LOGIN“ตาอำนาจนี้ก็กระไรดี แต่ถ้าคิดในทางกลับกันพ่อเค้าอาจจะหวังดีกับเราก็ได้นะอาคม ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็กเด็กแล้วอายุอานามปาเข้าเลขสามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วก็มีเหลนให้ย่าอุ้มได้แล้วนะ” คุณหญิงประภาศิริปลงกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว หล่อนตั้งหน้าตั้งตาอุ้มเหลนเตรียมของไว้รับขวัญมากมายตั้งแต่อาคมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายปีก็ไร้ซึ่งวี่แววทายาทรุ่นถัดไป
“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับย่า” ยกเว้นขึ้นฉ่าย “ย่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราสองคนพ่อลูกจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอกครับย่า ผมจัดการเองได้” ว่าจบก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยคล้ายกับสมองอันชาญฉลาดของเขาได้คิดแผนการเอาตัวรอดสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นสุดหรูนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว “…” คุณประภาศิริถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าลูกสะใภ้ยังอยู่หล่อนคงจะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างดีแน่นอน @ตกเย็น อาคมจัดการโทรไปบอกหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์อย่างใจจดใจจ่อเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กลับไปรับประทานอาหารเย็นร่วมด้วย เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องเคลียร์และสะสางให้เรียบร้อย หากเธออยากรับประทานอะไรที่มันไม่มีในตู้เย็นก็ออกปากใช้แม้นเมืองได้ตามสบาย คิดเสียว่าตนเองเป็นนายผู้หญิง บนโต๊ะขนาดใหญ่ของคฤหาสน์อินทรีขาวในวันนี้เต็มไปด้วยอาหารสุดหรูที่วัตถุดิบของมันชั้นดีนำเข้ามาจากต่างประเทศปรุงด้วยเชฟมืออาชีพที่พ่อของเขาจ้างมาโดยเฉพาะการนี้เป็นพิเศษ! “จำน้องได้ไหมอาคม นี่น้องอารยาน้องอายที่เคยเป็นเพื่อนเล่นกับลูกตอนเด็กเด็กไง” ประมุขของบ้านคุณทรงอำนาจซึ่งนั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะสุดเกริ่นเป็นคนแรกเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเฉียบและเสียเปล่า ตอนนี้เขากำลังแนะนำผู้หญิงรูปร่างบอบบาง ผิวขาวนวลดุจหยวกกล้วย ดัดผมม้วนลอนทรงฟาร่าประมาณปีกไก่แล้วสวมใส่ชุดเดรสสีชมพูเข้ารูปเข้าทรงอวดองค์เอวคอดกิ่วซึ่งความสั้นของมันประมาณหัวเข่า บริเวณลำคอระหง ข้อมือเรียวบาง และนิ้วยาวยาวไม่ปล่อยให้ว่างเปล่าสวมใส่เครื่องเพชรแบรนด์ดังเต็มชุดคล้ายกับว่าจะไปเดินแบบประมูลของเพื่อการกุศลเสียอย่างนั้น “จำไม่ได้ครับ” คำตอบตรงไปตรงมาของอาคมทำให้ผู้เป็นพ่อตาขวาง ส่วนหญิงสาวร่างละออที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสีหน้าเจื่อนเพียงยิ้มสู้ “ไม่แปลกหรอกค่ะที่พี่อาคมจะจำอายไม่ได้ เพราะตอนนั้นเราสองคนก็ยังเด็กเด็กกันอยู่ พี่อาคมน่าจะประมาณเจ็บขวบส่วนอายเพิ่งสองขวบเอง” ทั้งสองคนอายุห่างกันห้าปีนั่นเท่ากับตอนนี้อาคม 33 อารยาก็จะต้อง 28 “ครับ” “อ้อ! คุณอาคะคุณพ่อฝากมาขอโทษคุณอาค่ะที่วันนี้ไม่สามารถมาร่วมกับประทานมื้อเย็นร่วมด้วย เผอิญว่าคุณพ่อติดธุระสำคัญจริงๆน่ะค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงค่อย ๆ อย่างนอบน้อมเพื่อให้คุณทรงอำนาจประมุขของบ้านเอ็นดูหล่อน “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหนูอาย” อารยายิ้มบาง ๆ “ว่าแต่ช่วงนี้อายไม่เห็นพี่อาคมออกงานสังคมเลยนะคะ คงจะติดธุระยุ่งยุ่งใช่ไหมคะ?” อาคมเอือมระอาจนแทบจะเบือนหน้าหนี ผู้หญิงคนนี้หน้าด้านหน้าทนเสียกระไรติดตามผู้ชายทุกกระเบียดนิ้วแถมพูดออกมาได้ไม่ละอายแก่ปากเลยสักนิด “ครับ” “คุณลุงบอกว่าพี่อาคมกำลังจะเปิดรีสอร์ทใหม่แถวภูเก็ตเหรอคะ? ที่นั่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อายคิดว่าคงจะเป็นที่นิยมรีสอร์ทหนึ่งเลยล่ะค่ะ” อารยาพยายามตีตัวสนิทอาคมให้ดีมากที่สุดตามคำสั่งของผู้เป็นบิดา ซ้ำเธอยังตกหลุมรักอาคมเพียงแค่เห็นภาพถ่ายของเขาในโทรศัพท์มือถือแต่พอได้มาเจอตัวจริงเขากลับรูปหล่อ คมเข้ม น่าดึงดูดและน่าสนใจกว่าเดิมเป็นไหน ๆ ใครที่ได้ผู้ชายคนนี้ไปครองจะต้องเป็นผู้หญิงที่ผู้หญิงครึ่งค่อนประเทศอิจฉาตาร้อนแน่ ๆ และอารยาก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตำแหน่งนั้นเหมาะสมกับนางพญาอย่างหล่อนเท่านั้น! ใครมันเสนอหน้าเข้ามาหล่อนจะกำจัดให้หมดสิ้น! “ครับ” อาคมถามคำตอบคำ ทำให้อารยาเริ่มไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่เมื่อโดนเมินอย่างที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกระทำทีท่าเช่นนี้กับหล่อนมาก่อน แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้ให้มากที่สุด อย่ากระโตกกระตากเดี๋ยวไก่ตื่น อารยาเกิดมาบนกองเงินกองทองที่บรรพบุรุษสร้างเอาไว้หากจะใช้ทั้งชีวิตก็เหลือเฟือ… ถูกตามใจและเอาอกเอาใจอย่างถึงที่สุดเพราะเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่ ชนิดที่ว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ชายคนนี้ “ไอ้อาคม!” คุณทรงอำนาจพูดเสียงเบาเบาแต่ส่งฝ่ามือไปตบที่หน้าตักของลูกชายเพื่อเตือนสติเขา “น้องอายกลับมาอยู่เมืองไทยนานแล้วเหรอครับ” “สักระยะแล้วค่ะ แต่อายยังไม่ค่อยรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแล้วก็ไม่ชำนาญเส้นทางสักเท่าไหร่เลยค่ะ หากไม่เป็นการรบกวนและไม่ทำให้พี่อาคมลำบากใจจนเกินไป อายขอวานพี่อาคมช่วยพาอายเที่ยวหน่อยนะคะ” เมื่อได้ทีหล่อนก็รีบหูลิ่ว “คงจะเป็นการรบกวนจนเกินไปน่ะครับ พอดีว่าพี่คงไม่มีเวลาว่างมากขนาดนั้นที่จะไปทำอะไรไร้สาระ แต่หากน้องอายอยากจะเที่ยวจริง ๆ พี่ขอแนะนำบริษัททัวร์เลยครับ จ่ายแค่เงินก็จบไม่ต้องไปลำบากคนอื่นเขาด้วย” อาคมตอบได้อย่างน่าตายโดยที่ไม่ได้สนใจสักนิดว่าประมุขของบ้านกำลังกัดฟันกรอด ๆ โกรธโมโหตัวสั่นราวกับเจ้าเข้า “เอ่อ…” อารยากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หล่อนเม้มริมฝีปากเข้าหากันเบา ๆ เหลือบแลเขาอย่างไม่เต็มสายตาสักเท่าไหร่เพราะความละอาย “อ่า อิ่มแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณทรงอำนาจ น้องอารยา” แน่นอนว่าอาคมไม่ได้ต้องการคำอนุญาตจากใคร เขาเพียงแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้น เมื่อพูดจนจบประโยคก็เดินลอยละลิ่วออกไปจากตัวเรือนคฤหาสน์อินทรีขาว คว้าลัมโบร์กีนีคันหรูรีบมุ่งหน้าออกจากพื้นที่หลาย 100 ไร่นี้ทันที … @เพ้นท์เฮ้าส์ของอาคม เมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงก็พบว่าคนตัวเล็กนอนหลับไปเสียแล้ว เขาจึงไม่อยากรบกวนค่อย ๆ หย่อนสะโพกลงนอนบนเตียงข้าง ๆ กายเธอพร้อมกับส่งแขนแกร่งโอบกอดเรือนร่างนุ่มนิ่มและแอบสูดดมกลิ่มหอมจากเนื้อกายฟอดใหญ่ด้วยความหลงใหล “ฝันดีนะ” ในทางกลับกันทางฝั่งของคุณทรงอำนาจ ผู้มีพระคุณที่ให้กำเนิดอาคมมากลับอกร้อนเป็นฟืนเป็นไฟอาละวาดทำลายข้าวของ ขว้างปาทุกสิ่งอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานทั้งใกล้ไกลมือหล่นกระจัดกระจายเพ่นพ่านไปหมด “ไอ้อาคม!!” คุณทรงอำนาจโมโหจนตัวสั่นเมื่อเห็นพฤติกรรมต่ำทรามของลูกชายที่กระทำต่อหน้าแขกอย่างหนูอารยาจนหน้าเงิบไปต่อไม่ถูกเช่นนั้น “บอกพี่ทีเถอะแคท พี่จะทำยังไงดี” ชายหนุ่มหยิบเอารูปถ่ายของภรรยาขึ้นมาถือเอาไว้ “พี่พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแคทแล้วนะว่าพี่จะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด” น้ำตาของลูกผู้ชายหลั่งไหลลงอาบสองพวงแก้ม “บอกพี่ทีเถอะแคท ตอนนี้สมองของพี่มันตายด้านไปหมดแล้ว พี่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นยังไงดี พี่ไม่อยากให้อาคมมันต้องเดินทางผิดแล้วผิดหวังกับสิ่งที่ตัวเองเลือก พี่ไม่อยากให้ลูกเป็นแบบนั้น”"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะให้เราไปส่งเธอยังไงล่ะลดา เธอเพิ่งบอกไปหยกๆเมื่อครู่ว่าเธอมีนัดกับแฟน ถ้าแฟนเธอเห็นเราแฟนเธออาจจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็บุกเข้ามาต่อยเราสลบคาที่ก็ได้นะ" แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "อะจ้า ฉันจะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ มีนาล่ะ มีนายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่ามีนามันมีแฟนน่ะ" "ก็เราเห็นว่าคอนโดของมีนาอยู่ตรงข้ามกับคอนโดของเธอ ก็น่าจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ..." "พอๆเถอะ ไม่ต้องสรรหาคำพูดอะไรมาแก้ตัวอีกแล้ว ฉันมองออกน่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับขึ้นฉ่าย เพราะสายตาของเธอเวลาที่มองขึ้นฉ่ายกับมองพวกฉันสองคนมันไม่เหมือนกัน" "...เอ่อ..." "เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะกร แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์หรือไม่ก็รถสองแถวกลับเองได้" ขึ้นฉ่ายรีบชิงพูดออกมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าความอึดอัดมันเริ่มครอบงำเมื่อลดาพูดจบ "อ๋อโ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเหรอคะ? เอ่อ… พอดีว่าวันนี้มีกิจกรรมแค่รับน้องปีหนึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายฉันขอไปเดินเที่ยวห้างใกล้ใกล้กับเพื่อนได้ไหมคะ”“เพื่อนที่ไหน ชื่ออะไร ผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วไปรู้จักกันได้ยังไง” อาคมถามคำถามยาวยืดซักไซร้เธอด้วยความเป็นห่วง “บอกฉันมาให้หมดเปลือกเลยนะขึ้นฉ่าย เธอน่ะชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย” อาคมไม่ได้กลัวว่าหญิงสาวจะไปประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามแต่อย่างใด เพียงแค่เขาเกรงว่าเธอจะถูกใครเขาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพราะอาศัยความไร้เดียงสาไม่ทันคนและดีจนเกินไปของเธออาคมไม่อยากจะคิดจินตนาการถึงภาพที่มีชายคนอื่นมากระทำกับของรักของหวงของเค้าเช่นเดียวกับที่เขากระทำเธอ…หากเป็นเช่นนั้นอาคมคงอาละวาดคลั่งตายแน่ๆ “ชื่อลดา มีนา แล้วก็กรค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง “ทั้งสามค
“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย “อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียวอาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก“อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย“คุณอาคมคะ
“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ลูกชายของขวัญในชีวิตของเราสองคนประสบความสำเร็จสมดังที่คิดตั้งใจเอาไว้ยังไงล่ะ” เรือนร่างหนาของคุณทรงอำนาจสั่นคลอนตามแรงสะอึกสะอื้นที่ถ่ายทอดออกมายามอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่ต้องทำตัวเหมือนเข้มแข็งและเข้มงวดทุกคนรวมถึงลูกชายเพียงคนเดียวอยู่ตลอดเวลานั้นเบื้องหลังเขาไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน เขาแทบใช้นิ้วมือนิ้วตีนนับไม่หมดเลยด้วยซ้ำว่า เขาแอบร้องไห้กับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต… คุณทรงอำนาจต้องทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาโดยตลอด นั่นเพราะเขาเป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่ไร้ซึ่งคู่คิดและคนเคียงข้างกาย เขายืนอยู่ลำพังโดดเดี่ยวเดียวดาย หากเขาอ่อนแอลงแล้วทุกคนในการดูแล ทุกคนในบ้านจะอยู่อย่างไร จะเคารพนับถือได้อย่างไรกัน? ทั้งทั้งที
“ตาอำนาจนี้ก็กระไรดี แต่ถ้าคิดในทางกลับกันพ่อเค้าอาจจะหวังดีกับเราก็ได้นะอาคม ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็กเด็กแล้วอายุอานามปาเข้าเลขสามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วก็มีเหลนให้ย่าอุ้มได้แล้วนะ” คุณหญิงประภาศิริปลงกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว หล่อนตั้งหน้าตั้งตาอุ้มเหลนเตรียมของไว้รับขวัญมากมายตั้งแต่อาคมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายปีก็ไร้ซึ่งวี่แววทายาทรุ่นถัดไป“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับย่า” ยกเว้นขึ้นฉ่าย“ย่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราสองคนพ่อลูกจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอกครับย่า ผมจัดการเองได้” ว่าจบก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยคล้ายกับสมองอันชาญฉลาดของเขาได้คิดแผนการเอาตัวรอดสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นสุดหรูนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว “…” คุณประภาศิริถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าลูกสะใภ้ยังอยู่หล่อนคงจะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างดีแน่นอน @ตกเย็น อาคมจัดการโทรไปบอกหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์อย่างใจจดใจจ่อเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กลับไปรับประทานอาหารเย็นร่วมด้วย เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องเคลียร์และสะสางให้เรียบร้อย หากเธออยากรับประทานอะไรที่มันไม่มีในตู้เย็นก็ออกปา







