เข้าสู่ระบบรถยนต์ของปรินทร์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ปรินทร์ไม่ยอมให้พลอยชมพูถือของพะรุงพะรังคนเดียว เขาแย่งถุงวัตถุดิบสารพัดอย่างจากมือเธอมาถือไว้เองทั้งหมด แม้เจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธเพราะเกรงใจที่เห็นท่านประธานในชุดสูทเนี๊ยบต้องมาหิ้วถุงพลาสติกที่มีทั้งผักสดและเนื้อสัตว์
"คุณน่านคะ พลอยถือเองได้ค่ะ" "ไม่เป็นไรครับ แค่นี้สบายมาก ให้ผมช่วยเถอะ" ปรินทร์ยิ้มกริ่มพลางเดินตามแรงดึงของหญิงสาวเข้าสู่รั้วบ้าน ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก มุกดา ที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะไม้กลางบ้านก็เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงประตู แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นพี่สาวไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่มีชายหนุ่มรูปงามเดินหิ้วถุงกับข้าวตามเข้ามาติด ๆ "พี่พลอยกลับมาแล้วเหรอคะ แล้วนี่..." มุกดารีบลุกขึ้นยืนแล้วมองพี่สาว "กลับมาแล้วจ้ะมุก..." พลอยชมพูตอบเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขณะรีบวางกระเป๋าลงข้างตัว "เอ่อมุก นี่คุณน่านจ้ะ...แฟนพี่เอง" คำว่าแฟนที่หลุดออกมาจากปากพี่สาวทำเอา มุกดาเด็กสาวมัธยมต้นถึงกับตาโต เห็นออร่าความหล่อและความใจดีของชายหนุ่มที่ยืนหิ้วถุงพลาสติกพะรุงพะรัง หญิงสาวก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความตื่นเต้น "ส...สวัสดีค่ะคุณน่าน!" มุกดารีบยกมือไหว้ "หนูชื่อมุกค่ะ เป็นน้องสาวพี่พลอย โห...พี่พลอย ไม่บอกมุกก่อนเลยว่าจะมีพี่เขยเอ้ย! แฟนพี่มาทานข้าวด้วย มุกจะได้จัดบ้านรอ" "สวัสดีครับน้องมุก" ปรินทร์เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มละมุนที่ทำเอาคนมองใจละลาย "เรียกพี่น่านเฉย ๆ ก็ได้ครับ วันนี้พี่ขอมาฝากท้องด้วยคนนะ เห็นพี่สาวเราบอกว่ากับข้าวที่นี่อร่อยที่สุด พี่เลยอยากมาพิสูจน์ครับ" "ยินดีเลยค่ะพี่น่าน! เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำเย็น ๆ มาให้นะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ" มุกดารีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยรับถุงของจากมือปรินทร์พลางขยิบตาให้พี่สาวรัว ๆ จนพลอยชมพูต้องรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น "มุกไปเอาน้ำมาเถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่เข้าครัวไปทำกับข้าว" พลอยชมพูรีบตัดบทเพราะเขินจนทำตัวไม่ถูก เธอหันไปบอกร่างสูง "คุณน่านนั่งรอซักครู่นะค่ะ พลอยเข้าไปทำอาหารแปบเดียวค่ะ" "ให้ผมช่วยไหม" ปรินทร์ขยับจะเดินตามเข้าครัวไปติด ๆ จนมุกดาที่กำลังเดินไปหยิบขันน้ำถึงกับแอบขำคิกคัก "ไม่ได้ค่ะ! คุณน่านนั่งรอตรงนี้แหละค่ะ ในครัวมันร้อน" พลอยชมพูรีบห้ามพลางดันไหล่เขาเบา ๆ ให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ในระหว่างที่พลอยชมพูวุ่นอยู่ในครัว มุกดาก็ยกเอาน้ำมาเสิร์ฟ พร้อมเริ่มปฏิบัติการชวนคุยตามประสาเด็กช่างเจรจา สายตาซุกซนของเด็กสาวจ้องมองว่าที่พี่เขยคนใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "พี่น่านคะ...หนูถามจริงๆ เถอะ พี่น่านตามจีบพี่พลอยนานไหมคะกว่าพี่เขาจะยอมตกลง" ปรินทร์ที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับชะงัก เขาหลุดขำออกมาเบา ๆ กับคำถามตรงไปตรงมาของน้องสาวพลอยชมพู นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างนึกสนุก "ทำไมมุกถึงถามพี่แบบนั้นล่ะครับ" "ก็ปกติพี่พลอยน่ะเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้น่ะค่ะ" มุกดาตอบพลางทำหน้าจริงจัง "ตั้งแต่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุรถชนในตอนนั้น..." มุกดาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยร่าเริงหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด "พี่พลอยก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ จากที่เคยเป็นคนร่าเริงกลับต้องเปลี่ยนเป็นคนสุขุม กลายเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็งเกินตัวขึ้นมาทันที" มุกดาถอนหายใจพลางจ้องมองเข้าไปในครัวที่พี่สาวกำลังง่วนอยู่กับหน้าเตา "พี่พลอยทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำงานหาเงินส่งมุกเรียน แล้วก็ดูแลทุกอย่างในบ้านจนแทบไม่ได้พักเลยค่ะ... มีคนเข้ามาจีบตั้งมากมายนะคะ ทั้งลูกค้าที่ร้านหรือแม้แต่คนในซอย แต่พี่พลอยเขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักคน" "แล้ว...มุกเคยถามพี่เขาไหมครับว่าทำไมถึงไม่เปิดใจให้ใครเลย" "เคยค่ะ..." มุกดาพยักหน้าช้า ๆ แววตาหม่นแสงลงเมื่อนึกถึงอดีตที่แสนลำบาก "พี่พลอยเคยบอกมุกว่า ยังไม่อยากมีความรักตอนนี้ เพราะตัวเองมีภาระที่ต้องดูแลหลายอย่าง" เด็กสาวเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาปรินทร์ด้วยแววตาที่สั่นระริก "พี่พลอยเขากลัวน่ะค่ะ... กลัวว่าถ้าใครคนนั้นรู้ว่าบ้านเราเหลือกันแค่สองคน แถมมุกยังมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้เงินรักษาเยอะ สุดท้ายเขาก็จะทิ้งเราไปเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา พี่พลอยก็เลยเลือกที่จะปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมให้ใครเข้ามาในชีวิตเลย...จนกระทั่งได้เจอพี่น่านนี่แหละค่ะ" คำพูดนั้นของมุกดาทำเอาปรินทร์ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก หัวใจของเขาบีบคั้นด้วยความรู้สึกสงสารและนับถือในหัวใจที่เด็ดเดี่ยวของพลอยชมพู เขาเพิ่งเข้าใจลึกซึ้งว่าทำไมเธอถึงปฏิเสธเขามาตลอด "คุยอะไรกันอยู่คะ หน้าเครียดเชียว" เสียงหวานของพลอยชมพูดังขัดจังหวะ พร้อมกับที่เธอเดินถือจานไข่เจียว มาวางบนโต๊ะไฃ "คุณน่านเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าในบ้านมันร้อนเกินไป" ปรินทร์เงยหน้ามองหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากครัว เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่แววตากลับหวานซึ้งและเต็มไปด้วยความทะนุถนอมยิ่งกว่าเดิม เขาขยับลุกขึ้นช่วยเธอรับจานกับข้าวมาวาง "เปล่าครับ พี่แค่กำลังบอกมุกว่า กับข้าวฝีมือแฟนพี่เนี่ย หอมจนพี่อยากจะทานตอนนี้เลยครับ" เขาจงใจเรียกพี่ แทนตัวเองเพื่อให้ดูเป็นกันเองมากขึ้น ทำเอาพลอยชมพูหน้าแดงวาบก้มหน้าจัดโต๊ะต่อแทบไม่ทัน "มะ...เมื่อกี้คุณน่านแทนตัวเองว่าอะไรนะคะ" พลอยชมพูชะงักมือที่กำลังจัดวางช้อนส้อม เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาตาโต ปรินทร์คลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม นัยน์ตาคมทอดมองหญิงสาวด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว "พี่บอกว่า...พี่อยากทานกับข้าวฝีมือแฟนพี่ไงครับ" "คุณน่าน... เรียกแบบนี้พลอยทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ" พลอยชมพูละล่ำละลักตอบ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด "ปกติพลอยเรียกคุณน่านมาตลอด..." "ก็ตอนนี้สถานะเราไม่เหมือนเดิมแล้วนี่ครับ" ปรินทร์ขยับกายเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวหญิงสาว เขาโน้มตัวลงมาสบตาเธอในระยะประชิด "ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอกครับ เรียกพี่น่านน่ะดีแล้ว สนิทสมดี หรือถ้าพลอยอยากจะเรียกพี่ว่าที่รักพี่ก็ไม่ติดนะครับ ออกจะชอบด้วยซ้ำ" "จริงค่ะพี่พลอย! มุกว่าเรียกพี่น่านว่าที่รักก็น่ารักดีนะคะเนี่ย ฟังแล้วดูคลั่งรักกันดีออก" มุกดาเสริมทัพพร้อมกับทำท่าทางเขินอายแทนพี่สาวบิดไปมาจนตัวเป็นเกลียว "ยัยมุก! พูดอะไรก็ไม่รู้" พลอยชมพูแหวใส่น้องสาวเสียงหลง เธอรีบหันไปหยิบถุงกับข้าวที่เหลือมาถือไว้เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "ไปเลย... พี่ทำกับข้าวเสร็จพอดี ไปช่วยกันยกออกมาได้แล้วค่ะ จะได้ทานข้าวกัน" "รับทราบค่ะ! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะพี่พลอย...พี่เขย" มุกดาแกล้งหยอดคำสุดท้ายก่อนจะรีบวิ่งเข้าครัวไป ทิ้งให้พลอยชมพูยืนเกร็งอยู่กับปรินทร์สองต่อสอง "ว่าไงครับ... สรุปจะเรียกพี่ว่าอะไรดี" ปรินทร์ยังไม่ยอมถอยออกไปง่าย ๆ เขาจ้องมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กด้วยแววตาหยอกล้อและเต็มไปด้วยความเอ็นดู "ก็... ก็เรียกพี่น่านไงคะ พอใจหรือยัง" พลอยชมพูตอบอ้อมแอ้มพลางรีบเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงไปอีกทาง "ไปทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมดจะไม่อร่อยนะ" ปรินทร์หัวเราะในลำคออย่างมีความสุข เขามองตามร่างบางที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในครัวด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บ้านไม้หลังเล็กที่เขาเคยคิดว่าอาจจะลำบาก ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันคือที่ที่เขาสบายใจที่สุด เพราะมี คนสำคัญอยู่ตรงนี้ หลังจากมื้ออาหารค่ำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเสียงพูดคุยที่เป็นกันเองจากปรินทร์ พลอยชมพูตัวแทบจะละลายไปกับเก้าอี้ไม้ จานชามทุกใบถูกล้างสะอาดเรียบร้อยด้วยความดื้อแพ่งของชายหนุ่มที่ยืนยันจะช่วยแฟนสาวให้ได้ เวลาล่วงเลยจนท้องฟ้ามืดสนิท พลอยชมพูเดินเคียงคู่มากับปรินทร์จนถึงหน้าประตูรั้ว เพื่อส่งชายหนุ่มกลับบ้าน "วันนี้ ขอบคุณมากนะคะพี่น่าน" พลอยชมพูเอ่ยเสียงแผ่ว "ขอบคุณที่มาทานข้าวบ้านพลอย แล้วก็ขอบคุณที่เอ็นดูมุกด้วยนะคะ" ปรินทร์หยุดเดินแล้วหันมามองคนตัวเล็ก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะนุถนอม "พี่ต่างหากครับที่ต้องขอบคุณพลอย ขอบคุณสำหรับกับข้าวอร่อย ๆ แล้วก็ขอบคุณที่อนุญาตให้พี่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของพลอยแบบนี้" เขาขยับเข้าไปใกล้พลางเอื้อมมือไปจับมือบางของเธอขึ้นมากุมไว้เบาๆ "บ้านของพลอยไม่ได้ลำบากเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเป็นที่ที่พี่รู้สึกอบอุ่นใจที่สุดเท่าที่เคยไปมาเลยนะ" พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่บัดนี้หวานเชื่อมจนเธอต้องหน้าร้อนผ่าวอีกรอบ "พี่น่านก็พูดไป พลอยอายนะคะ" "พูดความจริงทั้งนั้นครับ" ปรินทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหาจนจมูกเกือบจะชนกัน "คืนนี้ฝันถึงพี่ด้วยนะ" "ค่ะ พี่น่านขับรถดี ๆ นะคะ ถึงบ้านแล้วบอกพลอยด้วยนะ" "รับทราบครับผม" ปรินทร์แกล้งทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่งแบบขี้เล่น ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือเธออย่างแสนเสียดาย เขาเดินไปขึ้นรถแต่ก็ยังไม่วายลดกระจกลงมาส่งจูบให้เธอหนึ่งที จนพลอยชมพูทำตัวไมาถูด รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ตอนนี้หัวใจของหญิงสาวพองโตจนคับอก พลอยชมพูยืนมองจนไฟท้ายรถหายลับไปที่ปากซอย ก่อนจะยกมือขึ้นกุมแก้มที่ยังร้อนผ่าวของตัวเองแล้วอมยิ้มกริ่ม สองเดือนต่อมา... ความรักของปรินทร์และพลอยชมพูเบ่งบานจนกลายเป็นที่อิจฉาไปทั่วทั้งทำงาน ตอนนี้สถานะแฟนของทั้งคู่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ปรินทร์ขับรถมาจอดรอรับพลอยชมพูที่หน้าร้านสปาทุกเย็นจนกลายเป็นภาพชินตา "แหม่ พลอยจ๊ะ วันนี้คุณน่าน มารอรับตั้งแต่หกโมงเย็นเลยนะนั่น" พนิดา เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่เอ่ยแซวพลางพยักพเยิดไปทางรถหรูที่จอดเด่นหราอยู่หน้าประตูร้าน "คนอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังคลั่งรักน้องพลอยของพี่ซะขนาดนี้ ขนมนมเนยก็มีมาฝากพวกพี่ติดมือตลอด แสนดีที่หนึ่งเลยจ้ะ!" "พี่นิก็... แซวพลอยตลอดเลยนะคะ" พลอยชมพูยิ้มเขินจนแก้มแดงปลั่งขณะกำลังเปลี่ยนชุดเตรียมเลิกงาน "พี่ก็พูดความจริง ว่าเเต่จะแต่งเมื่อไหร่จ๊ะ พี่พร้อมจะใส่ซองแล้วนะ!" พนิดา ยังไม่เลิกแซว "พี่จองตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาวล่วงหน้าเลยนะพลอย ดูสิ... มาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นแบบนี้ ถ้าไม่แต่งกับคนนี้จะไปแต่งกับคนไหนจ๊ะ" "พี่นิพูดไปไกลเลยค่ะ พลอยกับคุณน่านเพิ่งคบกันเองนะคะ" พลอยชมพูรีบเก็บของเข้ากระเป๋า พยายามซ่อนใบหน้าที่แดงจัดจนลามไปถึงใบหู "เรื่องแต่งงานน่ะ พลอยยังไม่เคยคิดถึงขนาดนั้นเหรอค่ะ" "แต่พี่ว่าคุณน่านเขาคิดนะจ๊ะ สายตาที่เขามองพลอยน่ะ มันเหมือนเขาอยากจะสร้างครอบครัวกับพลอยใจจะขาดแล้ว" พนิดาหัวเราะร่วนก่อนจะตบไหล่รุ่นน้องเบา ๆ "ไปเถอะจ้ะ พ่อเทพบุตรของเธอสตาร์ทรถรอนานแล้ว เดี๋ยวเขาจะรอนานเกินไป" พลอยชมพูเดินออกมาหน้าร้านด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทันทีที่เธอพ้นประตู ปรินทร์ที่ยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มละไมให้เธอ เขารีบเดินเข้ามาหาพลางรับกระเป๋าจากมือหญิงสาวไปถือไว้ "เหนื่อยไหมครับวันนี้" ปรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มพลางเอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้มเธอเบา ๆ "ไม่เหนื่อยค่ะ แต่เพื่อน ๆ ที่ทำงานพลอยสิคะ แซวกันจนพลอยทำตัวไม่ถูกแล้ว" เธอบ่นอุบอิบแต่แววตาและการกระทำนั้นกลับดูมีความสุข "ปล่อยให้เขาแซวไปเถอะครับ มันเรื่องจริง" เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ "ขึ้นรถเถอะครับ วันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์ จะพาพลอยไปที่ที่หนึ่ง...เป็นที่ที่พี่อยากให้พลอยเห็นมานานแล้ว" "ที่ไหนคะ" "ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ""ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! เดี๋ยวยัยมุกมาเห็นเข้าจะทำยังไงคะ" พลอยชมพูบอกเสียงหลง ใบหน้าหวานตื่นตระหนกจนลืมความเขินอายไปชั่วขณะ "ถ้ามุกตื่นมาเจอพี่น่านในห้องนอนพลอยตอนนี้...พลอยจะอธิบายกับน้องว่ายังไงคะ!""ก็ไม่เห็นต้องอธิบายอะไรเลยนี่..." ปรินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบพลางยักไหล่อย่างไม่ทุกข์ร้อน แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กอย่างนึกสนุก "มุกเขาโตแล้วนะพลอย... พี่ว่าเขาน่าจะรู้และเข้าใจอยู่แล้วล่ะว่า ว่าที่พี่เขยมานอนเฝ้าพี่สาวตัวเองมันหมายความว่ายังไง""พี่น่าน!" พลอยชมพูค้อนขวับเข้าให้ พลางยกกำปั้นทุบลงบนอกแกร่งเบา ๆ "นะครับ ขอกอดอีกห้านาทีนะ"แทนที่จะปล่อย ร่างสูงกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาซุกใบหน้าคมสันลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวอย่างโหยหา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ออดอ้อนอยู่ข้างหูทำให้ใจที่เคยแข็งกระด้างของพลอยชมพูอ่อนยวบลงทันตาเห็น"ห้านาทีจริง ๆ นะคะ...ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด" เธอพึมพำตอบเสียงแผ่ว ยอมอยู่นิ่ง ๆ "ครับ ห้านาทีของพี่ อาจจะยาวไปถึงหกโมงเช้าก็ได้นะ""พี่น่าน!" พลอยชมพูค้อนขวับพร้อมกับพยายามดันอกแกร่งออกอีกครั้ง แต่คนตัวโตกลับไม่สะทกสะท้าน ชา
ปรินทร์ก้าวออกจากห้องครัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาเดินกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่มุกดานั่งทำการบ้านอยู่ ชายหนุ่มขยับเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางลอบมองแผ่นหลังของคนในครัวผ่านช่องประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกองสมุดของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อฆ่าเวลาเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ก็โชยมาชวนให้ท้องร้อง "มุก! มาช่วยพี่ยกแกงออกไปหน่อย เสร็จหมดแล้วจ้า""ค่ะพี่พลอย!" มุกดารีบกุลีกุจอวางปากกาแล้ววิ่งเข้าครัวไปช่วยพี่สาวทันทีไม่กี่อึดใจ ทั้งสองพี่น้องก็ช่วยกันลำเลียงกับข้าวหน้าตาน่าทานออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ มีทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง ไข่เจียว และผัดผักรวมมิตร พลอยชมพูเดินถือโถข้าวตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปรินทร์นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทางสงบนิ่งผิดกับคนขี้แกล้งในครัวเมื่อครู่ลิบลับ"เดี๋ยวพี่ช่วยตักข้าวให้" ปรินทร์หยิบทัพพีมาจัดการตักข้าวสวยใส่จานให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่วบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น มุกดาเล่าเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนให้ฟังอย่างออกรส ขณะที่ปรินทร์ก็คอยตักกับข้าวให้พลอยชมพูเป็นระยะโดยที่เธอไม่ทันตั้งต
ปรินทร์ก้าวออกจากห้องครัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาเดินกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่มุกดานั่งทำการบ้านอยู่ ชายหนุ่มขยับเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางลอบมองแผ่นหลังของคนในครัวผ่านช่องประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกองสมุดของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อฆ่าเวลาเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ก็โชยมาชวนให้ท้องร้อง "มุก! มาช่วยพี่ยกแกงออกไปหน่อย เสร็จหมดแล้วจ้า""ค่ะพี่พลอย!" มุกดารีบกุลีกุจอวางปากกาแล้ววิ่งเข้าครัวไปช่วยพี่สาวทันทีไม่กี่อึดใจ ทั้งสองพี่น้องก็ช่วยกันลำเลียงกับข้าวหน้าตาน่าทานออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ มีทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง ไข่เจียว และผัดผักรวมมิตร พลอยชมพูเดินถือโถข้าวตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปรินทร์นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทางสงบนิ่งผิดกับคนขี้แกล้งในครัวเมื่อครู่ลิบลับ"เดี๋ยวพี่ช่วยตักข้าวให้" ปรินทร์หยิบทัพพีมาจัดการตักข้าวสวยใส่จานให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่วบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น มุกดาเล่าเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนให้ฟังอย่างออกรส ขณะที่ปรินทร์ก็คอยตักกับข้าวให้พลอยชมพูเป็นระยะโดยที่เธอไม่ทันตั้งต
ณ โรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทุกสารทิศ เสียงประกาศเรียกหมายเลขคิวสลับกับเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กดังระงมไปทั่วโถงทางเดินพลอยชมพูในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ นั่งอยู่ข้างมุกดาวันนี้หญิงสาวลางานเพื่อพาน้องสาวมาตรวจตามที่หมอนัดและติดตามอาการโรคหัวใจและหอบหืด พลอยชมพูถอนหายใจแผ่วเบาพลางก้มลงมองใบนัดในมือ ตัวเลขคิวของมุกดายังอีกไกลนักเมื่อเทียบกับจำนวนผู้คนที่นั่งเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แม้วันนี้น้องสาวจะไม่มีอาการกำเริบและมาเพียงเพื่อตรวจตามรอบปกติ แต่สภาพแวดล้อมที่แออัดแบบนี้ก็ทำให้คนเป็นพี่สาวอดกังวลไม่ได้"รอนานหน่อยนะมุก...ถ้าพี่มีเงินเยอะ ๆ ก็คงจะดีกว่านี้" พลอยชมพูพึมพำ น้ำเสียงเจือความเศร้าที่ซ่อนไว้ไม่มิด "ถ้าเรามีเงิน พี่คงพามุกไปโรงพยาบาลเอกชนดี ๆ ไม่ต้องมานั่งเบียดกับคนเยอะ ๆ แบบนี้ มุกจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"มุกดาเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว ด้วยความเข้าใจ เธอเอื้อมมือบางไปกุมมือของพี่สาวไว้แล้วบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ"พี่พลอยพูดอะไรแบบนั้นคะ โรงพยาบาลรัฐก็ดีแล้วค่ะ หมอก็เก่งเหมือนกัน" มุกดายิ้มกว้างเพื่อยืน
"พะ...พี่น่าน... อื้อออ" พลอยชมพูไร้คำพูดจะโต้ตอบ ความเสียวซ่านที่ได้รับจากการปรนเปรอทั้งบนและล่างทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด เธอได้แต่บิดกายเร้าเมื่อนิ้วเรียวแกร่งขยับวนอยู่กับความฉ่ำชื้นเบื้องล่างร่างสูงไม่รอช้า เขาใช้มืออีกข้างจัดการเกี่ยวรั้งแพนตี้ให้หลุดพ้นจากเรียวขาอย่างรวดเร็ว จนบัดนี้ร่างกายของพลอยชมพูไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ มาขวางกั้นสายตาคมกริบที่จ้องมองมาด้วยความคลั่งรักชายหนุ่มขยับกายลงไปอยู่ที่ระหว่างขาเรียวสวยที่สั่นระริก เขาใช้มือหนาทั้งสองข้างจับเรียวขานวลเนียนให้แยกออกกว้างขึ้น จนความงดงามเบื้องล่างปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มตา พลอยชมพูอายจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้า แต่อารมณ์รักที่พุ่งพล่านกลับทำให้เธอไม่อาจขัดขืนสัมผัสของเขาได้"สวยเหลือเกินครับพลอย... สวยจนพี่ทนไม่ไหวแล้ว"ปรินทร์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปหาความหอมหวานตรงหน้าที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรัก ลิ้นร้อนเริ่มทำหน้าที่ปลอบประโลมและหยอกเย้ากับจุดอ่อนไหวที่สุดของเธออย่างช่ำชอง เขาลิ้มลองความหวานล้ำราวกับน้ำผึ้งอย่างตะกรุมตะกราม "อ๊ะ! อื้อออ... พี่น่าน!"ร่างบางบิดเร้ากระสับกระส่ายด้วยความรัญจวนใจ มือบางทั้งสอ
ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูกหนานุ่มที่อยู่ข้างกาย ครู่ต่อมา สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาก็สอดประสานเข้ามาที่เอวบางก่อนจะค่อย ๆ รั้งร่างของเธอให้จมดิ่งลงสู่อ้อมอกแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นสบู่หอมสะอาดผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของปรินทร์ลอยมาแตะจมูก ปลุกให้สติที่พร่าเลือนของเธอเริ่มกลับมาอีกครั้งหญิงสาวสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เธอรีบพลิกกายกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของอ้อมกอดนั้นทันที แต่กลายเป็นว่าการหันกลับมาอย่างรวดเร็วทำให้ปลายจมูกของเธอชนเข้ากับปลายจมูกโด่งของปรินทร์อย่างจัง "พะ...พี่น่าน! พี่จะทำอะไรคะ!" พลอยชมพูอุทานเสียงสั่น พยายามจะดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าอ้อมแขนหนากลับล็อกเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหนได้เลย"พี่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยครับ พลอยคิดมากไปหรือเปล่า" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเร







