Mag-log in"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู
"เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนหรือได้ดูแลตัวเอง...ว่ามีเสน่ห์หน้าดึงดูดใจแล้ว แต่...พอได้จับเธอมาแต่งองค์ทรงเครื่อง จัดทรงผมให้เรียบร้อย แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบางๆลุกคุณหนูคุณนายไฮโซ พร้อมชุดนักศึกษาเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวเช่นนี้เขาก็อดที่จะทำตัวหึงหวงอยากจะเก็บเธอเอาไว้เชยชมคนเดียวไม่ได้จริงๆ... "เสื้อผ้าแต่ละชุดจะสวยหรือไม่สวยมันขึ้นอยู่กับไม้แขวนด้วยนะรู้หรือเปล่า ซึ่งเธอสวยมากซะด้วยสิ" อาคมยังคงพ่นคำหวานใส่หญิงสาวตรงหน้าไม่มีหยุดหย่อน "ฉันขี้เกียจเลือกแล้ว เหมาหมดทั้งราวเลยเดี๋ยวค่อยให้คนเอาไปส่ง" "ฉันจะใส่หมดเหรอคะ?" "หมดสิ เผื่อเวลาที่ฉันอยากจะเล่นบทเร่าร้อนแล้วฉีกเสื้อผ้าเธอทิ้งเธอจะได้มีเสื้อผ้าสำรองใส่เยอะๆยังไงล่ะ" โดนประโยคนี้ตอกเข้าทำเอาขึ้นฉ่ายถึงกับขนลุกซู่ ไม่กล้าตอบปากต่อคำกับเขาอีกเลยจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบแล้วเดินเคียงข้างต้อยๆๆไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ เป็นเวลาร่วม 2 ชั่วโมงเศษ ที่ทั้งคู่เดินเวียนรอบๆห้างสรรพสินค้าจนแข้งขาด้านชา หิ้วสอยทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆนานาหมดไปประมาณเกินครึ่งล้าน...และมาจบด้วยร้านไอศกรีม "เธอชอบกินไอศกรีมเหรอ?" อาคมยิ้มอย่างเอ็นดูที่อีกฝ่ายกำลังตั้งหน้าตั้งตาจ้วงก้อนเย็นๆเข้าปากเอาเข้าปากเอาโดยที่ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด "ดูซิกินมูมมามจนเลอะหมดแล้วเนี่ย" ว่าพลางก็หยิบทิชชู่เช็ดทำความสะอาดให้ "ชอบสิคะ แต่ก็กินแค่พอหอมปากหอมคอไม่ได้กินบ่อยหรอกค่ะเพราะว่าต้องประหยัดเงินเอาไว้ใช้..." ใบหน้างดงามเศร้าสลด "ตอนเด็กๆเนี่ยหลังจากที่เลิกเรียนแล้วคุณพ่อพาฉันไปกินไอศกรีมที่ร้านแถวโรงเรียนบ่อยมาก ร้านนั้นก็เลยจัดว่าเป็นร้านโปรดของฉันเลยล่ะค่ะ" ทุกครั้งที่พูดถึงผู้เป็นบิดาทั้งแววตาและรอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏออกมาให้เขาได้เห็นว่าเธอนั้นคงรักบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงมากแค่ไหน "..." "แต่เหมือนที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังนั่นแหละค่ะ หลังจากที่พ่อฉันเสียชีวิต ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปอย่างกับนางฟ้าตกสวรรค์เลยค่ะ" ขึ้นฉ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่ "แม่เลี้ยงของฉันหมดเงินไปหลายสตางค์กับการเข้าบ่อนพนัน แล้วก็ไปกู้หนี้ยืมสินจนบ้านเราหมดตัวจัดอยู่ในระดับตกอับจนบางวันฉันต้องอดมื้อกินมื้อ ฉันยังจำได้เลยค่ะว่าตอนที่เดินผ่านร้านไอศกรีมร้านประจำที่มีภาพของฉันและพ่อเคยนั่งกินด้วยกันทุกๆวัน แต่ไม่สามารถทำแบบเดิมได้จะทำได้เพียงก็แค่ยืนมองผ่านกระจกใสๆที่กั้นอยู่ มันทรมานมากแค่ไหน" ขึ้นฉ่ายยังคงจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดีไม่เคยลืม แต่ทุกอย่างก็อาศัยอยู่ได้ด้วยเพราะความเคยชินหากเธอยังถือคติกินมั่วกินซั่วเหมือนตอนสมัยที่พูดเป็นบิดายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้คงจะลำบากกว่านั้นเป็นหลายเท่า "..." ทางฝั่งของอาคมได้ฟังเรื่องราวของขึ้นฉ่ายแล้วก็รู้สึกสงสารและพลอยเห็นอกเห็นใจเธอเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนเขาคิดว่าชีวิตของตัวเองบัดซบที่ต้องสูญเสียมารดาผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจและแรงยึดเหนี่ยวเดียวเดียวที่มีด้วยเหตุผลบ้าๆ! ซ้ำร้ายคุณทรงอำนาจผู้เป็นพ่อยังไม่ดูดำดูดีไม่เคยใส่ใจดูแลแล้วขีดเส้นทางบังคับให้เขาเดินตามกรอบที่วาดเอาไว้โดยไม่มีสิทธิ์ได้เลือกความฝันของตนเอง แต่...พอเจอขึ้นฉ่ายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขามันกลับกลายเป็นปัญหาเล็กน้อยที่เทียบไม่ติดกับสิ่งที่เธอเจอมาตลอดเลยด้วยซ้ำ เขายังโชคดีที่มีคุณย่าคอยดูแลคอยให้ความรักความเมตตา...และมีเงินทองมากมายจะใช้ทั้งชีวิตก็คงใช้ไม่หมด "หลังจากนี้ถ้าเธออยากจะทานอะไร เธอบอกฉันได้เลยนะขึ้นฉ่าย ไม่ว่าจะไกลสุดหล้าฟ้าเขียวหรืออยู่เหนือสุดใต้สุดของประเทศไทยฉันก็พร้อมที่จะพาเธอไปตะลุย" อาคมเอื้อมแขนไปจับกุมฝ่ามือนุ่มๆแล้วเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมแววตาเข้าอกเข้าใจคู่นั้น "ขอบคุณนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกๆสิ่งจริงๆค่ะคุณอาคม" เธอยิ้มบางๆ หากเปรียบอาคมเขาก็คงจะเปรียบเสมือนโชคที่หล่นทับร่างกายของเธอหลังจากที่มันบัดซบมาทั้งชีวิต ทว่า...หารู้เลยไม่ การกระทำกระหนุงกระหนิง รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ฝ่ายชายไม่เคยมอบให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อนกลับตกอยู่ภายใต้สายตาของใครบางคนทุกอริยาบทการเคลื่อนไหวและกิริยาท่าทางที่ส่งผ่านออกมา "นั่นใช่คุณอาคมลูกชายคนเดียวของคุณทรงอำนาจเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในประเทศไทย ว่าที่คู่หมั้นเธอหรือเปล่ายะอารยา" และมันตกอยู่ที่กลุ่มแก๊งกลุ่มก้อนของอารยากับเพื่อนๆอีก 2 คนซึ่งคบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศนิวยอร์ก นั่นก็คือโฉมสำอาง ลูกสาวคุณหญิงหทัยฤดีประธานสมาคมอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย และ พัชราภรณ์ ลูกสาวนักการเมืองคู่ซี้กับคุณพ่อของอารยาซึ่งได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ในฐานะที่มีหน้าตาทางสังคมใกล้เคียงไล่เลี่ยกันจึงส่งผลให้ทั้งสามคนค่อนข้างสนิทจนได้มารวมตัวเป็นกลุ่มก้อน "คุณอาคมที่เธอเล่าให้พวกฉัน 2 คนฟังบ่อยๆนะเหรอ? เอ๊ะ ว่าแต่วันนี้เขาควงผู้หญิงที่ไหนมาล่ะท่าทางกระหนุงกระหนิงสนิทสนมใช่ย่อยเลยนะ" พัชราภรณ์เบ้ปากเล็กน้อยในจังหวะที่อารยาเผลอแล้วหันไปพยักหน้าเป็นอันว่ารู้กันกับโฉมสำอาง "..." อารยากำมัดแน่น หล่อนโมโหเป็นฟืนเป็นไฟจนแทบอยากจะลุกจากโต๊ะอาหารในร้านโอมากาเสะกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังแล้วกระชากหัวแม่สาวคนนั้นตบสัก 2-3 ทีให้หายเคืองใจ แต่ก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบเพราะต้องรักษาภาพพจน์คุณหนูอารยาผู้แสนเรียบร้อย น่าเอ็นดูและดูไฮโซ "แต่เด็กนั่นก็หน้าตาสะสวยใช้ได้นะ ซ้ำยังอยู่มหาวิทยาลัยอยู่เลย เอ๊ะๆ ว่าที่คู่หมั้นเธอคงจะชอบใช่ย่อยดูรอยยิ้มนั่นสิ เอ...ไหนฉันได้ข่าวมาว่าคุณอาคมเหี้ยมโหด ทำตัวขรึมน่าเกรงขามอยู่ตลอดเวลา บนใบหน้านี่บึ้งตึงไม่เคยจะมีมิตรไมตรีกับใคร แล้วทำไมกัน..." โฉมสำอางแกล้งลากเสียงยาว ใครๆต่างก็รู้ดีว่าอาคมเป็นผู้ชายที่ควรถอยห่างมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าทั้งใบหน้าบุคลิกและรูปร่างแกร่งกำยำสมสัดส่วนทุกกระเบียดนิ้วของเขาจะเป็นที่หมายตาสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย แต่ลือชื่อเรื่องความน่ากลัว น่าเกรงขาม! ไอ้รอยยิ้มพิมพ์ใจที่มอบให้แก่ผู้หญิงตรงข้ามนั่นน่ะ คงไม่มีใครเคยได้เห็นและคิดว่าไม่สามารถได้รับจากผู้ชายอย่างอาคมด้วยซ้ำ! เขาโมโหร้ายน่าหวาดกลัวสักแค่ไหนทุกคนต่างรู้ดี แต่ยิ่งน่ากลัวร้อนเป็นไฟก็ยิ่งน่าลองสำหรับอารยา! หล่อนชอบผู้ชายท้าทายอย่างอาคม ไม่ใช่ผู้ชายน่าเบื่อซ้ำๆจำเจแทบไม่มีอะไรให้น่าค้นหาเหมือนคนอื่นๆ"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะให้เราไปส่งเธอยังไงล่ะลดา เธอเพิ่งบอกไปหยกๆเมื่อครู่ว่าเธอมีนัดกับแฟน ถ้าแฟนเธอเห็นเราแฟนเธออาจจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็บุกเข้ามาต่อยเราสลบคาที่ก็ได้นะ" แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "อะจ้า ฉันจะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ มีนาล่ะ มีนายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่ามีนามันมีแฟนน่ะ" "ก็เราเห็นว่าคอนโดของมีนาอยู่ตรงข้ามกับคอนโดของเธอ ก็น่าจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ..." "พอๆเถอะ ไม่ต้องสรรหาคำพูดอะไรมาแก้ตัวอีกแล้ว ฉันมองออกน่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับขึ้นฉ่าย เพราะสายตาของเธอเวลาที่มองขึ้นฉ่ายกับมองพวกฉันสองคนมันไม่เหมือนกัน" "...เอ่อ..." "เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะกร แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์หรือไม่ก็รถสองแถวกลับเองได้" ขึ้นฉ่ายรีบชิงพูดออกมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าความอึดอัดมันเริ่มครอบงำเมื่อลดาพูดจบ "อ๋อโ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเหรอคะ? เอ่อ… พอดีว่าวันนี้มีกิจกรรมแค่รับน้องปีหนึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายฉันขอไปเดินเที่ยวห้างใกล้ใกล้กับเพื่อนได้ไหมคะ”“เพื่อนที่ไหน ชื่ออะไร ผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วไปรู้จักกันได้ยังไง” อาคมถามคำถามยาวยืดซักไซร้เธอด้วยความเป็นห่วง “บอกฉันมาให้หมดเปลือกเลยนะขึ้นฉ่าย เธอน่ะชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย” อาคมไม่ได้กลัวว่าหญิงสาวจะไปประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามแต่อย่างใด เพียงแค่เขาเกรงว่าเธอจะถูกใครเขาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพราะอาศัยความไร้เดียงสาไม่ทันคนและดีจนเกินไปของเธออาคมไม่อยากจะคิดจินตนาการถึงภาพที่มีชายคนอื่นมากระทำกับของรักของหวงของเค้าเช่นเดียวกับที่เขากระทำเธอ…หากเป็นเช่นนั้นอาคมคงอาละวาดคลั่งตายแน่ๆ “ชื่อลดา มีนา แล้วก็กรค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง “ทั้งสามค
“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย “อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียวอาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก“อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย“คุณอาคมคะ
“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ลูกชายของขวัญในชีวิตของเราสองคนประสบความสำเร็จสมดังที่คิดตั้งใจเอาไว้ยังไงล่ะ” เรือนร่างหนาของคุณทรงอำนาจสั่นคลอนตามแรงสะอึกสะอื้นที่ถ่ายทอดออกมายามอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่ต้องทำตัวเหมือนเข้มแข็งและเข้มงวดทุกคนรวมถึงลูกชายเพียงคนเดียวอยู่ตลอดเวลานั้นเบื้องหลังเขาไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน เขาแทบใช้นิ้วมือนิ้วตีนนับไม่หมดเลยด้วยซ้ำว่า เขาแอบร้องไห้กับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต… คุณทรงอำนาจต้องทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาโดยตลอด นั่นเพราะเขาเป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่ไร้ซึ่งคู่คิดและคนเคียงข้างกาย เขายืนอยู่ลำพังโดดเดี่ยวเดียวดาย หากเขาอ่อนแอลงแล้วทุกคนในการดูแล ทุกคนในบ้านจะอยู่อย่างไร จะเคารพนับถือได้อย่างไรกัน? ทั้งทั้งที
“ตาอำนาจนี้ก็กระไรดี แต่ถ้าคิดในทางกลับกันพ่อเค้าอาจจะหวังดีกับเราก็ได้นะอาคม ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็กเด็กแล้วอายุอานามปาเข้าเลขสามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วก็มีเหลนให้ย่าอุ้มได้แล้วนะ” คุณหญิงประภาศิริปลงกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว หล่อนตั้งหน้าตั้งตาอุ้มเหลนเตรียมของไว้รับขวัญมากมายตั้งแต่อาคมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายปีก็ไร้ซึ่งวี่แววทายาทรุ่นถัดไป“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับย่า” ยกเว้นขึ้นฉ่าย“ย่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราสองคนพ่อลูกจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอกครับย่า ผมจัดการเองได้” ว่าจบก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยคล้ายกับสมองอันชาญฉลาดของเขาได้คิดแผนการเอาตัวรอดสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นสุดหรูนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว “…” คุณประภาศิริถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าลูกสะใภ้ยังอยู่หล่อนคงจะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างดีแน่นอน @ตกเย็น อาคมจัดการโทรไปบอกหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์อย่างใจจดใจจ่อเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กลับไปรับประทานอาหารเย็นร่วมด้วย เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องเคลียร์และสะสางให้เรียบร้อย หากเธออยากรับประทานอะไรที่มันไม่มีในตู้เย็นก็ออกปา




![คลั่งรักยัยลูกหนี้ [Black List]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


