LOGINเพลิงมองเพื่อนรัก ที่กำลังมองเขาอย่างซาบซึ้งเช่นกัน ก่อนจะมองไปรอบๆ ร้านเสริมสวยของภาสวินี ด้วยความพอใจแกมภูมิใจ กับเพื่อนรักของเขา ภาสวินีไปประกวดแชมป์ผมนานาชาติที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ มา และเพื่อนของเขาก็ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสาม ทำให้เขาภูมิใจกับเพื่อนสนิทยิ่งนัก ถึงแม้ตอนนี้ภาสวินีจะไม่ใช่ภาสกรเพื่อนคนเดิมของเขา ที่เคยกินเที่ยว เล่นกีฬาด้วยกัน และคบกันแบบชายแท้ แต่มิตรภาพของเพลิงและเพื่อนคนนี้ก็จะคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่าภาสวินีจะกลายเป็นอะไรก็ตาม หากแต่เพื่อนก็คือเพื่อน ที่ไม่มีวันเปลี่ยนความหมาย
“ขอบใจมากนะเพลิง ที่ช่วยออกทุนเปิดร้าน เงินรางวัลที่ได้มา แพนเค้กตั้งใจจะผ่อนคืนให้บางส่วน คงจะรับนะยะ ไม่รับโกรธตายเลย”
“เก็บไว้ก่อนก็ได้ ฉันยังไม่รีบหรอกน่า พวกนายย้ายออกมาแบบนี้ฉันคงจะคิดถึงพวกนายแย่เลยวะ”
เพลิงว่ายิ้มๆ แล้วมองถ้วยรางวัลที่ภาสวินีได้มาอย่างปลาบปลื้มดีใจไปกับความสำเร็จของเพื่อนสนิท
“นายจะไม่โทรบอกพ่อกับแม่นายหน่อยเหรอ เรื่องร้าน เรื่องรางวัล”
“ยังหรอก เก็บไว้ก่อนน่ะ”
ภาสวินีหัวเราะแบบแกนๆ พลางทรุดนั่งลงกับโซฟาตัวสวยที่เขาตั้งไว้เพื่อรับรองแขกในร้านเสริมสวยของเขา
“บางอย่างมันก็ยังยอมรับกันยากนะเพลิง ฉันเป็นแบบนี้ ต่อให้ทำตัวแบบไหน พวกท่านก็คงจะภูมิใจในตัวฉันยาก”
“ไม่หรอก ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกจริงไหม?”
เพลิงว่า ก่อนจะทรุดนั่งลงข้างเพื่อนสนิทของเขา เขามองกวาดร่างสูงใหญ่ หากแต่เพรียวลง และแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายบอกเพศของตัวเองว่าสมัครใจจะเป็นเพศนี้ เพลิงยิ้มอย่างให้กำลังใจ พลางตบบ่าภาสวินีเบาๆ
“ไม่อยากได้ยินคำด่า พึ่งได้ข่าวดี บางทีนะ ฉันก็อยากจะไม่มีพ่อมีแม่ไปเลย เหมือนกับนังอั้มกับนังชมพู่ มันอดน้อยใจไม่ได้นะเพลิง คนอื่นยังเข้าใจเรา แต่ทำไมท่านไม่เข้าใจกันนะ”
“ท่านตั้งความหวังกับนายไว้สูงล่ะมั้ง ไอ้แพนเค้ก ถึงทำใจยากนิดหน่อย แต่ฉันก็ขอให้ท่านเข้าใจนายเร็วๆ ว่ะ สายใยของพ่อแม่ตัดขาดกันลำบากนะ”
“อืม...” ภาสวินีแอบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา แล้วฝืนยิ้มให้กับเพื่อนสนิท
“ว่าแต่วันนี้ฉลองเปิดร้านใหม่ของแพนเค้ก นังอั้มกับนังชมพู่ มันอาสาทำอาหารเลี้ยงมื้อใหญ่เลย เดี๋ยวยังไงกินด้วยกันนะเพลิง มันทำสุดฝีมือเลยสิ”
“ได้สิ ไม่มีพวกนายก็อย่างว่า สวนส้มตะวันฉายคงจะเงียบๆ ไปเยี่ยมกันบ้างนะโว้ย”
“ไม่ไปได้ยังไงกันยะ เพลิงขาเป็นเจ้าหนี้ของพวกเรานี่นา จะว่าไปเพลิงขาน่าจะส่งคนมาเก็บดอกพวกแพนเค้กด้วยนะฮ้า อิๆ “
ภาสวินีว่า น้ำเสียงของเขาเริ่มสดใสขึ้นบ้าง เมื่อไม่ได้พูดถึงเรื่องครอบครัว เพลิงหัวเราะเบาๆ แล้วย่นคิ้วอย่างสงสัย
“ทำไมต้องส่งมาเก็บดอกด้วยวะ ก็บอกแล้วว่าไม่เอา”
“แหม...น่าจะส่งพี่เอกมาเก็บดอก พวกเราจะได้เอาตัวขัดดอกไง”
ภาสวินีเฉลย ทำเอาเพลิงหัวเราะก๊าก สักพักอั้มละชมพู่ก็หอบหิ้วของสดเข้ามาในร้านของเพื่อนรัก แล้วตะโกนบอกเสียงแจ๋วว่า
“เดี๋ยวจะทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงนะฮ้า เพลิงขา อุ๊ย ขอโทษฮ้า เพลิงไม่ให้เรียกเพลิงขา”
อั้มว่า แล้วปิดปาก เพลิงอมยิ้ม ทำให้ใบหน้าคมสันนั้นดูหล่อเหลาน่ามองขึ้นอีกเท่าตัว ชายหนุ่มโบกมือแล้วหัวเราะเบาๆ
“เรียกไปเถอะ อนุญาต ไหนๆ ก็เลี้ยงส่งกันแล้วนี่ หึ หึ”
“แหมๆ งั้นนอกจากเรียกเพลิงขาได้แล้ว ขอชมพู่หอมแก้มส่งท้ายอีกทีได้ไหมฮ้า จะไม่ได้ทำกับข้าวให้เพลิงขากินแล้ว”
“อยากโดนเตะก็เข้ามา”
นั่น...น้ำเสียงดุดันกลับมาอีกรอบ เล่นเอาชมพู่ที่กะอาศัยช่วงเพลิงเผลอ ขอลวนลามสักหน่อยยิ้มแหย
“ล้อเล่นนะฮ้า ดุเหมือนเดิม ไปเข้าครัวกันนังอั้ม สุดฝีมือกันเลยวันนี้ เพลิงขาเต็มที่เลยนะฮ้า เมาเดี๋ยวนอนที่นี่ก็แล้วกัน ห้องชมพู่ก็ได้ หึ หึ”
เพลิงส่ายหน้าช้าๆ พยายามกลั้นยิ้ม แล้วแสร้งทำหน้าดุๆ ใส่สองสาวที่กำลังทำหน้าทะเล้นมองเขาอยู่
“ไม่ดีกว่านะสุดสวย ผมยังไม่อยากเสียตัวโดยไม่จำเป็น กลับไปนอนที่สวนส้มตะวันฉายดีกว่า วันนี้เปิดร้านวันแรก ฉันเป็นลูกค้ารายแรกให้นายเองว่ะ ไอ้แพนเค้กดีไหม?”
เพลิงหันมาหาเพื่อนรัก ภาสวินีถึงกับทำตาโต แล้วรีบดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“ได้เลยเพลิงขา จะเนรมิตให้หล่อ เริ่ดไปเลย แพนเค้กเจ้าของรางวัลออกแบบทรงผมนานาชาติ รองอันดับสามการันตีเลย”
“เอายังไงก็ได้ ไอ้แพนเค้ก เอาแค่ธรรมดาๆ ก็ได้ ไม่อยากหล่อว่ะ”
เพลิงว่ากระเซ้า ก่อนจะทำเสียงขรึมๆ
“เพราะว่าฉันหล่ออยู่แล้ว”
“แหม...” ภาสวินีลากเสียงยาว ขณะที่เปิดน้ำอุ่น เตรียมสระผมให้ชายหนุ่ม
“ย่ะ หล่อมาก แต่หล่อมากอันตรายนะเพลิงขา นังสองคนนั่นมันแพ้คนหล่อด้วยสิ เอากำลังดีก็พอแล้ว เพราะเพลิงขาหล่อกระชากใจอยู่แล้ว อิๆ”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







