แชร์

บทที่9

ผู้เขียน: อาภาลดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-13 17:17:36

ครั้นเจียวจื่ออายุครบสิบขวบนางก็เริ่มได้รับการสอนสั่งให้เรียนรู้การจัดการบัญชีและคุมคน ครั้นอายุย่างเข้าสิบสามปี แม่นางน้อยก็สามารถรับช่วงดูแลร้านค้าที่ติดมากับสินเดิมและต่อยอดกิจการเหล่านั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ

หึ…เลือดพ่อค้ามันแรง ก็เป็นเช่นนี้เอง

“เจียวเจียว” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เจ้าได้ยินคำของท่านย่าแล้วใช่หรือไม่ ต่อไปนี้กุญแจคลังของเจ้าแม่จะเป็นผู้ดูแลให้”

เสิ่นเจียวจื่อลอบยิ้มเยาะในใจ มีอย่างที่ไหนสมบัติของมารดานาง ผู้อื่นกลับกล้ายื่นมือเข้ามาสอด

“ท่านแม่…ข้าเกรงว่าท่านคงเข้าใจผิดกระมังคะ?”

“เพ่ย! ไร้มารยาทสิ้นดี เจ้าเป็นเพียงผู้น้อย ไยจึงกล้าต่อร้อต่อเถียงกับผู้ใหญ่!” ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับเดือดดาล

นางไม่พอใจเสิ่นเจียวจื่อตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายแย่งสัญญาหมั้นหมายไปจากเหมยเอ๋อแล้ว

“ท่านแม่กับท่านย่าคงลืมไปกระมังคะ เดิมเรือนของข้าแยกค่าใช้จ่ายจากเรือนใหญ่มาตั้งแต่แรก ดังนั้นเจียวเจียวจึงไม่กล้ารบกวนให้ท่านแม่ต้องมาช่วยจัดการหรอกค่ะ”

คำกล่าวของเจียวจื่อมิได้เกินจริง ฮูหยินผู้เฒ่ารู้แก่ใจว่าเรื่องสินเดิมของฮั่วหมู่หลี่ นางไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าหลานสาวจะกล้าขัดคำสั่งตรงๆ โดยไม่ไว้หน้า

“ข้าเป็นท่านย่าของเจ้า” น้ำเสียงเย็นเฉียบ “คำสั่งของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

หากเจ้าคิดจะแบกรับคำครหาว่าไม่เคารพผู้อาวุโส ก็ลองดู..

เสิ่นเจียวจื่อหันไปคำนับท่านย่าอย่างนอบน้อมอีกครั้ง พลางเอ่ยแย้งด้วยน้ำเสียงสุภาพสงบ

“หลานทราบดีเจ้าค่ะ ว่าท่านย่าคือท่านย่า” นางนิ่งไปครู่ ก่อนจะเสริมต่อว่า

“ตามหลักความสัมพันธ์ห้าประการของขงจื้อ บุตรธิดาพึงเคารพเชื่อฟังบิดามารดาเป็นสำคัญ”

“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเสียงแข็ง

“เช่นนั้นก็เอากุญแจคลังเรือนของเจ้า มอบให้ท่านแม่ของเจ้าเสีย” เสิ่นเจียวจื่อยิ้มบาง ก่อนก้มศีรษะลงอีกครั้ง

“ขออภัยเจ้าค่ะ เจียวเจียวคงต้องทำให้ท่านทั้งสองผิดหวัง”

“บังอาจ!” ฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกไม้เท้าลงพื้นอย่างเดือดดาล

“นี่เจ้ากล้าขัดคำข้าหรือ!” นางมองหลานสาวด้วยสายตาเหยียดเย็น รังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

นิสัยไม่ต่างจากมารดา..ลูกพ่อค้าชั้นต่ำเสียจริง ไร้มารยาท ไร้การเชื่อฟัง ไร้การศึกษา

“เจียวเจียวไม่กล้าขัดคำสั่งของท่านย่าหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่…”

นางแสร้งทอดถอนใจ ใบหน้าอ่อนเศร้า ราวกับจนหนทาง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

“แต่เจียวเจียวก็ไม่อาจทำผิดต่อมารดาแท้ๆ ในเรื่องสินเดิมได้เจ้าค่ะ…” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วลง

“ยามนั้น ก่อนที่ท่านแม่จะจากไป ท่านได้สั่งเสียไว้ชัดแจ้งว่า เมื่อเจียวเจียวต้องแต่งงานออกเรือน สินเดิมของมารดาทุกชิ้นต้องนำติดตัวไปให้ครบถ้วน แล้วหากเจียวเจียวมอบให้ท่านแม่รอง…เอ่อ…” มือเล็กยกขึ้นกุมปากคล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอใช้สรรพนามไม่เหมาะ ทว่ากลับเน้นย้ำถึงอดีตการเป็น ‘อนุ’

“เจียวเจียวหมายถึง เสิ่นฮูหยิน เจ้าค่ะ”

รอยยิ้มบางแต้มขึ้นที่มุมปาก ดวงตาเรียวสบมองอดีตอนุภรรยาของบิดา แฝงด้วยแววขออภัย…แต่ไร้ความเกรงใจ พาให้ฟู่เหยียนเหยียนต้องกำมือแน่นด้วยความโกรธ

“หากเจียวเจียวไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเสียของท่านแม่..แล้วเจียวเจียวจะมีหน้ากล้าไปพบมารดาในยมโลกได้อย่างไร?” นางก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงแผ่วเบาคล้ายกลับอึดอัดที่ตระกูลเสิ่นกำลังทำเรื่องที่ผิดต่อจารีตอันดีงามของสังคม

“เช่นนั้นเจียวเจียวมิใช่ทำผิดต่อหลักขงจื้อ? แล้วถ้าหากเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านจะไม่ประณามเจียวเจียวกับสกุลเสิ่นหรือเจ้าคะ?”

คิดจะใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับนาง งั้นนางจะโยนกลับ พวกท่านก็ลองหาวิธีรับมือดูเอาเองละกัน

ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ ขณะที่เสิ่นฮูหยินเองก็เอ่ยปากไม่ออก ได้แต่กล้ำกลืนความขับข้องไว้ในใจ ทว่าทั้งสองต่างรู้ดีว่า สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้ากล่าวล้วนตั้งอยู่บนหลักการความจริง หากยังคงบีบคั้นต่อไป แล้วข่าวลือแพร่สะพัดออกนอกจวน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสกุลเสิ่น

ไม่เพียงเท่านั้น หลานสาวอีกสามคนที่ยังไม่ได้หมั้นหมายก็อาจพลอยถูกมองเสียชื่อไปด้วย

ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังขอตัว ท่านพ่อที่นางเฝ้าตามหาก็ย่างเท้าเข้ามาในห้องโถงใหญ่พอดี นางรีบยกยิ้มด้วยความยินดี ในใจพลันผ่อนคลายไม่ว่าอย่างไร ท่านพ่อย่อมต้องคุ้มครองสินเดิมของนางแน่นอน

“อวี่เอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้วหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยทักขึ้นก่อน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด วันนี้เห็นทีนางคงไม่อาจยื่นมือเข้าไปยึดสินเดิมของฮั่วหมู่หลี่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพราะนางย่อมรู้ดีบุตรชายของตนรักและปกป้องบุตรสาวคนโตเพียงใด

ตรงกันข้ามฟู่เหยียนเหยียนกลับยกยิ้มอย่างยินดี ดวงตาที่เคยงดงามฉายวาบ ก่อนจะก้าวเข้าไปรับเสื้อคลุมด้านนอกของเขาอย่างคล่องแคล่ว

“ท่านพี่ งานที่กองทัพเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“อืม…ก็ไม่มีปัญหาอะไร” เขาพูดปัด พลางเลื่อนมือไปยกถ้วยชาขึ้นจิบ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังบุตรสาวคนโตที่กำลังก้มคารวะอย่างสงบเสงี่ยม

“เจียวเจียวคารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ” เสิ่นอวี้มิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงพยักหน้าให้นางลุกขึ้น

“ข้าได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังไปถึงด้านนอก” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“เมื่อครู่พวกเจ้ากำลังพูดคุยเรื่องใดกันอยู่หรือ” คำถามสงบนิ่งนั้น กลับทำให้หัวใจฮูหยินผู้เฒ่าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

คิดจะเฉไฉปัดเรื่องให้จบด้วยรู้ดีว่าหากเจ้าใหญ่รู้ว่านางกับเหยียนเหยียนบีบบังคับให้เจียวจื่อมอบสินเดิมคืนกลับตระกูล ท่านแม่อย่างนางคงได้โดนบุตรชายตำหนิเป็นแน่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่87

    แต่นั่นก็ช่างเถิดเรื่องของสกุลเวิ่น นางจะคิดมากไปไยกัน บัดนี้ทุกเรื่องย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว อีกทั้งเมื่อตรึกตรองอีกครั้งการได้รับพระราชโองการหย่าเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องเปลืองแรงหาหนทางหย่าให้ยุ่งยาก ส่วนชื่อเสียงที่เสียไปค่อยกู้คืนทีหลัง ครั้นคิดได้ดังนั้นเสิ่นเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่84

    เวิ่นเฉินอี้ทำได้เพียงยิ้มฝืนตอบมารดา ภายในใจกลับก่อเกิดความน้อยใจบางเบาโดยไม่รู้ตัวหากยังดีที่เขาพอมีสติอยู่บ้าง เขารู้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็ทำตัวไม่ดีกับเจียวเจียวไว้ไม่น้อย ดังนั้นการที่นางเลือกจะหลีกเลี่ยงเขา ก็มิใช่เรื่องเกินเลยอันใดเลยคิดได้ดังนั้นเวิ่นเฉินอี้จึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง“น่าแปลก…

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่10

    ทว่ายังไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะได้เอ่ยปาก ฟู่เหยียนเหยียนกลับตีหน้าเศร้า ฟ้องร้องออกไปก่อน “ท่านพี่เจ้าคะ เมื่อครู่ข้ากำลังพูดคุยเรื่องสินเดิมที่จะติดตัวไปของเจียวเจียวเท่านั้นเอง…” นางสะอื้นเบาๆ คล้ายกล้ำกลืนความน้อยใจ “แต่บุตรสาวกลับโมโห ไม่ยินยอมให้ท่านแม่อย่างข้าเข้าไปจัดการ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่8

    ช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านพ้น เสิ่นเจียวจื่อยังคงพยายามขอเข้าพบบิดาไม่หยุด ทว่าหลังจากท่านแม่ทัพเสิ่นหลบหน้าย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่ค่ายทหารเป็นเวลานาน นางก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรต่อไป ครั้นจะติดตามไปพบถึงค่ายทหาร นางก็เคยไปมาแล้ว แต่กลับไม่พบแม้เงาของท่าน คนในค่ายเพียงโยนคำตอบมาอย่างเลี่ยงบาลี ว่าท่านแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status