Share

5.เหตุร้าย

last update Petsa ng paglalathala: 2025-06-14 00:35:45

เกวลีถอนหายใจเบา ๆ ระบายความรู้สึกสลดที่เกิดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งเป็นการรวบรวมสมาธิตัดเรื่องรบกวนใจออกเพื่อเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง เลือดศิลปินทำให้เธอสามารถปล่อยวางความทุกข์ทำตามคำสอนของพี่เบ็ตตี้ที่คอยตักเตือนเธอเสมอตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่วงการว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องยึดคติ The Show must go on เสมอ

กฤตินเดินไปส่งน้องสาวและแวะทักทายสามสาวครู่เดียวก่อนออกจากห้องพักนักแสดงมาพร้อมกับพี่เบ็ตตี้จากนั้นจึงเดินไปสบทบกับน้าสุภาที่โต๊ะจีนด้านหน้าเวทีรอชมการแสดงของสี่สาวพร้อมกับบรรดาลูกค้าของโชว์รูมที่ได้รับเชิญมาในงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าวันนี้

“ได้เจอกายวันนี้ก็ดี พี่จะได้หมดห่วงยายกรีนไม่อยากปล่อยให้ไปไหนมาไหนตามลำพังเลยช่วงนี้ ดวงเขาไม่ค่อยจะดีเดี๋ยวเป็นนั่นเดี๋ยวเป็นนี่อยู่เรื่อยเชียวพักนี้ ไม่รู้จะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรกันนักกันหนาสิ” พี่เบ็ตตี้เอ่ยนุ่ม ๆ ตามสไตล์คนมีเสน่ห์

“หมายความว่ายังไงครับ?...หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับยายกรีนที่ผมยังไม่รู้อย่างนั้นเหรอครับ” นายทหารหนุ่มเอ่ยถามอย่างนึกเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาว

“อะไรกัน...กายไม่ได้อ่านข่าวน้องบ้างเลยหรือไงฮึ” พี่เบ็ตตี้ทำหน้านิ่วมองกฤตินก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเกวลีให้ชายหนุ่มฟังต่อ “ก็เดือนก่อนกรีนถูกมอเตอร์ไซต์ตัดหน้าจนต้องหักหลบไปชนกับต้นไม้แต่โชคดีที่ตัวเองไม่เป็นอะไร พอสัปดาห์ต่อมาก็ส้นรองเท้าหักตอนเต้นอยู่บนเวที เหมือนกับถูกใครแกล้งอย่างนั้นแหละ แล้วนี่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วรถก็ถูกขูดเป็นรอยรอบคันเลยนะ ที่สำคัญน้องเรานะก็ไม่ยอมแจ้งความซะด้วยตอนนี้เลยยังจับไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ” พี่เบ็ตตี้เล่าด้วยสีหน้าแสดงความไม่ชอบใจ

“หมายความว่ามีคนคิดจะแกล้งยายกรีนอย่างนั้นเหรอครับ” กฤตินเริ่มไม่สบายใจและรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาวขึ้นมาทันที

“ใช่นะสิ พี่มั่นใจว่าต้องมีคนแกล้งยายกรีนแน่ ๆ” พี่เบ็ตตี้พยักหน้าหงึกพร้อมเอ่ยอย่างมั่นใจ

“พี่เบ็ตตี้สงสัยใครหรือเปล่าครับ” กฤตินขมวดคิ้ว

“พี่ก็นึกไม่ออกจริง ๆ นะ ยายกรีนเขาโวยวายว่าต้องเป็นแม่สามสาวแต่พี่มั่นใจว่าไม่มีทางเป็นเด็กพวกนั้นแน่เพราะถึงเขาจะทะเลาะกันบ่อย ๆ แต่พื้นนิสัยทุกคนเป็นเด็กดีกันทั้งนั้น ไม่มีทางที่หนึ่งในสี่คนนี่จะทำเรื่องร้าย ๆ แบบนั้นได้แน่” พี่เบ็ตตี้กล่าวอย่างรู้นิสัยเด็กสาวทั้งสี่ดีจนกล้าการันตีความประพฤติของทุกคน

“เด็กนั่นไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย...ผมชักเป็นห่วงน้องซะแล้วสิครับพี่เบ็ตตี้” กฤตินถอนใจแรง

“ตอนนี้พี่ดูแลยายกรีนอย่างใกล้ชิด กายไม่ต้องเป็นห่วงแต่สามวันที่เขากลับมาอยู่บ้านนี่พี่คงต้องฝากกายดูแลน้องแทนด้วย ไม่อยากให้ไกลตา” ผู้จัดการส่วนตัวของสี่สาวชูการ์บีทเอ่ยฝากฝังให้กฤตินช่วยดูแลน้องสาวแทนตนอีกแรงด้วยความเป็นห่วงในความปลอดภัยของเกวลีราวกับเจ้าหล่อนเป็นลูกเป็นหลาน

“ขอบคุณพี่เบ็ตมากครับที่ช่วยดูแลกรีนแทนพวกเรา ถ้าไม่ได้พี่ช่วยดึงเด็กนั่นเข้าวงการป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ” กฤตินกล่าวอย่างสำนึกในบุญคุณคนตรงหน้า

“เรากับกรีนเป็นหลานพี่สุภาก็เหมือนกับเป็นหลานพี่นั่นแหละ ไม่ต้องมาขอบคงขอบคุณพี่หรอกกาย” พี่เบ็ตตี้โบกมือสะบัดเบา ๆ จีบปากจีบคำเอ่ยกับหนุ่มรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงสดใส

“เหรอครับ...ผมก็ว่าจะแนะนำเพื่อนหน้าตาหล่อ ๆ หุ่นล่ำ ๆ ให้พี่รู้จักสักคนแทนคำขอบคุณพี่ที่ดูแลกรีน อย่างนั้นผมก็ไม่ต้องแนะนำเพื่อนให้พี่แล้วสินะครับ” กฤตินแสร้งพยักหน้าหงึกหงักเอ่ยกับหนุ่มหน้าหวานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ว๊าย...ได้ยังไงฮะ ถ้าเป็นเพื่อนกายต้องรีบพามาแนะนำให้พี่รู้จักเร็ว ๆ สิไม่ว่า เอ่อ...ว่าแต่หุ่นล่ำจริง ๆ เหรอ แล้วรสนิยมเดียวกับพี่หรือเปล่าฮึ”

ดวงตาเรียวยาวเป็นประกายวับวาวทันทีที่ได้ยิน น้ำลายเริ่มสอเมื่อคิดถึงหนุ่มหุ่นล่ำในจินตนาการตามที่กฤตินเอ่ย

“หึหึ...จริงครับพี่ หุ่นล่ำหน้าตาดีถึงแม้จะหล่อสู้ผมไม่ได้ก็ตาม แต่คอเดียวกับพี่แน่นอนครับ”

กฤตินกับเบ็ตตี้หยุดคุยกันทันทีที่เสียงพิธีกรกล่าวประกาศเข้าสู่ช่วงเวลาการแสดงของวงชูการ์บีท เสียงกรี๊ดดังลั่นเมื่อสี่สาววิ่งขึ้นเวทีพร้อมกับเสียงเครื่องดนตรีกังวานก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ลำโพงขนาดใหญ่ทำหน้าที่กระจายเสียงเพลงที่ทั้งสี่ขับร้องดังกระหึ่มไปไกล เหล่าแฟนคลับกรูกันออเต็มหน้าเวทีร่วมเต้นร่วมร้องไปพร้อมกับกลุ่มศิลปินบนเวทีอย่างสนุกสนาน

คอนเสิร์ตดำเนินไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงช่วงเวลาที่เกวลีสลับยืนกลางเวทีในตำแหน่งร้องนำ น้ำเสียงเปรี่ยมเสน่ห์ของเธอสะกดอารมณ์คนฟังให้เพลิดไปตามจังหวะดนตรีสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนเป็นพี่ทอดสายตามองน้องสาวอย่างชื่นชม

ริมฝีปากหยักประดับรอยยิ้มยินดีที่เห็นเกวลีประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ดนตรีเปลี่ยนเด็กสาวที่เพิ่งขวัญผวาและหวาดกลัวสายตาสังคมให้กลับมาหยัดยืนได้อีกครั้งแม้จะยังมีร่องรอยความเจ็บปวดบอบช้ำที่เป็นเสมือนรอยแผลเป็นจาง ๆ กลางหัวใจดวงนั้นหลงเหลืออยู่บ้างก็ตามที

ขณะที่กฤตินกำลังปล่อยใจเพลินไปกับบทเพลงที่เกวลีขับขานกลับพลันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้นต่อหน้าต่อตาทุกคน หัวใจคนเป็นพี่ไหววูบเมื่อเหลืบมองเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สภาพค่อนข้างเก่าที่น่าจะอยู่ในสภาพชำรุดเพราะไม่ได้ถูกใช้งานในขณะนี้กำลังจะร่วงลงจากเพดานเนื่องจากลวดสลิงที่ขึงอยู่ใกล้จะขาดเต็มทน

ความตกใจทำให้ชายหนุ่มทะลึ่งตัวลุกยืนและพรุ่งพรวดฝ่าฝูงชนที่ยืนห้อมล้อมกันจนเต็มลานหน้าเวทีคอนเสิร์ตหาทางตรงไปยังน้องสาวของตนสุดฝีเท้าด้วยความเป็นห่วงในความปลอดภัยของเกวลี!!!

“กรีน!!!” กฤตินตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นแผงไฟขนาดใหญ่พุ่งดิ่งลงจากเพดาน

 “ว๊าย!!กรี๊ดดด!!!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพลงรักสีเพลิง   หนุ่มดุสาวดื้อ

    หนึ่งในสามหนุ่มเดินออกจากโต๊ะมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทัชชาไม่รู้ แต่เขากำลังจ้องข้อมือเธอที่ถูกกฤตินกระชับไว้แน่นและมองนายทหารหนุ่มด้วยสายตาเอาเรื่อง เธอเงยหน้าขึ้นส่งสายตาข่มขู่พลางสะบัดมือให้เขาปล่อยแต่เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะยอมทำตามคำเรียกร้องของเธอทัชชาเตรียมจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากชายที่ยื่นมือเข้ามา หากไม่มีเสียงกระซิบกร้าวลอดไรฟันของเขาขู่ฟ่อขึ้นเสียก่อน“ถ้าอยากให้เรื่องของเราปูดขึ้นมาละก็ ลองดู”“ไม่มีใครเขาเชื่อที่แกพูดแน่” เธอกระซิบตอบอย่างถือดี“เชื่อเถอะว่าผมสามารถทำให้พวกเขาเชื่อได้แน่ ๆ” ดวงตาคมหรี่ลงยามสบตาเธอราวจะประกาศเตือนทำให้อีกฝ่ายจำใจต้องหันไปเอ่ยไอ้หมอนั่นโดยดี“ไม่เป็นไรค่ะ เขาเป็นเพื่อนฉันเอง ฉันดูแลตัวเองได้” เอ่ยจบเธอจึงหันมาข่มขู่กฤตินด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นอีกระดับ “คราวนี้แกจะปล่อยฉันได้หรือยัง แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉันนะ”กฤตินไม่ใส่ใจอาการขืนตัวของนางแมวสาวที่ทำท่าเหมือนจะพองขนข่มขู่ศัตรูอยู่ในขณะนี้แม้แต่น้อย“เฮ้ยไอ้กาย...มาได้ไง แล้วนี่พาใครมาด้วยวะ แนะนำให้พี่รู้จักเดี๋ยวนี้เลยมึง”กฤตินยังไม่ทันตอบทัชชา เสียงยติทำให้ทุกอย่างระหว่างเขาและเธอหยุดชะงัก

  • เพลงรักสีเพลิง   นักล่า

    ที่ซึ่งมีแต่ความสนุกสนานจากเสียงดนตรีบรรเลงสลับเสียงกรีดร้องแสดงความพอใจผสานเคล้าคลอไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังก้องไปทั้งบริเวณบรรยากาศแห่งความรื่นเริงดูขัดกับแววตาเศร้าของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในคลับเพียงลำพัง ดูเหมือนเธอจะเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เข้าพวก ดวงตาไร้ความสุขบนใบหน้าเรียบตึงไม่สามารถลดความน่ามองของเรือนร่างระเหิดระหงในชุดแสนเซ็กซี่เปิดเผยเนื้อตัวจนน่าหวาดเสียวของเจ้าหล่อน ช่วงขาเรียวยาวก้าวฉับอย่างคนมีความมั่นใจในตัวเอง เธอเดินตามหลังพนักงานหนุ่มตรงไปเคาน์เตอร์หน้าบาร์เครื่องดื่มหญิงสาวทิ้งกายนั่งลงบนเก้าอี้กลมทรงสูงเผยให้เห็นต้นขาเปล่าเปลือยโผล่พ้นรอยผ่าข้างของชุดแซกตัวยาวจรดข้อเท้าที่สวม รอยผ่าที่สูงเกินจำเป็นทำให้นายทหารหนุ่มชักจะหัวเสีย ยิ่งเห็นสายตาหลายคู่โลมไล้แสดงถึงความรู้สึกอยากลิ้มลองยิ่งทำให้คนเคยสัมผัสร้อนวาบในอกเพราะความหวงของยิ่งเหลืบเห็นสายตามองต่ำของไอ้หนุ่มบาร์เทนเดอร์ที่กำลังจับจ้องมองเนินถันพ้นร่มผ้าของเจ้าหล่อนตาเป็นมันแบบนั้นด้วยแล้ว กฤตินยิ่งรู้สึกเหมือนจะหมดความอดทน เกือบจะปรี่เข้าไปกระชากหญิงสาวออกมาให้พ้นสายตากระเหี้ยนกระหือพวกนั้นเสียเ

  • เพลงรักสีเพลิง   ชูการ์บีท

    ปฏิกิริยาของเกวลีดูจะค่อนข้างเย่อหยิ่งและนิ่งสงบอย่างไม่น่าเชื่อ หรือเหตุการณ์ในคืนนั้นไม่มีผลกับเธอแม้แต่น้อย ทั้งที่เขามั่นใจว่าเขาคือคนแรกที่ได้ครอบครองร่างกายของเธอ จะเป็นไปได้ยังไงว่าเธอจะไม่รู้สึกรู้สมกับการจากลาของเขาบ้าง อารมณ์ฉุนเฉียวกำลังทำให้เขาหงุดหงิด เรื่องราวที่เกี่ยวกับศิลปินสาวกำลังเข้ามารบกวนใจของเขาจนน่าโมโห เกวลีทำให้เขาเสียความมั่นใจได้อย่างไม่น่าเชื่อเขาตั้งใจว่าวันนี้จะอยู่บ้านกับตัวเองตามลำพังเพื่อทบทวนความรู้สึกของตนที่มีต่อเกวลีอีกครั้ง ความสับสนทำให้เขาเริ่มที่จะลังเลไม่มั่นใจในความรู้สึกที่มีต่อศิลปินสาว เขาโทษมโนธรรมที่ทำให้เขารู้สึกผิดต่อเจ้าหล่อน แต่มโนธรรมก็ไม่น่าจะทำให้เขารู้สึกฉุนเฉียวเมื่อเห็นหญิงสาวให้ความสนิทสนมกับคุณากรถึงขนาดหมอนทยังจับสังเกตได้ไม่ใช่หรือส่วนเกวลีหลังจากปยุตวางสาย เธอยังคงครุ่นคิดถึงชายหนุ่มอยู่ลำพังบนเตียงคนไข้ขณะที่บอดี้การ์ดคนใหม่ของเธอเลือกที่จะเดินเตร่สังเกตการณ์อยู่แถวหน้าห้องมากกว่าจะนั่งเฝ้าเธออยู่เฉย ๆ ข้างใน วันนี้ไม่มีนักข่าวและคนมาเยี่ยมไข้เธอเลย นอกจากพี่เบ็ตตี้กับคุณากรที่แวะมาคุยเรื่องงานด้วยแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น

  • เพลงรักสีเพลิง   ปากเธอแข็งรู้ไหม

    นภาศิริหยุดยืนเอียงคอมองเพื่อนดวงตาเป็นประกายล้อเลียน สองมือซุกกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวขณะเอ่ยเย้าเพื่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอเห็นสายตาที่ปยุตจ้องมองนิตยสารดังกล่าวแล้ว และในห้องของเธอก็มีนิตยสารแบบเดียวกันนี้วางอยู่บนโต๊ะทำงานแล้วเช่นกัน เธอจึงทราบรายละเอียดเนื้อข่าวข้างในแล้วต่างจากเพื่อนที่คงเพิ่งเห็นจึงยังไม่ได้อ่านเนื้อข่าวข้างในแน่นอน“เปล่า...ว่างนักหรือไงถึงมีเวลาเดินมาส่งคนไข้ฮึหมอ” เขาปฏิเสธพร้อมประชดประชันเพื่อนสาวเบา ๆ“ก็ไม่ว่างนักหรอกแต่อยากจะมาเตือนนายด้วยความหวังดี ไม่อยากให้นายตัดสินใจพลาดจนต้องมานั่งเสียใจทีหลังน่ะ” หมอนทไหวไหล่เบา ๆ ก่อนจะเอ่ยกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เรื่องอะไร คนอย่างเราไม่เคยเสียใจกับเรื่องที่ตัดสินใจลงไปแล้วสักครั้ง เธอก็รู้” ปยุตเหลือบตาต่ำมองเพื่อนพร้อมเอ่ยอย่างถือดี“ย่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอให้นายโชคดีก็แล้วกัน เอ้านี่...ถุงนี้เป็นยาฆ่าเชื้อต้องกินให้หมดด้วยล่ะ” คุณหมอคนสวยจับยาถุงโตในมือยัดใส่มือเพื่อนแล้วจึงหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตนปยุตจับถุงยาเล็ก ๆ ที่นภาศิริยัดเยียดมาให้ยัดใส่กระเป๋าพร้อมกับหยิบธนบัตรใบละร้อยออกมายื่นส่งให้แม่

  • เพลงรักสีเพลิง   ปากไม่ตรงกับใจ

    “ฉันยังไม่ได้บอกแกเลยสักคำว่าแค้นเด็กนั่น แค่ฉันทำใจให้ลืมไม่ได้เท่านั้นว่าหล่อนคือต้นเหตุทำให้ไหมต้องตายไป ไม่ได้คิดอะไรกับหล่อนทั้งนั้นแหละ” ปยุตอธิบายด้วยเสียงหงุดหงิด“โล่งอกไปที...เอ่อ แล้วตอนนี้ทัชชาเขาไปอยู่ที่ไหนแล้วอ่ะ น้องสาวฉันเขาบ่นอยู่ว่าน้องคนรักแกหายตัวไปเป็นอาทิตย์แล้วนะยุต” หมอนทถามเมื่อนึกขึ้นได้หลังฟังน้องบ่นถึงทัชชามาหลายวัน“ช่านะเหรอหายไป...” ปยุตยกคิ้วสูงเอ่ยทวนประโยคซ้ำอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน“ก็ใช่นะสิ ยายแนนมาบ่นกระปอดกระแปดว่าติดต่อทัชชาไม่ได้เลย” คุณหมอคนสวยกล่าวอธิบาย“คงจะยุ่งอยู่กับงานของเขาอยู่นั่นแหละ เห็นต้องเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้บ่อย ๆ ตอนนี้อาจจะกำลังทำงานของเขาเพลินเลยไม่ได้ติดต่อใครอยู่ก็ได้”“แกว่าไหมว่าคุณดูมีท่าทางเป็นห่วงกรีนมากเป็นพิเศษ แกรู้หรือเปล่าว่าคู่นี้เขามีความสัมพันธ์กันนอกจอจริง ๆ หรือเปล่าฮึยุต” หมอนทเงยหน้าขึ้นมองโทรทัศน์พลางเปลี่ยนเรื่องคุยกับเพื่อนหนุ่มเมื่อเห็นภาพความสนิทสนมระหว่างสองศิลปินร่วมค่ายผ่านสื่อ“ไม่รู้สิ ฉันไม่ค่อยได้สนใจเรื่องของเด็กนั่น”ปากบอกไม่สนใจแต่การกระทำกลับตรงกันข้ามเมื่อชายหนุ่มตัดบทสนทนากับหมอนทด้

  • เพลงรักสีเพลิง   หัวใจมีพิรุธ

    “บ้า!...นายทำให้ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ต่างหาก ฉันไม่ได้ทำเพราะตัวฉันเองต้องการสักหน่อย” เธอเถียงอย่างไม่ยอมแพ้“ไม่เชื่อ...อย่างนี้ต้องลองพิสูจน์อีกครั้งให้แน่ใจ” “โอ๊ยยยยยย ฉันไม่อยากจะเถียงกับนายแล้ว ปล่อยฉันเสียที ในเมื่อนายเข้าใจทุกอย่างแล้ว เรื่องระหว่างเราก็ควรจบ นายจะต้องปล่อยฉันกลับบ้านและเลิกยุ่งกับฉันเสียที”ทัชชาหายใจหอบด้วยความโกรธ เธอไม่สนใจสายตาคู่คมที่จ้องมองไปทั่วเรือนร่างของเธออย่างถือสิทธ์ ซ้ำยังดื้อด้านถึงขนาดทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่เธอพูด“เราต้องคุยกัน”“ก็ปล่อยฉันสิ คุยกันดี ๆ น่ะเป็นไหม ไม่ใช่เอะอะก็จะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับฉันแบบนี้ นายนี่มัน...สันดานเสีย” ทัชชาต่อว่าอย่างเอาเรื่อง“ก็ได้ ๆ แต่ถ้าคุณออกฤทธิ์ขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ ผมไม่รับรองจะทำให้คุณหมดแรงนอนหมอบอยู่กับอกผมทั้งวันแน่”กฤตินถอนหายใจยาวบังคับความต้องการของตนพร้อมเสียงปลอบประโลมตัวเองเบา ๆ ให้ใจเย็นอย่าบุ่มบ่ามทำตามอำเภอใจเพราะเขาเป็นคนผิดไม่ใช่ทัชชา เขาจึงยอมข่มความรู้สึกทางกายปลดปล่อยเธอเป็นอิสระโดยไม่เอาเปรียบให้เธอว่าได้ ในขณะที่หญิงสาวใต้ร่างรีบดันกายลุกขึ้นจัดเสื้อจัดแสงให้เข้ารูปเข้ารอยก่อนจะย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status