ログイン“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย
“อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียว อาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก “อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย “คุณอาคมคะ…” เธอไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกับเขาจริงๆ “นะคะ” มีหรือที่เธอสามารถทนทานต่อแววตาออดอ้อนและน้ำเสียงอ่อนนุ่มของเขาได้อย่างจริงๆจังจังสักครั้ง แค่ได้ยินเพียงครู่เดียวหัวใจดวงน้อยๆก็เหลวกลายเป็นน้ำ “รอบเดียวนะคะ” อาคมยิ้มแฉ่งรีบปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกสองเม็ดเพื่อหายใจหายคอได้สะดวก “แล้วก็อย่าทำรุนแรงด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมให้ทำแล้ว” “ครับ” วินาทีนี้อะไรเขาก็ยอมทั้งนั้น พูดจบอาคมก็ดันเรือนร่างบอบบางให้ไปเอนตัวพิงอยู่เบาะด้านหลัง แล้วปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกเพียง 3 เม็ดบนเท่านั้น ก่อนจะโน้มหน้าลงไปใช้ปลายจมูกสันโด่งซุกไซร้บริเวณตรงกลางร่องแล้วบีบขยำเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างเมามัน “อื้อ” อาคมถกบราซิเลียตัวจิ๋วที่ปกปิดความงดงามเอาไว้แทบไม่มิดขึ้นไปด้านบนให้พ้นหูพ้นตาทาง ก่อนจะแลบปลายลิ้นร้ายเลียวนรอบๆจุกยอดเม็ดทิมสีชมพูระเรื่อจนแข็งชันเป็นไตภายในโพรงปาก ฝ่ามือหนาอีกข้างหนึ่งลูบไล้เนื้อนุ่มหยุ่น ไล่ต่ำลงไปบีบขยำสะโพกอวบแน่นที่ดูจะเต็มไม้เต็มมือทุกสัดส่วนด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นจึงวนมาทางด้านหน้าแผ่นสามเหลี่ยมอวบอูมที่เขาปรารถนาและหลงใหลอยากเป็นเจ้าของเพียงหนึ่ง พร้อมแหวกกลางเกงในตัวจิ๋วแล้วส่งสองนิ้วเรียวยาวเข้าไปควงห้าจีหมุนติ้ว ทั้งบทขยี้และกระทั้นกระแทกให้อีกฝ่ายหลั่งไหลสายธารออกมาเพื่อเป็นน้ำหล่อลื่น “อื้อ สะ...เสียว อ๊า” ยามที่ปลายนิ้วสัมผัสกับติ่งเกสรแล้วบิดขยี้ปุ่มคริสตัลบริเวณใจกลางกาย เรือนร่างบางก็ขยับสะโพกขึ้นลงน้อมรับ เพราะกำลังรู้สึกทุกข์ทรมานกับการกระทำของเขาจนไม่รู้ว่าควรจะดับอาการเหล่านั้นอย่างไรดี อาคมทรุดตัวนั่งชันเข่าลงตรงกลางบริเวณช่องว่างระหว่างเบาะคนขับและเบาะหลังสุด แล้วใช้ฝ่ามือแกร่งดันสองขาเรียวให้แยกออกจากกันตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม จากนั้นจึงซุกไซร้ใบหน้าหล่อเหลาแลบลิ้นสากๆห่อให้เกร็งแล้วตวัดกระดกเร็วระรัวจนอีกฝ่ายกระตุกถี่ถี่ปลดปล่อยน้ำกามอารมณ์พุ่งใส่หน้าของเขา “อ๊าส์ สะ...เสียว อ๊ายยย” ขึ้นฉ่ายรู้สึกขนลุกซาบซ่านไปทั้งร่างกาย ซึ่งเธอตอบสนองการสัมผัสของเขาได้ดีทีเดียว “อู้ย เสียว อ๊าห์” แผล๊บ! แผล๊บ! “มะ..เมื่อไหร่คุณอาคมจะใส่เข้ามาสักทีค่ะ” เธอรู้สึกขัดใจเล็กน้อย “ร้องขอฉันสิ พูดว่า พี่อาคมขา กระแทกน้องหน่อยค่ะ” เขากระตุกยิ้มมุมปาก “...” “ถ้าเธอไม่พูดฉันก็ไม่ทำ” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเบาๆ เธอคงละอายจนแทบจะซุกแผ่นดินหนีแน่แน่หากกล่าวถ้อยคำลามกเช่นนั้นออกไป “พี่อาคมขา กระแทกน้องหน่อยค่ะ” “ได้สิคะคนดี” อาคมลูบศีรษะน้อยๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะจับความแข็งขืนถูไถตรงบริเวณรอยแยกแล้วกดดันเข้าไปจนสุดความยาว “อ๊าห์!!!” อาคมไม่รอช้าเขาต้องรีบทำเวลาเพราะประเดี๋ยวอาจทำให้หญิงสายเข้ามหาวิทยาลัยสาย เขาจึงจับหมับเข้าที่หน้าท้องแล้วกระแทกสะโพกถี่ๆตะบี้ตะบันอัดแน่นเต็มเหนี่ยว “อ๊ะ อ๊าห์ อ๊ะ อ๊าห์ อ๊า” สายตาเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือบมองก้อนกลมที่สั่นคลอนตามแรงกระแทกเป็นจังหวะช่วยปลุกอารมณ์ดิบเถื่อนให้โถมแรงใส่กระแทกความถี่ยิบเพื่อเร่งจังหวะส่งทั้งคนตัวเล็กที่กำลังครวญครางเสียงดังลั่นรวมถึงตัวเองให้เสร็จสรรพปลายฝั่งฝัน “อย่าร้องเสียงดังเกินสิเดี๋ยวคนอื่นเค้าจะสงสัย” เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการโน้มใบหน้าลงไปประกบริมฝีปากของคนใต้ร่าง โดยในขณะที่สะโพกสอบยังคงทำงานต่อเนื่องเรื่อยๆไม่มีเหน็ดเหนื่อย ซ้ำยังฮึกเหิมกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงเธอ “อ่าห์” เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเขาก็รีบช่วยหญิงสาวแต่งตัวให้เรียบร้อย “เหนื่อยไหมคะ?” “เหนื่อยสิคะก็คุณอาคมเล่นเอาแต่ใจขนาดนี้” “แต่เธอก็ชอบ?” เขาอายุอานามก็ปูนนี้แล้วทำไมถึงจะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายมีความต้องการเช่นเดียวกันหรือไม่ “ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ ขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้ผู้มีพระคุณตรงหน้าอย่างคนมีมารยาทเขาทำกัน @ลานคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบแฟชั่นดีไซน์ วันนี้เป็นวันที่สองของการรับน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง ที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี นับได้ว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของทางมหาวิทยาลัยไปเสียแล้วเพื่อใช้สานสัมพันธ์กระชับระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เพียงแต่ไม่มีการบังคับหรือการข่มเหงว๊ากน้องใดใดทั้งสิ้น ทุกอย่างอยู่ภายใต้การยินยอมและความเต็มใจจากตัวผู้เข้าร่วมจะสามารถเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้… ซึ่งหญิงสาวที่เป็นเพียงเด็กใหม่ ไม่มีเพื่อนไม่มีฝูง อยู่ตัวคนเดียวตามลำพังคงเลือกที่จะเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องนั่นเป็นเพราะว่าจะทำให้เธอรู้จักกับคนอื่นๆ กิจกรรมรับน้องวันที่สองของคณะศิลปกรรมศาสตร์สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นดีไซน์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น และทำให้เธอได้เพื่อนมาถึงสองคน นั่นก็คือลดา สาวสวยลูกผู้ว่า และ มีนา ลูกสาวเจ้าของไร่ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยกันทั้งคู่ “บ่ายวันนี้ก็ว่างแล้วพวกเราสามคนไปเดินห้างกันไหม?” เป็นฝ่ายของลดาที่เอ่ยปากชวน “เอาสิ ถือว่าเป็นการเที่ยวกระชับมิตรสานสัมพันธ์ระหว่างพวกเราสามคนด้วยไง” มีนาเห็นดีเห็นงามด้วย “เธอล่ะ ไปด้วยกันนะขึ้นฉ่าย” “ได้สิ แต่ฉันต้องโทรบอกคนที่บ้านก่อนนะ” “แฟนเหรอ?” “เปล่าหรอก” หญิงสาวส่ายหน้าพัลวันไม่กล้าหยิบยกตัวเองขึ้นไปเทียบเสมออาคม “ขอไปด้วยคนสิ” จู่จู่ก็มีผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งที่เธอบังเอิญเดินชนเข้าในขณะที่กำลังชุลมุนเดินเข้ามาทักทายร่วมวงด้วย “ผัวพวกแกสองคนเหรอ” มีนาหันหน้าถามเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสลับกับไอ้หน้าจืดคนนี้ที่จู่จู่ก็โผล่พรวดพราดมาจากไหนก็ไม่รู้ “เปล่า” เป็นฝ่ายผู้ชายที่เอ่ยตอบเสียเอง “ฉันเองก็เป็นเด็กใหม่ยังไม่มีเพื่อนเลย อยากจะมาขอทำความรู้จักกับพวกเธอสามคนได้ไหม ดูเป็นมิตรดี” เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่ต้องการ “ดูดีดีนะว่ามิตรภาพหรือมิจฉาชีพ” เมื่อลดาพูดจบทั้งสามคนก็หัวเราะร่วนออกมา “ว่าแต่นายชื่ออะไรอ่ะ” “ฉันชื่อกร” “ฉันลดา ส่วนนี่ยายมีนาแล้วก็ยายขึ้นฉ่ายเพื่อนฉันเอง” “ขึ้นฉ่าย ชื่อน่ารักเนอะ” “อ้อ! จะมาจีบ” ลดากรอกตามองบนด้วยความฮ็อตของเพื่อนสนิทที่เพิ่งจะก้าวขามามหาวิทยาลัยเป็นวันแรกก็ได้ผู้แล้ว"ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"
"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงิน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะใ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเห
“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ล







