LOGINสองปีต่อมา... สิ่งที่ตั้งใจประสบความสำเร็จจนได้หลังจากใช้เวลาไม่นานตามที่ใจปรารถนา ครอบครัวจะเป็นครอบครัวเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆมาเติมเต็มให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น “พ่อจ๋า พ่อจ๋ามา” เสียงใสๆของเด็กหญิงตัวน้อยร้องเรียกบิดาอย่างชัดเจน ชูแขนป้อมๆขึ้นแล้วกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจเมื่อเห็นพ่อจ๋าเดินยิ้มร่าเข้ามาหา “อย่าวิ่งสิลูกเดี๋ยวหกล้มแล้วหนูจะเจ็บตัวนะคะคนสวยของพ่อจ๋า” ดุลูกสาวที่ยังเดินไม่แข็งแล้วอ้าแขนออกกว้างเพื่อให้เจ้าหญิงตัวน้อยเข้ามากอดมาหอม “อุ้มๆ ลิซ” ปากจิ้มลิ้มยิ้มแฉ่งเอาใจพ่อจ๋าแล้วชูแขนขึ้นอย่างรู้งานเพื่อให้อุ้มเมื่อไม่อยากเดินเอง คนเป็นพ่อที่หลงลูกสาวหัวปักหัวปรำมีหรือจะขัดศรัทธา เต็มอกเต็มใจช้อนลูกสาวตัวจ้อยขึ้นมาไว้ในวงแขน พลางจูบหอมแก้มป่องอมชมพูซ้ายขวาอย่างมันเขี้ยว “เราไปหาแม่จ๋ากันดีกว่านะคะน้องอลิซ” ชวนลูกสาววัยสองขวบเศษคุยแล้วส่งยิ้มให้เมียรักที่ยืนกอดอกมองดูอยู่ที่ระเบียง บ้านหลังนี้สร้างขึ้นหลังจากแต่งงานได้ไม่นานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสมาชิกใหม่และมันก็เพิ่งจะเสร็จไม่นานนี้เอง มีสวนดอกไม้สวยๆหลากหลายชนิด มีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น และมีสนามหญ้ากว้างๆให้ลูกได้ว
ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงเบื้องหน้าเมื่อจับเมียสาวคนสวยเปลื้องผ้าออกจนหมดลมหายใจร้อนระอุเป่ารดกลางกายเวียงพิงค์ระลอกแล้วระลอกเล่า ใบหน้าเห่อแดงลามเลียจนถึงลำคอแกร่งไม่ต่างจากเมียรักที่ยืนเอนแอ่นตัวโดยให้แผ่นหลังพิงเคาน์เตอร์คิดเงินแล้วใช้แขนเท้าไว้อีกทีอย่างยั่วยวน เรียวขาสองข้างถูกจับแยกออกจากกันจนกว้าง กลีบกุหลาบสีแดงสดที่ปิดจุกนมน่าดูดไว้หมิ่นเหม่ช่างเรียกเลือดลมให้สูบฉีดเดือดพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย ใจกลางความสาวตรงนาผืนน้อยมีดอกกล้วยไม้สีขาวโป๊ะอยู่ตรงกลาง เห็นเส้นไหมดำขลับเลือนรางเพราะมันปิดไม่มิด อารมณ์ตอนนี้คล้ายกำลังจับเมียถ่ายแบบเซ็กซี่อยู่ ซึ่งเขาคิดว่าเมียตัวเองสวยกว่านางแบบพวกนั้นอีก รูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง โอยย หัวใจไอ้ปริ๊นท์จะวายตาย เลือดกำเดาแทบพุ่งออกมา ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ตื่นเต้นยามได้เห็นเมียแก้ผ้าให้มอง เวียงพิงค์เม้มปากแน่น มองตัวเองในตอนนี้ไม่ต่างจากนางยั่วสวาทตามบาร์สักเท่าไหร่ ทั้งหมดทั้งมวลเธอไม่ได้คิดแต่สามีจอมหื่นต่างหากที่จับแล้วบังคับให้ยืนหรือแม้กระทั่งหาอะไรมาปิดตามเนื้อตัวซึ่งมันช่วยอะไรไม่ได้เลย “หอมจังพิ้งค์จ๋า แม่นางฟ้านางสวรรค์ของผัว” จม
(ฮัลโหลล) “มีอะไรวะโด้” ถามเสียงห้วนติดงัวเงีย คิ้วผูกกันเป็นโบว์ หน้าตาก็บึ้งหน่อยๆ สายตาก็คอยสอดส่องมองหาเมียรักที่ไม่รู้หายไปอยู่ส่วนไหนของร้าน (ปริ๊นท์เพื่อนรักเราไปนั่งจิบบรั่นดีรสเลิศกันดีกว่า ห่างหายไปนานแล้วนะเว้ยอยากผ่อนคลายหลังจากต้องตรากตำทำงานหนักมาหลายวัน ชวนแกเสร็จแล้วเดี๋ยวค่อยชวนไอ้แทน) เสียงลั้นลาสุดๆเมื่อพูดถึงเรื่องดื่มเหล้าและอาจมีเคล้านารีควบคู่ไปด้วย คนโสดก็ดีเงี้ยอยากทำอะไรก็ได้ทำแต่ติดที่ว่าชอบให้เพื่อนรักเพื่อนซี้ไปด้วยทุกครั้งเพราะมันสนุกกว่าเป็นไหนๆ เหล่สาวสวยไปด้วยคุยไปด้วยกระชุ่มกระชวยดี “กูไม่ไป มึงชวนไอ้แทนเถอะเคนโด้” ชัดถ้อยชัดคำ ตัดความรื่นรมย์ของเคนโด้ให้จางหายไปในบัดดล (ไอ้นี่ ถ้าไม่อยากมาคนเดียวก็หอบเมียมานั่งกอดด้วยเหมือนทุกครั้งสิวะ ปฏิเสธแบบไม่คิดงี้ฉันเสียใจนะเว้ย ไม่เจอกันหลายวันละนะคิดถึง) ตั้งแต่ก่อนแต่งหรือหลังแต่งมันเอาเมียไปด้วยทุกครั้งมาครั้งนี้ทำเล่นตัว อยู่ใกล้ๆพ่อจะเตะก้นให้ “อย่ามาทำน้ำเสียงงอน ขนลุก!” (งอนจริงนี่หว่า น่านะมาเถอะ) “ไม่เอา ไม่ว่างไปไหนทั้งนั้นแหละโว้ย! กูจะทำลูก ทำลูกน่ะเข้าใจไหมวะไอ้หมาโด้ เลิกเซ้าซี้สักทีเถอะ
การเข้าทำงานที่บริษัทเต็มตัวพร้อมมีตำแหน่งรองประธานพ่วงท้ายประหนึ่งนามสกุลอีกหนึ่งนามสกุลย่อมมีบทพิสูจน์ให้ได้ทดสอบศักยภาพนับไม่ถ้วนแม้ว่าตนเองเป็นถึงลูกชายผู้ก่อตั้งบริษัทหรือน้องชายของท่านประธานหนุ่มหล่อคนปัจจุบัน ถือคติที่ว่ากว่าจะเก่งได้ต้องมีประสบการณ์ที่แน่น ดังนั้นใครจะอยากลองภูมิเขาก็ไม่เคยหวั่นหรือย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงที่ดาหน้าเข้ามาหาเพราะโดยส่วนตัวชื่นชอบเรื่องท้าทายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงสบายๆออกจะผ่อนคลายเสียด้วยซ้ำรวมถึงมีกำลังใจที่ดีมากๆ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเมียคนสวยของเขาที่นับวันยิ่งสวยชวนตะลึงให้ผัวปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน แต่งงานกันมาเกือบเข้าสู่เดือนที่สี่ที่ห้าเข้าไปแล้วแต่ความรู้สึกเขาเหมือนมันเพิ่งผ่านพ้นไปแค่ประมาณสองถึงสามอาทิตย์เท่านั้นเอง จะเรียกว่ากำลังอยู่ในช่วงเห่อเมียหลงเมียหรือช่วงข้าวใหม่ปลามันก็คงไม่ใช่เพราะเขาเห่อพิ้งค์หลงพิ้งค์มาแต่ไหนแต่ไรจนเป็นที่รู้กันในหมู่ของคนสนิทว่าอาการนี้คงไม่มีทางแก้หายไปได้ นึกถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมาก็พาลคิดถึงช่วงเวลาที่ไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่น มันชุ่มชื่นหัวใจเป็นบ้าแม้จะต้องแลกกับการโดนเมียงอนและโกรธแทบทุกวันก็
“ไม่ว่าจะอยู่ในชุดอะไรพิ้งค์ก็เร้าใจอยู่เสมอ” ดันตัวเองขึ้นแล้วตลบชายกระโปรงด้วยความรวดเร็ว เวียงพิงค์ไม่ทันได้ตั้งหลักต้องยึดท่อนแขนแข็งแรงไว้มั่น แรงกอดรัดทางด้านหลังทำให้แก่นกายโป่งพองเสียดสีแถวสะโพกกลมกลึง แม้ชุดจะหนาแต่มันก็ยังรับรู้ถึงความต้องการของสามีหนุ่มได้ กางเกงสแล็คสีดำหลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นเช่นเดียวกับเสื้อ ตอนนี้ร่างกายกำยำของบุรุษเพศเปลือยเปล่าต้องแสงไฟสีส้มในห้องนอนไรขนอ่อนลุกพรึ่บน่าลูบไล้เล่น ใบหน้าหล่อจัดเครียดเขม็งพอๆกับแก่นกายที่ดีดขยายแข็งปั๋ง “ปริ๊นท์” กวาดสายตามองเรือนร่างกำยำที่น่าซุกซบและมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้อย่างชื่นชม “จับชายกระโปรงชุดสวยของพิ้งค์ให้ปริ๊นท์หน่อยสิครับ ให้จับเองมันทำรักไม่ถนัด” เวียงพิงค์พยักหน้าว่าง่าย ถลกชายขึ้นแล้วกำเอาไว้แน่น เมื่อเริ่มเข้าที่เข้าทางดีแล้วปริญก็ยึดเรียวแขนเล็ก พลางแอ่นตัวไปข้างหน้าแล้วเริ่มสอดใส่แก่นกายเข้าไปอย่างช้าๆ “อ๊ะ...จุก” เม้มปากแน่น “เดี๋ยวก็ดีขึ้น อดทนหน่อยนะที่รักจ๋า” ยังใส่ไม่หมดก็เริ่มรู้สึกว่ามันตึงเปรี๊ยะ เลยเอามือข้างหนึ่งเอื้อมไปเคล้นหน้าอกอวบที่ยังไม่ได้ปล่อยให้ออกมาสูดอากาศภายนอก เพ
“แม่คิดว่าจะต้องขึ้นไปตามลูกสองคนถึงบนห้องเองแล้วนะเนี่ย” คุณหญิงสิรินาถเข้ามาจูงแขนลูกสะใภ้พลางมองค้อนลูกชายที่อมยิ้มอย่างหมั่นไส้ “แยกกันอยู่กับพิ้งค์มาตั้งอาทิตย์หนึ่งผมก็อยากอยู่กับเมียให้หายคิดถึงนานๆหน่อยสิครับ” บีบแขนมารดาอย่างประจบเอาใจแต่คำตอบดันไม่ถูกใจทั้งแม่ทั้งเมีย “น้อยๆหน่อยเถอะพ่อตัวดี พูดมากนักเราน่ะ” บิดเอวลูกชายสุดที่รักเต็มแรง “โอ๊ย! เจ็บนะครับคุณแม่ พิ้งค์จ๋าเจ็บจัง” แกล้งสำออยให้มียโอ๋แต่ปรากฎว่านอกจากจะไม่สนใจแล้วยังเบ้ปากใส่อีก แม่เผลอเมื่อไหร่จะจับจูบให้หายมันเขี้ยวเลยคอยดูเถอะ “มาถ่ายรูปกันก่อนอย่ามัวแต่มองหนูพิ้งค์เจ้าปริ๊นท์” คุณหญิงกวักมือเร่งเจ้าบ่าวที่เอาแต่มองเจ้าสาวตาปรอย การจัดดอกไม้ของงานแต่งงานงานนี้อลังการงานสร้างมากเนื่องจากเจ้าสาวเป็นถึงเจ้าของร้านดอกไม้เองโดยตรงจะให้ธรรมดาได้ยังไงกัน หัวเรือใหญ่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนจีน่าและบรรดาพนักงานในร้านที่ลงทุนทุ่มกันสุดตัวเพื่อเจ้านายสาวคนสวย กลิ่นหอมตลบอบอวลของมวลบุปผาทั้งหลายช่วยให้แขกที่มาร่วมงานต่างพากันชื่นชม “ยิ้มจนแก้มปริแล้วนะยะยัยเจ้าสาวคนสวยแห่งปี” หมวยแซวเมื่อเดินเข้ามาสวมกอดเพื่อนรัก
“สวัสดีค่ะพี่พิ้งค์” พัชราไม่ได้ยกมือขึ้นไหว้ทำเพียงส่งยิ้มให้นิดๆก่อนจะทำทีเป็นสำรวจรอบร้าน ไม่มีอะไรจะคุยด้วยเลยไม่จำเป็นต้องทักทายอะไรให้มากความ เวียงพิงค์ก็ทำเพียงพยักหน้าไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับในเมื่อเด็กไม่อยากคุยด้วยแล้วทำไมเธอจะต้องชวนคุย หน้าตาสวยแต่กิริยาท่าทางไม่น่ารักเอาเสียเลย ได้แต่มอง
เวียงพิงค์นั่งกินพิซซ่าที่เพิ่งมาส่งก่อนหน้าที่สองหนุ่มเพื่อนซี้ของปริญจะมาได้ไม่นานเงียบ ๆ เพียงคนเดียว ปล่อยให้เพื่อน ๆ เขาได้พูดคุยกันเป็นส่วนตัว หลังจากทักทายกันไปนิดหน่อยแล้วเธอก็แยกมาที่โต๊ะอาหารตัวยาวแทนโซฟานั่งเล่นหน้าทีวี การอยู่อย่างนี้คงไม่แคล้วต้องตกเป็นที่จับตามองของเคนโด้และแทนไทแน่นอ
“อยากจะบ้าตาย พิ้งค์ทำลายความโรแมนติกของผมซะยับหมดเลยรู้ไหมครับ คิดได้ยังไงว่ามีผีเข้าสิงผมอยู่ ถามจริงที่พูดมาตั้งยืดยาวเชื่อกันบ้างรึเปล่าเนี่ย” อยากจะขำนะแต่ก็ขำไม่ออก เธอคิดได้ยังไงหรือว่านี่คือวิธีการแก้เขินของเวียงพิงค์กัน “ฉันเชื่อคนยากจ้ะ ยิ่งเด็กแบบนายด้วยยิ่งยากที่จะเชื่อเลยแหละ เก็บคำพู
“หมัดไอ้หมอนั่นหนักใช่เล่น เริ่มจะปวดแผลขึ้นมาหน่อย ๆแล้วเนี่ย พิ้งค์ช่วยดูหน่อยสิว่าช้ำยัง” ปริญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาหลังจากขับรถอยู่พักใหญ่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนข้าง ๆ ที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น “มันไม่ทำให้นายตายได้หรอกแผลแค่นั้นน่ะอย่ามาสำออยไปหน่อยเลย” ตอบเสียงขุ่นอย่าง







![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)