Beranda / LGBTQ+ / เพรงพ่าย / วัดไซส์

Share

วัดไซส์

Penulis: ลลนล
last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 17:47:02

“ทำไม หรือมีใครอีก!?” คนเมายืนโงนเงนถามกวนๆ แล้วรีบถอยออกไปดูโรงจอดรถ เห็นมีอยู่คันเดียว ก็น่าจะเป็นของกิดากานต์

“ก็ไม่เห็นมีใครหนิ”

“.....................”

กิดากานต์เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะมัวแต่ค่อยๆ จับกระเป๋าทีละใบของอดีตคนรัก เพื่อลำเลียงเข้าไปในห้องนอนชั้นล่าง ที่เพิ่งเปิดไฟสว่างขึ้น

แต่ทว่าพอกระเป๋าใบแรกถูกวางลงกับพื้นห้องนอน ทันทีแผ่นหลังของกิดากานต์ก็ถูกสวมกอดจากด้านหลังค่อนข้างแรง

“ไอ้หื่น! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” กิดากานต์ตวาดพลางดึงเอาท่อนแขนแข็งเป็นเหล็กนั้นเป็นพัลวัน

“วัดไซส์!”

“ไอ้บ้า! เดี๋ยวลูกตื่น” คนถูกกอดกัดฟันบอกด้วยความเจ็บใจที่โดนจู่โจมอย่างหยาบคาย และทันทีเลยทีเดียว ที่คนมีปมเรื่องเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ปล่อยร่างกันให้เป็นอิสระอย่างง่ายดาย

“ลูกพี่แทค...มันหมายความว่ายังไงอาภา คุณอธิบายซิ”

ได้ยินดังนั้น...กิดากานต์กลับไม่ได้มีสายตาประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะมันเป็นเรื่องที่คนในละแวกนี้รู้อยู่แล้วว่า เด็กคนนี้เป็นลูกของนายแพทย์กฤษกร ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาคือเพื่อนในสายตาคนอื่น ท่ามกลางความกังขายังไม่ได้รับคำอธิบายจากทั้งสองฝ่าย และตอนนี้กิดากานต์ก็ไม่อยากจะอธิบายใครทั้งนั้น ยิ่งกับผู้หญิงที่ยืนหายใจหอบด้วยความโกรธอยู่ตรงนี้ เธอยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะเสียเวลาให้สักนิด เพราะปริญญ์ทิ้งสิทธิ์ที่ควรจะมีไปหมดสิ้นแล้ว!

“อธิบายก็เท่านั้น สมองโง่ๆ ของเธอไม่มีทางเข้าใจหรอก”

“ชอบกินของเก่าเหรอ ถ้างั้นคีย์ก็ดูจะไม่ปลอดภัยซะแล้วสิ” ปริญญ์ยื่นหน้าเข้าไปกล่าวหาทั้งท่าทียียวน จนอีกคนตั้งท่าวางมือจะฟาดเข้าใส่หน้าแดงๆ นั้นเต็มเหนี่ยว หากแต่กิดากานต์ก็พยายามระงับอารมณ์ ทำได้เพียงกำมือแน่นสั่นไว้กลางอากาศเท่านั้น

“ห้ามใจตัวเองให้มันได้เหอะ!”

“นี่กำลังห้ามตัวเองอยู่เหรอ”

“ฉันเตือนเธอต่างหาก” กิดากานต์กัดฟันบอกด้วยความโมโห เมื่ออีกคนยิ่งก้าวเข้าชิด

“มันเป็นความคิดในสมองพี่ต่างหากล่ะ ถึงขั้นต้องห้ามใจตัวเองเลยเหรออาภา”

พลั่ก!

มือนั้นมันเลือกที่จะผลักกันออกห่างทั้งสายตาแข็งกร้าว

“ถ้าจะชอบของเก่า ฉันก็ไม่มีทางชอบของเก่าเน่าๆ อย่างเธอแน่”

“ไมไม่ตบอ่ะ ตบแล้วโดนแน่ คิดว่าจะรอดมั้ย”

“เธอเมามากแล้ว...” กิดากานต์บอกกันทั้งแววตาเจ็บปวด ก่อนจะเอียงหน้าไปทางบันไดด้านนอกที่เพิ่งได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลงมาทีละขั้น

“แทมแทมกำลังมา พี่ขอร้อง อย่าทำอะไรต่อหน้าลูกเลยนะ”

เสียงอ้อนวอนอย่างปุบปับ มันกลับทำให้อีกคนเจ็บเจียนคลั่ง อยากจะดึงร่างคุ้นเคยนั้นเข้ามากอดให้สมกับความคิดถึง ที่แม้นว่าจะหักหลังเธออีกเป็นสิบครั้ง แต่ปริญญ์ก็เพิ่งจะกระจ่างว่ายังรู้สึกรักได้ และรักอยู่

บรมโง่...

คนเมารู้สึกเกลียดตัวเองจับใจ และเปลี่ยนเอาความเจ็บปวดนั้น มากดดันคนที่เปลี่ยนท่าทีกะทันหัน ด้วยข้อต่อรองที่ว่า

“ก็ได้ แต่คืนนี้จะขึ้นไปนอนด้วย ไม่งั้นบ้านพังแน่”

“ฉันไม่เคยท้อง พอใจยัง!?” กิดานกานต์กดเสียงต่ำหนักแน่น

ทว่ามันกลายเป็นคำเพราะหูที่สุดเท่าที่อีกคนอยากจะได้ยิน ปริญญ์ฉีกยิ้มกว้างโลกสว่างสร่างเมาขึ้นมาในบัดดล แต่ไม่ทันจะตั้งตัว ฝ่ามือน้อยของอดีตคนรักก็เคาะตบแก้มดังแป๊ะ ให้พอหน้าสั่น

“ตั้งสติ! แล้วให้เกียรติพี่ด้วย”

“ค่ะ...”

คำอ้อยสร้อย พร้อมกิริยาอ่อนเป็นผักต้ม มันฟ้องทุกอย่างว่าใครเหนือกว่า และเหตุการณ์ก็พลันพลิกผันได้ทัน เพราะแค่ไม่กี่อึดใจ เด็กน้อยที่เดินขยี้ตาเลี้ยวมาตามมุม ก็มาโผล่หน้าห้องนอนใหม่ของปริญญ์

“จ๊ะเอ๋ สวัสดีค่ะน้องแทมแทม น้าปริญญ์เองน้า น้าขอโทษ น้าเสียงดังให้หนูตื่นเหรอคะ” ปริญญ์ยอบตัวลงไปหาเด็กหญิงที่ยังงัวเงียมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที

“อี๋เหม็น...กลิ่นเหมือนป่าป๊าเลย”

กลิ่นเหล้าคลุ้งจากตัวคนเมา พอเจอคำนั้นเข้าก็หน้าเจื่อนรีบถอยห่าง

“น้าปริญญ์ไปฉลองกับเพื่อนมาค่ะ” กิดากานต์พยายามแก้ต่างให้ด้วยความอ่อนโยน แล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปอุ้มเอาเด็กตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด

“แล้วป่าป๊าก็จะเดินเซ แล้วมาหอมแก้มหนู มันเหม็นมาก” แทมแทมเอาหน้าซุกไหล่ผู้หญิงคนที่เธอรักและไว้ใจ

“เดี๋ยวหนูมารอด้านนอกนะคะ นั่งรอบนเก้าอี้นี้ แม่อูนขอเวลาไม่ถึงสิบนาที ขอช่วยน้าปริญญ์ปูผ้าปูที่นอนจัดห้องก่อน แล้วเราสองคนค่อยขึ้นไปนอนพร้อมกันนะคะ”

ปริญญ์ได้ยินดังนั้น ก็แอบเหวอเบาๆ แต่ไม่มีทางที่เธอจะโวยวายอะไรทั้งสิ้น เพราะในคืนนี้มันเพียงพอแล้วสำหรับคำตอบที่ตำใจมาหลายชั่วโมง

จากนั้นไม่นานนัก ผ้าปูเตียงก็ถูกดึงจนตึงครบทั้งสี่มุม หมอนสองใบ หมอนข้างสองอัน มันเป็นสิ่งที่ปริญญ์เตรียมมาเองทั้งสิ้น ทว่าแววตาที่มีคำถามของกิดากานต์ยามไม่รู้ตัว ก็ทำให้เจ้าของห้องคนใหม่รีบอธิบายลิ้นพันออกมา

“มันหนึ่งแถมหนึ่งไง”

“ไม่ได้ถาม”

“อยากให้รู้”

“งั้นขอยืมหมอนข้างอันนึงสิ จะเอาให้แทมแทม แค่คืนนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาคืน”

“ได้ๆ ว่าแต่พี่อยากยืมตัวคีย์ขึ้นไปกอดเป็นหมอนข้างบ้างก็ได้นะ จะไม่ดื้อไม่ซน”

“ไม่ตลก! เอามา” กิดากานต์ว่าหน้านิ่งพลางยื่นแขนออกไปรอรับหมอนข้างที่วางอยู่ข้างตัวคนรักเก่า

“อ๊ะ...เอาไป”

คนหน้าเป็น ว่าแล้วเขยิบทีละก้าวชิดๆ ก็พาตัวมาชนมือคนที่พร้อมฟาดเพี๊ยะใส่อย่างหมั่นไส้

“ไม่เล่นคีย์!”

ตวาดหน้ายักษ์ใส่ แล้วสะบัดตัวออกห่าง หญิงสาวรีบก้าวไวๆ ไปหยิบเอาหมอนข้างมาถือไว้เสียเอง

“ทำไมไม่ให้เค้าไปนอนด้วย” ปริญญ์ยังจะแกล้งวอแวเอาตัวเข้าหา จนต้องเจอฤทธิ์หมอนข้างฟาดซ้ำๆ ลงสีข้างไปหลายที

“ก็มันเป็นซะอย่างเนี้ย ถอยไป๊!”

คนเคืองก็เต็มแม็ค คนสนุกก็เต็มที่ ปริญญ์รู้สึกราวกับถูกปลดปล่อยจากอะไรสักอย่าง...ลูกคนนั้นไม่ใช่ของกิดากานต์

ไม่ได้คาดคิด ไม่อยากคาดหวัง แต่มันมีความสุขเป็นบ้า...ผู้หญิงอบอุ่นคนนั้น กำลังจูงมือเด็กที่เป็นลูกของแฟนเก่า เธอตั้งใจดูแลปกป้องราวกับเป็นลูกของตัวเอง

และปริญญ์ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คน ที่จะเข้าใจกฤษกรว่า ทำไมถึงยังมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพรงพ่าย   ออกมาหาได้มั้ย

    “ไม่ไปได้ยังไงคะป๊า ตั๋วเค้าก็จองให้หมดแล้ว แล้วอูนก็แค่ไปช่วยงาน ยังไม่ได้ย้ายสักหน่อย”“หนูไม่ต้องมาใช้คำว่าสักหน่อยกับป๊า แค่หนูป่วยแค่นิดเดียว หัวใจป๊าก็เจ็บปวด...”พูดยังไม่ทันจะจบ ลูกสาวขี้วีนก็สวนกลับทันที“อย่ามาลิเกค่ะป๊า”“ป๊าไม่ได้ลิเก แต่คราวนี้ป๊ายอมไม่ได้”“ก็บอกแล้วว่าแค่ไปช่วยงาน”“อูนเอาคำว่าแค่ช่วยงานมาอ้างให้ป๊าตายใจ ไปลาออกเลย ลูกสาวคนเดียวป๊าเลี้ยงได้ ไม่ต้องทำงานเป็นหมอแล้ว ป๊านอนไม่หลับสักวันเพราะเรื่องหนูนี่แหละ”“ป๊าลองเป็นช้างสิ ถ้าป่วยมาแล้วไม่มีหมออย่างอูน ป๊าจะรู้สึก”“หนูอย่ามาแช่งป๊านะ”“ไม่ได้แช่ง แต่ป๊าเองไม่ใช่เหรอที่เลี้ยงหนูมาให้รักสัตว์ ป๊าเองไม่ใช่เหรอที่ชอบช้างมากที่สุด หนูก็เดินตามทางที่ป๊าเคยขีดไว้ให้แล้วไง หนูจะสี่สิบแล้ว หนูถึงขอให้เลิกยุ่งกับชีวิตหนูสักที”“ก็หนูทำตัวน่าเป็นห่วง ให้ตายยังไงป๊าก็ไม่ยอมให้หนูไปลำปาง”“งั้นป๊าก็ต้องช่วยหนูแล้ว

  • เพรงพ่าย   ใช้ของด้วยกัน

    “กวนประสาท...ฮือ ทำไงดี เด็กต้องตกใจแน่ๆ ตาพี่แดงไปหมดเลย”ว่าแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด มันก็ดันมาเกิดกลางทาง และหากจะพากันไปทั้งสภาพนี้ มันคงแย่พอๆ กับการไม่ไปร่วมขบวน ดังนั้นคนทั้งคู่เลยพากันกลับไปล้างหน้าที่บ้านอีกรอบ“แว่นคีย์ที่พี่เคยซื้อให้อยู่ไหนอ่ะ ใส่อันนั้นพรางตาได้ดีนะ” ปริญญ์บอกคนที่ยืนล้างหน้าอยู่ในครัว“อยู่บนห้องอ่ะ หยิบให้หน่อย”และเมื่อปริญญ์เดินกลับลงมาอีกครั้ง เธอก็เดินเข้าไปสวมกอดผ่านแผ่นหลังกันไปอย่างอ่อนโยน“เลิกเกลียดคีย์เรื่องเพลงน้า”“คนพูดน่ะพูดง่าย”“คีย์ขอโทษ ตอนนี้คีย์อยากเห็นคุณมีความสุข เพลงพวกนั้นมันแค่ข้ออ้างของคนปากเสีย ไม่ได้ขอให้คุณให้อภัยนะคะ แต่อยากให้เข้าใจว่า มันไม่ใช่สิ่งที่คีย์คิดจริงๆ เพราะเพลงที่คีย์ไม่ชอบจริงๆ อ่ะคือเพลงเพื่อชีวิต พี่ก็น่าจะรู้ตั้งแต่เราคบกันแรกๆ”“ไม่ใช่แค่นี้ใช่มั้ยที่โกหกพี่”“มันนานมากแล้วอ่ะ จำไม่ค่อยได้...”“แล้วที่ทำน่ะ เพราะเข้าใจว่าพี่ยังรั

  • เพรงพ่าย   รู้ใจ

    จริงดั่งที่เข้าใจมาตลอด ยิ่งปริญญ์พยายามทำให้อีกคนเจ็บมากเท่าใด แต่หัวใจของเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า เธอมองเห็นความอ่อนล้าเหล่านั้นก็อยากจะโผเข้าไปกอด แต่หากจะทะเล่อทะล่าแสดงออกไปเช่นนั้น คนที่มีปมแน่นในใจ คงไม่ยอมเปิดใจให้กันง่ายๆเธอเลยทำได้แค่แสร้งทำเป็นว่าไม่เข้าใจ หญิงสาวไม่พูดอะไร นอกจากการเดินเข้าไปหา แล้วค่อยๆ เอนตัวลงนอนหนุนตักคนที่รักสุดหัวใจนั้นไปเงียบๆ“อืมม์...คีย์คะ คือจริงๆ ไม่ต้องพาไปก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปเองก็ได้”นั่นไงล่ะ ปริญญ์คิดเอาไว้ไม่มีผิด ว่าจะต้องได้ยินอะไรแบบนี้ ดังนั้นจากที่เคยนอนหงาย ก็ค่อยๆ พลิกตัวเข้าไปกอดกันเอาไว้เพียงหลวมๆ ศีรษะได้รูปทำท่าส่ายหน้า ไม่ยอมรับข้อเสนอนั้น ก่อนจะงึมงำบอกออกมาว่า“ของีบสักห้านาทีนะ แค่ห้านาที หมดเวลาแล้วปลุกเลย”“เหนื่อยเหรอคะ”“ค่ะ ปีนขึ้นปีนลง มาหลายตัวด้วย”“ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปช่วย”“ถึงพี่อยู่คีย์ก็ไม่ยอมให้พี่ทำหรอก”“งั้นนอนพักดีกว่ามั้ย ไม่ต้องไปหรอกเนาะ”“ไม่เอา ขอแค

  • เพรงพ่าย   ถ้ายังรักกัน

    และยิ่งกิดากานต์ปฏิเสธกันเท่าใด อีกคนก็ยิ่งอยากฟาดกันให้ราบคาบเสียแต่ตอนนี้ หญิงสาวเอาแต่ยืนหายใจฟืดฟาด จ้องหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น“ก็บอกว่าจะเข้าไปส่งไง”“ก็แล้วจะเข้าเมืองไปทำไม”“จะไปส่งเมียตัวเองมันผิดตรงไหน”“เมียไหนกันแน่ ที่แน่ๆ พี่ยังไม่ใช่เมียเธอ ยัยเด็กคนไหนล่ะที่อยากไปหา มันไม่ใช่แค่อยากไปส่งพี่หรอก”และนี่ก็กลายเป็นการยืนยันว่า พวกเธอยังคงไม่เชื่อใจกันอย่างชัดเจน“ไม่อยากเป็นแล้วเหรอ ไหนเมื่อคืน...”พูดยังไม่ทันจบ อีกคนก็ทุบกำปั้นลงไหล่กันไม่เบานัก“เลิกพล่ามถึงตอนนั้นได้ป่ะ”“ความจริงคนเรามันออกมาตอนนั้นไม่ใช่เหรอ”“แล้วมันจะเป็นไปได้ไง ในเมื่อเธอไม่ได้ต้องการฉันจริงๆ”“.........................”เมื่อไม่อยากจะเถียง ปริญญ์ก็ทำเพียงยิ้มเยาะใส่หน้า เป็นท่ากวนประสาทที่อีกฝ่ายอยากจะตะโกนใส่หน้าให้สุดเสียง“ไม่ต้องด้อยค่ากันถึงขนาดนั้นก็ได้”“เปล่

  • เพรงพ่าย   รู้เป็นคนสุดท้าย?

    “มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นะอูน”“นี่คีย์เค้าคิดว่าอูนกลับไปมีอะไรกันกับพี่แทคงั้นเหรอคะ ป้าขา...เราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ” กิดากานต์พูดเสียงแหบแห้งออกมาจากใจที่อ่อนล้า“ป้าจะไม่ลงรายละเอียดนะ ให้คุยกันเอง”“ไม่ได้มีจริงๆ นะคะ”“ไปคุยกันเอาเอง เพราะเจ้าปริญญ์มันก็ไม่ฟังใคร มันเชื่อที่ตามันเห็น”“ก็หนูอธิบายเค้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้ทำๆ ถึงว่าสิ พอพูดถึงพี่แทคเมื่อไหร่แล้วคีย์จะกลายเป็นคนบ้าไปเลย”หลังจากวางสาย กิดากานต์ก็เพิ่งจะมานั่งคิดทบทวนว่า ปริญญ์เริ่มเปลี่ยนแปลงแหนงหน่ายกันตั้งแต่เมื่อไร และก็ถึงกับน้ำตาซึมว่ามันเกิดหลังจากสาเหตุนั้นจริงๆ เหตุการณ์ในครั้งนั้นเธอมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงแม้กฤษกรจะทรงแบดดูกินไม่เลือกในเวอร์ชั่นผู้ชาย แต่เขาจะให้เกียรติเธอเสมอ จนกระทั่งตอนนี้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังดีอยู่ ก็เพราะเขาไม่เคยหาจังหวะรังแกกันเลยสักครั้งแต่แล้วในขณะที่นั่งไล่เรียงไทม์ไลน์อย่างรวดเร็ว พลันอีกหนึ่งความสงสัยก็ผุดขึ

  • เพรงพ่าย   ไม่แฟร์

    “โอเค คีย์อาจจะขอผิดเวลา แต่ขอให้มั่นใจกับอะไรกว่านี้อีกสักหน่อย คีย์จะกลับมาขอคบอีกครั้ง”“มั่นใจเรื่องอะไรคะ”“ไว้ถึงเวลาแล้วจะบอกค่ะ”“เรื่องที่พี่เคยถามน่ะเหรอ”ทันทีปริญญ์ก็แสยะยิ้มเครียดออกมา ทำเอาอีกคนยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก“นอนเถอะ...จะได้หายเร็วๆ ไว้หายแล้วค่อยคุยกัน”“ค่ะ”แล้วตอนนี้เราเป็นอะไรกัน เป็นเรื่องน่าปวดหัวที่ไม่มีใครกล้าตั้งมันขึ้นมาเป็นคำถาม...ตั้งแต่ที่ปริญญ์เดินเข้ามาจุ๊บหน้าผากก่อนออกไปทำงาน กิดากานต์ก็กลับไปเป็นคนคลั่งรักได้อย่างเงียบๆ สมองมันแล่นแปลบปลาบ ฉายแต่ภาพซ้ำๆ ที่ทำเอานอนหน้าร้อนเป็นสีระเรื่อปริญญ์เป็นเพียงคนเดียวในชีวิต ที่รู้จักร่างกายเธอดียิ่งกว่าผู้ใด การเคลื่อนไหวอย่างรู้ใจและแสนจะช่ำชอง มันพร้อมจะหลอมละลายกายที่เกร็งสั่น ให้ปวดมวนไปทั่วร่างด้วยความกำซาบฝ่ามือเจ้าเล่ห์ปาดฉวัดเฉวียนเฉียดผ่าน แต่ไม่แตะต้องเพชรเม็ดงามที่ฉ่ำลื่นจนเจ้าตัวต้องถอนหายใจซ้ำซากด้วยความอึดอัด เพราะ

  • เพรงพ่าย   พี่แย่ขนาดนั้นเหรอ?

    “อย่าโกรธสิ ก็เห็นอยู่ว่าไม่ได้มีอะไร”“นอนเถอะ จะได้พักผ่อน”“ไม่เอา จะโกรธพี่ทำไมคะ” กิดากานต์ที่ตามอารมณ์กันไม่ทัน ตามไปเขย่าตัวคนแข็งทื่อด้วยความท้อแท้ใจ“ไม่ได้โกรธ”“แล้วที่ทำอยู่นี่เรียกว่าอะไรคะ”

  • เพรงพ่าย   ก็แค่ช่างมัน

    “บางทีคีย์ก็กลัวพี่นะคะ ถ้าไม่คิดอะไร หยุดทำแบบนี้เถอะ” ปริญญ์กัดฟันพูดแต่ละคำออกมาได้อย่างยากลำบาก แต่อีกคนกลับเอาแต่ส่ายหน้าเป็นเด็กๆ“อูน จะต้องให้คีย์ทำยังไง บอกมาสิ”“แค่ตอบมาหน่อยว่าทำไมป้าต้อยต้องว่าพี่ พี่เคยทำร้ายอะไรคีย์เหรอ”

  • เพรงพ่าย   แทนกันไม่ได้

    “ไม่ใส่เหรอ” ปริญญ์ถามออกไปตรงๆ ขณะที่มือพยายามลูบคลำถึงสิ่งที่เข้าใจตรงกัน เพราะทันทีคนที่ถูกถามก็พยักหน้าเนือย แต่ไม่กล้าสบตากัน“ดูแลตัวเองบ้างสิ”“ไม่ใส่แล้วมันเกี่ยวตรงไหน”“เปล่า...มันผอมเกินไป” ปริญญ์บอกเสียงดุพอๆ กับสายต

  • เพรงพ่าย   ทำอย่างกับไม่เคยเห็น

    “หรือถ้าไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา ก็จะหาทางงัดเข้าไปช่วยเอง”“ไม่ล็อค...”ได้ยินแล้วปริญญ์ก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดจนอกยก คำสั้นๆ ที่ปั่นป่วนไปทั่วช่องท้อง มันทำให้เธอแทบระงับอาการตัวเองไม่ไหว แต่มันไม่ใช่ที่ไม่ใช่ทางไม่ใช่เวลา เธออยากจะท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status