INICIAR SESIÓN“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ลูกชายของขวัญในชีวิตของเราสองคนประสบความสำเร็จสมดังที่คิดตั้งใจเอาไว้ยังไงล่ะ”
เรือนร่างหนาของคุณทรงอำนาจสั่นคลอนตามแรงสะอึกสะอื้นที่ถ่ายทอดออกมายามอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่ต้องทำตัวเหมือนเข้มแข็งและเข้มงวดทุกคนรวมถึงลูกชายเพียงคนเดียวอยู่ตลอดเวลานั้นเบื้องหลังเขาไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน เขาแทบใช้นิ้วมือนิ้วตีนนับไม่หมดเลยด้วยซ้ำว่า เขาแอบร้องไห้กับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต… คุณทรงอำนาจต้องทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาโดยตลอด นั่นเพราะเขาเป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่ไร้ซึ่งคู่คิดและคนเคียงข้างกาย เขายืนอยู่ลำพังโดดเดี่ยวเดียวดาย หากเขาอ่อนแอลงแล้วทุกคนในการดูแล ทุกคนในบ้านจะอยู่อย่างไร จะเคารพนับถือได้อย่างไรกัน? ทั้งทั้งที่ในใจเขามันบอบช้ำจนแทบแหลกละเอียดกลายเป็นน้ำเหลวไหลพราก…เขาพยายามใช้เวลาทั้งวันในการทำงานงกงกตัวเป็นเกลียวหาเวลาพักผ่อนไม่ได้จนร่างกายซูบเซียวทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ เพื่อลบล้างภาพติดตาตอนที่ภรรยาโดนฝ่ายตรงข้ามยิงที่ขั้วหัวใจไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่สามารถช่วยเหลือหรือทำอะไรได้เลยสักนิด มันเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและจองเวรจองกรรมคุณทรงอำนาจมาตลอดระยะเวลา 30 ปี ไม่เคยมีคืนไหนเลยที่เขาจะข่มตาหลับลงได้สนิทใจสักครั้ง ยามที่เขามองเห็นอาคมก็เหมือนเห็นใบหน้าภรรยา แล้วสะท้อนความผิดอันใหญ่หลวงของตัวเองออกมา มันจึงทำให้เขาไม่มีเวลาดูแลและรักใคร่อาคมอย่างที่พ่อคนหนึ่งจะทำได้ เขาจึงหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอาคมนั่นก็คือคุณประภาศิริ เขาเชื่อมั่นในตัวแม่ของตนเองว่าจะสามารถเลี้ยงหลาน เลี้ยงลูกชายเพียงคนเดียวจากเขาให้เติบโตมาอย่างดี ซึ่งวันนี้ก็เห็นแล้วว่ามันเป็นไปตามที่เขาคาดหมายเอาไว้… “พี่ไม่ได้อยากเข้มงวดกับลูกเลยแคท แต่พี่แค่ไม่รู้ว่าถ้าเกิดพี่ใจอ่อน พี่ปล่อยประละเลยมันจะทำให้เจ้าอาคมเสียคนหรือเปล่า” อันที่จริงคุณทรงอำนาจก็เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งได้ใช้ชีวิตการเป็นพ่อครั้งแรก เขาไม่รู้หรอกว่าต้องปฏิบัติต่อลูกชายอย่างไร ต้องดูแลเขาอย่างไร ต้องให้ความรักเขาอย่างไรมันถึงจะอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม… … … รุ่งเช้าวันถัดมา “สวยนะเนี่ย” อาคมเอ่ยชมหญิงสาวร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งไม่ขาดสาย “แต่ฉันว่ากระโปรงสั้นไปไหม ฉันไม่อยากให้ใครมองของของฉัน ฉันหวง” อาคมงอแงเอาแต่ใจอย่างกับเด็กน้อยก่อนจะดึงขึ้นฉ่ายมาโอบกอดเอาไว้ในอ้อมแขน “หรือฉันไม่ให้เธอเรียนมหาวิทยาลัยแล้วดี จะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนมามองเมียฉัน” “คุณเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” หญิงสาวเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจและสงสัยในการกระทำท่าทีต่างๆนาๆของเขาที่ดูจะเปลี่ยนไปหลังจากเราได้กันเมื่อคืนนั้น “อย่าเอาแต่ใจสิคะคุณอาคม ต่อให้ใครจะมองฉันแต่ฉันก็ยังเป็นของคุณอยู่วันยังค่ำนั่นแหละค่ะ” เป็นสิ่งของหรือไม่ก็เป็นของเล่นที่เขาเก็บเอาไว้… แต่หากวันใดที่เขาเบื่อเขาคงจะทิ้งทิ้งขว้างขว้างไม่สนใจใยดีแล้วควานหาของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่า “ก็ฉันหวงนี่” “สายแล้วล่ะค่ะ ฉันต้องไปมหาวิทยาลัยแล้วนะคะ” “งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง” “ค่ะ” อาคมซื้อโทรศัพท์มือถือ iPhone 14 Pro Max รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกสดๆร้อนๆ ให้แก่ขึ้นฉ่ายเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับเขาอย่างสะดวก ตอนแรกเธอก็มีทีท่าเกรงใจปฏิเสธลูกเดียวแต่ก็ทนการรบเร้าของเขาเอาไว้ไม่ไหวจึงทำได้เพียงน้อมหน้ารับอย่างเดียว @มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง “ฉันตื่นเต้นจังเลยค่ะคุณอาคม” ขึ้นฉ่ายนั่งมองรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังผ่านกระจกรถลัมโบร์กีนีคันหรูด้วยผิวเนื้อที่เย็นยะเยือกเพราะความตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก “มานี่” อาคมประคองสองฝ่ามือของขึ้นฉ่ายขึ้นมาจ่อบริเวณริมฝีปากแล้วออกแรงเป่าปู้ดใหญ่ ๆ “เชื่อฉันสิ ว่าเธอทำได้” เวลาที่เขาหวาดกลัวหรือตื่นเต้นกับอะไรซักอย่างมารดาของเขาก็มักจะทำเช่นนี้และมันได้ผลทุกครั้ง “ขอบคุณค่ะ” เธอดันตกหลุมรักผู้ชายร้ายร้ายคนนี้อย่างไม่รู้ตัวเสียแล้ว “ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างนะคะคุณอาคม ฉันจะไม่ลืมบุญคุณของคุณเลย” “หึ” อาคมยิ้ม รอยยิ้มพิมพ์ใจชนิดที่ว่าไม่เคยมอบให้ใครมาก่อนหลังจากสูญสิ้นมารดาไปอย่างไม่มีวันหวนคืนกลับมา “ฉันบอกแล้วฉันขอแค่เธอเป็นเด็กดีแล้วก็เชื่อฟังคำสั่งของฉันก็พอ ฉันให้เธอได้ทุกอย่างขึ้นฉ่าย ยกเว้นเดือนกับตะวันก็เท่านั้นแหละ อะ! ไว้จ่าย ขาดเหลืออะไรก็โทรมาบอก” “… เงินมากมายขนาดนี้” อาคมให้เธอมาตั้งสามพันบาท “ไว้จ่ายรายเดือนเหรอคะ” “ฉันให้เธอจ่ายวันนี้ไม่ใช่รายเดือน นี่ ขึ้นฉ่าย สังคมมหาวิทยาลัยเอกชนแถมอยู่ย่านใจกลางเมืองมันไม่เหมือนกับสังคมที่เธออยู่ก่อนหน้านี้หรอกนะ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่อนข้างสูงในจะค่ากิน ค่าอาหารแล้วก็ค่าทำกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัยอีกด้วย” ยิ่งมองเห็นใบหน้าเหลอหลาคนฝ่ายตรงข้ามเขาก็อดที่จะเอ็นดูเธอไม่ได้ “ขอบคุณค่ะ งั้นฉันไปเรียนก่อนนะคะ” หญิงสาวทำท่าจะเปิดประตูออกไปแต่โดนเขาฉวยรั้งเอาไว้เสียก่อน “มีอะไรหรือเปล่าคะ” “ขอรางวัลหน่อยสิ” ว่าจบก็ทำแก้มป่อง “ตรงนี้” “ค่ะ” ฟอด!! ฟอด!! เธอตามใจเขา “ขึ้นฉ่าย” “คะ” ชายหนุ่มประคองใบหน้างดงามแล้วโน้มตัวลงไปสบถจูบบนกลีบปากอ่อนนุ่มอย่างดูดดื่ม ส่งปลายลิ้นร้ายหยอกเอินกับปลายลิ้นของอีกฝ่ายในโพรงร้อนอันแสนคับแคบเพื่อไล่ควานหาน้ำหวานมาเฉยชิมจนสาสมใจ การกระทำเมื่อครู่ปลุกกระตุ้นให้สิ่งที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงภวังค์นิทราตื่นขึ้นมาอย่างลืมตัวและมันกำลังดุนซิปกางเกงจนคับแน่นแทบปริออก! “สักรอบไหม?” เขาไม่ไหวแล้ว “จะบ้าเหรอคะคุณอาคม นี่มันในรถนะคะ หากใครมาเห็นเข้าคงได้ถ่ายคลิปเอาไปประจานโพสต์ลงในโซเชียลพาดหัวข่าวว่าคู่รักบ้ากามกำลังโหมกระหน่ำใส่กันอยู่ในรถหน้ามหาวิทยาลัยไม่อายฟ้าสางอายเทวดางี้เหรอคะ?” อาคมแทบจะหลุดขำออกมาให้กับคำพูดคำจาและสีหน้าแววตาของขึ้นฉ่าย “รถลัมโบร์กีนีฉันไม่ได้ซื้อมาราคาถูกถูกนะ และที่สำคัญฉันติดฟิล์มดำทั่วรถไม่มีใครมาแอบถ่ำมองเห็นหรอก” เขาอธิบายให้เธอเข้าใจ “แต่ฉันต้องไปมหาวิทยาลัยนะคะคุณอาคม หาก… มีหวังคนอื่นคงได้สงสัยว่าทำไมฉันเดินขาถ่างแบบนั้นแน่แน่” นี่เธอก็เพิ่งจะหายดีหลังจากนอนพักฟื้นและกินยาแก้อักเสบของเค้าไปเมื่อวาน หากซ้ำแผลเดิมอีกรอบมีหวังไปตกเป็นเป้าสนใจ “งั้นก็ทำให้ฉันหน่อยนะขึ้นฉ่าย” “…” “นะ อมมันหน่อย” เขาอ้อน พร้อมๆกับปลดซิบ รูดกางเกงลงมาอยู่ประมาณหัวเข่า ปล่อยให้ความใหญ่โตกระเด้งกระดอนชี้โด่"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะให้เราไปส่งเธอยังไงล่ะลดา เธอเพิ่งบอกไปหยกๆเมื่อครู่ว่าเธอมีนัดกับแฟน ถ้าแฟนเธอเห็นเราแฟนเธออาจจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็บุกเข้ามาต่อยเราสลบคาที่ก็ได้นะ" แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "อะจ้า ฉันจะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ มีนาล่ะ มีนายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่ามีนามันมีแฟนน่ะ" "ก็เราเห็นว่าคอนโดของมีนาอยู่ตรงข้ามกับคอนโดของเธอ ก็น่าจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ..." "พอๆเถอะ ไม่ต้องสรรหาคำพูดอะไรมาแก้ตัวอีกแล้ว ฉันมองออกน่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับขึ้นฉ่าย เพราะสายตาของเธอเวลาที่มองขึ้นฉ่ายกับมองพวกฉันสองคนมันไม่เหมือนกัน" "...เอ่อ..." "เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะกร แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์หรือไม่ก็รถสองแถวกลับเองได้" ขึ้นฉ่ายรีบชิงพูดออกมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าความอึดอัดมันเริ่มครอบงำเมื่อลดาพูดจบ "อ๋อโ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเหรอคะ? เอ่อ… พอดีว่าวันนี้มีกิจกรรมแค่รับน้องปีหนึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายฉันขอไปเดินเที่ยวห้างใกล้ใกล้กับเพื่อนได้ไหมคะ”“เพื่อนที่ไหน ชื่ออะไร ผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วไปรู้จักกันได้ยังไง” อาคมถามคำถามยาวยืดซักไซร้เธอด้วยความเป็นห่วง “บอกฉันมาให้หมดเปลือกเลยนะขึ้นฉ่าย เธอน่ะชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย” อาคมไม่ได้กลัวว่าหญิงสาวจะไปประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามแต่อย่างใด เพียงแค่เขาเกรงว่าเธอจะถูกใครเขาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพราะอาศัยความไร้เดียงสาไม่ทันคนและดีจนเกินไปของเธออาคมไม่อยากจะคิดจินตนาการถึงภาพที่มีชายคนอื่นมากระทำกับของรักของหวงของเค้าเช่นเดียวกับที่เขากระทำเธอ…หากเป็นเช่นนั้นอาคมคงอาละวาดคลั่งตายแน่ๆ “ชื่อลดา มีนา แล้วก็กรค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง “ทั้งสามค
“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย “อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียวอาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก“อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย“คุณอาคมคะ
“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ลูกชายของขวัญในชีวิตของเราสองคนประสบความสำเร็จสมดังที่คิดตั้งใจเอาไว้ยังไงล่ะ” เรือนร่างหนาของคุณทรงอำนาจสั่นคลอนตามแรงสะอึกสะอื้นที่ถ่ายทอดออกมายามอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่ต้องทำตัวเหมือนเข้มแข็งและเข้มงวดทุกคนรวมถึงลูกชายเพียงคนเดียวอยู่ตลอดเวลานั้นเบื้องหลังเขาไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน เขาแทบใช้นิ้วมือนิ้วตีนนับไม่หมดเลยด้วยซ้ำว่า เขาแอบร้องไห้กับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต… คุณทรงอำนาจต้องทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาโดยตลอด นั่นเพราะเขาเป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่ไร้ซึ่งคู่คิดและคนเคียงข้างกาย เขายืนอยู่ลำพังโดดเดี่ยวเดียวดาย หากเขาอ่อนแอลงแล้วทุกคนในการดูแล ทุกคนในบ้านจะอยู่อย่างไร จะเคารพนับถือได้อย่างไรกัน? ทั้งทั้งที
“ตาอำนาจนี้ก็กระไรดี แต่ถ้าคิดในทางกลับกันพ่อเค้าอาจจะหวังดีกับเราก็ได้นะอาคม ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็กเด็กแล้วอายุอานามปาเข้าเลขสามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วก็มีเหลนให้ย่าอุ้มได้แล้วนะ” คุณหญิงประภาศิริปลงกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว หล่อนตั้งหน้าตั้งตาอุ้มเหลนเตรียมของไว้รับขวัญมากมายตั้งแต่อาคมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายปีก็ไร้ซึ่งวี่แววทายาทรุ่นถัดไป“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับย่า” ยกเว้นขึ้นฉ่าย“ย่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราสองคนพ่อลูกจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอกครับย่า ผมจัดการเองได้” ว่าจบก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยคล้ายกับสมองอันชาญฉลาดของเขาได้คิดแผนการเอาตัวรอดสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นสุดหรูนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว “…” คุณประภาศิริถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าลูกสะใภ้ยังอยู่หล่อนคงจะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างดีแน่นอน @ตกเย็น อาคมจัดการโทรไปบอกหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์อย่างใจจดใจจ่อเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กลับไปรับประทานอาหารเย็นร่วมด้วย เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องเคลียร์และสะสางให้เรียบร้อย หากเธออยากรับประทานอะไรที่มันไม่มีในตู้เย็นก็ออกปา







