Share

บทที่6

last update Tanggal publikasi: 2026-05-09 08:08:22

 

ฟู่เหนียนเหนียนชะงักนิ่งไป หัวใจพลันสั่นไหว ความลังเลค่อย ๆ กัดกินจิตใจ จากเดิมที่ตั้งใจจะเก็บ ‘ความลับ’ นั้นไว้จนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบสิ้น บัดนี้นางกลับหวั่นเกรงยิ่งกว่าเดิม เกรงว่าบุตรสาวจะวู่วาม ทำสิ่งใดที่ไม่อาจย้อนคืนได้

“เหมยเอ๋อร์…แม่มีความลับเรื่องหนึ่งจะบอกเจ้า” ฟู่เหนียนเหนียนกดเสียงต่ำ 

“แต่เจ้าต้องสาบานกับแม่ ว่าเรื่องนี้จะไม่หลุดไปถึงหูผู้ใดเป็นอันขาด”

“ความลับอะไรกันหรือเจ้าคะ ท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อค่อย ๆ หยุดสะอื้น ดวงตาที่แดงก่ำฉายแววสงสัยขึ้นมาแทน

“เหมยเอ๋อร์…” ฟู่เหนียนเหนียนถอนหายใจแผ่วต่ำ ราวกับคำต่อไปหนักอึ้งยิ่งนัก

“หากแม่จะบอกเจ้าว่าแม่ได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตระกูลโหวจะล่มจม...เจ้าจะเชื่อคำแม่หรือไม่?”

กลับมาเกิดใหม่? จวนโหวจะล่มจมงั้นหรือ? เรื่องเช่นนี้…ช่างฟังดูเหลวไหลยิ่งนัก

“ท่านแม่เพียงอยากปลอบใจเหมยเอ๋อร์ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางสะอื้นเบา ๆ

“ฮึก…ท่านแม่อย่าลำบากหาข้ออ้างแทนท่านพ่อเลยเจ้าคะ”

“เพ่ย!…แม่ไม่ได้หาข้อแก้ตัวให้พ่อของเจ้า” ฟู่เหยียนเหยียนรีบปฏิเสธเสียงขื่น

นางไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวให้เสิ่นอวี้ เพราะเขาแสดงออกชัดเจนมาโดยตลอด..ความรักทั้งหมดของเขา มอบให้เพียงบุตรสาวคนโต

สามีที่นางรักมาสองภพชาติ ทว่าสายตาของเขากลับไม่เคยมองมาที่นาง ในหัวใจของเขามีเพียงฮั่วหมู่หลี่…สตรีผู้น่าชังผู้นั้น

แม้แต่เหมยเอ๋อร์เอง นางยังต้องยอมใช้วิธีสกปรกวางยาเพื่อให้ได้เด็กคนนี้มา ทว่าหลังจากนั้นเสิ่นอวี้กลับยิ่งรังเกียจนางมากขึ้นไปอีก ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของฮั่วหมู่หลี่ หากไม่มีผู้หญิงสารเลวนั่น…ท่านพี่ก็คงรักนางไปนานแล้ว

ดังนั้นนางจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เสิ่นเจียวจื่อต้องตกสู่นรกแห่งการแต่งงาน เฉกเช่นเดียวกับที่นางและบุตรสาวเคยลิ้มรสมาแล้ว!!

“เหอะ..หากท่านแม่ไม่ได้คิดจะแก้ตัวแทนท่านพ่อ เช่นนั้นจะมายกเรื่องไร้สาระเช่นนี้ขึ้นมาเพื่ออันใดกัน” เสิ่นเหมยจื่อบิดยิ้มเยาะหยัน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ปิดไม่มิด

“เหมยเอ๋อร์…แม่ไม่ได้โกหกเจ้าเลยนะ เพียงแต่แม่..”

“ท่านจะหาเหตุแก้ตัวอันใดอีก” นางขัดขึ้นในทันที

“เพียงแค่เรื่องว่าจวนโหวจะล่มจม ข้ายังไม่อาจเชื่อได้แม้แต่น้อย! ท่านแม่ก็แค่ไม่อยากช่วยให้ข้าได้แต่งงานเข้าจวนโหว”

“มันไม่ใช่แบบนั้น..เจ้าต้องฟังแม่..ในภพชาติก่อนหน้าเจ้าได้แต่งงานเข้าจวนโหว ทว่าด้วยเวิ่นเฟยหยูทำเรื่องผิดพลาดเข้า..ตระกูลโหวจึงถูกลงโทษ เนรเทศไปยังแดนไกล” ฟู่เหยียนเหยียนสะอื้นเสียงขาด

“ฮึก…เจ้าเองก็ต้องโทษไปด้วยกัน” พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ น้ำตาของเสิ่นฮูหยินก็ไหลรินไม่ขาด เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ฝังลึกสลักในจิต

“กว่าแม่จะสามารถช่วยเจ้ากลับเรือน…ตัวเจ้าเองก็…”

“ตัวข้า…เป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ ท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ แม้สติยังไม่อาจยอมรับ แต่ร่างกายกลับเย็นเฉียบด้วยความหวาดกลัว

“ฮึก…” ฟู่เหยียนเหยียนสะอื้นหนัก

“ตลอดเส้นทางเนรเทศอันยาวไกล…เจ้าถูกบีบให้บำเรอเหล่าทหารคุ้มกัน เพื่อให้มีชีวิตรอด”

“ไม่จริง…ข้า…ไม่จริง…”

“ทั้งหมดคือความจริง เหมยเอ๋อร์เจ้าต้องเชื่อแม่” ฟู่เหยียนเหยียนสะอื้นหนัก น้ำเสียงสั่นพร่า

“ฮึก..ภายหลังถึงแม่สามารถช่วยเจ้ากลับมาได้ แต่เพื่อปิดบังเรื่องราวทั้งหมด แม่จำต้องปลอมแปลงชื่อใหม่ให้เจ้า และทำได้เพียงให้อาศัยอยู่ที่เรือนท้ายจวน”

เรือนท้ายจวนที่นางกล่าวถึง คือเรือนที่ห่างไกลผู้คนมากที่สุด เงียบเหงา ทรุดโทรม ราวกับถูกโลกทอดทิ้ง

“สติของเจ้าเองก็แตกสลาย…” ฟู่เหยียนเหยียนหลับตา ภาพบุตรสาวที่ถูกเคี่ยวกรำพาให้น้ำตานางไหลไม่หยุด

“ฮึก…ต่อให้แม่พยายามเชิญหมอเทวดามารักษา เจ้าก็ไม่อาจกลับมาเป็นเหมยเอ๋อร์คนเดิมได้อีกเลย”

ยิ่งคิด หัวใจก็ยิ่งเดือดดาล สัญญาหมั้นหมายที่เคยเชื่อว่าเป็นวาสนาแท้จริงแล้วคือหลุมลึก ที่ฝังชีวิตบุตรสาวของนางทั้งเป็น ความอัดอั้นสุมแน่นจนแทบกระอักเลือด

“แล้วเสิ่นเจียวจื่อล่ะท่านแม่!” เสิ่นเหมยจื่อพูดละล่ำละลัก มือสั่นระริกขณะเขย่าแขนมารดา

“ชีวิตของนางเป็นเช่นไร!”

ในเมื่อชะตาของนางพินาศถึงเพียงนี้ นางสารเลวผู้น่าชิงชังก็ย่อมไม่ควรได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเช่นกัน

“ฮึก…เจียวจื่อ..สตรีเลือดชั้นต่ำผู้นั้น กลับได้แต่งเข้าจวนรัชทายาท” น้ำเสียงของฟู่เหยียนเหยียนสั่นพร่า เต็มไปด้วยความเจ็บใจและอัดอั้น

“ท่านแม่หมายถึงผู้ใดกันเจ้าคะ?” เสิ่นเหมยจื่อขมวดคิ้วแน่น เพราะในรัชสมัยปัจจุบัน ฮ่องเต้อิ๋งหยูหลี่เพิ่งปลดองค์รัชทายาทลง

“แม่หมายถึง…องค์ชายสาม” เสิ่นเหมยจื่อเบิกตากว้าง

“จะเป็นไปได้อย่างไรกันเจ้าคะ องค์ชายสามเพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาทไม่ใช่หรือ?”

“หึ…ตอนนั้น แม่ก็คิดไม่ต่างจากเจ้า” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเสียงเย็น

“หลังจากองค์ชายสามจบศึกกลับมา..ขาของเขาก็พิการ จึงถูกตัดสิทธิ์ในการครองบังลังก์”

ในภพชาตินั้น นางเคยยิ้มเยาะอยู่ในใจ นึกสมน้ำหน้าชะตากรรมของเสิ่นเจียวจื่อ

การต้องแต่งงานกับชายพิการ ก็ไม่ต่างจากการถูกส่งไปเป็นข้าทาสในเรือน มีหน้าที่เพียงรับใช้ ปรนนิบัติ

ส่วนบุตรธิดานั้น…อย่าได้คิดหวังเลย

ฮั่วหมู่หลี่ได้หัวใจของท่านพี่เสิ่นไปแล้วกระไรล่ะ ในเมื่อบุตรสาวของนางต้องสูญเสียครึ่งชีวิตไปกับชายผู้ตกอับ

“แต่…แม่คิดผิด”

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่8

    ช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านพ้น เสิ่นเจียวจื่อยังคงพยายามขอเข้าพบบิดาไม่หยุด ทว่าหลังจากท่านแม่ทัพเสิ่นหลบหน้าย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่ค่ายทหารเป็นเวลานาน นางก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรต่อไป ครั้นจะติดตามไปพบถึงค่ายทหาร นางก็เคยไปมาแล้ว แต่กลับไม่พบแม้เงาของท่าน คนในค่ายเพียงโยนคำตอบมาอย่างเลี่ยงบาลี ว่าท่านแ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่7

    “หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเร่งถาม “ในภพชาติก่อน เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่” “ก็เพราะท่านพ่อของเจ้านั่นแหละ” ฟู่เหยียนเหยียนกัดฟันแน่น “เขาลอบวางแผนร่วมกับองค์ชายสาม” เพียงคิดถึงตรงนี้ หัวใจนางก็ปวดร้าว นางเคยปรามาสความรักที่เสิ่นอวี้มีต่อบุตรสาวคนโตว่ามันคงไร้ค่า แต่ชายผู้นั้น

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่5

    “ไม่จริง…เหตุใดจึงเป็นเจียวเจียวที่ช่วยข้า”เวิ่นเฉินอี้ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่อาจยอมรับได้ เขาหันไปมองเสิ่นเหมยจื่อที่กำลังหลั่งน้ำตา สายตานางทอดมาทางเขาอย่างเจ็บปวด สีหน้าบ่งบอกชัดว่าคำพูดของท่านลุงนั้นเป็นเรื่องโกหกแน่ละ เขารู้ดี..จวนแม่ทัพใหญ่มักลำเอียง รักและปกป้องแต่บุตรีคนโต แต่การที่ขโมยควา

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่4

    ท่านโหวกับฮูหยินเวิ่นเพียงยืนนิ่ง สีหน้าของคนทั้งคู่ฉายแววหนักใจอย่างไม่อาจปิดบัง เสิ่นเหมยจื่อเองก็พยายามกลั้นอารมณ์ ด้วยรู้ดีว่าหากยามนี้นางมัวแต่โวยวาย ไม่เพียงไร้ประโยชน์ ยังอาจผลักคู่หมั้นให้หลุดลอยไปอยู่ในมือพี่สาวอย่างแน่นอนนางทำได้เพียงยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับตรงหัวตาอย่างอดกลั้น ก่อนจะหันไปเร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status