登入"เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ารักผม... เอยลืมกฎของเราไปแล้ว?" เขาตั้งกฎเหล็กขึ้นมา เพื่อให้เธอรู้ว่า เขาไม่มีทางรักเธอ และเธอห้ามรู้สึกกับเขาในทุก ๆความรู้สึก!
查看更多บทนำ
ทำตัวเอง
"มาแล้วเหรอคะ" รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏขึ้นทันทีเมื่อเห็น 'อรรถพล' ก้าวเข้ามาในวิลล่า... รังรักของเรา"
"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้ารับสั้นๆ พลางส่งเสื้อสูทหรูและกระเป๋าแมคบุ๊กให้กับเอย เด็กที่เขารับเลี้ยงดูมานานถึงสามปีเต็ม
"วันนี้'เอย'ทำสปาเกตตี้นะคะ คุณอรรถอยากทานด้วยกันไหม?” เอยเงยมองอรรถด้วยรอยยิ้มแป้น แม้ว่าวันนี้อรรถพลจะกลับดึก แต่เธอก็ดีใจที่เขาเลือกที่จะกลับมาหาเธอ
"ไม่ล่ะ ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ติดธุระให้เอยทานก่อนได้เลย" เอยรู้และรับทราบถึงข้อความที่เขาส่งมาแล้ว
แต่เธอก็แค่อยากรอ...
"เอยอยากรอนี่คะ" ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่หลุดออกมาจากนิยาย หันกลับมาสบตาเอยด้วยแววตานิ่งสนิท
"แต่ผมทานมาแล้ว และอิ่มมากด้วย การที่เอยดื้อจะรอ สุดท้ายเอยก็ต้องรอเก้อ" ช่วงหลังมานี้เอยเริ่มดื้อรั้นและชอบขัดคำสั่งเขาอยู่บ่อยครั้ง เธอเริ่มทำตามอำเภอใจ จนเขาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่นัก
"เอยขอโทษค่ะ งันเอยไปเก็บอาหารก่อน แล้วเดี๋ยวเอยตามขึ้นไปนะคะ" เอยฝืนยกยิ้มกลบเกลื่อนความเสียใจ
"อืม ...ต่อไปก็เชื่อฟังหน่อยครับ"
"ค่ะ" เอยพยักหน้าบางๆ มองตามแผ่นหลังกว้างที่ย่ำเท้าก้าวขึ้นชั้นสองไปด้วยความเจ็บแปลบ เมื่อร่างแกร่งหายลับไปจากสายตา เอยจึงก้าวเดินเข้าไปยังห้องครัวเงียบๆ วางของของเขาไว้บนเก้าอี้ พลางยืนจ้องมองอาหารที่ตั้งใจทำด้วยความเสียดาย พลันยกยิ้มขึ้นมาด้วยความเศร้าใจลึก ๆ
ช่างเถอะ...
เธอควรจะชินชากับความใจร้ายของเขาได้แล้ว
อรรถพลยืนมองตัวเองในกระจกพลันถอนหายใจยาว แววตาสั่นไหวของเอยเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เขาพูดแรงไปหรือเปล่านะ...
เฮ้อ!
ช่างเถอะ!
อีกไม่นานเขาก็จะยุติความสัมพันธ์นี้กับเธอแล้ว มีอะไรให้ต้องคิดมากกัน
เอยเป็นเพียงนางร้ายในสังกัดที่เขาถูกใจจนคิดเลี้ยงดู เธอเป็นเพียงคู่นอนชั่วคราว และมันคือข้อแลกเปลี่ยนที่ใกล้จะหมดเวลาแล้ว
วันนี้ที่เขากลับดึกเพราะคุณปู่เพิ่งเรียกตัวให้เขาไปทานข้าวกับครอบครัวของ 'จีรนา' ว่าที่คู่หมั้นของเขาในอนาคต...
ซึ่งตอนนี้เราสองคนต่างก็ใจตรงกัน พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสถานะจากคู่ค้า น้องสาว มาเป็นคู่หมั้น และในอนาคตเราจะแต่งงานกัน ช่วยหนุน เกลื้อกูลกัน ทำธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ
แม้จะไร้ความรัก แต่ในตอนนี้ไม่มีใครคู่ควรกับเขาได้เท่ากับจีรนาอีกแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าความรักมันไม่ได้สำคัญกับเขาเลยสักนิด
...แต่อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน
เขาอาจจะรักเธอ และเราจะมีทายาทสืบสกุลตามที่ปู่ พ่อและแม่ต่างก็คาดหวังไว้กับเขา
"เดี๋ยวเอยเตรียมน้ำให้นะคะ คุณอรรถรอแปปหนึ่ง" เอยเก็บอาหารเสร็จแล้ว เธอจึงกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องนอนก็เห็นร่างแกร่งกำยำยืนเท้าแขนอยู่หน้ากระจก เหมือนกลับกำลังจมอยู่ในความคิดอะไรบางอย่าง
เอยจึงตัดสินใจเอ่ยเรียกสติเขาด้วยการบอกจะเตรียมน้ำให้ ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่เธอต้องการ อรรถพลได้สติจริง ๆ เขาหันกลับมามองเธอด้วยแววตานิ่งเรียบ ขณะที่มือบางกำลังจัดวางกระเป๋า สูทหรูไว้ในที่ของมันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
อรรถพลเริ่มปลดกระดุมที่ข้อมือเหลือบมองเอยที่กำลังจัดเตรียมชุดนอนให้เขาเงียบ ๆ
"คุณอรรคจะให้เอยช่วยถอดเสื้อให้ไหมคะ?"เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างแล้ว เรือนร่างระหงของเอยก็เดินเข้าไปหาอรรถอย่างเคยชิน เงยมองเขาด้วยรอยยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยถาม
"ไม่เป็นไร เอยเข้าไปเตรียมน้ำเถอะ"
"ค่ะ" ใบหน้าหวานยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมื่อหันหลังกลับรอยยิ้มพวกนั้นกลับเจือนจางลง แทนที่ด้วยความคิดมากที่มันสุมอยู่ในอกของเธอ
เอยค่อย ๆ นั่งลงที่ขอบอ่างอาบน้ำ เธอเปิดน้ำและปรับอุณหภูมิน้ำเหมือนเช่นเคย ใบหน้าหวานเรียวไข่นั่งเหม่ออีกครั้ง โดยไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงที่ก้าวเดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยฝีเท้าที่เบาและเงียบ
"คิดอะไรอยู่?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ทว่าร่างเล็กยังคงนิ่งงันไม่ตอบสนองใด ๆ ตอนนี้อรรถพลจึงยืนกอดอกจ้องมองเอยที่นั่งเหม่อมานานมากพอควร
"เอย..." อรรถจึงเรียกเธอซ้ำอีกครั้ง
"คะ ค่ะ?" เสียงทุ้มต่ำปลุกเธอจากภวังค์ เอยสะดุ้งเล็กน้อยเงยสบตาเขาด้วยแววตาสั่นระริก
"ผมถามว่าคิดอะไรอยู่?" อรรถพลถามซ้ำ
"คะ? อ๋อ... เอยกำลังตั้งใจวัดอุณหภูมิน้ำค่ะ" ข้ออ้างที่ไม่ได้เรื่องทำให้อรรถพลลอบถอนหายใจ
"ที่พูดไปเมื่อกี้... ถ้ามันแรงไป ผมขอโทษด้วยแล้วกัน" เขารู้ดีว่าอาการแปลกๆ ของเอยเกิดขึ้นเพราะตัวเขา
เอยส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ไม่เลยค่ะ คุณอรรถไม่ผิดเลย เอยผิดเองที่รั้นจะรอ"
"ก็รู้ตัวดีนี่ครับ งั้นก็อย่าทำหน้าแบบนี้อีก" มือหนาลูบไล้ใบหน้าหวานอย่างปลอบประโลม เขาไม่ชอบเห็นใบหน้านี้มีแววทุกข์ใจ
"ค่ะ" เธอรู้ว่าอรรถพลอาจจะเป็นคนที่นิ่งขรึม เย็นชา การแสดงออกอาจจะติดลบ แต่เขามักจะมีวิธีการปลอบเธอ เอาใจเธอแบบนี้เป็นประจำ
นี่คงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอไปไหนไม่รอด แม้เขาจะเย็นชากับเธอมากแค่ไหนก็ตาม...
น้ำอุ่นอยู่ในอุณภูมิที่พอดีแล้ว ในอ่างเริ่มมีฟองสบู่ปะปนไปด้วยไอร้อน เอยจึงลุกขึ้นยืนจนเต็มตัวอีกครั้ง
"ลงอ่างได้แล้วค่ะ" เอยพึมพำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มบาง พลางช่วยอรรถถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออกจากเรือนร่างกำยำ
เมื่อไร้พันธนาการจากชุดคลุม เท้าหนาจึงย่างก้าวลงไปในอ่างอย่างเคยชิน เอยมองตามแผ่นหลังแกร่งที่ทรุดกายลงนั่ง ก่อนที่มือบางจะจัดการเปลื้องผ้าของตัวเองออกจนหมดสิ้นอย่างรู้หน้าที่...
ทุกครั้งที่เขามาหา เธอมีหน้าที่ช่วยอาบน้ำและปรนนิบัติให้อรรถรู้สึกผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด
"วันนี้เหนื่อยไหมคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามในขณะที่มือเรียวเริ่มลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่ง
"ไม่เท่าไรครับ" เสียงทุ้มต่ำตอบกลับอย่างแหบพร่า ร่างกายของเขามักจะตอบสนองต่อเอยเป็นพิเศษ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน เอยยังคงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาตบะแตกได้ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิด และยิ่งเธอเริ่มยั่วยวนเพียงนิด เครื่องยนต์ในกายก็ร้อนรุ่มขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว!
"อื้อ..." ร่างบางถูกกระชับเข้าหาด้วยมือหนาที่บีบเฟ้นก้นกลมมนใต้น้ำ สัมผัสบดเบียดนัวเนียยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์รักพุ่งสูงขึ้น เอยตอบสนองอย่างรู้งาน เธอขยับกายบดเบียดถูไถนวดเฟ้นความแข็งขืนนั้นเบาๆ
หากเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะมีความขัดเขินอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้เธอกับเขาต่างก็คุ้นเคยกัน ได้เห็นทุกตารางนิ้วทุกสัดส่วนบนร่างกายของกันและกัน ความประหม่าจึงมลายหายไปเหลือเพียงความปรารถนาที่เข้ามาแทนที่
"ยั่วเก่งนะเรา" อรรถเงยหน้าสบตาเอยที่นั่งทับอยู่บนตัวเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ดุดัน เอยยกยิ้มมุมปาก ใช้สายตายั่วยวนสบประสานกลับไป นิ้วเรียวเขี่ยวนที่ยอดอกเล็ก ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอแกร่งเอาไว้อย่างแผ่วเบา
"คุณอรรถเป็นคนสอนเอยเองนี่คะ"
"หึ..." อรรถพลกระตุกยิ้มที่มุมปาก ใช่... กว่าเอยจะเก่งได้ขนาดนี้ เป็นเขาเองที่เคี่ยวเข็ญและ 'เทรน' เธอมาอย่างดีในทุกท่วงท่า จากสาวน้อยแรกแย้มในวันนั้น กลายเป็นแมวน้อยยั่วสวาทในวันนี้
ชายหนุ่มหลับตาลงนิ่งยามที่ร่างบางคลอเคลียอยู่กับลำคอ เธอกดจูบลงบนลาดไหล่กว้างอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจบลงที่ริมฝีปากหนา... เอยประทับจูบลงไป บดขยี้อย่างเร่าร้อนพร้อมๆ กับขยับกายช่วงล่าง บดเบียดสิ่งแข็งแกร่งที่กำลังขยายตัวอยู่ใต้น้ำ
อรรถพึงพอใจกับการรุกรานของร่างเล็กไม่น้อย เขาเริ่มบดจูบตอบโต้ ปลายลิ้นพัวพันกันตามแรงอารมณ์ที่ทวีความรุนแรง เรือนร่างเปลือยเปล่ากอดรัดกันแน่นขึ้น เสียงหอบพร่าและเสียงฉ่ำแฉะจากการแลกสัมผัสชวนให้บรรยากาศรอบกายยิ่งร้อนระอุ
มันเป็นจูบที่ดุเดือดไม่ต่างจากกระแสน้ำในอ่างที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการควบคุมของเอย
อื้ออ~
ในที่สุดเอยก็เสร็จก่อน จากนั้นเธอก็ใช้ความคับแน่นตอดรัดขยับกายเพื่อเย้ายวน เพื่อส่งให้อรรถพลเสร็จสมตามกันมาติดๆ ความสามารถนี้เธอเรียนรู้มาจากเขา อรรถพลมักจะบอกเสมอว่าเขาพอใจตรงไหน ชอบแบบไหน จนทั้งคู่รู้จุดอ่อนไหวของกันและกันเป็นอย่างดี
นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เธอทำได้ดีที่สุด...
การปรนเปรอให้เขาพึงพอใจและหายขุ่นเคืองใจจากเรื่องอื่นๆ การเอาใจของเอยทำให้เขาผ่อนคลายได้เสมอ ไม่ว่าเขาจะโกรธเธอแค่ไหน เธอก็สามารถทำให้เขาลืมเลือนมันไปได้ง่ายๆ เพียงแค่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
เสียงหอบหายใจยังคงดังอยู่ข้างใบหู เอยซบหน้าลงกับไหล่หนา กอดคอเขาไว้แนบแน่นอย่างหมดแรง ทว่าส่วนล่างยังคงเชื่อมประสานกันไว้ไม่ยอมถอดถอน ...พักได้เพียงครู่เดียวเอยก็สัมผัสได้ถึงมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง ก่อนจะวนกลับมาเขี่ยดึงยอดถันเม็ดเล็กจนแข็งเป็นไต
'ครั้งเดียว' ไม่เคยใช้ได้กับคนอย่างอรรถพล... เรื่องนี้เธอรู้ดี และเธอต้องพร้อมรองรับความต้องการของเขาให้ได้เสมอ
"คุณอรรถ... อ๊ะ" ชายหนุ่มดันร่างบางออกเพียงนิด ก่อนจะก้มลงซุกไซ้กลืนกินยอดอกอิ่มอย่างหื่นกระหายและดุดัน เรียกเสียงครางหวานก้องกังวาน เอยเงยหน้าขึ้นปล่อยให้เขาได้มอบความเสียวซ่านตามใจชอบ ก่อนที่เพลิงพิศวาสจะเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
สายน้ำสั่นกระเพื่อมจนล้นอ่าง รุนแรงและหนักหน่วงตามแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำ ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อพายุพิศวาสมอดดับ...
***********************
สวัสดีค่า วันนี้ไรต์มาเปิดเรื่องใหม่งับ เรื่องนี้เป็นSETเล่ห์รัก คู่หนูเอยเพื่อนนะโม[จากเรื่องเล่ห์รัก รามสูร] ซึ่งครั้งนี้ไรท์จับหนูเอยให้โคจรมาพบกับคุณชายอรรถพล ลูกชายคนโตหัวแก้วหัวแหวนของพี่ไฟและหนูฝัน หรืออัคคี - พาฝัน จากเรื่องกลรักกรงร้าย [SETกลรัก] รุ่นพ่อเมียก็ท้องแล้วหนี รุ่นลูกจะเป็นยังไงโปรดติดตามด้วยนะคะ
ธงดำ ไบโพลาร์ เปงหมาโบ้ครบสูตร ไม่มีนอกกายนอกใจ
เป็นกำลังใจให้หนูเอยของเราด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับหนูเอยกัน ว่าจะเจอความไบโพลาร์ของอิพี่ยังไงบ้าง ><
บทที่10เลื่อนสถานะ"อ๋อ งันพักกันก่อนมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย""เรื่องอะไรอ่ะ อย่าบอกว่าซื้อแหวนเพชรมาขอเอยมันแล้วน่ะ รวยจังนะ"เอยยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนะโมที่ทำท่าเหมือนอยากจะหยุมหัว ทั้งจิกกัดปอร์เช่ตั้งแต่เห็นหน้า"แน่นอนสิว่ารวย แต่ฉันยังไม่ขอเอยตอนนี้หรอกนะ ถ้าขอจริงๆต้องเซอร์ไพรส์ครับ" ปอร์เช่ตอบรับด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามสไตล์"จ้าา คนคลั่งรัก คนรวย รวยขนาดนี้ งั้นก็เลี้ยงเบียร์เพื่อนสิ!" นะโมไม่พูดเปล่า ยังแยกเขี้ยวใส่ปอร์เช่ด้วยความเคืองเล็ก ๆ ที่เขาแอบบินไปหาเอยคนเดียวโดยไม่คิดจะชวนเธอสักคำ"ได้สิ ฉันเลี้ยงเพื่อนรักได้อยู่แล้ว แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก" ชายหนุ่มเน้นคำว่ารักหนักแน่น พลางทอดสายตามองเอยด้วยความหมายลึกซึ้ง ทำเอาคนถูกมองถึงกับหน้าร้อนผ่าว ส่วนนะโมก็ได้แต่เบ้ปากมองบนเป็นรอบที่สิบ"เหอะ! รักนี่รักใครจ๊ะ? รักยัยเอยหรือเปล่า? เห็นนายส่งสายตาแบบนี้แล้วมันอดหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆ ว่ะ"ปอร์เช่หลุดขำออกมาทันที คำพูดของนะโมทำให้เขารู้ว่าเอยคงเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราให้นะโมฟังหมดแล้วจริง ๆ ซึ่งเขายอมรับว่ารู้สึกดีมาก... ดีใจที่เอยเลือกจะเปิดเผยเรื่องของเรา และไม่คิดจะ
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรักของปอร์เช่ที่มีต่อเอยนั้นบริสุทธิ์ใจจนเธอเองก็สัมผัสได้ และเธอมั่นใจว่าเพื่อนชายคนนี้จะดูแลเอยได้ดีกว่าผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้แน่นอน"เรื่องนั้นฉันเชื่อใจมันนะ... แต่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ไปตกลงคุยกันตอนไหน?"เอยจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอหนีไปพักใจที่ภูเก็ต แล้วจู่ๆ ปอร์เช่ก็โผล่ไปหาที่นั่นโดยไม่บอกกล่าว เขาไปเพื่อขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทคนเดิมอีกต่อไป…"หึ! แอบบินไปหาแกคนเดียว! ที่แท้ก็ไม่อยากพาฉันไปเป็นก้างนี่เอง ร้ายนักนะไอ้เสือปอร์!" นะโมต่อว่าเพื่อนชายคนสนิท แต่แววตากลับเจือไปด้วยความยินดี "แต่เอาเถอะ ฉันไม่โกรธมันหรอก อย่างน้อยมันก็เป็นคนที่เข้ามาช่วยฮีลใจเพื่อนรักของฉันให้กลับมาสดใสได้ขนาดนี้"นะโมยิ้มกว้างเมื่อเห็นแววตาของเอยที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต่างจากวันที่เพิ่งถูกทิ้งมาอย่างสิ้นเชิง"เออ... แล้วสรุปคือตอนนี้แกเปิดใจให้มันเต็มร้อยแล้วเหรอ?""อาจจะเกือบเต็มร้อยนะ แต่เอยอยากลองคุยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก่อน แค่เรารู้ว่าเรามีกันและกันก็พอแล้ว ส่วนสถานะที่จริงจังกว่านี้... ให้เวลาเป็นตัวตัดสินเถอะ""ฉันรู
"ระดับนี้แล้ว เอยก็รู้ว่าปอร์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ซัพพอร์ตเก่งที่หนึ่งอีกด้วยนะ""ฮ่า ๆๆ น่ารักที่สุดเลย" เอยหันไปยิ้มตาหยีให้ปอร์เช่อย่างสุขใจหัวใจที่เคยบอบช้ำค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเพราะผู้ชายคนนี้ และเขาก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกวันว่า...เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ยอมเปิดใจให้เขาเดินเข้ามา"ขอบคุณนะที่มาส่ง แล้วนี่... จะขึ้นไปข้างบนด้วยกันไหม?""ไม่ล่ะ พอดีปอร์มีประชุมบ่าย เดี๋ยวเย็นนี้จะรีบเคลียร์งานแล้วรีบบึ่งกลับมาหานะ เอยอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? อกไก่ หรือ... อกเราดี?""แหมมม" เอยกลอกตามองบนยิ้มใส่ปอร์เช่ด้วยความมันเขี้ยว"ฮ่า ๆๆ" ปอร์เช่เองก็รู้สึกเขินเหมือนกันนะ ที่ต้องมาพูดหยอกเย้า จีบเอยแบบนี้ ...แต่เขาก็อยากให้เอยเขินและมีความสุขน่ะนะ"เอาที่ปอร์อยากกินเลย เอยกินได้หมดนั่นแหละ ยกเว้นอกปอร์น่ะ!” ประโยคหลังเอยหยอกแซวกลับไป ทำเอาปอร์หัวเราะร่วน"ฮ่า ๆๆ โธ่ เสียใจจัง""อย่าเสียใจเลย แค่นี้ก็ได้ใจเอยไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้วนะ""งั้นควรดีใจสินะ""ช่ายย""โอเค งั้นก็สบายใจล่ะ เจอกันตอนเย็นนะ""เค๊ งั้นเอยไปก่อนนะ""ครับ"เอยส่งยิ้มหวานให้ปอร์เช่อีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถ ซึ่งปอร์เช่เอ
บทที่9การกลับมาหลายวันต่อมา...ความเงียบที่ดูมาคุเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของอรรถพล มันกดดันยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมาเมื่อครามก้าวเข้ามาพร้อมกับรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเอยซึ่งหลังจากที่ส่งคนสะกดรอยตามเอยอย่างใกล้ชิดมาหลายวัน เขาก็ค้นพบความจริงว่าเอยไม่ได้อยู่คอนโดของนะโม"คุณเอยไม่ได้อยู่ที่คอนโดของคุณนะโมแล้วครับ" ครามรายงานเสียงเรียบ หากแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความหวั่นเกรงต่อคนตรงหน้า "คนของเราเฝ้าอยู่หน้าคอนโดคุณนะโมมาหลายวัน แต่ไม่มีวี่แววของคุณเอยเลยแม้แต่เงา ข้อมูลล่าสุดระบุว่าคุณเอยไม่ได้กลับเข้าไปที่คอนโดมาหลายวันแล้วครับ และมีรายชื่อบินระหว่างประเทศ ไปภูเก็ตครับ แต่เรายังหาเธอไม่เจอ" สิ้นคำรายงาน บรรยากาศรอบตัวก็พลันตึงเครียดลดฮวบลงอย่างเยือกเย็น ใบหน้าคมที่เคยเรียบเฉย บัดนี้ฉายแววเกรี้ยวกราดขึ้นมาอย่างน่ากลัวแววตาคมกริบฉายโรจน์ด้วยเพลิงโทสะจนคนมองต้องก้มหน้าหลบ"เอยหายไป? คนทั้งคนจะหายไปได้ยังไง!" สุ้มเสียงคำรามต่ำลอดไรฟันดังขึ้น ถามซ้ำราวกับไม่เชื่อหู"ผมไม่รู้ครับ... ตอนนี้ผมกำลังส่งคนตามหาอยู่ แต่เพราะการติดตามขาดช่วงไปก่อนหน้านี้ ทำให้เบาะแสเราหายไป ที่อยู่ที่แท้จริงของคุ