Masukเมื่อสมาชิกในบ้านมาครบ คุณรสาจึงพูดธุระสำคัญของเธอทันที
“แม่อยากจะให้หนูดาแต่งงาน” คุณรสาเอ่ยพร้อมมองมาที่ลูกสาวคนกลาง “แม่ไปดูหมอดูมาอีกแล้วใช่ไหมคับ เมื่อไหร่จะเลิกงมงายสักที เขาให้ทำอะไรแม่ก็ทำหมด ผมว่ามันไร้สาระเกินไป” ฟาโรคิดไว้อยู่แล้วว่าการที่พี่สาวคนกลางเรียนจบมา แล้วแม่ออกไปหาหมอดูกลับมาจะต้องหาทางพลักดันให้พี่สาวไปอยู่ข้างนอกแน่นอน “เงียบเดี๋ยวนี้นะตาฟา!! ที่หมอดูเขาทักมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ฉันไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเขาก็ทักได้ตรงเป๊ะสะหมด แล้วมันก็เป็นทางเดียวที่จะแก้เคล็ดได้” คุณรสาที่เชื่อหมอดูเป็นชีวิตจิตใจ ตรงไหนว่าดี ตรงไหนว่าแม่น ไปมาทุกหมอ มีหมออยู่คนนึงดูมาตั้งแต่เธอเป็นสาวๆ ทักแม่นตรงเป๊ะเหมือนอยู่ในบ้านกับเธอ เธอจึงเชื่ออย่างสุดใจว่านี่คือหนทางแก้ ให้ครอบครัวเธอไม่ต้องเดือดร้อน “หนูดา คิดว่าอย่างไรลูก ถ้าลูกไม่พร้อมลูกบอกพ่อได้นะ” คุณลือยศเห็นน้ำตาคลอหน่วยของลูกสาว ใจคนเป็นพ่อนั้นสงสารลูกเหลือเกิน “หนูดายังไม่พร้อมค่ะ หนูดาอยากเรียนต่อโทค่ะคุณแม่ หนูดาจะออกไปอาศัยอยู่หอเหมือนเดิม ไม่กลับบ้านก็ยังได้ อย่าให้หนูดาแต่งงานเลยนะคะ หนูดาไม่พร้อมจริงๆ” ร่างบางเอ่ยพร้อมน้ำตานองหน้า “มันเป็นวิธีเดียวที่แก้ได้ แกไม่อยากเห็นครอบครัวสงบสุขหรือไง ไหนจะคำครหาจากพวกลุงๆ ป้าๆ อีก ทุกวันนี้กัดแม่ไม่ปล่อยเลยด้วยซ้ำ” ต้องตาเอ่ยอย่างลำคาญ “ตาคุณเงียบก่อน ให้น้องได้ตัดสินใจ นี่อนาคตเขา” จินตรัย สามีของต้องตาเอ่ยเพราะลูกสึกเห็นใจน้องภรรยา “ยายดา แม่คุยกับกำนันแล้วลูกชายเขาอายุครบ25ปีพอดี หมอดูก็ทักเรื่องนี้เขาเลยปรึกษากับแม่ว่าถ้าเป็นแกเขาก็ไม่ขัด” คุณรสาเริ่มใช้น้ำเสียงอ่อนลงหวังใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพื่อให้หญิงสาวโอนอ่อนตาม “ไอ้เต้อ่ะนะแม่ มันเอาการเอางานที่ไหน วันๆ หาเรื่องเขาไปทั่ว ถ้าพี่หนูดาได้มาเป็นผัว มันไม่ทุบเช้าทุบเย็นเลยหรือไง” ฟาโรไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ พี่สาวเขาตัวเล็กบอบบางน่าทะนุทะนอมจะตายไป ให้ไปเป็นเมียนักเรงหัวไม้อย่างไอ้เต้ ขี้เหล้าเมายา กร่างไปทั่วหมู่บ้านพี่สาวเขาได้ช้ำใจช้ำกายแน่นอน “ก็แล้วมันมีตัวเลือกมากรักหรือไง ไอ้ฟา ไม่รู้อะไรแกก็เงียบ” ต้องตาขัดขึ้นด้วยไม่อยากให้ฟาโรชักใบให้เรือเสีย พร้อมมองค้อนน้องชายที่กางปีกปกป้องพี่สาวคนกลางของมัน มันมีพี่คนเดียวหรือไง รักเหลือเกินเทิดทูนเหลือเกิน…หญิงสาวคิดในใจ “พอๆ พ่อก็ไม่เห็นด้วยเรื่องนายเต้นั้น ถ้าหนูดาไม่อยากขัดแม่เขาพ่อจะคุยกับลูกชายเพื่อนพ่อให้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ลูกจำเฮียจ้าวได้มั๊ย พ่อได้ข่าวว่าพี่เขายังไม่แต่งงาน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น ถ้าต้องเดินกันคนละครึ่งทาง เขาขอให้วิถีของเจ้าหนี้ให้ลูกสาวได้เจอคนดีๆ กว่านายเต้เถอะ อย่างน้อย ลูกของเพื่อนเขาก็ไม่มีใครมีนิสัยเป็นนักเลงหัวไม้เช่นลูกกำนันผู้นั่น “เอาเถอะจะใครก็ช่าง แต่ยายดาต้องแต่งงาน จะได้มีคนมาขัดดวงซวยๆ ของมัน บ้านจะได้ไม่ต้องร้อนเป็นไฟ” คุณรสาถอนหายใจพร้อมเดินหนีขึ้นชั้นบนไป พร้อมลูกสาวคนโตและลูกเขย โดยที่ลูกสาวคนกลางยังไม่ทันได้ร่ำลา “หนูดาขึ้นไปพักผ่อนเถอะลูก เดี๋ยวพ่อจะไปบ้านไอ้เม้งสักหน่อย เจ้าฟาไปกับพ่อ” คุณลือยศพูดขึ้นพร้อมเตรียมลุกขึ้นเดินไปที่รถ เพราะรอเวลาไม่ได้ก่อนที่เมียเขาจะไปตกลงกับฝ่ายกำนันสะก่อน “หนูดาว่าจะกลับไปนอนหอค่ะพ่อ พอดีนัดกับไข่มุกไว้ว่าจะไปดูที่พักใกล้ๆ ที่ทำงาน” หญิงสาวหาข้ออ้างเพื่อกลับไปตั้งหลักก่อน นี่เธอมาบ้านแค่ครึ่งวัน ยังถูกผลักไสให้ไปเป็นเมียคนโน้นคนนี้ เธอเหนื่อยเหลือเกิน “ขึ้นรถสิลูกเดี๋ยวพ่อไปส่งที่ท่ารถ” นายลือยศยอมให้ลูกสาวกลับเพียงเพราะรู้นิสัยเมียและลูกสาวคนโดตดี ว่าวันทั้งวันหนูดาคงอยู่ไม่เป็นสุข ด้านคุณริสา และลูกสาวคนโตกำลังปรึกษากันเรื่องที่ไปพบหมอดูวันนี้ “ตาว่าจัดงานภายในอาทิตย์เลยดีกว่าค่ะ ตากลัวมันจะกลับมาอยู่กับเราพร้อมความซวย” หญิงสาวพูดอ้างเรื่องความซวยขึ้นมาแต่ในความเป็นจริงแล้ว ตั้งแต่เด็กจนโต ญาติๆ ฝั่งแม่พูดกรอกหูเธอทุกวันว่าเธอจะเป็นหมาหัวเน่า เมื่อแม่มีน้องสาว แม้แต่เพื่อนที่โรงเรียนหากใครรู้ว่าเธอและลินดาเป็นพี่น้องกันยังเปรียบเทียบทุกครั้ง เรื่องรูปร่างหน้าตา ที่ลินดานั้นค่อนไปทางสูง ผอม ใบหน้ารูปไข่ ผิวพรรณดีที่ได้มาจากเชื้อสายทางเหนือฝั่งพ่อ กิริยางามที่ได้การอบรมสั่งสอนจากแม่ครูที่อยู่ข้างบ้าน ผิดจากเธอที่สูงเพียง155 น้ำหนัก55หุ่นออกไปทางเจ้าเนื้อ ผิวก็ไม่ขาวมากนัก แต่หน้าตาเธอนั้นนับว่าโหงวเฮงดี ปากเป็นกระจับ หน้าผากกว้าง ตามแบบฉบับลูกสะใภ้คนจีน ที่แม่สามีเธอออกโรงบังคับลูกชายให้แต่งงานกับเธอเมื่อหมอดูทักว่าเป็นเนื้อคู่กัน “เถอะหน่า ให้พ่อเขาไปคุยกับยายกิมฮวยก่อนละกัน ถ้าทางนั้นไม่ตกลงทางกำนันเขารอเราอยู่แล้ว” คุณรสาคาดคะเนในใจ หากทางเจ๊ร้านทองตกลง นางจะเรียกสินสอดเสียให้หนัก เพราะสามีเธอนั้นคงไปยกเรื่องหนี้สินที่เฮียเม้งลูกชายเจ๊กิมฮวยหยิบยืมตั้งแต่ยังหนุ่มเป็นข้อบังคับให้แต่งงาน หึ!! แม่เป็นถึงเจ้าของร้านทอง ไม่พูดเรื่องคืนหนี้สินแทนลูกชายที่ตายไปแล้วสักบาท มันน่าเรียกสินสอดให้หนักจริงๆ ทางด้านคุณลือยศ “ไปไงมาไง มาหาอั้วได้หล่ะอายศ” เจ๊กิมฮวยเห็นเพื่อนของลูกชายที่ตายได้แล้วเดินมาก็อดถามไม่ได้ ภายในใจนั้นกลัวเพื่อนของลูกชายคนนี้มาทวงเงินลูกชายเหลือเกิน “ผมมาคุยธุระหน่ะคับ นี่อาหงค์กับอาจ้าว ไม่อยู่หรอคับ จะได้คุยธุระทีเดียว” คุณลือยศยกมือไหว้แม่ของเพื่อน พร้อมบอกจุดประสงค์ทันทีด้วยไม่อยากยื้อเยื้อ “ผมอยากจะมาคุยกับม๊า อาหงค์ แล้วก็อาจ้าว เรื่องที่จะให้อาจ้าวช่วยแต่งงานกับลินดาลูกสาวผมหน่ะคับ” “อาลินดา ลูกสาวที่ดวงซวยของลื้อหน่ะหรอ”เจ๊กิมฮวยถึงกับใจหายเมื่อรู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน“คับ แต่หนูดาไม่ได้ดวงซวยหรอกคับ มันเป็นแค่ข้อครหาเท่านั้น” แม้จะไม่พอใจแม่เพื่อนอยู่ในที แต่คุณลือยศทำได้แค่อดทนเท่านั้นเพื่อลูกสาว“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคับ เงินที่อาเม้งหยิบยืมผมไป ผมหยุดให้ส่งดอกตั้งนานแล้ว ลูกสาวผมก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใครเพิ่งเรียนจบด้านการตลาดมา ถ้าจะขอร้องให้ช่วยเรื่องแค่นี้คงไม่ลำบากม๊าสักเท่าไหร่นะคับ เพราะหลายปีมานี้เงินต้นรวมดอกมันก็หลายล้าน…” คุณลือยศลองหยั่งเชิงหญิงสูงวัย ด้วยกลัวลูกสาวจะได้คนไม่ดีไป“ฮ่ายยย พูดอะไรอย่างนั้นนน อั้วยินดีจะช่วยเหลือลื้ออยู่แล้ว อั้วมีหลาน3คน ตนโตไปเรียนต่อเมืองนอก คนเล็กก็ยังเรียนอยู่ ก็มีแต่อาจ้าวที่อีพอจะช่วยเหลือลื้อได้ แต่อั้วก็ขอคุยกับอีก่อนนะ ก็ยังรับปากลื้อไม่ได้” หญิงสูงวัยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้วยกลัวข่าวที่เจ้าตัวเหนียวหนี้จะเล็ดรอดออกไป แม้ทุกวันนี้จะอยู่อย่างสบาย ด้วยวงเงินประกันที่ลูกชายทำไว้พอที่จะเปิดร้านทองพร้อมส่งหลานๆ เรียนก็เถอะ แต่เงินที่เป็นหนี้นับหลายล้านก็ไม่อยากให้เล็ดรอดออกจากกระเป๋าตังตามประสาคนขี้งก“ถ้าหม่าม๊าตกลง ผมยกหนี้ให้พร้อมฉีกสัญญาเ
เมื่อสมาชิกในบ้านมาครบ คุณรสาจึงพูดธุระสำคัญของเธอทันที“แม่อยากจะให้หนูดาแต่งงาน” คุณรสาเอ่ยพร้อมมองมาที่ลูกสาวคนกลาง“แม่ไปดูหมอดูมาอีกแล้วใช่ไหมคับ เมื่อไหร่จะเลิกงมงายสักที เขาให้ทำอะไรแม่ก็ทำหมด ผมว่ามันไร้สาระเกินไป” ฟาโรคิดไว้อยู่แล้วว่าการที่พี่สาวคนกลางเรียนจบมา แล้วแม่ออกไปหาหมอดูกลับมาจะต้องหาทางพลักดันให้พี่สาวไปอยู่ข้างนอกแน่นอน“เงียบเดี๋ยวนี้นะตาฟา!! ที่หมอดูเขาทักมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ฉันไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเขาก็ทักได้ตรงเป๊ะสะหมด แล้วมันก็เป็นทางเดียวที่จะแก้เคล็ดได้” คุณรสาที่เชื่อหมอดูเป็นชีวิตจิตใจ ตรงไหนว่าดี ตรงไหนว่าแม่น ไปมาทุกหมอ มีหมออยู่คนนึงดูมาตั้งแต่เธอเป็นสาวๆ ทักแม่นตรงเป๊ะเหมือนอยู่ในบ้านกับเธอ เธอจึงเชื่ออย่างสุดใจว่านี่คือหนทางแก้ ให้ครอบครัวเธอไม่ต้องเดือดร้อน“หนูดา คิดว่าอย่างไรลูก ถ้าลูกไม่พร้อมลูกบอกพ่อได้นะ” คุณลือยศเห็นน้ำตาคลอหน่วยของลูกสาว ใจคนเป็นพ่อนั้นสงสารลูกเหลือเกิน“หนูดายังไม่พร้อมค่ะ หนูดาอยากเรียนต่อโทค่ะคุณแม่ หนูดาจะออกไปอาศัยอยู่หอเหมือนเดิม ไม่กลับบ้านก็ยังได้ อย่าให้หนูดาแต่งงานเลยนะคะ หนูดาไม่พร้อมจริงๆ” ร่างบางเอ่ยพร้อมน้
เมื่อตอนแรกเข้ามา ตั้งใจว่าเพียงแค่แวะมาอวดความสำเร็จกับครอบครัวแล้วจะกลับไปยังหอพักของเธอเอง แต่พอเกิดเรื่องเลยคิดว่าอยู่รอฟังสถานะการณ์บริษัทของพี่สาวเสียก่อนดีกว่าเผื่อช่วยเหลืออะไรได้บ้าง“อ่าวพี่หนูดา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คับ” เสียงฟาโรน้องชายคนเล็กเดินเข้ามาทักทายพี่สาวที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันนัก“มาถึงสักพักแล้ว เอาปริญญามาอวด” ร่างบางฉีกยิ้มพร้อมรับอ้อมกอดจากน้องชาย“แล้วนี่ เขาไปไหนกันหมดหล่ะคับ หรือว่าเข้าโรงงาน เมื่อกี้ขับรถผ่านดูท่าจะวุ่นวายกันน่าดูเชียว” ฟาโรพูดพร้อมสอดส่องหาคนในบ้าน“แม่กับพี่ต้องตา ออกไปหาหมอดูหน่ะ ส่วนพ่อไปโรงงานของพี่เจต” เบลินดาพูดพร้อมก้มหน้ามองพื้น“พอดีเมื่อเช้ารถส่งของให้ลูกค้าบริษัทพี่เจตคว่ำ น่าจะคำนวนมูลค่าความเสียหายอยู่” เมื่อนึกถึงคำพูดของแม่และพี่สาวก็อดจะน้ำตาคลอไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างที่หมอดูว่า เธอจะพยายามออกห่างครอบครัวให้มากที่สุด“โทษตัวเองอีกแล้วใช่ป่ะ พี่หนูดา…อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุคับ พี่หนูดาไม่ได้เป็นคนขับรถไปส่งของจนพลิกคว่ำสักหน่อย” ฟาโรพูดพร้อมโอบกอดพี่สาวที่มักจะไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเท่าไหร่ หญิงสาวน้ำตาไหลเป็นทาง คง
ติ๊ด ติ๊ด … เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่นอนหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงให้งัวเงียลุกขึ้นมารับ” ฮัลโหลค่ะ “มือที่กดรับโดยไม่ทันดูว่าปลายสายคือใคร” แกหย่าไม่คิดจะบอกฉันสักคำสินะ!!“ เมื่อได้ยินเสียงปลายสายพูดขึ้น ร่างบางถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที”แม่รู้เพราะโทรไปทวงเงินเฮียจ้าวหรอ? “”แกไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!! ทำไมแกถึงหย่า!!” มือยกขึ้นมาเสยผมอย่างหงุดหงิด“ตอนนี้ครอบครัวเฮียจ้าวกำลังวิกฤต เฮียจ้าวต้องไปทำงานกับเพื่อนที่ต่างประเทศค่ะ เพื่อเอาเงินมาพยุงครอบครัว” พูดถึงอดีตสามีร่างบางถึงกับน้ำตาคลอออกมา เหตุผลเพราะอะไรทำไมเธอจะไม่รู้ แค่แต่งเติมคำพูดให้มันสวยหรูแค่นั้นเอง…“กลับมาคุยกับฉันกับพ่อแกที่บ้าน!” คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นพร้อมกับกดวางสายไป ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีวันไหนที่ง่ายเลยสำหรับชีวิตของ “ลินดา” หรือนางสาวลินดา นฤนาทโกศล ทั้งที่อาทิตย์ก่อนคำนำหน้ายังเป็นนางอยู่เลย ชีวิตที่น่าตลก แต่งงานเพราะหมอดูเอย ซินแซเอย ทักเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นตัวกาลกินี ตั้งแต่เกิด…มันน่าทุกข์ใจน้อยเสียเมื่อไหร่กัน!!อดีต…วันที่แม่เธอปวดท้องคลอด คือเวลาเดียวกับที่ค







