Mag-log in"เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ารักผม... เอยลืมกฎของเราไปแล้ว?" เขาตั้งกฎเหล็กขึ้นมา เพื่อให้เธอรู้ว่า เขาไม่มีทางรักเธอ และเธอห้ามรู้สึกกับเขาในทุก ๆความรู้สึก!
view moreบทนำ
ทำตัวเอง
"มาแล้วเหรอคะ" รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏขึ้นทันทีเมื่อเห็น 'อรรถพล' ก้าวเข้ามาในวิลล่า... รังรักของเรา"
"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้ารับสั้นๆ พลางส่งเสื้อสูทหรูและกระเป๋าแมคบุ๊กให้กับเอย เด็กที่เขารับเลี้ยงดูมานานถึงสามปีเต็ม
"วันนี้'เอย'ทำสปาเกตตี้นะคะ คุณอรรถอยากทานด้วยกันไหม?” เอยเงยมองอรรถด้วยรอยยิ้มแป้น แม้ว่าวันนี้อรรถพลจะกลับดึก แต่เธอก็ดีใจที่เขาเลือกที่จะกลับมาหาเธอ
"ไม่ล่ะ ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ติดธุระให้เอยทานก่อนได้เลย" เอยรู้และรับทราบถึงข้อความที่เขาส่งมาแล้ว
แต่เธอก็แค่อยากรอ...
"เอยอยากรอนี่คะ" ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่หลุดออกมาจากนิยาย หันกลับมาสบตาเอยด้วยแววตานิ่งสนิท
"แต่ผมทานมาแล้ว และอิ่มมากด้วย การที่เอยดื้อจะรอ สุดท้ายเอยก็ต้องรอเก้อ" ช่วงหลังมานี้เอยเริ่มดื้อรั้นและชอบขัดคำสั่งเขาอยู่บ่อยครั้ง เธอเริ่มทำตามอำเภอใจ จนเขาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่นัก
"เอยขอโทษค่ะ งันเอยไปเก็บอาหารก่อน แล้วเดี๋ยวเอยตามขึ้นไปนะคะ" เอยฝืนยกยิ้มกลบเกลื่อนความเสียใจ
"อืม ...ต่อไปก็เชื่อฟังหน่อยครับ"
"ค่ะ" เอยพยักหน้าบางๆ มองตามแผ่นหลังกว้างที่ย่ำเท้าก้าวขึ้นชั้นสองไปด้วยความเจ็บแปลบ เมื่อร่างแกร่งหายลับไปจากสายตา เอยจึงก้าวเดินเข้าไปยังห้องครัวเงียบๆ วางของของเขาไว้บนเก้าอี้ พลางยืนจ้องมองอาหารที่ตั้งใจทำด้วยความเสียดาย พลันยกยิ้มขึ้นมาด้วยความเศร้าใจลึก ๆ
ช่างเถอะ...
เธอควรจะชินชากับความใจร้ายของเขาได้แล้ว
อรรถพลยืนมองตัวเองในกระจกพลันถอนหายใจยาว แววตาสั่นไหวของเอยเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เขาพูดแรงไปหรือเปล่านะ...
เฮ้อ!
ช่างเถอะ!
อีกไม่นานเขาก็จะยุติความสัมพันธ์นี้กับเธอแล้ว มีอะไรให้ต้องคิดมากกัน
เอยเป็นเพียงนางร้ายในสังกัดที่เขาถูกใจจนคิดเลี้ยงดู เธอเป็นเพียงคู่นอนชั่วคราว และมันคือข้อแลกเปลี่ยนที่ใกล้จะหมดเวลาแล้ว
วันนี้ที่เขากลับดึกเพราะคุณปู่เพิ่งเรียกตัวให้เขาไปทานข้าวกับครอบครัวของ 'จีรนา' ว่าที่คู่หมั้นของเขาในอนาคต...
ซึ่งตอนนี้เราสองคนต่างก็ใจตรงกัน พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสถานะจากคู่ค้า น้องสาว มาเป็นคู่หมั้น และในอนาคตเราจะแต่งงานกัน ช่วยหนุน เกลื้อกูลกัน ทำธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ
แม้จะไร้ความรัก แต่ในตอนนี้ไม่มีใครคู่ควรกับเขาได้เท่ากับจีรนาอีกแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าความรักมันไม่ได้สำคัญกับเขาเลยสักนิด
...แต่อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน
เขาอาจจะรักเธอ และเราจะมีทายาทสืบสกุลตามที่ปู่ พ่อและแม่ต่างก็คาดหวังไว้กับเขา
"เดี๋ยวเอยเตรียมน้ำให้นะคะ คุณอรรถรอแปปหนึ่ง" เอยเก็บอาหารเสร็จแล้ว เธอจึงกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องนอนก็เห็นร่างแกร่งกำยำยืนเท้าแขนอยู่หน้ากระจก เหมือนกลับกำลังจมอยู่ในความคิดอะไรบางอย่าง
เอยจึงตัดสินใจเอ่ยเรียกสติเขาด้วยการบอกจะเตรียมน้ำให้ ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่เธอต้องการ อรรถพลได้สติจริง ๆ เขาหันกลับมามองเธอด้วยแววตานิ่งเรียบ ขณะที่มือบางกำลังจัดวางกระเป๋า สูทหรูไว้ในที่ของมันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
อรรถพลเริ่มปลดกระดุมที่ข้อมือเหลือบมองเอยที่กำลังจัดเตรียมชุดนอนให้เขาเงียบ ๆ
"คุณอรรคจะให้เอยช่วยถอดเสื้อให้ไหมคะ?"เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างแล้ว เรือนร่างระหงของเอยก็เดินเข้าไปหาอรรถอย่างเคยชิน เงยมองเขาด้วยรอยยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยถาม
"ไม่เป็นไร เอยเข้าไปเตรียมน้ำเถอะ"
"ค่ะ" ใบหน้าหวานยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมื่อหันหลังกลับรอยยิ้มพวกนั้นกลับเจือนจางลง แทนที่ด้วยความคิดมากที่มันสุมอยู่ในอกของเธอ
เอยค่อย ๆ นั่งลงที่ขอบอ่างอาบน้ำ เธอเปิดน้ำและปรับอุณหภูมิน้ำเหมือนเช่นเคย ใบหน้าหวานเรียวไข่นั่งเหม่ออีกครั้ง โดยไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงที่ก้าวเดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยฝีเท้าที่เบาและเงียบ
"คิดอะไรอยู่?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ทว่าร่างเล็กยังคงนิ่งงันไม่ตอบสนองใด ๆ ตอนนี้อรรถพลจึงยืนกอดอกจ้องมองเอยที่นั่งเหม่อมานานมากพอควร
"เอย..." อรรถจึงเรียกเธอซ้ำอีกครั้ง
"คะ ค่ะ?" เสียงทุ้มต่ำปลุกเธอจากภวังค์ เอยสะดุ้งเล็กน้อยเงยสบตาเขาด้วยแววตาสั่นระริก
"ผมถามว่าคิดอะไรอยู่?" อรรถพลถามซ้ำ
"คะ? อ๋อ... เอยกำลังตั้งใจวัดอุณหภูมิน้ำค่ะ" ข้ออ้างที่ไม่ได้เรื่องทำให้อรรถพลลอบถอนหายใจ
"ที่พูดไปเมื่อกี้... ถ้ามันแรงไป ผมขอโทษด้วยแล้วกัน" เขารู้ดีว่าอาการแปลกๆ ของเอยเกิดขึ้นเพราะตัวเขา
เอยส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ไม่เลยค่ะ คุณอรรถไม่ผิดเลย เอยผิดเองที่รั้นจะรอ"
"ก็รู้ตัวดีนี่ครับ งั้นก็อย่าทำหน้าแบบนี้อีก" มือหนาลูบไล้ใบหน้าหวานอย่างปลอบประโลม เขาไม่ชอบเห็นใบหน้านี้มีแววทุกข์ใจ
"ค่ะ" เธอรู้ว่าอรรถพลอาจจะเป็นคนที่นิ่งขรึม เย็นชา การแสดงออกอาจจะติดลบ แต่เขามักจะมีวิธีการปลอบเธอ เอาใจเธอแบบนี้เป็นประจำ
นี่คงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอไปไหนไม่รอด แม้เขาจะเย็นชากับเธอมากแค่ไหนก็ตาม...
น้ำอุ่นอยู่ในอุณภูมิที่พอดีแล้ว ในอ่างเริ่มมีฟองสบู่ปะปนไปด้วยไอร้อน เอยจึงลุกขึ้นยืนจนเต็มตัวอีกครั้ง
"ลงอ่างได้แล้วค่ะ" เอยพึมพำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มบาง พลางช่วยอรรถถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออกจากเรือนร่างกำยำ
เมื่อไร้พันธนาการจากชุดคลุม เท้าหนาจึงย่างก้าวลงไปในอ่างอย่างเคยชิน เอยมองตามแผ่นหลังแกร่งที่ทรุดกายลงนั่ง ก่อนที่มือบางจะจัดการเปลื้องผ้าของตัวเองออกจนหมดสิ้นอย่างรู้หน้าที่...
ทุกครั้งที่เขามาหา เธอมีหน้าที่ช่วยอาบน้ำและปรนนิบัติให้อรรถรู้สึกผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด
"วันนี้เหนื่อยไหมคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามในขณะที่มือเรียวเริ่มลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่ง
"ไม่เท่าไรครับ" เสียงทุ้มต่ำตอบกลับอย่างแหบพร่า ร่างกายของเขามักจะตอบสนองต่อเอยเป็นพิเศษ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน เอยยังคงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาตบะแตกได้ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิด และยิ่งเธอเริ่มยั่วยวนเพียงนิด เครื่องยนต์ในกายก็ร้อนรุ่มขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว!
"อื้อ..." ร่างบางถูกกระชับเข้าหาด้วยมือหนาที่บีบเฟ้นก้นกลมมนใต้น้ำ สัมผัสบดเบียดนัวเนียยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์รักพุ่งสูงขึ้น เอยตอบสนองอย่างรู้งาน เธอขยับกายบดเบียดถูไถนวดเฟ้นความแข็งขืนนั้นเบาๆ
หากเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะมีความขัดเขินอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้เธอกับเขาต่างก็คุ้นเคยกัน ได้เห็นทุกตารางนิ้วทุกสัดส่วนบนร่างกายของกันและกัน ความประหม่าจึงมลายหายไปเหลือเพียงความปรารถนาที่เข้ามาแทนที่
"ยั่วเก่งนะเรา" อรรถเงยหน้าสบตาเอยที่นั่งทับอยู่บนตัวเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ดุดัน เอยยกยิ้มมุมปาก ใช้สายตายั่วยวนสบประสานกลับไป นิ้วเรียวเขี่ยวนที่ยอดอกเล็ก ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอแกร่งเอาไว้อย่างแผ่วเบา
"คุณอรรถเป็นคนสอนเอยเองนี่คะ"
"หึ..." อรรถพลกระตุกยิ้มที่มุมปาก ใช่... กว่าเอยจะเก่งได้ขนาดนี้ เป็นเขาเองที่เคี่ยวเข็ญและ 'เทรน' เธอมาอย่างดีในทุกท่วงท่า จากสาวน้อยแรกแย้มในวันนั้น กลายเป็นแมวน้อยยั่วสวาทในวันนี้
ชายหนุ่มหลับตาลงนิ่งยามที่ร่างบางคลอเคลียอยู่กับลำคอ เธอกดจูบลงบนลาดไหล่กว้างอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจบลงที่ริมฝีปากหนา... เอยประทับจูบลงไป บดขยี้อย่างเร่าร้อนพร้อมๆ กับขยับกายช่วงล่าง บดเบียดสิ่งแข็งแกร่งที่กำลังขยายตัวอยู่ใต้น้ำ
อรรถพึงพอใจกับการรุกรานของร่างเล็กไม่น้อย เขาเริ่มบดจูบตอบโต้ ปลายลิ้นพัวพันกันตามแรงอารมณ์ที่ทวีความรุนแรง เรือนร่างเปลือยเปล่ากอดรัดกันแน่นขึ้น เสียงหอบพร่าและเสียงฉ่ำแฉะจากการแลกสัมผัสชวนให้บรรยากาศรอบกายยิ่งร้อนระอุ
มันเป็นจูบที่ดุเดือดไม่ต่างจากกระแสน้ำในอ่างที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการควบคุมของเอย
อื้ออ~
ในที่สุดเอยก็เสร็จก่อน จากนั้นเธอก็ใช้ความคับแน่นตอดรัดขยับกายเพื่อเย้ายวน เพื่อส่งให้อรรถพลเสร็จสมตามกันมาติดๆ ความสามารถนี้เธอเรียนรู้มาจากเขา อรรถพลมักจะบอกเสมอว่าเขาพอใจตรงไหน ชอบแบบไหน จนทั้งคู่รู้จุดอ่อนไหวของกันและกันเป็นอย่างดี
นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เธอทำได้ดีที่สุด...
การปรนเปรอให้เขาพึงพอใจและหายขุ่นเคืองใจจากเรื่องอื่นๆ การเอาใจของเอยทำให้เขาผ่อนคลายได้เสมอ ไม่ว่าเขาจะโกรธเธอแค่ไหน เธอก็สามารถทำให้เขาลืมเลือนมันไปได้ง่ายๆ เพียงแค่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
เสียงหอบหายใจยังคงดังอยู่ข้างใบหู เอยซบหน้าลงกับไหล่หนา กอดคอเขาไว้แนบแน่นอย่างหมดแรง ทว่าส่วนล่างยังคงเชื่อมประสานกันไว้ไม่ยอมถอดถอน ...พักได้เพียงครู่เดียวเอยก็สัมผัสได้ถึงมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง ก่อนจะวนกลับมาเขี่ยดึงยอดถันเม็ดเล็กจนแข็งเป็นไต
'ครั้งเดียว' ไม่เคยใช้ได้กับคนอย่างอรรถพล... เรื่องนี้เธอรู้ดี และเธอต้องพร้อมรองรับความต้องการของเขาให้ได้เสมอ
"คุณอรรถ... อ๊ะ" ชายหนุ่มดันร่างบางออกเพียงนิด ก่อนจะก้มลงซุกไซ้กลืนกินยอดอกอิ่มอย่างหื่นกระหายและดุดัน เรียกเสียงครางหวานก้องกังวาน เอยเงยหน้าขึ้นปล่อยให้เขาได้มอบความเสียวซ่านตามใจชอบ ก่อนที่เพลิงพิศวาสจะเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
สายน้ำสั่นกระเพื่อมจนล้นอ่าง รุนแรงและหนักหน่วงตามแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำ ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อพายุพิศวาสมอดดับ...
***********************
สวัสดีค่า วันนี้ไรต์มาเปิดเรื่องใหม่งับ เรื่องนี้เป็นSETเล่ห์รัก คู่หนูเอยเพื่อนนะโม[จากเรื่องเล่ห์รัก รามสูร] ซึ่งครั้งนี้ไรท์จับหนูเอยให้โคจรมาพบกับคุณชายอรรถพล ลูกชายคนโตหัวแก้วหัวแหวนของพี่ไฟและหนูฝัน หรืออัคคี - พาฝัน จากเรื่องกลรักกรงร้าย [SETกลรัก] รุ่นพ่อเมียก็ท้องแล้วหนี รุ่นลูกจะเป็นยังไงโปรดติดตามด้วยนะคะ
ธงดำ ไบโพลาร์ เปงหมาโบ้ครบสูตร ไม่มีนอกกายนอกใจ
เป็นกำลังใจให้หนูเอยของเราด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับหนูเอยกัน ว่าจะเจอความไบโพลาร์ของอิพี่ยังไงบ้าง ><
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเขาไปราวกับเห็นเขาเป็นสิ่งไม่ดีที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ได้!เหอะ!ที่ผ่านมาเขาพลิกแผ่นดินตามหาเธอตั้งนาน ไม่คิดว่าพอจะได้เจอกัน ก็ดันเจอกันง่าย ๆ แบบนี้!อรรถพลลืมจีรนาไปชั่วขณะ และในตอนที่กำลังจะสาวเท้าตามเอยไปนั้น เสียงหวานของจีรนาก็ดังขึ้นรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน"เฮียอรรถจะไปไหนคะ?" จีรนาก้าวเข้ามาคล้องแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่น ทั้งที่เธอนั่งรอเขาอยู่ตรงนี้ แต่เขากลับทำท่าจะเดินไปอีกทาง สายตาของอรรถพลที่มองตามผู้หญิงคนนั้นไปอย่างไม่ลดละ ทำให้จีรนาแอบติดใจสงสัยอยู่ไม่น้อย "รู้จักกันเหรอคะ?""ครับ... อ๋อ ก็พอรู้จักครับ" อรรถพลปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เธอเคยเป็นนักแสดงในสังกัดช่องของเฮียน่ะ ไม่เห็นหน้ามานานเลยมองให้แน่ใจว่าใช่คนเดียวกันไหม""อ๋อ ค่ะ... ไม่ใช่หนึ่งในสาว ๆ ของเฮียก็ดี
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาสวยอยู่แล้ว ว่าแต่โมก็รู้จักเขาด้วยเหรอ?" เอยเอ่ยถามอย่างอยากรู้"รู้สิ ข่าวออกจะดังคึกโครมขนาดนั้น! อีกอย่างนะคุณจีนน่ะ ถือว่าเป็นนักธุรกิจหญิงอายุน้อยที่เก่งที่สุดเลยนะ ตอนที่เราเคยเป็นผู้ช่วยเลขาพี่รามก็เคยร่วมงานกันด้วยน่ะ" เอยได้ยินในสิ่งที่เพื่อนพูดก็แอบรู้สึกสมเพชตัวเองเงียบ ๆ...ถึงว่าคุณอรรถถึงได้เลือกผู้หญิงคนนี้ เธอเก่งและสวยและยังดูเหมาะสมกันมาก แตกต่างจากเธอลิบลับเลย"อีกอย่างคุณอรรถพลก็เก่งขนาดนั้น ตาถึงจริงที่เลือกคุณจีนเขาน่ะ" นะโมยังคงพูดต่อโดยไม่รู้เลยว่าคำพูดเหล่านั้นของเธอ กำลังกรีดบาดแผลลึกลงในใจของเพื่อนสนิท"..."เอยเริ่มมีสีหน้าเจื
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เพียงลำพัง"ปอร์ทำอะไรทานอ่ะวันนี้?" เอยเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปใกล้ปอร์เช่ที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา"ข้าวต้มกุ้งกับสลัดกุ้งครับ""เอยไม่คิดว่าปอร์จะทำอาหารเป็นด้วย" เอยพูดออกมาอย่างเย้าหยอก พรางทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อไปด้วย"ต้องเป็นสิ ยิ่งตอนนี้มีเอย ปอร์ยิ่งต้องหัดทำบ่อย ๆ จะได้ทำมื้อเช้ามื้อเย็นให้เอยทานได้ทุกวันไง""ใจเย็น ๆ" เอยตอบยิ้ม ๆ ไม่คิดว่าปอร์เช่จะจีบเก่งและรุกหนักขนาดนี้"ช่วงนี้ต้องรีบทำคะแนนไง เป็นไง... พอจะสอบผ่านเป็นพ่อบ้านของเอยได้ไหม?" ปอร์เช่ถามกลับด้วยสายตาพราวเสน่ห์ แววตาคมกริบยิ้มจนตาหยีส่งมาให้เอย
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแกต้องประทินโฉมใหม่ทั้งหมดจ้ะ! ฉันจะมามาร์คหน้าให้แกทุกวันนับจากวันนี้""เอาจริงดิ?""จริงสิ แกเป็นถึงแอมบาสเดอร์ของสายการบินระดับโลกเลยนะ แกต้องสวยสง่า ดูมีออร่าจนคนเห็นต้องร้องว้าว" เอยยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้าเห็นด้วย เพราะตอนนี้เธอควรใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองแล้วจริง ๆ"โอเคจ้ะ อยากทำอะไรกับฉันก็ทำเลย ขอให้ฉันสวยที่สุดก็พอ""ฮ่า ๆ ได้เลย! ฉันจะเนรมิตให้แกสวย หน้าเนียนขาวใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ออร่า ราศีจับ เหมือนคนอาบน้ำวันละสิบรอบไปเลย!""โธ่... เว่อร์ไปไหมเนี่ย" เอยทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนที่พูดจาเกินจริงไปนิด นะโมจึงหัวเราะคิกคัก"ไม่เชื่อเหรอ? พรุ่งนี้รอดูได้เลย ฉันน่ะจองคอร์สสปาให้แกเรียบร้อยแล้วด้วย""หืม จริงดิ?" ไปจองตอนไหนกัน"จริงสิ! ฉันจะทำให้แกสวยขึ้นกว่าเดิม แม้ปกติแกจะสวยอยู่แล้ว
"ระดับนี้แล้ว เอยก็รู้ว่าปอร์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ซัพพอร์ตเก่งที่หนึ่งอีกด้วยนะ""ฮ่า ๆๆ น่ารักที่สุดเลย" เอยหันไปยิ้มตาหยีให้ปอร์เช่อย่างสุขใจหัวใจที่เคยบอบช้ำค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเพราะผู้ชายคนนี้ และเขาก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกวันว่า...เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ยอมเปิดใจให้เขาเดินเข้ามา"ขอบคุณ
บทที่9การกลับมาหลายวันต่อมา...ความเงียบที่ดูมาคุเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของอรรถพล มันกดดันยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมาเมื่อครามก้าวเข้ามาพร้อมกับรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเอยซึ่งหลังจากที่ส่งคนสะกดรอยตามเอยอย่างใกล้ชิดมาหลายวัน เขาก็ค้นพบความจริงว่าเอยไม่ได้อยู่คอนโดของนะโม"คุณเอยไม่ได้อยู่ที่คอนโดขอ
เอยนิ่งเงียบไป คงมีเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เนิ่นนานเอยเริ่มสบตากับปอร์เช่อีกครั้งเพราะสำหรับเอยแล้ว... การมีปอร์เช่อยู่ในชีวิต ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะใดก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือเธอสูญเสียปอร์เช่ไปไม่ได้...เปอร์เช่ได้ยินข้อเสนอของเอย เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวังหรือน้อยใจออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจบมื้อเที่ยง ปอร์เช่พาเอยมาเดินเล่นรับลมที่ชายหาด บรรยากาศรอบตัวดูพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวที่บ้างก็ลงเล่นน้ำ บ้างก็เดินทอดน่อง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอไปพร้อมกับสายลมเย็นที่ปะทะใบหน้า ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคนมันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต