LOGINเมื่อตอนแรกเข้ามา ตั้งใจว่าเพียงแค่แวะมาอวดความสำเร็จกับครอบครัวแล้วจะกลับไปยังหอพักของเธอเอง แต่พอเกิดเรื่องเลยคิดว่าอยู่รอฟังสถานะการณ์บริษัทของพี่สาวเสียก่อนดีกว่าเผื่อช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
“อ่าวพี่หนูดา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คับ” เสียงฟาโรน้องชายคนเล็กเดินเข้ามาทักทายพี่สาวที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันนัก “มาถึงสักพักแล้ว เอาปริญญามาอวด” ร่างบางฉีกยิ้มพร้อมรับอ้อมกอดจากน้องชาย “แล้วนี่ เขาไปไหนกันหมดหล่ะคับ หรือว่าเข้าโรงงาน เมื่อกี้ขับรถผ่านดูท่าจะวุ่นวายกันน่าดูเชียว” ฟาโรพูดพร้อมสอดส่องหาคนในบ้าน “แม่กับพี่ต้องตา ออกไปหาหมอดูหน่ะ ส่วนพ่อไปโรงงานของพี่เจต” เบลินดาพูดพร้อมก้มหน้ามองพื้น “พอดีเมื่อเช้ารถส่งของให้ลูกค้าบริษัทพี่เจตคว่ำ น่าจะคำนวนมูลค่าความเสียหายอยู่” เมื่อนึกถึงคำพูดของแม่และพี่สาวก็อดจะน้ำตาคลอไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างที่หมอดูว่า เธอจะพยายามออกห่างครอบครัวให้มากที่สุด “โทษตัวเองอีกแล้วใช่ป่ะ พี่หนูดา…อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุคับ พี่หนูดาไม่ได้เป็นคนขับรถไปส่งของจนพลิกคว่ำสักหน่อย” ฟาโรพูดพร้อมโอบกอดพี่สาวที่มักจะไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเท่าไหร่ หญิงสาวน้ำตาไหลเป็นทาง คงจะมีแต่น้องชายที่มักโทรถามสารทุกข์สุขดิบของเธอ และคอยปกป้องเธอจากคำพูดร้ายๆ ของญาติ “ไปหาคุณยายไหมคับ ฟาไปเป็นเพื่อน” จับมือพี่สาวพร้อมพยักหน้าให้ เขาไม่อยากให้พี่สาวต้องคอยหลบหน้าพวกลุงๆ น้าๆ คอยหลบหน้าคุณยายเพราะการถูกปรักปรำจากหมอดูที่เขามักเรียกว่าหมอเดา เขาสงสารพี่สาวคนกลางที่ตอนเด็กถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำ พอเข้ามหาลัยก็ถูกบังคับให้เรียนมหาลัยไกลบ้าน ที่ลงมติกันเองโดยพวกน้าๆ ลุงๆ และแม่ของเข้า “จะดีหรอ? เกิดยายความดันขึ้นมา จะไม่โดนพวกน้าๆ ทุบเอาหรือไง” เพราะเธอโดนมาไม่น้อยตั้งแต่ยังเด็กอะไรเลี่ยงได้เธอก็อยากเลี่ยง ถึงจะอยากไปกราบกระดูกผู้เป็นตามากแค่ไหนเธอก็ทำได้แค่อดทนเสมอมา “มีฟาอยู่ด้วย พี่หนูดามีอะไรต้องกลัวคับ” น้องชายกระชับมือพร้อมยิ้มกว้างเพื่อแสดงให้พี่สาวเห็นว่าเขาจะปกป้องเอง สองพี่น้องเดินลัดเลาะหลังบ้านมาจนถึงบ้านด้านหลังที่เป็นที่พักอาศัยของผู้เป็นยาย “อ่อ มาบ้านหรอกหรอนางตัวดี เหยียบเข้าบ้านปุ๊ป เขาวุ่นวายกันไปทั้งโคตร!!” หญิงวัยกลางคนที่เป็นภรรยาของลุกเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามา “สวัสดีค่ะป้าเรไร หนูมาเยี่ยมคุณยายค่ะ” หญิงสาวอดยกมือไหว้อย่างเสียมิได้แม้ในใจจะเดือดปุดกับคำพูดกระแทกแดกดันก็ตาม “เอากองไว้ตรงนั่นแหละ!! แล้วก็ยืนให้มันห่างเพราะถ้าคราวนี้ความดันคุณยายขึ้นฉันจะไม่ไว้หน้าพ่อแม่แกแน่” ป้าสะใภ้พูดเสียงเบาลงพร้อมขู่ ด้วยกลัวแม่สามีจะได้ยิน “ป้าถอยไปเถอะคับ คนเป็นหลานอยากเจอหน้าคุณยายคับ ไม่ได้อยากเจอหน้าคุณป้า” ฟาโรที่ไม่ชอบหน้าครอบครัวลุงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว วันนี้เขาก็จะไม่สนหน้าใครเหมือนกัน “ไอ้ฟาโร…” “หยุด!!! เสียงโวยวายอะไรกันห๊ะ จะเข้ามาหายายก็เข้ามาเถอะหนูดา เจ้าฟา” เสียงหญิงชราที่นั่งอยู่ในบ้านเอ่ยเรียกหลานทั้ง2คนเข้าไปหา ร่างบางคลานเข่าเข้าไปกราบคุณยายแต่ไม่กล้าเอื้อมมือจับหญิวัยชราด้วยเกรงว่าจะถูกตะหวาดเหมือนตอนเป็นเด็ก “ไปไงมาไงหล่ะหนูดา หืม หายหน้าไปเสียนาน วันนี้ได้ฤกษ์เข้ามาหายายแล้วรึ” สายตาที่โอบอ้อมอารีย์ที่ถ่ายถอดไปให้หลานสาว เพราะรู้สึกผิดที่ในวัยเด็กนางสร้างปมในใจให้หลานคนนี้เหลือเกิน เพียงเพราะคิดตามคำพูดผู้เป็นลูกชาย ว่าหลานสาวคนนี้นำพาความตายมาสู่สามี นางรู้สึกผิดเหลือเกินที่ไม่เคยอุ้มชู หรือแม้แต่เอ่ยคำพูดดีๆ กับหลานเลย เมื่อทุกข์จนต้องหันหน้าเข้าวัดก็เข้าใจถึงสัจธรรม หลานนางคนนี้ไม่ได้ผิด คนจะตายถึงเวลาก็ต้องตาย แต่กระนั้นก็สายเกินแก้ หลานกลัวนางเหลือเกิน “หนูดาเรียนจบแล้ว เลยเอาใบปริญญามาฝากยายค่ะ” น้ำเสียงสั่นคล้ายสะอื้นดังออกมาจากร่างบาง นานเท่าไหร่แล้วที่ความกลัวอยู่ในจิตใจด้วยนี้ เมื่อได้ฟังคำพูดดีๆ มันช่างมีความสุขเหลือเกิน “เก่งเหลือเกินแม่คุณ อดทนเอานะหนูดา เมื่อเจอสิ่งใดร้ายๆ เข้ามาคิดเสียว่าใครไม่รัก เราจะรักตัวเราให้มากที่สุด ยายภูมิใจนะลูกนะ” หญิงชราเอ่ยพร้อมลูบหัวหลานสาว “จ้ะยาย” น้ำตาแห่งความปลื้มใจ ดีใจไหลออกมาเป็นทำนบกั้นแตก “ยายดา เข้าไปทำไม!! ถ้าคุณยายเป็นอะไรขึ้นมาแกน่าดูแน่ กลับบ้านพ่อแม่แกไปเดี๋ยวนี้ให้มันซวยแค่บ้านพ่อแม่แกก็พอ” เสียงน้าสาวและน้าชายที่รีบเดินเข้ามาเมื่อพี่สะใภ้ไปแจ้งว่าเบลินดาเหยียบบ้านแม่เขา จึงต้องรีบไล่ออกไปก่อนเพราะแม่เขายังไม่ได้แบ่งมรดก!! “จะเกินไปแล้วนะคับน้าโรจน์พูดจาไม่ให้เกียรติแบบนี้ผมแจ้งความได้นะคับ” ฟาโรออกหน้าปกป้องพี่สาว มันจะอะไรกันนักกันหนากับแค่เดินมาเยี่ยมยายเท่านั้น!! “ไอ้ฟา ไอ้เด็กปากมาก มึงพาพี่มึงกลับบ้านมึงไปเดี๋ยวนี้!!” น้าชายเดินเข้ามากระชากแขนลินดาลุกขึ้นจากพื้นด้วยแรงของผู้ชาย “เห้ยน้า มันจะมากไปแล้วนะ” ฟาโรรีบดึงแขนพี่สาวให้หลบอยู่ข้างหลัง พร้อมกระโจนเข้าไปหาน้าชาย “อย่าๆ ฟา อย่ามีเรื่องกลับเถอะ เดี๋ยวหนูมาเยี่ยมใหม่นะคะคุณยาย” ร่างบางหันไปบอกหญิงชราพร้อมลากแขนน้องชายออกไป ถ้าปล่อยไว้คงมีเรื่องชกต่อย จากนั้นชื่อการเป็นตัวซวยของเธอคงกระฉ่อนอีกครั้ง “พี่ไม่น่าลากผมออกมาเลย น่าเอาเลือดปากออกสักที“ ฟาโรหันไปดุพี่สาวที่ห้ามตน “เอาหน่า เขาก็คงเป็นห่วงยาย ปล่อยเขาไปเถอะ เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว” “ห่วงที่ไหนกัน เพราะยายยังไม่ทำมรดกที่ดินต่างหากหล่ะ เพราะยังหาโฉนดที่ตั้งโรงงานไม่เจอ ไม่รู้ว่าตาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ยายเลยไม่ยอมทำมรดกหล่ะสิ หึ พวกมักมาก!!” ฟาโรเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขารู้จักนิสัยญาติๆ ฝั่งแม่เขาดี ชิงดี ชิงเด่นทุกอย่าง เรื่องหมอดูทักพี่หนูดาว่าเป็นตัวซวยได้ทีก็ทับถมแม่เขาใหญ่ พ่อเขาจะพาครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านย่า แม่เขาก็กลัวพี่น้องจะหุบสมบัติ เรียกว่าบ้าสมบัติกันทั้งบ้าน!! “เข้าบ้านเถอะเดี๋ยวพี่จะกลับแล้ว” หญิงสาวบอกเพราะอยากตัดปัญหา “แกยังกลับไม่ได้!! แม่มีเรื่องจะคุยกับแก” คุณริสา เดินมาได้ยินที่ลูกชายพูดพอดี ด้วยกลัวว่าลูกสาวคนกลางจะหายเข้ากรีบเมฆอีก เธอต้องรีบพูดธุระของเธอให้จบเจ๊กิมฮวยถึงกับใจหายเมื่อรู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน“คับ แต่หนูดาไม่ได้ดวงซวยหรอกคับ มันเป็นแค่ข้อครหาเท่านั้น” แม้จะไม่พอใจแม่เพื่อนอยู่ในที แต่คุณลือยศทำได้แค่อดทนเท่านั้นเพื่อลูกสาว“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคับ เงินที่อาเม้งหยิบยืมผมไป ผมหยุดให้ส่งดอกตั้งนานแล้ว ลูกสาวผมก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใครเพิ่งเรียนจบด้านการตลาดมา ถ้าจะขอร้องให้ช่วยเรื่องแค่นี้คงไม่ลำบากม๊าสักเท่าไหร่นะคับ เพราะหลายปีมานี้เงินต้นรวมดอกมันก็หลายล้าน…” คุณลือยศลองหยั่งเชิงหญิงสูงวัย ด้วยกลัวลูกสาวจะได้คนไม่ดีไป“ฮ่ายยย พูดอะไรอย่างนั้นนน อั้วยินดีจะช่วยเหลือลื้ออยู่แล้ว อั้วมีหลาน3คน ตนโตไปเรียนต่อเมืองนอก คนเล็กก็ยังเรียนอยู่ ก็มีแต่อาจ้าวที่อีพอจะช่วยเหลือลื้อได้ แต่อั้วก็ขอคุยกับอีก่อนนะ ก็ยังรับปากลื้อไม่ได้” หญิงสูงวัยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้วยกลัวข่าวที่เจ้าตัวเหนียวหนี้จะเล็ดรอดออกไป แม้ทุกวันนี้จะอยู่อย่างสบาย ด้วยวงเงินประกันที่ลูกชายทำไว้พอที่จะเปิดร้านทองพร้อมส่งหลานๆ เรียนก็เถอะ แต่เงินที่เป็นหนี้นับหลายล้านก็ไม่อยากให้เล็ดรอดออกจากกระเป๋าตังตามประสาคนขี้งก“ถ้าหม่าม๊าตกลง ผมยกหนี้ให้พร้อมฉีกสัญญาเ
เมื่อสมาชิกในบ้านมาครบ คุณรสาจึงพูดธุระสำคัญของเธอทันที“แม่อยากจะให้หนูดาแต่งงาน” คุณรสาเอ่ยพร้อมมองมาที่ลูกสาวคนกลาง“แม่ไปดูหมอดูมาอีกแล้วใช่ไหมคับ เมื่อไหร่จะเลิกงมงายสักที เขาให้ทำอะไรแม่ก็ทำหมด ผมว่ามันไร้สาระเกินไป” ฟาโรคิดไว้อยู่แล้วว่าการที่พี่สาวคนกลางเรียนจบมา แล้วแม่ออกไปหาหมอดูกลับมาจะต้องหาทางพลักดันให้พี่สาวไปอยู่ข้างนอกแน่นอน“เงียบเดี๋ยวนี้นะตาฟา!! ที่หมอดูเขาทักมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ฉันไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเขาก็ทักได้ตรงเป๊ะสะหมด แล้วมันก็เป็นทางเดียวที่จะแก้เคล็ดได้” คุณรสาที่เชื่อหมอดูเป็นชีวิตจิตใจ ตรงไหนว่าดี ตรงไหนว่าแม่น ไปมาทุกหมอ มีหมออยู่คนนึงดูมาตั้งแต่เธอเป็นสาวๆ ทักแม่นตรงเป๊ะเหมือนอยู่ในบ้านกับเธอ เธอจึงเชื่ออย่างสุดใจว่านี่คือหนทางแก้ ให้ครอบครัวเธอไม่ต้องเดือดร้อน“หนูดา คิดว่าอย่างไรลูก ถ้าลูกไม่พร้อมลูกบอกพ่อได้นะ” คุณลือยศเห็นน้ำตาคลอหน่วยของลูกสาว ใจคนเป็นพ่อนั้นสงสารลูกเหลือเกิน“หนูดายังไม่พร้อมค่ะ หนูดาอยากเรียนต่อโทค่ะคุณแม่ หนูดาจะออกไปอาศัยอยู่หอเหมือนเดิม ไม่กลับบ้านก็ยังได้ อย่าให้หนูดาแต่งงานเลยนะคะ หนูดาไม่พร้อมจริงๆ” ร่างบางเอ่ยพร้อมน้
เมื่อตอนแรกเข้ามา ตั้งใจว่าเพียงแค่แวะมาอวดความสำเร็จกับครอบครัวแล้วจะกลับไปยังหอพักของเธอเอง แต่พอเกิดเรื่องเลยคิดว่าอยู่รอฟังสถานะการณ์บริษัทของพี่สาวเสียก่อนดีกว่าเผื่อช่วยเหลืออะไรได้บ้าง“อ่าวพี่หนูดา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คับ” เสียงฟาโรน้องชายคนเล็กเดินเข้ามาทักทายพี่สาวที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันนัก“มาถึงสักพักแล้ว เอาปริญญามาอวด” ร่างบางฉีกยิ้มพร้อมรับอ้อมกอดจากน้องชาย“แล้วนี่ เขาไปไหนกันหมดหล่ะคับ หรือว่าเข้าโรงงาน เมื่อกี้ขับรถผ่านดูท่าจะวุ่นวายกันน่าดูเชียว” ฟาโรพูดพร้อมสอดส่องหาคนในบ้าน“แม่กับพี่ต้องตา ออกไปหาหมอดูหน่ะ ส่วนพ่อไปโรงงานของพี่เจต” เบลินดาพูดพร้อมก้มหน้ามองพื้น“พอดีเมื่อเช้ารถส่งของให้ลูกค้าบริษัทพี่เจตคว่ำ น่าจะคำนวนมูลค่าความเสียหายอยู่” เมื่อนึกถึงคำพูดของแม่และพี่สาวก็อดจะน้ำตาคลอไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างที่หมอดูว่า เธอจะพยายามออกห่างครอบครัวให้มากที่สุด“โทษตัวเองอีกแล้วใช่ป่ะ พี่หนูดา…อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุคับ พี่หนูดาไม่ได้เป็นคนขับรถไปส่งของจนพลิกคว่ำสักหน่อย” ฟาโรพูดพร้อมโอบกอดพี่สาวที่มักจะไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเท่าไหร่ หญิงสาวน้ำตาไหลเป็นทาง คง
ติ๊ด ติ๊ด … เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่นอนหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงให้งัวเงียลุกขึ้นมารับ” ฮัลโหลค่ะ “มือที่กดรับโดยไม่ทันดูว่าปลายสายคือใคร” แกหย่าไม่คิดจะบอกฉันสักคำสินะ!!“ เมื่อได้ยินเสียงปลายสายพูดขึ้น ร่างบางถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที”แม่รู้เพราะโทรไปทวงเงินเฮียจ้าวหรอ? “”แกไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!! ทำไมแกถึงหย่า!!” มือยกขึ้นมาเสยผมอย่างหงุดหงิด“ตอนนี้ครอบครัวเฮียจ้าวกำลังวิกฤต เฮียจ้าวต้องไปทำงานกับเพื่อนที่ต่างประเทศค่ะ เพื่อเอาเงินมาพยุงครอบครัว” พูดถึงอดีตสามีร่างบางถึงกับน้ำตาคลอออกมา เหตุผลเพราะอะไรทำไมเธอจะไม่รู้ แค่แต่งเติมคำพูดให้มันสวยหรูแค่นั้นเอง…“กลับมาคุยกับฉันกับพ่อแกที่บ้าน!” คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นพร้อมกับกดวางสายไป ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีวันไหนที่ง่ายเลยสำหรับชีวิตของ “ลินดา” หรือนางสาวลินดา นฤนาทโกศล ทั้งที่อาทิตย์ก่อนคำนำหน้ายังเป็นนางอยู่เลย ชีวิตที่น่าตลก แต่งงานเพราะหมอดูเอย ซินแซเอย ทักเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นตัวกาลกินี ตั้งแต่เกิด…มันน่าทุกข์ใจน้อยเสียเมื่อไหร่กัน!!อดีต…วันที่แม่เธอปวดท้องคลอด คือเวลาเดียวกับที่ค







