LOGIN
“พี่เต เอาแขนออกก่อนค่ะ หนูจะลุก”
เรวดีพยายามแกะท่อนแขนที่พาดอยู่บนเอวออก หลังจากเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียงแล้วพบว่าเก้าโมงกว่าแล้ว แต่คนที่นอนอยู่ด้านหลังกลับไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ แถมยังกระชับแขนแน่นขึ้นอีกต่างหาก
“จะรีบไปไหน”
“กลับบ้านสิ”
“ใครอนุญาต”
“หนูต้องขออนุญาตพี่ด้วยเหรอ”
“อือ”
หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนหันกลับไปมองคนที่ยังหลับตาอยู่
“งั้นหนูขออนุญาตกลับบ้าน”
“ไม่อนุญาต”
“พี่เต!”
เตชิตหัวเราะออกมาเมื่อถูกคนตัวเล็กตีแขน เขายอมปล่อยเธอในที่สุด แต่พอเรวดีลุกขึ้นนั่งก็ยังไม่วายเอื้อมมือมาจับชายเสื้อที่เธอสวมอยู่
“จะกลับจริงเหรอ”
“จริงสิ หนูมีเรียนตอนบ่าย”
“เรียนบ่ายก็อยู่ต่อได้”
“หนูต้องกลับไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย”
“อาบที่นี่สิ”
“แล้วจะให้หนูใส่ชุดอะไรไปเรียน”
“ชุดเมื่อวานไง”
เรวดีหันไปมองเสื้อนักศึกษาที่ตกอยู่ข้างเตียง ก่อนปรายตามองคนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“พี่เตทำของหนูยับไปหมดแล้วนี่”
“หมายถึงชุดเหรอ?”
"พูดได้ไหมล่ะ" เตชิตหัวเราะเพราะเขารู้ว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร
"ยับแล้วไงวะ"
“แล้วหนูจะใส่ไปเรียนยังไง”
“เดี๋ยวซื้อให้ใหม่”
“ซื้อใหม่ก็ต้องซักอยู่ดี”
“งั้นไม่ต้องไปเรียน”
“พูดง่ายจังนะ”
“ก็แค่วันเดียว”
“วันเดียวมาหลายรอบจนอาจารย์จะไม่ให้เข้าสอบแล้ว”
เตชิตยอมปล่อยชายเสื้อเธอ ก่อนพลิกตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียง เรวดีจึงลงจากเตียงแล้วเดินไปเก็บกระโปรงนักศึกษาที่ตกอยู่ใกล้ประตูห้องน้ำ
เมื่อคืนเธอจำได้ว่าถอดมันไว้ข้างโซฟา ไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร
“เร”
“ว่า?”
“โทรศัพท์เธออยู่ไหน”
“ในกระเป๋าจะทำอะไร”
“ก็ลองดูสิ”
หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโซฟา พอเปิดโทรศัพท์ก็เห็นข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร เงินเข้าบัญชีสามหมื่นบาท
“พี่เตโอนเงินให้หนูเหรอ”
“ใช่”
“ค่าอะไร เงินเดือนพี่ให้แล้วนี่”
“ให้เพิ่ม”
“ทำไมใจดีจัง”
“เมื่อคืนพอใจมาก”
เรวดีเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนก้มลงดูยอดเงินในบัญชีอีกครั้ง
“มีจ่ายแบบรายครั้งด้วยเหมือนกxหรี่เลย”
"แล้วไม่ใช่เหรอ?"
เรวดีหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็แสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วเดินเข้าห้องน้ำ
“เดี๋ยว”
เธอหยุดตรงประตู
“อะไรอีก”
“แค่นี้?”
“อะไรแค่นี้”
“ฉันให้เธอตั้งสามหมื่น”
“แล้วพี่เตอยากให้หนูทำอะไรอีก”
“อย่างน้อยก็ทำท่าดีใจหน่อยสิวะ”
เรวดีมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกว้างแล้วประนมมือขึ้น
“ขอบพระคุณคุณเตชิตมากนะคะที่กรุณาเมตตาเด็กยากจนอย่างหนู”
“กวนตีน”
“ก็พี่เตอยากให้หนูดีใจ”
“ไปอาบน้ำไป”
หญิงสาวหัวเราะแล้วปิดประตูห้องน้ำตามหลัง
เรวดีไม่ได้แปลกใจกับเงินที่ได้รับมากนัก เตชิตเป็นคนใช้เงินเก่งอยู่แล้ว และตั้งแต่เธอตกลงมาเป็นเด็กเลี้ยงของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องทวงเงินสักครั้ง
บางเดือนให้มากกว่าที่ตกลงกันเสียอีก เธอเองก็ไม่เคยปฏิเสธ ในเมื่อเขาเต็มใจให้ แล้วเธอจะเล่นตัวไปทำไม
ตอนแรกเรวดีไม่ได้คิดจะเป็นเด็กเลี้ยงใครด้วยซ้ำ เธอตั้งใจจะรับงานเป็นครั้งๆ เหมือนที่แม่เคยทำ แต่ลูกค้าคนแรกกลับกลายเป็นเตชิต ผู้ชายที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้ได้ผู้หญิงที่ยังไม่เคยผ่านมือใคร
“อ้าว แพร”“นึกว่าวันนี้เตจะไม่มาแล้วซะอีก”“ทำไมจะไม่มาล่ะ”“ก็เห็นบ่นว่าไม่อยากออกจากบ้าน”แพรดาวหัวเราะ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวถูกปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ตามแบบที่เจ้าตัวชอบเตชิตรู้จักแพรดาวมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมกัน และเรียนหนังสือด้วยกันมาหลายปี แม้ตอนนี้จะเรียนคนละคณะ แต่ก็ยังมีโอกาสเจอกันอยู่บ่อยครั้ง“แล้วแพรมาถึงนานหรือยัง”“สักพักแล้ว เตกินอะไรมาหรือยัง”“ยัง”“งั้นสั่งอาหารก่อนสิ เดี๋ยวเมาแล้วจะไม่มีอะไรอ้วกนะ”“โหแพร” ทั้งคู่พากันหัวเราะเตชิตหยิบเมนูขึ้นมาดู ก่อนเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร ระหว่างนั้นเจ้าของวันเกิดก็ยื่นแก้วเหล้ามาให้“มาแล้วก็ชนหน่อยสิวะ”“กูยังไม่ได้กินอะไรเลย”“แค่แก้วเดียว”“เออๆ”เขารับแก้วมาชนกับเพื่อ
“เอาไปเลยค่ะ กินให้อิ่มนะ”เตชิตไม่ได้ตอบ เขาปั้นข้าวเหนียวกินกับไก่ย่างอีกสองคำ ก่อนหันกลับไปจัดการสเต็กของตัวเองระหว่างนั้นเรวดีตักส้มตำเข้าปากต่ออย่างสบายใจ จนกระทั่งมีเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนจานของเธอ“ลองกินดู”“ไม่เอา หนูไม่อยากกิน”“อร่อย”“หนูกินไก่ย่างอยู่”“ชิมหน่อย”“ไม่เอาค่ะ พี่กินเลย”เตชิตใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนยื่นไปตรงหน้าเธอ“อ้าปาก”“พี่เต หนูบอกว่าไม่กินไง”“คำเดียว”“หนูกินข้าวเหนียวอยู่”“กลืนก่อนสิ”เรวดีเคี้ยวข้าวเหนียวในปากจนหมด ก่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเขายังถือส้อมรออยู่“ไม่เอา หนูไม่ชอบกินสเต็ก”“ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ไง”“ก็หนูอยากกินส้มตำ”“กินคำนี้ก่อน”“พี่เต!”“เร็วๆ เมื่อยมือแล้ว
“ไม่ต้องต่อรอง แล้วตลอดเวลาที่อยู่กับกูห้ามมีคนอื่น อยากมีแฟนก็มาบอกกู กูจะได้หาคนอื่นมาทำงานแทน”เรวดีทำหน้าบึ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง เธอไม่ได้คิดจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้คิดจะมีแฟนตอนนี้อยู่แล้ว“แล้วอย่าพาใครมาที่ห้องโดยไม่บอกฉัน”“แม้แต่เพื่อนผู้หญิงเหรอ”“เออ”“หวงห้องจังเลย”“คิดว่ามันถูกๆ หรือไงล่ะ”“รู้แล้วค่ะ คุณเจ้าของห้อง”เตชิตยื่นมือมาบีบแก้มเธอด้วยความหมั่นไส้ เรวดีรีบปัดมือเขาออก ก่อนขยับไปนั่งอีกฝั่งของโซฟา“เดี๋ยวหนูจะสั่งข้าว พี่กินด้วยไหม”“กิน”“อยากกินอะไร”“อะไรก็ได้”“งั้นหนูสั่งของที่หนูชอบนะ”“อืม”เรวดีเปิดแอปสั่งอาหารแล้วเลือกร้านที่อยากกิน เตชิตไม่ได้สนใจจนกระทั่งเธอกดสั่งเรียบร้อย“สั่งอะไรมา”“ส้มตำ ไก่ทอด แล้วก็ข้าวเหนียว”“แล้วของฉันล่ะ”“ก็อันนี้ไง”“ฉันไม่กินส้มตำ”“พี่บอกว่าอะไรก็ได้นี่”“ก็สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยสิ”“งั้นพี่สั่งเองเลย”เตชิตหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอีกเครื่อง สุดท้ายจึงต้องสั่งอาหารเพิ่มอีกรอบ เพราะเรวดีไม่ยอมยกเลิกรายการเดิมเสียงโทรศัพท์ของเรวดีดังขึ้นหลังจากสั่งอาหารไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนลุกจากโซฟาแล้ว
“เอามาแค่นี้เหรอ”เตชิตถามเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้างเรวดี เขาเพิ่งกลับจากข้างนอกและกำลังจะเดินเข้าห้อง แต่กลับเจอหญิงสาวยืนรออยู่หน้าประตูเสียก่อน“ก็ของหนูมีแค่นี้ จะให้เอามาเยอะแค่ไหนล่ะ”“เสื้อผ้าครบแล้วใช่ไหม”“ครบแล้ว ถ้าไม่พอค่อยขอเงินพี่ซื้อเพิ่ม” เตชิตส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก“แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไป”“ก็หนูไม่มีคีย์การ์ด”“โทรหาฉันก็ได้นี่”“โทรแล้วพี่ไม่รับ”เตชิตหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนพบสายที่ไม่ได้รับจากเธอสามสาย เขาเก็บมันลงกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง“เข้ามา”เรวดีลากกระเป๋าตามเข้าไป ก่อนถอดรองเท้าวางไว้ข้างตู้ เตชิตหันกลับมามองกระเป๋าที่เธอกำลังออกแรงลากผ่านธรณีประตู“หนักมากเหรอ”“พี่เตลองมายกดูสิ”“แล้วขนอะไรมาเยอะแยะ”“เมื่อกี้ยังบอกว่าเอามาแค่นี้อยู่เลย”ชายหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนเดินกลับมาคว้ากระเป๋าใบใหญ่ไป แล้วลากเข้าห้องนอน เรวดีจึงถือกระเป๋าอีกใบเดินตามที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่เร็วขนาดนี้ แต่เมื่อคืนเตชิตโทรมาสั่งให้เก็บของ โดยบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะให้คนไปรับ ตอนแรกเธอขอเวลาอีกสองสามวันเพราะยังมีของบางอย่างที่ต้อง
“จะตะโกนทำห่าอะไร”“หนูบอกกี่รอบแล้วว่า ว่าไม่รับเสี่ยแก่ๆ เหม็น”“มึงคิดว่าไอ้พวกเด็กหน้าหล่อๆ มันจะมีเยอะแค่ไหนวะ”“คราวก่อนแม่ก็พูดแบบนี้”“แล้วมึงเสียหายอะไร เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึง”“เพราะหนูไม่ยอมไปไง!”แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหยิบบุหรี่อีกมวนออกจากซอง“มึงก็เรื่องมากเอง ตอนนั้นกูแค่ให้มึงไปกินข้าวกับเขา”“กินข้าวบ้านแม่สิ เขาจะให้หนูไปค้างด้วย”“แล้วไง ผู้หญิงคนอื่นเขายังไปกัน”“ก็ให้คนอื่นไป หนูไม่ไป”“แก่หน่อยแต่จ่ายหนัก มึงจะเลือกอะไรนักหนา”“หนูจะเลือก”“สวยแล้วคิดว่าเลือกได้ทุกคนหรือไง”“อย่างน้อยก็ไม่เลือกไอ้แก่ที่แม่เอามายัดให้”“ระวังเถอะ วันไหนไอ้เตของมึงมันเบื่อ อย่าซมซานกลับมาขอให้กูหาลูกค้าให้แล้วกัน”“ไม่ขอหรอก”“ปากเก่ง”“แม่ก็จำไว้ด้วย ถ้าจะขายหนูให้เสี่ยนั่นอีกก็ลองดู”“มึงจะทำอะไร”“ไม่ต้องรู้หรอก แต่หนูไม่ไปแน่”“แล้วอย่ามาทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยเขาทีหลังล่ะ”“หนูไม่รู้จักอยู่แล้ว แม่เป็นคนไปคุยเองทั้งหมด”“ก็มึงไม่ยอมคุย กูถึงต้องคุยให้”“ใครใช้ให้แม่คุยล่ะ”“กูหาทางหาเงินให้มึง มึงยังจะมาด่ากูอีก”“หาทางหาเงินให้แม่มากกว่า ตอนนั้นแม่ก็จะเอาเงินเขา”“แล้วมึงจะให้กู
“เงินที่กูบอกให้เอามา อยู่ไหน”เรวดีเพิ่งถอดรองเท้าได้ข้างเดียวก็ถูกแม่ถาม เธอเงยหน้ามองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ก่อนโยนกระเป๋าลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างประตู“แม่เพิ่งเอาไปเมื่อวันก่อน”“แล้วไง เงินมันใช้แล้วก็หมดสิวะ”“หนูก็เพิ่งให้ไปไง”“มึงจะพูดซ้ำทำไม กูจำได้”“จำได้แล้วจะทวงอีกทำไม”“ค่าเช่าบ้านมันจะถึงแล้ว ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก มึงไม่เห็นใบแจ้งหนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะหรือไง”เรวดีเดินไปหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่แม่ชี้ให้ดู ใบหนึ่งเป็นค่าไฟ อีกใบเป็นค่าน้ำ ส่วนค่าเช่าบ้านมีเพียงตัวเลขที่แม่เขียนไว้บนกระดาษฉีกจากสมุด“ค่าเช่าหนูจ่ายให้แล้ว”“จ่ายตอนไหน”“เมื่อเช้า”“ทำไมไม่บอกกู”“ก็แม่ไม่ได้ถาม”“แล้วเงินที่กูจะเอาไปจ่ายล่ะ”“เงินอะไร”“เงินที่มึงต้องให้กูไง”“อันนั้นมันคนละส่วนกันหรือเปล่า”แม่ของเธอทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนยื่นมือมาขอกระดาษคืน เรวดีไม่ส่งให้ แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปธนาคารแทน“เดี๋ยวหนูจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ แม่ไม่ต้องไปจ่ายเองหรอก”“กูไม่ได้โง่”“ไม่ได้ว่าโง่”“แต่พูดเหมือนกูโง่”“งั้นแม่ก็เอาเงินสดไปอย่างเดียวพอ”เธอกดยืนยันรายการจ่ายเงิน ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม่ชะ







