Share

บทที่7

last update Tanggal publikasi: 2026-05-13 17:16:55

“หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเร่งถาม

“ในภพชาติก่อน เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”

“ก็เพราะท่านพ่อของเจ้านั่นแหละ” ฟู่เหยียนเหยียนกัดฟันแน่น

“เขาลอบวางแผนร่วมกับองค์ชายสาม”

เพียงคิดถึงตรงนี้ หัวใจนางก็ปวดร้าว นางเคยปรามาสความรักที่เสิ่นอวี้มีต่อบุตรสาวคนโตว่ามันคงไร้ค่า แต่ชายผู้นั้นกับวางแผนทุกอย่างเพื่อบุตรสาวหมดแล้ว

“ท่านพ่อเกี่ยวข้องด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ท่านพ่อเจ้าเป็นคนขององค์ชายสาม” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยช้า ๆ หนักแน่น

“และความจริงแล้ว…องค์ชายสามไม่เคยพิการ”

ใช่..องค์ชายอิ๋งหลงหลี่แสร้งบาดเจ็บ เพื่อวางแผนจับผู้ทรยศ

“หลังจากเจียวจื่อแต่งเข้าจวนได้สามปี องค์ชายสามก็กลับมาเดินได้เป็นปกติ ราวกับไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน”

“ท่านพ่อลำเอียงนัก…” เสิ่นเหมยจื่อพึมพำเสียงแผ่วอยู่ในลำคอ แม้เรื่องราวที่มารดาเล่าจะยังไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ทว่าความรู้สึกในใจกลับตีตราไปแล้ว..บิดาของนางไม่เคยยุติธรรม แม้แต่คู่ครองอันดี เขายังวางแผนมอบให้พี่สาวสารเลวนั่นได้ครอบครอง

แน่นอน หากเป็นสถานการณ์ปกติ เสิ่นเจียวจื่อไม่มีวันได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาองค์รัชทายาท

สิทธิ์นั้นยังควรตกเป็นของบุตรหลานตระกูลขุนนางใหญ่ที่มีรากฐานหยั่งลึกมาหลายชั่วอายุคน

หาใช่บุตรสาวของท่านแม่ทัพ ผู้เพิ่งสถาปนาตระกูลได้เพียงไม่กี่สิบปีจะเอื้อมถึงได้โดยง่ายไม่

“แล้วหลังจากนั้นเล่าเจ้าคะ” เสิ่นเหมยจื่อซักถามด้วยความร้อนรน

“หึ…” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเย็น

“ภายหลังองค์ชายสามก็กลับขึ้นเป็นองค์รัชทายาทอีกครั้ง จากนั้นไม่นาน…ก็เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่”

“แล้วเจียวจื่อล่ะเจ้าคะ”

“นางหรือ…” ฟู่เหยียนเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง

“เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไรเล่า”

แม้แต่คำว่า ฮองเฮา นางก็ไม่อยากเอ่ยออกมา

บุตรสาวของนาง ต้องกลายเป็นคนเสียสติ ชีวิตแตกสลายไม่เหลือเค้าเดิม

ทว่า…บุตรสาวของแม่ค้าต่ำต้อย กลับสามารถปีนป่ายขึ้นไปยืนถึงปลายกิ่งหงส์ และเรื่องที่ทำให้นางเจ็บใจที่สุด..ฮ่องเต้องค์นั้นกลับเป็นบุรุษผู้รักมั่น ไม่แม้แต่จะรับสนมเข้าพระตำหนัก

วาสนาอันงดงามเช่นนี้กลับตกเป็นของเสิ่นเจียวจื่อ

นี่หรือ…คือความยุติธรรมของสวรรค์

โชคดีนักที่นางยังได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

สิ่งใดที่เสิ่นเจียวจื่อควรได้ นางจะยื้อแย่งกลับคืนมาให้บุตรสาวของตนไม่เว้นแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

“ดังนั้น เหมยเอ๋อ..เจ้าต้องฟังแม่” ฟู่เหยียนเหยียนย้ำกับบุตรสาว น้ำเสียงหนักแน่น

“เจ้าต้องลืมเวิ่นเฉินอี้ผู้นั้นไปเสีย”

“แต่…ท่านแม่…” เสิ่นเหมยจื่อส่ายหน้าเบา ๆ

ความผูกพันหลายปี จะให้ตัดขาดด้วยคำว่า ลืม ได้อย่างไร

“ข้ารักพี่เฉินอี้”

“รักหรือ?” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเย็น เสียงแฝงความเจ็บปวด

“เจ้าดูแม่เป็นตัวอย่างสิ”

“ข้ารักพ่อของเจ้ามาตั้งแต่ยังจำความได้ ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรี แต่งเข้าจวนมาเป็นอนุ” น้ำเสียงของนางสั่นพร่า

“แต่ดูสิ…พ่อของเจ้าตอบแทนข้าอย่างไร”

ฟู่เหยียนเหยียนรู้ดีตั้งแต่ต้น ว่าเสิ่นอวี้มองนางเป็นเพียงน้องสาว

หากวันนั้นนางไม่ร่วมมือกับฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อวางยาเขา นางคงไม่ได้แม้แต่โอกาสก้าวเข้าจวน ทว่าเรื่องเช่นนั้น นางไม่มีวันเอ่ยให้บุตรสาวล่วงรู้

“ฮึก…แต่ข้าไม่อยากให้พี่เฉินอี้กลับไปรักนางสารเลวนั่น” เสิ่นเหมยจื่อเอ่ยเสียงสั่น

แม้จะรู้ดีว่าจุดจบของตระกูลเวิ่นในภพก่อนล้วนฉิบหาย ทว่าระหว่างหลายปีนั้นล่ะ?

นางย่อมรู้ว่าท่านลุงกับท่านป้าเวิ่นเป็นผู้อาวุโสที่ดีเพียงใด หากเสิ่นเจียวจื่อได้แต่งเข้าจวนเวิ่นชีวิตย่อมไม่ลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น ความรักที่พี่เฉินอี้เคยมอบให้นางต้องถ่ายเทไปอยู่ที่เสิ่นเจียวจื่อเป็นแน่

เพียงคิดดวงใจก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเจ็บปวด แค้นเคือง จนแทบหายใจไม่ออก

นางไม่ยอม!

“เหอะ แล้วเจ้าคิดว่าแม่จะยอมให้เจียวจื่อ…นางเลือดชั้นต่ำได้อยู่ดีมีสุขหรือ?”เสิ่นเหมยจื่อชะงัก

“ท่านแม่หมายความว่ากระไร”

ฟู่เหยียนเหยียนหรี่ตาลง

“ของแทนใจ…เจ้ายังเก็บไว้หรือไม่?” นางเอ่ยถามถึงหยกขาวขุ่นลายพยัคฆ์

เสิ่นเหมยจื่อพยักหน้ารับอย่างเงียบงันก่อนจะล้วงหยกชิ้นนั้นออกมาจากถุงหอม แสงหยกขาวหม่นสะท้อนอยู่กลางฝ่ามือ ดุจคำสาบานที่ไม่อาจย้อนคืน

“หึ…ลูก” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เย็นเยียบ

“เจ้าฟังแม่ให้ดี ชีวิตหลังจากนี้ แม่ขอสาบาน..แม่จะไม่มีวันปล่อยให้นางผู้นั้นได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เจ้าต้องทำตามที่แม่บอก” เสิ่นเหมยจื่อกลั้นลมหายใจ

“ท่านแม่จะให้ข้าทำสิ่งใดหรือ?” นางซักถามด้วยแววตาเร่าร้อน

ฟู่เหยียนเหยียนหันมาป้องปาก กระซิบสั่งการอย่างแผ่วเบา ถ้อยคำไม่กี่ประโยค กลับหนักหน่วงราวคมมีด

ครู่ต่อมา เสิ่นเหมยจื่อจึงยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก นับแต่รู้ข่าวการสลับเปลี่ยนคู่หมั้นหมาย

“เพียงเท่านี้หรือเจ้าคะ ท่านแม่” นางพยักหน้ารับอย่างมั่นคง

“ข้าทราบแล้ว ข้าจะทำตามที่ท่านแม่สั่งทุกประการ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่87

    แต่นั่นก็ช่างเถิดเรื่องของสกุลเวิ่น นางจะคิดมากไปไยกัน บัดนี้ทุกเรื่องย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว อีกทั้งเมื่อตรึกตรองอีกครั้งการได้รับพระราชโองการหย่าเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องเปลืองแรงหาหนทางหย่าให้ยุ่งยาก ส่วนชื่อเสียงที่เสียไปค่อยกู้คืนทีหลัง ครั้นคิดได้ดังนั้นเสิ่นเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่84

    เวิ่นเฉินอี้ทำได้เพียงยิ้มฝืนตอบมารดา ภายในใจกลับก่อเกิดความน้อยใจบางเบาโดยไม่รู้ตัวหากยังดีที่เขาพอมีสติอยู่บ้าง เขารู้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็ทำตัวไม่ดีกับเจียวเจียวไว้ไม่น้อย ดังนั้นการที่นางเลือกจะหลีกเลี่ยงเขา ก็มิใช่เรื่องเกินเลยอันใดเลยคิดได้ดังนั้นเวิ่นเฉินอี้จึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง“น่าแปลก…

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่10

    ทว่ายังไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะได้เอ่ยปาก ฟู่เหยียนเหยียนกลับตีหน้าเศร้า ฟ้องร้องออกไปก่อน “ท่านพี่เจ้าคะ เมื่อครู่ข้ากำลังพูดคุยเรื่องสินเดิมที่จะติดตัวไปของเจียวเจียวเท่านั้นเอง…” นางสะอื้นเบาๆ คล้ายกล้ำกลืนความน้อยใจ “แต่บุตรสาวกลับโมโห ไม่ยินยอมให้ท่านแม่อย่างข้าเข้าไปจัดการ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่9

    ครั้นเจียวจื่ออายุครบสิบขวบนางก็เริ่มได้รับการสอนสั่งให้เรียนรู้การจัดการบัญชีและคุมคน ครั้นอายุย่างเข้าสิบสามปี แม่นางน้อยก็สามารถรับช่วงดูแลร้านค้าที่ติดมากับสินเดิมและต่อยอดกิจการเหล่านั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ หึ…เลือดพ่อค้ามันแรง ก็เป็นเช่นนี้เอง “เจียวเจียว” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status