แชร์

ตำแหน่งที่หวนคืน 11

ผู้เขียน: เนื้อทราย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 21:49:07

เอกสารการแต่งตั้งประธานบริหารคนใหม่ของ ‘ไพรฑรูย์การช่าง’ ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างของคนที่กลายเป็น ‘อดีต’ ประธานเป็นลำดับแรก ก่อนแจกจ่ายไปทั่วบริษัทถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นกวาดอ่านเนื้อความที่ใครอีกคนนำมาให้เมื่อหลายนาทีก่อนอยู่ครู่เดียว ค่อยวางลงบนโต๊ะราวกับไม่มีอะไรน่าสนใจ

“พี่สิงห์จะให้หลานพิงค์ย้ายมาห้องนี้ด้วยหรือเปล่า? ผมจะได้เก็บของ” สินธรเอ่ยถามผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม

“ก็คงต้องจัดการไปตามสมควร...พี่วางมือมานานแล้ว ไม่ขอยุ่ง” คำตอบเรียบเรื่อยจากไพฑรูย์ กลับเรียกรอยกังขาจากคนฟังได้อย่างง่ายๆ

“ผมอยู่ห้องนี้แทนพี่สิงห์มาเกือบยี่สิบปีก็ต้องมีความอาลัยบ้าง ขอเวลาหน่อยนะครับ” 

“ห้องที่ปรึกษาอาวุโสชั้นล่างอาทิตย์หน้าก็คงตกแต่งเสร็จพอดี ว่างๆนายก็ลงไปดูแล้วกัน ว่าจะขยับขยายยังไง”

ให้เวลาไม่เกินอาทิตย์หน้าสินะ..

“ครับ” แม้จะขุ่นเคืองไม่น้อยกับการยื่นคำขาดของอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็จำต้องรับคำอย่างเสียมิได้

               หลังผู้มาเยือนกลับไป คนกำลังจะหมดวาระในวันพรุ่งตามประกาศก็เปลี่ยนสีหน้า รอยยิ้มที่แสนเป็นมิตรตามแบบฉบับนักบุญจางหายไปอย่างรวดเร็ว หลงเหลือไว้เพียงรอยขุ่นขวางและแววอาฆาตที่ไม่อาจปกปิด

‘เพราะนังเด็กบ้านั่นคนเดียว!’

               เสียงเคาะประตูสองสามหนพร้อมร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้เจ้าของห้องต้องคลี่ยิ้มละมุนด้วยความดีใจ ก่อนจะร่างระหงเข้าไปหาผู้เป็นบิดาในทันที

“มาเพราะประกาศแต่งตั้งเหรอคะ?” กะรัตเอ่ยถามพลางกอดแขนบิดาไว้แน่นอย่างออดอ้อน การกระทำนั้นสามารถเรียกความเอ็นดูจากผู้สูงวัยได้อย่างดี

“พ่อแวะไปตรวจสุขภาพประจำปี ก็เลยแวะมาดูหน้าว่าที่ประธานคนใหม่” ไพฑรูย์บอกยิ้มๆ ก่อนจะลูบกระหม่อมบางของบุตรสาวคนเล็กหนักๆ

“แม่ล่ะคะ?” หญิงสาวร้องถามเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของมารดา

“พาพี่สาวเราเข้าไปบริษัทเพชร...พ่อแวะมาดูหนู เห็นไม่กลับบ้านเป็นอาทิตย์แล้วนะ” แม้รู้ดีว่างานที่บุตรสาวคนเล็กต้องรับผิดชอบจะมากมายจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่การหายจากบ้านไปนับแต่ถูกมารดาเอ่ยตำหนิ ก็ทำให้คนเป็นบิดาอดกังวลไม่ได้

               เพราะบุตรสาวคนโตอย่างพลอยชมพูมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่ยังเล็ก ซ้ำตอนเด็กยังเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายมาหลายหน เขาและภรรยาจึงทั้งรักและหวงแหนลูกสาวคนนี้เป็นที่สุด ต่างจากบุตรสาวอีกคนที่เติบโตมาด้วยร่างกายแข็งแรง และรายล้อมด้วยชีวิตพร้อมสรรพจึงไม่เคยต้องห่วง

ความคิดนั้น ทำให้ทุกอย่างผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรเป็น..

               บุตรสาวทั้งสองเติบโตมาด้วยความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อพลอยชมพูกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ที่พร้อมจะแสดงความรู้สึกทุกอย่างออกไปโดยไม่คำนึงความรู้สึกของใคร ในขณะที่กะรัตกลายเป็นคนเงียบขรึมและเก็บทุกสิ่งอย่างไว้ในใจโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้สักคำ...กว่าคนเป็นพ่อจะรู้ตัว ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

“ช่วงนี้ยุ่งๆค่ะ พอจัดการอะไรๆให้เข้าที่เข้าทางได้ก็คงจะดีขึ้น” บุตรสาวคนเล็กตอบรับแกนๆ

“ถ้าไม่ไหวก็บอกนะลูก จะได้หาคนมาช่วย” ไพฑรูย์บอกอย่างอ่อนใจ นึกค่อนในใจกับความเหมือนที่แตกต่างกันลึกๆของบุตรสาวทั้งสอง...ดื้อดึงอย่าบอกใครทั้งคู่! 

               กะรัตยิ้มกว้างกับถ้อยคำของบิดา ก่อนจะซุกตัวลงกับท่อนแขนแข็งแรงที่เคยประคองกอดเสมอตั้งแต่เล็กจนโต แม้ไม่ได้ถูกประคับประคองอย่างหวงแหนเช่นเดียวกับพี่สาว แต่ความอบอุ่นที่มีให้เธอในหลายช่วงเวลาหากร้องขอก็ทำให้เธอคิดว่า...

ท่านทั้งสองคงรักเธอไม่น้อยกว่าพี่สาว แต่อาจห่วงน้อยกว่ากันเท่านั้นเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status