Share

บทที่7

last update Tanggal publikasi: 2026-05-13 17:16:55

“หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเร่งถาม

“ในภพชาติก่อน เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”

“ก็เพราะท่านพ่อของเจ้านั่นแหละ” ฟู่เหยียนเหยียนกัดฟันแน่น

“เขาลอบวางแผนร่วมกับองค์ชายสาม”

เพียงคิดถึงตรงนี้ หัวใจนางก็ปวดร้าว นางเคยปรามาสความรักที่เสิ่นอวี้มีต่อบุตรสาวคนโตว่ามันคงไร้ค่า แต่ชายผู้นั้นกับวางแผนทุกอย่างเพื่อบุตรสาวหมดแล้ว

“ท่านพ่อเกี่ยวข้องด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ท่านพ่อเจ้าเป็นคนขององค์ชายสาม” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยช้า ๆ หนักแน่น

“และความจริงแล้ว…องค์ชายสามไม่เคยพิการ”

ใช่..องค์ชายอิ๋งหลงหลี่แสร้งบาดเจ็บ เพื่อวางแผนจับผู้ทรยศ

“หลังจากเจียวจื่อแต่งเข้าจวนได้สามปี องค์ชายสามก็กลับมาเดินได้เป็นปกติ ราวกับไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน”

“ท่านพ่อลำเอียงนัก…” เสิ่นเหมยจื่อพึมพำเสียงแผ่วอยู่ในลำคอ แม้เรื่องราวที่มารดาเล่าจะยังไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ทว่าความรู้สึกในใจกลับตีตราไปแล้ว..บิดาของนางไม่เคยยุติธรรม แม้แต่คู่ครองอันดี เขายังวางแผนมอบให้พี่สาวสารเลวนั่นได้ครอบครอง

แน่นอน หากเป็นสถานการณ์ปกติ เสิ่นเจียวจื่อไม่มีวันได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาองค์รัชทายาท

สิทธิ์นั้นยังควรตกเป็นของบุตรหลานตระกูลขุนนางใหญ่ที่มีรากฐานหยั่งลึกมาหลายชั่วอายุคน

หาใช่บุตรสาวของท่านแม่ทัพ ผู้เพิ่งสถาปนาตระกูลได้เพียงไม่กี่สิบปีจะเอื้อมถึงได้โดยง่ายไม่

“แล้วหลังจากนั้นเล่าเจ้าคะ” เสิ่นเหมยจื่อซักถามด้วยความร้อนรน

“หึ…” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเย็น

“ภายหลังองค์ชายสามก็กลับขึ้นเป็นองค์รัชทายาทอีกครั้ง จากนั้นไม่นาน…ก็เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่”

“แล้วเจียวจื่อล่ะเจ้าคะ”

“นางหรือ…” ฟู่เหยียนเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง

“เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไรเล่า”

แม้แต่คำว่า ฮองเฮา นางก็ไม่อยากเอ่ยออกมา

บุตรสาวของนาง ต้องกลายเป็นคนเสียสติ ชีวิตแตกสลายไม่เหลือเค้าเดิม

ทว่า…บุตรสาวของแม่ค้าต่ำต้อย กลับสามารถปีนป่ายขึ้นไปยืนถึงปลายกิ่งหงส์ และเรื่องที่ทำให้นางเจ็บใจที่สุด..ฮ่องเต้องค์นั้นกลับเป็นบุรุษผู้รักมั่น ไม่แม้แต่จะรับสนมเข้าพระตำหนัก

วาสนาอันงดงามเช่นนี้กลับตกเป็นของเสิ่นเจียวจื่อ

นี่หรือ…คือความยุติธรรมของสวรรค์

โชคดีนักที่นางยังได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

สิ่งใดที่เสิ่นเจียวจื่อควรได้ นางจะยื้อแย่งกลับคืนมาให้บุตรสาวของตนไม่เว้นแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

“ดังนั้น เหมยเอ๋อ..เจ้าต้องฟังแม่” ฟู่เหยียนเหยียนย้ำกับบุตรสาว น้ำเสียงหนักแน่น

“เจ้าต้องลืมเวิ่นเฉินอี้ผู้นั้นไปเสีย”

“แต่…ท่านแม่…” เสิ่นเหมยจื่อส่ายหน้าเบา ๆ

ความผูกพันหลายปี จะให้ตัดขาดด้วยคำว่า ลืม ได้อย่างไร

“ข้ารักพี่เฉินอี้”

“รักหรือ?” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเย็น เสียงแฝงความเจ็บปวด

“เจ้าดูแม่เป็นตัวอย่างสิ”

“ข้ารักพ่อของเจ้ามาตั้งแต่ยังจำความได้ ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรี แต่งเข้าจวนมาเป็นอนุ” น้ำเสียงของนางสั่นพร่า

“แต่ดูสิ…พ่อของเจ้าตอบแทนข้าอย่างไร”

ฟู่เหยียนเหยียนรู้ดีตั้งแต่ต้น ว่าเสิ่นอวี้มองนางเป็นเพียงน้องสาว

หากวันนั้นนางไม่ร่วมมือกับฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อวางยาเขา นางคงไม่ได้แม้แต่โอกาสก้าวเข้าจวน ทว่าเรื่องเช่นนั้น นางไม่มีวันเอ่ยให้บุตรสาวล่วงรู้

“ฮึก…แต่ข้าไม่อยากให้พี่เฉินอี้กลับไปรักนางสารเลวนั่น” เสิ่นเหมยจื่อเอ่ยเสียงสั่น

แม้จะรู้ดีว่าจุดจบของตระกูลเวิ่นในภพก่อนล้วนฉิบหาย ทว่าระหว่างหลายปีนั้นล่ะ?

นางย่อมรู้ว่าท่านลุงกับท่านป้าเวิ่นเป็นผู้อาวุโสที่ดีเพียงใด หากเสิ่นเจียวจื่อได้แต่งเข้าจวนเวิ่นชีวิตย่อมไม่ลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น ความรักที่พี่เฉินอี้เคยมอบให้นางต้องถ่ายเทไปอยู่ที่เสิ่นเจียวจื่อเป็นแน่

เพียงคิดดวงใจก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเจ็บปวด แค้นเคือง จนแทบหายใจไม่ออก

นางไม่ยอม!

“เหอะ แล้วเจ้าคิดว่าแม่จะยอมให้เจียวจื่อ…นางเลือดชั้นต่ำได้อยู่ดีมีสุขหรือ?”เสิ่นเหมยจื่อชะงัก

“ท่านแม่หมายความว่ากระไร”

ฟู่เหยียนเหยียนหรี่ตาลง

“ของแทนใจ…เจ้ายังเก็บไว้หรือไม่?” นางเอ่ยถามถึงหยกขาวขุ่นลายพยัคฆ์

เสิ่นเหมยจื่อพยักหน้ารับอย่างเงียบงันก่อนจะล้วงหยกชิ้นนั้นออกมาจากถุงหอม แสงหยกขาวหม่นสะท้อนอยู่กลางฝ่ามือ ดุจคำสาบานที่ไม่อาจย้อนคืน

“หึ…ลูก” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เย็นเยียบ

“เจ้าฟังแม่ให้ดี ชีวิตหลังจากนี้ แม่ขอสาบาน..แม่จะไม่มีวันปล่อยให้นางผู้นั้นได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เจ้าต้องทำตามที่แม่บอก” เสิ่นเหมยจื่อกลั้นลมหายใจ

“ท่านแม่จะให้ข้าทำสิ่งใดหรือ?” นางซักถามด้วยแววตาเร่าร้อน

ฟู่เหยียนเหยียนหันมาป้องปาก กระซิบสั่งการอย่างแผ่วเบา ถ้อยคำไม่กี่ประโยค กลับหนักหน่วงราวคมมีด

ครู่ต่อมา เสิ่นเหมยจื่อจึงยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก นับแต่รู้ข่าวการสลับเปลี่ยนคู่หมั้นหมาย

“เพียงเท่านี้หรือเจ้าคะ ท่านแม่” นางพยักหน้ารับอย่างมั่นคง

“ข้าทราบแล้ว ข้าจะทำตามที่ท่านแม่สั่งทุกประการ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่5

    “ไม่จริง…เหตุใดจึงเป็นเจียวเจียวที่ช่วยข้า”เวิ่นเฉินอี้ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่อาจยอมรับได้ เขาหันไปมองเสิ่นเหมยจื่อที่กำลังหลั่งน้ำตา สายตานางทอดมาทางเขาอย่างเจ็บปวด สีหน้าบ่งบอกชัดว่าคำพูดของท่านลุงนั้นเป็นเรื่องโกหกแน่ละ เขารู้ดี..จวนแม่ทัพใหญ่มักลำเอียง รักและปกป้องแต่บุตรีคนโต แต่การที่ขโมยควา

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่4

    ท่านโหวกับฮูหยินเวิ่นเพียงยืนนิ่ง สีหน้าของคนทั้งคู่ฉายแววหนักใจอย่างไม่อาจปิดบัง เสิ่นเหมยจื่อเองก็พยายามกลั้นอารมณ์ ด้วยรู้ดีว่าหากยามนี้นางมัวแต่โวยวาย ไม่เพียงไร้ประโยชน์ ยังอาจผลักคู่หมั้นให้หลุดลอยไปอยู่ในมือพี่สาวอย่างแน่นอนนางทำได้เพียงยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับตรงหัวตาอย่างอดกลั้น ก่อนจะหันไปเร

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่3

    ขณะที่เสิ่นเหมยจื่อถึงกับหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตคลอด้วยหยาดน้ำใสท่านพ่อลำเอียงเกินไปแล้ว!ใคร ๆ ในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่า เวิ่นเฉินอี้ กับนางคือคู่รักกันมาเนิ่นนาน แล้วเหตุใดท่านพ่อจึงยกว่าที่คู่หมั้นของนาง ไปให้นังสายเลือดต่ำผู้นั้นได้!“เจ้า! ช่างเหลวไหลสิ้นดี!” ฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกไม้เท้าลงกับพื้น

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่2

    เดิมทีเสิ่นเจียวจื่อยังมิได้กังวลเรื่องคู่ครองนักเพราะนอกจากจะเชี่ยวชาญการค้าขายแล้ว สิ่งใดที่สตรีในยุคนี้พึงเรียนรู้ นางล้วนร่ำเรียนมาครบถ้วน นางจึงเชื่อมั่นว่าไม่ว่ากรณีใด ท่านพ่อก็ย่อมคัดเลือกบุรุษที่เหมาะสมให้แก่นางแน่ต่อให้มิได้แต่งเข้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์ก็หาได้เป็นปัญหา ขอเพียงไม่ต้องตกเป็นอน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status