LOGIN
ติ๊ด ติ๊ด … เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่นอนหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงให้งัวเงียลุกขึ้นมารับ
” ฮัลโหลค่ะ “มือที่กดรับโดยไม่ทันดูว่าปลายสายคือใคร ” แกหย่าไม่คิดจะบอกฉันสักคำสินะ!!“ เมื่อได้ยินเสียงปลายสายพูดขึ้น ร่างบางถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที ”แม่รู้เพราะโทรไปทวงเงินเฮียจ้าวหรอ? “ ”แกไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!! ทำไมแกถึงหย่า!!” มือยกขึ้นมาเสยผมอย่างหงุดหงิด “ตอนนี้ครอบครัวเฮียจ้าวกำลังวิกฤต เฮียจ้าวต้องไปทำงานกับเพื่อนที่ต่างประเทศค่ะ เพื่อเอาเงินมาพยุงครอบครัว” พูดถึงอดีตสามีร่างบางถึงกับน้ำตาคลอออกมา เหตุผลเพราะอะไรทำไมเธอจะไม่รู้ แค่แต่งเติมคำพูดให้มันสวยหรูแค่นั้นเอง… “กลับมาคุยกับฉันกับพ่อแกที่บ้าน!” คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นพร้อมกับกดวางสายไป ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีวันไหนที่ง่ายเลยสำหรับชีวิตของ “ลินดา” หรือนางสาวลินดา นฤนาทโกศล ทั้งที่อาทิตย์ก่อนคำนำหน้ายังเป็นนางอยู่เลย ชีวิตที่น่าตลก แต่งงานเพราะหมอดูเอย ซินแซเอย ทักเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นตัวกาลกินี ตั้งแต่เกิด…มันน่าทุกข์ใจน้อยเสียเมื่อไหร่กัน!! อดีต… วันที่แม่เธอปวดท้องคลอด คือเวลาเดียวกับที่คุณตาลื่นล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นเสียชีวิต!! ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยเป็นที่รักของญาติมิตรทางไหนสักคน ดั้นด้นเรียนจนจบปริญญาตรี ด้วยการทำงานส่งตัวเองเรียน ชีวิตสงบสุขมาตลอดเป็นเพราะแม่พูดกรอกหูทุกครั้งที่โทรเข้ามา…ว่าเพราะเธอย้ายมาอยู่หอ ทำให้คนที่บ้านไม่เจ็บไม่ป่วยธุระกิจไปได้ดี ทำให้นับครั้งได้ที่จะกลับไปเหยียบบ้านหลังนั้น แต่พอจบปริญญาตั้งจะเอาเอาปริญญาบัตรไปฝากพ่อแม่เพื่อความภาคภูมิใจ กลับเป็นวันที่ต้องน้ำตาตกในอีกครั้ง… “หนูดาจบแล้วนะ ต่อไปนี้หนูดาจะส่งเงินให้พ่อกับแม่ทุกเดือน เพราะที่ฝึกงานหนูดายินดีรับหนูดาเข้าทำงานทันทีที่เรียนจบเลยค่ะ” ร่างบางพูดพร้อมโอบกอดผู้เป็นพ่อที่ยกมือขึ้นมาลูบหัวลูกสาวที่มักถูกญาติๆ ฝั่งเมียพูดกรอกหูตั้งแต่เด็กว่าเป็นกาลกินีของบ้าน อยู่ที่ไหนบ้านนั้นต้องวอดวาย “หนูดาเก็บไว้เถอะลูก พ่อแทบจะไม่ได้ส่งหนูดาเรียนเลย พ่อก็ไม่อยากเป็นภาระหนูดาอีก” พูดพร้อมมองหน้าลูกสาวที่เขามัวแต่ทำงาน จนไม่ได้สนใจเลยว่าลูกที่อยู่กับคำพูดเลวร้ายพวกนั้น เติบโตมาเป็นคนที่เข็มแข็งเหลือเกิน บางทีก็นึกละอายใจตัวเอง “ว่าละ!! ทำไมถึงมีข่าวร้ายเข้ามาในบ้านแต่เช้า!!” “สวัสดีค่ะพี่ต้องตา” ลินดายกมือไหว้ผู้มาใหม่ “หนูดาเอาใบปริญญามาฝากพ่อกับแม่ค่ะ แค่แวะมาเฉยๆ” ลินดายืดตัวตรงเตรียมพร้อมรับคำพูดจาถากถาง เธอทำใจไว้บ้างแล้ว ว่ากลับมาบ้านนี้ต้องได้ยินคำพูดอะไรเถือกนั้นแน่ๆ “ถ้าไม่มีธุระจำเป็นอะไรมากมาย แกไม่ต้องเสนอหน้ากลับมาก็ได้นะ แค่แก่เหยียบพื้นบ้าน ความซวยก็มาเยือนฉันทันที!!” ร่างอวบอิ่มพูดพร้อมจ้องตาน้องสาวเขม่ง “น้องตา…พูดอะไรแบบนั้นหล่ะลูก น้องแวะมาหาเอาความสำเร็จมาฝาก เราน่าจะร่วมยินดีกับน้องนะ” นายลือยศ ผู้เป็นพ่ออดที่จะปรามลูกสาวคนโตไม่ได้ เขาอ่อนอกอ่อนใจกับความคิดฝังลึกจนไม่รู้จะเริ่มแก้จากตรงไหน!! “ตาพูดถูกแล้วค่ะ ร้อยวันพันปีโรงงานตาไม่เคยมีปัญหา!! แค่นังดามันกลับมาบ้านวันเดียว!! รถขนส่งของลูกค้าบริษัทตาพลิกคว่ำ หมอดูก็พูดไปเมื่อเดือนที่แล้วว่าดวงมันแก้ไม่ได้ คุณพ่อยังจะเข้าข้างมันอีก!!” ร่างอวบอิ่มที่กำลังตั้งครรภ์ถึงกับลุกขึ้นมาโวยวาย เมื่อคนเป็นพ่อเอ่ยปรามตนต่อหน้าน้องสาวที่อยู่ใต้เงาของเธอมาตั้งแต่เด็ก เธอยอมไม่ได้เด็ดขาด!! “เสียงดังอะไรกันลูก…” คนเป็นแม่ได้ยินเสียงโวยวายเข้าไปในครัว เดินออกมาดูพบลูกสาวคนโตกำลังยืนร้องไห้พร้อมชี้หน้าน้องสาวไปด้วย “แกทำอะไรยัยดา แกกลับมาก็สร้างเรื่องแล้วหรอ?” มารดาผู้ให้กำเนิดจ้องไปที่ลูกสาวคนกลางอย่างคาดโทษ “ใจเย็นหน่าคุณสา หนูดายังไม่ได้ว่าอะไรน้องตาสักคำ” คนเป็นพ่อต้องปรามภรรยาก่อนที่จะมีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้นเหมือนที่แล้วๆ มา ถึงแม้จะตกใจกับคำบอกเล่าของลูกสาวคนโตอยู่ไม่น้อย “แม่คะ อย่าเอานังดามันเข้าบ้านได้ไหมคะ วันนี้พี่เจตโทรมาบอกตาว่ารถขนส่งสินค้าไปให้ลูกค้าพลิกคว่ำ ยังประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้” ลูกสาวคนโตพูดพร้อมน้ำตาอาบแก้ม “ตาไม่สบายใจที่เห็นหนูดาอยู่ในบ้าน ตากลัวเหตุการร้ายๆ ซ้ำเดิมวนเวียนมาอีก” ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอดที่จะอ้อนผู้เป็นแม่ไม่ได้ ด้วยเธอรู้ดีว่าจะใช้ไม้ไหนมาดึงพ่อกับแม่ไปเป็นพวกได้ดี “หึ กลับมาก็พกความซวยมาด้วยเลยหรอยัยดา อยู่นอกบ้านได้เป็น4-5ปี แกถือกระเป๋าจะกลับมานอนบ้านวันแรก ทำธุระกิจพี่สาวแกแทบจมเลยนะ ตัวซวยจริงๆ!!” คนเป็นแม่ชี้หน้าลูกสาวด้วยความโกรธเป็นที่สุด “พอเถอะคุณสา มันเป็นอุบัติเหตุ…หนูดาลูกไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวนะลูกไป” คนเป็นพ่อยังไม่ปักใจเชื่อว่าลูกสาวคนกลางจะมีดวงซวยอย่างที่ญาติฝั่งภรรยาหรือหมอดูพูด แต่การจะแก้ไขมันต้องได้รับความร่วมมือ จึงอยากให้ทั้งหมดแยกย้ายกันไปก่อน “จะกินก็ให้มันกินไปคนเดียวเถอะ หนูตาไปอาบน้ำ อาบท่า แม่จะพาไปหาหมอดู” คนเป็นแม่สะบัดหน้าเดินเข้าห้องนอนไปพร้อมกับลูกสาวคนโต ลินดาทำได้แค่บอกกับผู้เป็นพ่อว่าไม่เป็นไร เธอชินชาไปแล้วเจ๊กิมฮวยถึงกับใจหายเมื่อรู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน“คับ แต่หนูดาไม่ได้ดวงซวยหรอกคับ มันเป็นแค่ข้อครหาเท่านั้น” แม้จะไม่พอใจแม่เพื่อนอยู่ในที แต่คุณลือยศทำได้แค่อดทนเท่านั้นเพื่อลูกสาว“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคับ เงินที่อาเม้งหยิบยืมผมไป ผมหยุดให้ส่งดอกตั้งนานแล้ว ลูกสาวผมก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใครเพิ่งเรียนจบด้านการตลาดมา ถ้าจะขอร้องให้ช่วยเรื่องแค่นี้คงไม่ลำบากม๊าสักเท่าไหร่นะคับ เพราะหลายปีมานี้เงินต้นรวมดอกมันก็หลายล้าน…” คุณลือยศลองหยั่งเชิงหญิงสูงวัย ด้วยกลัวลูกสาวจะได้คนไม่ดีไป“ฮ่ายยย พูดอะไรอย่างนั้นนน อั้วยินดีจะช่วยเหลือลื้ออยู่แล้ว อั้วมีหลาน3คน ตนโตไปเรียนต่อเมืองนอก คนเล็กก็ยังเรียนอยู่ ก็มีแต่อาจ้าวที่อีพอจะช่วยเหลือลื้อได้ แต่อั้วก็ขอคุยกับอีก่อนนะ ก็ยังรับปากลื้อไม่ได้” หญิงสูงวัยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้วยกลัวข่าวที่เจ้าตัวเหนียวหนี้จะเล็ดรอดออกไป แม้ทุกวันนี้จะอยู่อย่างสบาย ด้วยวงเงินประกันที่ลูกชายทำไว้พอที่จะเปิดร้านทองพร้อมส่งหลานๆ เรียนก็เถอะ แต่เงินที่เป็นหนี้นับหลายล้านก็ไม่อยากให้เล็ดรอดออกจากกระเป๋าตังตามประสาคนขี้งก“ถ้าหม่าม๊าตกลง ผมยกหนี้ให้พร้อมฉีกสัญญาเ
เมื่อสมาชิกในบ้านมาครบ คุณรสาจึงพูดธุระสำคัญของเธอทันที“แม่อยากจะให้หนูดาแต่งงาน” คุณรสาเอ่ยพร้อมมองมาที่ลูกสาวคนกลาง“แม่ไปดูหมอดูมาอีกแล้วใช่ไหมคับ เมื่อไหร่จะเลิกงมงายสักที เขาให้ทำอะไรแม่ก็ทำหมด ผมว่ามันไร้สาระเกินไป” ฟาโรคิดไว้อยู่แล้วว่าการที่พี่สาวคนกลางเรียนจบมา แล้วแม่ออกไปหาหมอดูกลับมาจะต้องหาทางพลักดันให้พี่สาวไปอยู่ข้างนอกแน่นอน“เงียบเดี๋ยวนี้นะตาฟา!! ที่หมอดูเขาทักมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ฉันไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเขาก็ทักได้ตรงเป๊ะสะหมด แล้วมันก็เป็นทางเดียวที่จะแก้เคล็ดได้” คุณรสาที่เชื่อหมอดูเป็นชีวิตจิตใจ ตรงไหนว่าดี ตรงไหนว่าแม่น ไปมาทุกหมอ มีหมออยู่คนนึงดูมาตั้งแต่เธอเป็นสาวๆ ทักแม่นตรงเป๊ะเหมือนอยู่ในบ้านกับเธอ เธอจึงเชื่ออย่างสุดใจว่านี่คือหนทางแก้ ให้ครอบครัวเธอไม่ต้องเดือดร้อน“หนูดา คิดว่าอย่างไรลูก ถ้าลูกไม่พร้อมลูกบอกพ่อได้นะ” คุณลือยศเห็นน้ำตาคลอหน่วยของลูกสาว ใจคนเป็นพ่อนั้นสงสารลูกเหลือเกิน“หนูดายังไม่พร้อมค่ะ หนูดาอยากเรียนต่อโทค่ะคุณแม่ หนูดาจะออกไปอาศัยอยู่หอเหมือนเดิม ไม่กลับบ้านก็ยังได้ อย่าให้หนูดาแต่งงานเลยนะคะ หนูดาไม่พร้อมจริงๆ” ร่างบางเอ่ยพร้อมน้
เมื่อตอนแรกเข้ามา ตั้งใจว่าเพียงแค่แวะมาอวดความสำเร็จกับครอบครัวแล้วจะกลับไปยังหอพักของเธอเอง แต่พอเกิดเรื่องเลยคิดว่าอยู่รอฟังสถานะการณ์บริษัทของพี่สาวเสียก่อนดีกว่าเผื่อช่วยเหลืออะไรได้บ้าง“อ่าวพี่หนูดา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คับ” เสียงฟาโรน้องชายคนเล็กเดินเข้ามาทักทายพี่สาวที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันนัก“มาถึงสักพักแล้ว เอาปริญญามาอวด” ร่างบางฉีกยิ้มพร้อมรับอ้อมกอดจากน้องชาย“แล้วนี่ เขาไปไหนกันหมดหล่ะคับ หรือว่าเข้าโรงงาน เมื่อกี้ขับรถผ่านดูท่าจะวุ่นวายกันน่าดูเชียว” ฟาโรพูดพร้อมสอดส่องหาคนในบ้าน“แม่กับพี่ต้องตา ออกไปหาหมอดูหน่ะ ส่วนพ่อไปโรงงานของพี่เจต” เบลินดาพูดพร้อมก้มหน้ามองพื้น“พอดีเมื่อเช้ารถส่งของให้ลูกค้าบริษัทพี่เจตคว่ำ น่าจะคำนวนมูลค่าความเสียหายอยู่” เมื่อนึกถึงคำพูดของแม่และพี่สาวก็อดจะน้ำตาคลอไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างที่หมอดูว่า เธอจะพยายามออกห่างครอบครัวให้มากที่สุด“โทษตัวเองอีกแล้วใช่ป่ะ พี่หนูดา…อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุคับ พี่หนูดาไม่ได้เป็นคนขับรถไปส่งของจนพลิกคว่ำสักหน่อย” ฟาโรพูดพร้อมโอบกอดพี่สาวที่มักจะไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเท่าไหร่ หญิงสาวน้ำตาไหลเป็นทาง คง
ติ๊ด ติ๊ด … เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่นอนหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงให้งัวเงียลุกขึ้นมารับ” ฮัลโหลค่ะ “มือที่กดรับโดยไม่ทันดูว่าปลายสายคือใคร” แกหย่าไม่คิดจะบอกฉันสักคำสินะ!!“ เมื่อได้ยินเสียงปลายสายพูดขึ้น ร่างบางถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที”แม่รู้เพราะโทรไปทวงเงินเฮียจ้าวหรอ? “”แกไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!! ทำไมแกถึงหย่า!!” มือยกขึ้นมาเสยผมอย่างหงุดหงิด“ตอนนี้ครอบครัวเฮียจ้าวกำลังวิกฤต เฮียจ้าวต้องไปทำงานกับเพื่อนที่ต่างประเทศค่ะ เพื่อเอาเงินมาพยุงครอบครัว” พูดถึงอดีตสามีร่างบางถึงกับน้ำตาคลอออกมา เหตุผลเพราะอะไรทำไมเธอจะไม่รู้ แค่แต่งเติมคำพูดให้มันสวยหรูแค่นั้นเอง…“กลับมาคุยกับฉันกับพ่อแกที่บ้าน!” คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นพร้อมกับกดวางสายไป ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีวันไหนที่ง่ายเลยสำหรับชีวิตของ “ลินดา” หรือนางสาวลินดา นฤนาทโกศล ทั้งที่อาทิตย์ก่อนคำนำหน้ายังเป็นนางอยู่เลย ชีวิตที่น่าตลก แต่งงานเพราะหมอดูเอย ซินแซเอย ทักเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นตัวกาลกินี ตั้งแต่เกิด…มันน่าทุกข์ใจน้อยเสียเมื่อไหร่กัน!!อดีต…วันที่แม่เธอปวดท้องคลอด คือเวลาเดียวกับที่ค







