Share

18

last update publish date: 2026-04-18 12:30:28

"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู

"เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที

"ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ"

อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า...

คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนหรือได้ดูแลตัวเอง...ว่ามีเสน่ห์หน้าดึงดูดใจแล้ว

แต่...พอได้จับเธอมาแต่งองค์ทรงเครื่อง จัดทรงผมให้เรียบร้อย แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบางๆลุกคุณหนูคุณนายไฮโซ พร้อมชุดนักศึกษาเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวเช่นนี้เขาก็อดที่จะทำตัวหึงหวงอยากจะเก็บเธอเอาไว้เชยชมคนเดียวไม่ได้จริงๆ...

"เสื้อผ้าแต่ละชุดจะสวยหรือไม่สวยมันขึ้นอยู่กับไม้แขวนด้วยนะรู้หรือเปล่า ซึ่งเธอสวยมากซะด้วยสิ" อาคมยังคงพ่นคำหวานใส่หญิงสาวตรงหน้าไม่มีหยุดหย่อน "ฉันขี้เกียจเลือกแล้ว เหมาหมดทั้งราวเลยเดี๋ยวค่อยให้คนเอาไปส่ง"

"ฉันจะใส่หมดเหรอคะ?"

"หมดสิ เผื่อเวลาที่ฉันอยากจะเล่นบทเร่าร้อนแล้วฉีกเสื้อผ้าเธอทิ้งเธอจะได้มีเสื้อผ้าสำรองใส่เยอะๆยังไงล่ะ" โดนประโยคนี้ตอกเข้าทำเอาขึ้นฉ่ายถึงกับขนลุกซู่ ไม่กล้าตอบปากต่อคำกับเขาอีกเลยจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบแล้วเดินเคียงข้างต้อยๆๆไปยังจุดหมายปลายทางใหม่

เป็นเวลาร่วม 2 ชั่วโมงเศษ ที่ทั้งคู่เดินเวียนรอบๆห้างสรรพสินค้าจนแข้งขาด้านชา หิ้วสอยทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆนานาหมดไปประมาณเกินครึ่งล้าน...และมาจบด้วยร้านไอศกรีม

"เธอชอบกินไอศกรีมเหรอ?" อาคมยิ้มอย่างเอ็นดูที่อีกฝ่ายกำลังตั้งหน้าตั้งตาจ้วงก้อนเย็นๆเข้าปากเอาเข้าปากเอาโดยที่ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด "ดูซิกินมูมมามจนเลอะหมดแล้วเนี่ย" ว่าพลางก็หยิบทิชชู่เช็ดทำความสะอาดให้

"ชอบสิคะ แต่ก็กินแค่พอหอมปากหอมคอไม่ได้กินบ่อยหรอกค่ะเพราะว่าต้องประหยัดเงินเอาไว้ใช้..." ใบหน้างดงามเศร้าสลด "ตอนเด็กๆเนี่ยหลังจากที่เลิกเรียนแล้วคุณพ่อพาฉันไปกินไอศกรีมที่ร้านแถวโรงเรียนบ่อยมาก ร้านนั้นก็เลยจัดว่าเป็นร้านโปรดของฉันเลยล่ะค่ะ" ทุกครั้งที่พูดถึงผู้เป็นบิดาทั้งแววตาและรอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏออกมาให้เขาได้เห็นว่าเธอนั้นคงรักบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงมากแค่ไหน

"..."

"แต่เหมือนที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังนั่นแหละค่ะ หลังจากที่พ่อฉันเสียชีวิต ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปอย่างกับนางฟ้าตกสวรรค์เลยค่ะ" ขึ้นฉ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่ "แม่เลี้ยงของฉันหมดเงินไปหลายสตางค์กับการเข้าบ่อนพนัน แล้วก็ไปกู้หนี้ยืมสินจนบ้านเราหมดตัวจัดอยู่ในระดับตกอับจนบางวันฉันต้องอดมื้อกินมื้อ ฉันยังจำได้เลยค่ะว่าตอนที่เดินผ่านร้านไอศกรีมร้านประจำที่มีภาพของฉันและพ่อเคยนั่งกินด้วยกันทุกๆวัน แต่ไม่สามารถทำแบบเดิมได้จะทำได้เพียงก็แค่ยืนมองผ่านกระจกใสๆที่กั้นอยู่ มันทรมานมากแค่ไหน" ขึ้นฉ่ายยังคงจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดีไม่เคยลืม แต่ทุกอย่างก็อาศัยอยู่ได้ด้วยเพราะความเคยชินหากเธอยังถือคติกินมั่วกินซั่วเหมือนตอนสมัยที่พูดเป็นบิดายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้คงจะลำบากกว่านั้นเป็นหลายเท่า

"..." ทางฝั่งของอาคมได้ฟังเรื่องราวของขึ้นฉ่ายแล้วก็รู้สึกสงสารและพลอยเห็นอกเห็นใจเธอเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนเขาคิดว่าชีวิตของตัวเองบัดซบที่ต้องสูญเสียมารดาผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจและแรงยึดเหนี่ยวเดียวเดียวที่มีด้วยเหตุผลบ้าๆ! ซ้ำร้ายคุณทรงอำนาจผู้เป็นพ่อยังไม่ดูดำดูดีไม่เคยใส่ใจดูแลแล้วขีดเส้นทางบังคับให้เขาเดินตามกรอบที่วาดเอาไว้โดยไม่มีสิทธิ์ได้เลือกความฝันของตนเอง

แต่...พอเจอขึ้นฉ่ายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขามันกลับกลายเป็นปัญหาเล็กน้อยที่เทียบไม่ติดกับสิ่งที่เธอเจอมาตลอดเลยด้วยซ้ำ เขายังโชคดีที่มีคุณย่าคอยดูแลคอยให้ความรักความเมตตา...และมีเงินทองมากมายจะใช้ทั้งชีวิตก็คงใช้ไม่หมด

"หลังจากนี้ถ้าเธออยากจะทานอะไร เธอบอกฉันได้เลยนะขึ้นฉ่าย ไม่ว่าจะไกลสุดหล้าฟ้าเขียวหรืออยู่เหนือสุดใต้สุดของประเทศไทยฉันก็พร้อมที่จะพาเธอไปตะลุย" อาคมเอื้อมแขนไปจับกุมฝ่ามือนุ่มๆแล้วเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมแววตาเข้าอกเข้าใจคู่นั้น

"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกๆสิ่งจริงๆค่ะคุณอาคม" เธอยิ้มบางๆ หากเปรียบอาคมเขาก็คงจะเปรียบเสมือนโชคที่หล่นทับร่างกายของเธอหลังจากที่มันบัดซบมาทั้งชีวิต

ทว่า...หารู้เลยไม่ การกระทำกระหนุงกระหนิง รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ฝ่ายชายไม่เคยมอบให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อนกลับตกอยู่ภายใต้สายตาของใครบางคนทุกอริยาบทการเคลื่อนไหวและกิริยาท่าทางที่ส่งผ่านออกมา

"นั่นใช่คุณอาคมลูกชายคนเดียวของคุณทรงอำนาจเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในประเทศไทย ว่าที่คู่หมั้นเธอหรือเปล่ายะอารยา" และมันตกอยู่ที่กลุ่มแก๊งกลุ่มก้อนของอารยากับเพื่อนๆอีก 2 คนซึ่งคบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศนิวยอร์ก

นั่นก็คือโฉมสำอาง ลูกสาวคุณหญิงหทัยฤดีประธานสมาคมอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย และ พัชราภรณ์ ลูกสาวนักการเมืองคู่ซี้กับคุณพ่อของอารยาซึ่งได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ในฐานะที่มีหน้าตาทางสังคมใกล้เคียงไล่เลี่ยกันจึงส่งผลให้ทั้งสามคนค่อนข้างสนิทจนได้มารวมตัวเป็นกลุ่มก้อน

"คุณอาคมที่เธอเล่าให้พวกฉัน 2 คนฟังบ่อยๆนะเหรอ? เอ๊ะ ว่าแต่วันนี้เขาควงผู้หญิงที่ไหนมาล่ะท่าทางกระหนุงกระหนิงสนิทสนมใช่ย่อยเลยนะ" พัชราภรณ์เบ้ปากเล็กน้อยในจังหวะที่อารยาเผลอแล้วหันไปพยักหน้าเป็นอันว่ารู้กันกับโฉมสำอาง

"..." อารยากำมัดแน่น หล่อนโมโหเป็นฟืนเป็นไฟจนแทบอยากจะลุกจากโต๊ะอาหารในร้านโอมากาเสะกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังแล้วกระชากหัวแม่สาวคนนั้นตบสัก 2-3 ทีให้หายเคืองใจ แต่ก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบเพราะต้องรักษาภาพพจน์คุณหนูอารยาผู้แสนเรียบร้อย น่าเอ็นดูและดูไฮโซ

"แต่เด็กนั่นก็หน้าตาสะสวยใช้ได้นะ ซ้ำยังอยู่มหาวิทยาลัยอยู่เลย เอ๊ะๆ ว่าที่คู่หมั้นเธอคงจะชอบใช่ย่อยดูรอยยิ้มนั่นสิ เอ...ไหนฉันได้ข่าวมาว่าคุณอาคมเหี้ยมโหด ทำตัวขรึมน่าเกรงขามอยู่ตลอดเวลา บนใบหน้านี่บึ้งตึงไม่เคยจะมีมิตรไมตรีกับใคร แล้วทำไมกัน..." โฉมสำอางแกล้งลากเสียงยาว

ใครๆต่างก็รู้ดีว่าอาคมเป็นผู้ชายที่ควรถอยห่างมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าทั้งใบหน้าบุคลิกและรูปร่างแกร่งกำยำสมสัดส่วนทุกกระเบียดนิ้วของเขาจะเป็นที่หมายตาสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย แต่ลือชื่อเรื่องความน่ากลัว น่าเกรงขาม!

ไอ้รอยยิ้มพิมพ์ใจที่มอบให้แก่ผู้หญิงตรงข้ามนั่นน่ะ คงไม่มีใครเคยได้เห็นและคิดว่าไม่สามารถได้รับจากผู้ชายอย่างอาคมด้วยซ้ำ! เขาโมโหร้ายน่าหวาดกลัวสักแค่ไหนทุกคนต่างรู้ดี

แต่ยิ่งน่ากลัวร้อนเป็นไฟก็ยิ่งน่าลองสำหรับอารยา! หล่อนชอบผู้ชายท้าทายอย่างอาคม ไม่ใช่ผู้ชายน่าเบื่อซ้ำๆจำเจแทบไม่มีอะไรให้น่าค้นหาเหมือนคนอื่นๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงใจกระหายรัก   32 จบบริบูรณ์

    "ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย

  • เพียงใจกระหายรัก   31

    @10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ

  • เพียงใจกระหายรัก   30

    3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห

  • เพียงใจกระหายรัก   29

    "..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม

  • เพียงใจกระหายรัก   28

    "เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ

  • เพียงใจกระหายรัก   27

    รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status