LOGINแต่เพียงเดี๋ยวเดียวภายในหัวก็คิดถึงเรื่องราวของวันนั้น วันที่เธอเป็นคนเหนี่ยวไกเล็งยิงบุตรชายของตัวเองจนร่างทรุดลงไปกับตาจู่ๆ ความร้อนภายในอกก็ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามได้ จึงทำให้เธอไม่อาจกลั้นหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ เออไหลออกมาได้อย่างใจความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ จนทำให้เธอรู้สึกหายใจแทบไม่ไหว แล
ชลนิภาจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันว่า “แล้วที่แกแย่งพี่ดนัยไปจากฉันล่ะ แกยังกล้าที่จะบอกว่าแกไม่ได้ทำร้ายฉันอย่างนั้นน่ะเหรอ”คุณหญิงเพ็ญแขจึงพูดสวนขึ้นมาทันควันว่า “นี่ชล เธอลืมไปอะไรไปหรือเปล่า ตอนนั้นเธอกับพี่ดนัยไม่ได้เป็นอะไรกัน และพี่ดนัยก็ไม่ได้มองเธอแบบนั้น มีแต่เธอที่แอบหลงรักพี่ดนัยคนเ
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องราวในวันนั้นชลนิภาก็ถูกควบคุมตัว และถูกตัดสินให้จำคุกไปตลอดชีวิต โดยที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของชลนิภา ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากคดีนี้ไปได้เช่นกัน แถมยังถูกขุดคุ้ยประวัติและถูกสาวไปถึงขบวนการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของคนคนนี้อีกทีและด้วยความร่วมมือของบรรด
ส่งผลให้เจ้านาย ที่เห็นเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “แย้วนี่กุนกุนเอาดอกไม้มาตำไมเจอะแยะฮับ (แล้วนี่ขุ่นๆ เอาดอกไม้มาทำไมเยอะแยะครับ)”เจ้าขุนจึงยกปลายนิ้วขึ้นแนบริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ เพื่อบอกให้เจ้านายอย่าส่งเสียงดังมากเกินไป พร้อมกับกระซิบกระซาบออกไปว่า “ปะป๋าเอามาให้หม่าม๊าครับ เจ้านายอย
พอได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เจ้าขุนจึงพูดออกไปอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “เป็นเพราะหมอยังไม่ให้ขยับตัวมากหรอกนะ ไม่งั้นน่ะฉันจะไปฟ้องยายแพทว่าหลายวันก่อนแกแอบไปเหล่นักศึกษาสาวๆ ตอนขับรถผ่านมหาวิทยาลัยน่ะ” สิ้นเสียงดังกล่าวเข็มทิศก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า “อย่าเชียวนะ ไม่งั้นน่ะแกเ
“ลืม” เจ้าขุนพูดขึ้นมาหลังเข็มทิศพูดจบประโยคลงอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะยกนิ้วชี้ ชี้มาที่หน้าอกของตัวเอง แล้วถามออกมาว่า “ฉันเนี่ยนะลืม ลืมอะไรของแกวะ”พอได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เข็มทิศก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาขึ้นลงอย่างระอา ที่เห็นว่าเพื่อนของตัวเองนั้นไม่เข้าใจความคิดของคนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเลยสักครั้ง
เจ้าขุนที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เรี่ยวแรงที่มีอยู่ก็พลันเหือดหาย จนแทบไม่มีแรงที่จะยืนได้อีกต่อไป ส่งผลให้ไอ้ดินที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง เพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากพันธนาการนี้ให้ได้ ก็สามารถหลุดออกจากอ้อมแขนนี้ได้อย่างง่ายดายเมื่อได้รับอิสรภาพคืนกลับมา ไอดินก็รีบสาวเท้าเดินออกไป จากจุดที่ยืนอยู่
บทที่18ทะเลาะท่ามกลางแสงแดดแรงกล้าที่สาดส่องลงมาในยามบ่ายของวัน เจ้าขุนที่เกาะอยู่ริมรั้วของโรงเรียนเอกชนชื่อดังก็ค่อยๆ หมุนกาย แล้วสาวเท้าเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มก่อนเจ้าตัวจะพึมพำออกมาเบาๆ ว่า “สักวัน...เราจะต้องทวงครอบครัวของตัวเองคืนมาให้ได้” ว่าเพียงแค่นั้นเขาก็พ่นลมหายใจอ
“แม่รู้” คุณหญิงเพ็ญแขพูดเสียงเบาออกไป ก่อนจะหลุบสายตามองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง แล้วเงยหน้าหน้าขึ้นจ้องมองผู้เป็นบุตรชายของตัวเองด้วยสายตานิ่งก่อนจะมีเสียงตวาดดังลั่นของเจ้าขุนดังให้ได้ยิน “แม่รู้ว่าตัวเองมีหลาน รู้ว่าผมมีลูก ทำไมแม่ถึงไม่บอกผม ทำไมแม่ถึงไม่บอกอะไรผมบ้างเลย แม่รู้ไหมว่าผมตามหาพวกเขา
พอคิดไม่ออกว่าเด็กน้อยคนนั้นต้องการเส้นผมของเขาไปทำอะไร เจ้านายจึงได้แต่ทอดถอนลมหายใจออกมาหนึ่งที แล้วพึมพำออกไปว่า “ตงม่ายมีอาไยหยอกนะ (คงไม่มีอะไรหรอกนะ)” ก่อนเจ้าตัวจะเอามือทั้งสองข้างจับเอวของเด็กคนข้างหน้า แล้วสาวเท้าเดินตามแถวที่คุณครูกำลังจะพาเข้าไปในห้องเรียนอีกครั้งสี่โมงเย็นบริเวณหน้าประ







