำค้างทิพย์ในสระโบกขรณี ทว่ามัน... ดับกระหายได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด

ทว่า... ความสงบสุขของโลกมนุษย์ มักมีอายุขัยแสนสั้นเสมอ

ครืนนนน...

สุ้มเสียงประหลาด ดังกึกก้องขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า!

มิใช่เสียงฟ้าร้องกัมปนาทจากเบื้องบน ทว่าแผ่นดินกลับลั่นครืน... จากผืนปฐพีเบื้องล่าง

เทียนเผิงชะงัก ชามดินเผาในมือหยุดนิ่งค้าง เขาสัมผัสได้ถึง 'ความวิปริต' ของกระแสปราณสวรรค์ในอากาศ มันรวดเร็ว... รุนแรง... และเด็ดขาดดุจขวานสวรรค์ผ่าศิลา

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!" อาเหลียงร้องอุทานด้วยความตกใจ

ชาวบ้านที่กำลังสาละวนอยู่กับกิจวัตรประจำวัน ต่างพากันชะงักงันและเงยหน้าขึ้นมองแผงฟ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนเมื่อสามวันก่อน... บัดนี้กลับถูกพลังมหาศาลกระชากกวาดล้างออกไปจนหมดสิ้นในพริบตา! ไร้ซึ่งเมฆาแม้เพียงริ้วเดียว ดวงตะวันแผดเผาสาดแสงลงมาอย่างดุดัน ร้อนแรงและอึดอัดยิ่งกว่าคิมหันตฤดูใด ๆ ที่เคยพานพบ อุณหภูมิรอบกายพุ่งพรวดขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับทั้งหมู่บ้านถูกโยนเข้าไปในเตาหลอมเหล็กสวรรค์

"ยะ... ยาย! ดูต้นผักกาดสิ!" อาเหลียงชี้มือไปยังแปลงผักหลังเรือนด้วยความตื่นตระหนก

ใบผักกาดเขียวชอุ่มที่เพิ่งจะรดน้ำไปเมื่อเช้าตรู่... บัดนี้กำลังเหี่ยวเฉาห่อเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ ผืนดินที่เคยชุ่มชื้น... เริ่มปริแตกแตกระแหงเป็นร่องลึกต่อหน้าต่อตา ไอร้อนระอุระเหยขึ้นจากพื้นดิน บิดเบือนทัศนียภาพรอบข้างจนพร่ามัว

"โอ้ ฟ้าดิน! เกิดอาเพศอันใดขึ้นเนี่ย!" ยายซู่อิงทิ้งเข่าทรุดลงกับพื้น สองมือยกขึ้นทาบอกด้วยความขวัญเสีย เสียงโหวกเหวกโวยวายของชาวบ้านเริ่มดังก้องระงมมาจากลานกลางหมู่บ้าน

เทียนเผิงก้าวเดินอาด ๆ ออกไปที่ถนน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า... คือหายนะอันเงียบงัน ลำธารสายเล็กที่เคยไหลเชี่ยวจนพัดพาสะพานขาดเมื่อไม่กี่วันก่อน... บัดนี้ระดับน้ำกำลังหดหาย ลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ฝูงปลากระเสือกกระสนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนโขดหินที่โผล่พ้นน้ำ ต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางพากันหดตัวทิ้งใบราวกับถูกสูบวิญญาณไปจนหมดสิ้น

นี่มิใช่ภัยแล้งตามฤดูกาล และมิใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ...

เทียนเผิงแหงนหน้าขึ้นทอดสายตามองแผงฟ้า ดวงตาคมกริบของเขาสาดประกายแกร่ง ทะลุทะลวงผ่านแสงตะวันอันเจิดจ้า ขึ้นไปจนถึง... ตำหนักหลิงเซียว

เขาสัมผัสได้ถึง 'ร่องรอยปราณ' ของกระดานหมากรุกสวรรค์... ร่องรอยของเง็กเซียนฮ่องเต้!

"ฝีมือของพระองค์สินะ..." เทียนเผิงพึมพำลอดไรฟัน เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นกรอบ บาดแผลพองน้ำบนฝ่ามือปริแตก โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาตามซอกนิ้ว

สวรรค์มิได้ส่งกองทัพลงมาเข่นฆ่า มิได้ส่งอสนีบาตมาฟาดฟัน ทว่าสวรรค์เพียงแค่... 'ตัดขาด' ปัจจัยในการดำรงชีวิต แผดเผาแหล่งน้ำและผืนดิน เพื่อบีบบังคับให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

และเป้าหมายที่แท้จริงของการลงทัณฑ์ครั้งนี้... ย่อมมิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นตัวเขาเอง! เพื่อบีบให้เขาต้องทนดูความพินาศของคนบริสุทธิ์... หรือไม่ก็จำต้องปลดปล่อยพลังปราณเทวะออกมาเพื่อสืบเรียกฝนสำแดงอภินิหาร ซึ่งเมื่อใดที่เขาใช้พลังเทวะ... ย่อมเท่ากับเป็นการยอมจำนน และหวนคืนสู่สถานะของ 'จอมพล' ในหมากกระดานของเง็กเซียนฮ่องเต้อีกครา!

...

ณ ยอดเขาหลังหมู่บ้าน ที่เร้นกายหลบซ่อนตัว

เทพตรวจการณ์อวิ๋นฉีและหลิงกวง ทอดสายตามองหายนะเบื้องล่างด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

"นี่คืออาชญาสิทธิ์จากองค์เง็กเซียน" หลิงกวงเอ่ยเสียงเรียบ "ตัดแหล่งน้ำ แผดเผาผืนดิน ลงทัณฑ์หมู่บ้านที่กล้าพำนักให้ที่ซ่อนแก่ผู้หลงผิด"

"แต่มนุษย์พวกนั้น... ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลยนะ!" อวิ๋นฉีแย้งเสียงเครียด ภายใต้หน้ากากเงินคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น

"กฎสวรรค์... ไร้ซึ่งความปรานีต่อผู้ใด" หลิงกวงตอบอย่างไร้อารมณ์ "หากท่านจอมพลปรารถนาจะชุบชีวิตชาวบ้าน เขาเพียงแค่ต้องสำแดงฤทธา เรียกฝนเรียกน้ำ... และยอมรับความพ่ายแพ้ เดินทางกลับไปรับโทษทัณฑ์แต่โดยดี"

อวิ๋นฉีกำด้ามกระบี่แน่น "สวรรค์... จำเป็นต้องสร้างความทุกข์ระทมแสนสาหัส ให้แก่ผู้บริสุทธิ์... เพียงเพื่อบีบบังคับให้คนผู้หนึ่งก้มหัวยอมจำนนกระนั้นหรือ?"

หลิงกวงหันขวับมามองสหาย "อวิ๋นฉี... ระวังคำพูดของเจ้าด้วย เจ้ากำลังหมิ่นเบื้องสูง"

อวิ๋นฉีมิได้โต้ตอบ ทว่าในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ... รังเกียจความสมบูรณ์แบบอันจอมปลอมและแสนโหดร้ายนี้

...

เบื้องล่างนั้น เทียนเผิงก้มลงมองฝ่ามือที่เปื้อนเลือดของตนเอง ชาวบ้านต่างพากันวิ่งวุ่น หอบหิ้วถังน้ำวิ่งไปตักโคลนเลนก้นลำธารที่กำลังเหือดแห้ง เพื่อนำมารดพืชผลที่กำลังจะตาย เสียงร่ำไห้ระงมของเด็กและผู้เฒ่า ดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ

หากเขาใช้คาถาเรียกฝน... ทุกอย่างจะจบลงในพริบตา แต่นั่นหมายถึง... เขาต้องยอมรับว่า 'มนุษย์' อ่อนแอเกินกว่าจะเอาชีวิตรอดได้ด้วยตนเอง และต้องพึ่งพาบารมีของ 'ทวยเทพ' ผู้สูงส่งอยู่ร่ำไป

เทียนเผิงสูดลมหายใจลึก เขาหันหลังกลับ วิ่งเข้าไปในเรือน หยิบฉวย 'จอบเหล็ก' ด้ามหนา และ 'ถังไม้' สองใบพาดบ่า

อาเหลียงวิ่งตามมาเกาะขา "ท่านอาเผิง! ท่านจะไปไหน?!"

"ข้าจะไปขุดหาน้ำ"

"แต่ลำธารมันแห้งหมดแล้วนะท่าน!"

เทียนเผิงสบตาเด็กน้อยด้วยความมั่นคง "ถ้าน้ำบนดินมันเหือดแห้งไปหมด... ข้าก็จะขุดลงไปหามันใต้บาดาล!"

เขาสะบัดเสื้อคลุม หอบอุปกรณ์เครื่องมือ เดินมุ่งหน้าไปยังลานดินแห้งแล้งท้ายหมู่บ้าน มิใช่การเหาะเหินเดินอากาศ มิใช่การชูนิ้วร่ายมนตรา ทว่าคือการ... ลงแรงกวัดแกว่งจอบ ขุดเจาะผืนปฐพีด้วยสองมือของมนุษย์ปุถุชน!

สวรรค์ปรารถนาจะพิสูจน์ว่า มนุษย์นั้นเปราะบางและไร้ค่า ถ้าเช่นนั้น... เขาก็จะขอใช้เรือนร่างจำแลงอันเปราะบางนี้แหละ งัดข้อกับกฎเกณฑ์ของฟ้าดินให้จงได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เทียนเผิง : แสวงวิถี   ตอนที่ ๑๐๐.๓ — ใต้ต้นดอกเหลือง ไม่พบไม่เลิกรา (อวสาน)

    เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๑๐๐.๓ — ใต้ต้นดอกเหลือง ไม่พบไม่เลิกรา เมื่อครบหนึ่งปี หลินเยว่สำเร็จช่วงการศึกษาตามกำหนดของสำนักแพทย์หลวง อาจารย์อู๋กล่าวชมว่านางมีความละเอียดในการตรวจคนไข้และรู้จักยอมรับเมื่อยังหาสาเหตุไม่ได้ นางรับคำด้วยความนอบน้อม ก่อนเก็บตำราและเครื่องมือแพทย์ใส่หีบเพื่อเตรียมกลับชิงหลิว ซูเหอมาช่วยจัดสัมภาระ ทั้งคู่กอดลากันอย่างไม่ปิดบังน้ำตา หลินเยว่ยังคงติดต่อหลัวเหวินเรื่องอาการของเสี่ยวหลัน เด็กหญิงยังต้องได้รับการตรวจติดตามและอาจต้องส่งต่อผู้เชี่ยวชาญตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ การเรียนหนึ่งปีไม่ได้ทำให้นางรักษาโรคทุกชนิดได้ และการสูญเสียเทียนเผิงก็ไม่ได้ทำให้นางกลายเป็นคนไร้ความรู้สึก หากทำให้นางเข้าใจยิ่งขึ้นว่าทุกชีวิตมีเวลาของตนเองซึ่งไม่มีใครควรใช้ไปแทนกัน เมื่อกลับถึงชิงหลิวในเย็นวันหนึ่ง นางพบร้านยายังคงเปิดอยู่ ยายซู่อิงยืนรอตรงประตูพร้อมรอยยิ้มที่มีน้ำตาปนอยู่ อาเหลียงสูงขึ้นจนแทบจำไม่ได้ ส่วนหมอเซี่ยหมิงจัดสมุนไพรไว้เต็มชั้นตามระเบียบ หลินเยว่เดินเข้าบ้าน วางหีบลงข้างโต๊ะ ก่อนหยุดมองถ้วยข้าวใบหนึ่งซึ่งวางอยู่บนชั้นไม้ มันถูกล้างจนสะอ

  • เทียนเผิง : แสวงวิถี   ตอนที่ ๑๐๐.๒ — ชีวิตที่เริ่มต้นอีกครั้ง

    เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๑๐๐.๒ — ชีวิตที่เริ่มต้นอีกครั้ง เว่ยซานได้รับข่าวที่สถานพยาบาลชายแดนตะวันตก หมอซ่งอ่านรายงานให้ฟังโดยไม่ตัดทอนความจริง พลังของชายชรายังไม่อาจส่งคืนได้อย่างปลอดภัย และไม่มีหลักฐานว่าความสามารถรับรู้ลมปราณเดิมจะกลับมา แต่รอยปราณที่เกี่ยวข้องกับเขาได้รับการเก็บรักษาไว้ในระบบซึ่งไม่อาจนำไปใช้โดยพลการอีกแล้ว เว่ยซานนั่งฟังอยู่ริมหน้าต่างนานมาก ก่อนถามว่า “แล้วเทียนเผิงเล่า” หมอซ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงตอบว่าเขาสูญเสียร่างเทพและเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่าน ยังไม่มีใครทราบปลายทาง เว่ยซานก้มหน้าลง มองมือที่มีรอยเหี่ยวย่นของตน ก่อนกล่าวด้วยเสียงเบาว่า “ข้าไม่ได้ขอให้เขาแลกชีวิตกับพลังของข้า” หมอซ่งพยักหน้า “เขาไม่ได้ทำเพื่อคืนพลังให้ท่านเพียงคนเดียว” ชายชรานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือเปิดหน้าต่าง ลมหนาวพัดผ่านต้นหญ้าสีขาวในกระถาง ใบเล็ก ๆ โยกเอนอย่างอ่อนโยน เขายังไม่ได้ยินเสียงปราณในสายลมนั้นอีกเลย แต่คราวนี้เขาไม่ปิดหน้าต่างด้วยความผิดหวัง เขาเพียงนั่งมองมันอยู่นาน ก่อนกล่าวว่า “หากวันหนึ่งพบเขาอีก บอกด้วยว่าข้ายังจำคำพูดของเขาได้ และสาล

  • เทียนเผิง : แสวงวิถี   ๑๐๐.๑ — ผนึกสุดท้ายแห่งสวรรค์

    เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๑๐๐.๑ — ผนึกสุดท้ายแห่งสวรรค์ แสงสีทองรวมตัวอยู่ที่ปลายไม้เท้าของไท่ซั่งเหล่าจวินอย่างเชื่องช้า ไม่มีสายฟ้าฟาด ไม่มีเสียงคำรามของสวรรค์ มีเพียงเสียงหายใจของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่กลางห้องหิน และเสียงหยดน้ำจากรอยแตกบนเพดานที่ตกลงสู่พื้นเป็นระยะ เทียนเผิงมองมือของตนเป็นครั้งสุดท้ายในสภาพที่ปราณนทีเหนือยังไหลเวียนอยู่เต็มเปี่ยม เส้นแสงสีเงินบางละเอียดแล่นผ่านใต้ผิวหนังราวสายน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์ เขาเคยใช้พลังนี้แหวกสมุทร เคยหยุดคลื่นซึ่งสูงกว่ากำแพงเมือง และเคยนำกองทัพผ่านสมรภูมิที่ไม่มีผู้ใดคาดว่าจะรอดกลับมาได้ แต่ในวินาทีนี้ พลังอันยิ่งใหญ่ทั้งหมดกลับช่วยให้เขาทำสิ่งง่ายที่สุดไม่ได้—ดึงมือออกจากพันธนาการโดยไม่ทำลายสิ่งที่เพิ่งช่วยรักษาไว้ เบื้องหน้า อักขระสีแดงจากครรภ์รองรับกำลังเลื้อยลึกเข้าสู่รากปราณของเขา แม้รอยปราณของผู้เสียหายทั้งหมดจะถูกส่งไปยังช่องพักอิสระแล้ว เครื่องมือโบราณก็ยังไม่ยอมรับว่าหน้าที่ของตนสิ้นสุดลง มันกำลังจะยึดชีวิตใหม่ไว้แทนภาระเก่า เทียนเผิงเงยหน้ามองไท่ซั่งเหล่าจวิน เห็นอาจารย์ผู้เคยสงบนิ่งต่อหน้าหายนะนับคร

  • เทียนเผิง : แสวงวิถี   ตอนที่ ๙๙.๓ — คำสั่งสุดท้ายของเทียนเผิง

    เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๙๙.๓ — คำสั่งสุดท้ายของเทียนเผิง คำสั่งเริ่มขึ้นเมื่อแสงจากทางรับใหม่สว่างครบทุกชั้น เทียนเผิงปรับปราณนทีเหนือจนละเอียดราวเส้นฝน แล้วส่งมันไปประคองรอยปราณสายสุดท้ายอย่างนุ่มนวล เขาไม่ฝืน ไม่เร่ง และไม่เพิ่มกำลังเกินความจำเป็น เส้นไหมสีเงินซึ่งสั่นอยู่กลางแกนค่อย ๆ เคลื่อนออกจากที่เดิม ผ่านขอบอักขระที่ถูกเผาไหม้มาหลายร้อยปี ก่อนสัมผัสวงรับใหม่ทีละช่วง เหวินฉางอ่านข้อมูลต้นทางตามจังหวะเพื่อให้ระบบบันทึกทุกขั้นตอน เมื่อส่วนสุดท้ายของรอยปราณพ้นจากแกน เสียงเต้นหลายชั้นที่เคยดังก้องอยู่ในห้องก็หยุดลงทันที ความเงียบซึ่งตามมาหนักแน่นจนทุกคนเผลอกลั้นหายใจ แสงสีฟ้าจากช่องพักใหม่ส่องสว่างขึ้นแทนสีแดงเก่า เหวินฉางตรวจค่าซ้ำ ก่อนตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่น “รอยปราณทั้งหมดที่ตรวจนับไว้เข้าสู่ทางรับใหม่แล้ว! ไม่มีสายใดสูญหาย!” เทียนโหย่วหลับตาลงชั่วขณะด้วยความโล่งใจ อวิ๋นฉีตรวจวงตัดฉุกเฉินอีกครั้ง ส่วนหลิงกวงรีบยืนยันกับหอควบคุมว่าไม่มีการส่งพลังผิดปลายทางไปยังโลกมนุษย์ เทียนเผิงมองครรภ์รองรับซึ่งเริ่มดับแสง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งได้ยินเสียงลมหายใจของคนป่

  • เทียนเผิง : แสวงวิถี   ตอนที่ ๙๙.๒ — รอยปราณสายสุดท้าย

    เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๙๙.๒ — รอยปราณสายสุดท้าย เหนือห้องชั้นลึก หลิงกวงได้รับรายงานจากหอควบคุมว่าทางผ่านสำคัญทั้งหมดกำลังลดภาระเข้าสู่ระบบสำรองตามแผน ขบวนเวชภัณฑ์ที่ยังอยู่ระหว่างเดินทางได้รับคำสั่งให้หยุดในจุดปลอดภัย ไม่มีผู้ใดถูกปล่อยให้อยู่บนสะพานซึ่งกำลังเสี่ยงเสียเสถียรภาพ ส่วนโลกมนุษย์มีรายงานอาการผิดปกติเป็นระยะ แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าความเสียหายล่าสุดทำให้ผู้ใดถึงแก่ชีวิต เขาอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนส่งคำสั่งให้คงมาตรการป้องกันไว้และอย่าเพิ่มการใช้ปราณโดยพลการ จากนั้นจึงหันกลับมามองเทียนเผิง “เรารับภาระส่วนรวมไว้ได้แล้ว” เขากล่าว “เจ้าไม่จำเป็นต้องส่งพลังเพิ่มเพื่อประคองโครงข่ายสวรรค์อีก” เทียนเผิงพยักหน้า เขาได้ยินถ้อยคำนั้นชัดเจน และรู้สึกถึงความหมายของมันลึกกว่าที่ใครอาจคาดคิด สิ่งที่พวกเขาต่อสู้มาตลอดหลายวันไม่สูญเปล่า สวรรค์ไม่ได้รอให้เขากลายเป็นแกนใหม่เพื่อรักษาความสว่างของตำหนัก ไม่ได้ปล่อยให้ทางผ่านทั้งหมดพึ่งพาปราณนทีเหนือของเขาเพียงสายเดียว และไม่ได้ถือเอาความสามารถของเขาเป็นข้ออ้างให้ทุกฝ่ายหยุดทำหน้าที่ของตน สิ่งที่ยังค้างอยู่ตรงหน้าเ

  • เทียนเผิง : แสวงวิถี   ตอนที่ ๙๙.๑ — คำสั่งที่ไม่ยอมรับคำปฏิเสธ

    เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๙๙.๑ — คำสั่งที่ไม่ยอมรับคำปฏิเสธ เสียงที่ดังขึ้นจากครรภ์รองรับไม่ใช่เสียงของผู้มีชีวิต หากเป็นเสียงอักขระนับพันซึ่งเริ่มทำงานพร้อมกัน แสงสีแดงไหลไปตามรอยสลักบนพื้นหิน ก่อนยกตัวขึ้นเป็นเส้นละเอียดพันรอบปราณนทีเหนือที่เทียนเผิงส่งเข้าไปยังวงตัดความสัมพันธ์ มันไม่ได้โจมตีเขาโดยตรง แต่พยายามแทรกตัวเข้ามาระหว่างกระแสปราณแต่ละสาย ราวกับรากไม้ที่เลื้อยผ่านรอยแตกของกำแพงเพื่อหาน้ำจากอีกฟากหนึ่ง เทียนเผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารับรู้ถึงแรงดึงนั้นได้ชัดเจน มันมิได้มากพอจะเอาชนะพลังของเขา หากกลับแม่นยำอย่างน่ากลัว ทุกครั้งที่เขาปรับกระแสปราณให้แยกออกจากกัน วงอักขระเก่าจะเปลี่ยนจังหวะตาม ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าควรยื่นมือไปตรงไหน “มันใช้ข้อมูลที่เคยเก็บจากข้า” เทียนเผิงกล่าว ไท่ซั่งเหล่าจวินซึ่งยืนอยู่ตรงแท่นควบคุมเงยหน้าทันที “อย่าฝืนดึงกลับทั้งสาย ลดจังหวะชั้นนอกก่อน” เทียนเผิงทำตามโดยไม่ลังเล ปราณนทีเหนือส่วนที่ไม่ได้ใช้ประคองการเปลี่ยนผ่านไหลกลับเข้าสู่ร่างอย่างนุ่มนวล เหลือเพียงสายบางซึ่งยังรักษาความแตกต่างของรอยปราณที่ค้างอยู่ในแกน เหวินฉางรีบต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status