Share

ว่าที่พี่เขย

Author: Nuan4545
last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-12 00:16:19

รถยนต์ของปรินทร์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ปรินทร์ไม่ยอมให้พลอยชมพูถือของพะรุงพะรังคนเดียว เขาแย่งถุงวัตถุดิบสารพัดอย่างจากมือเธอมาถือไว้เองทั้งหมด แม้เจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธเพราะเกรงใจที่เห็นท่านประธานในชุดสูทเนี๊ยบต้องมาหิ้วถุงพลาสติกที่มีทั้งผักสดและเนื้อสัตว์

"คุณน่านคะ พลอยถือเองได้ค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ แค่นี้สบายมาก ให้ผมช่วยเถอะ" ปรินทร์ยิ้มกริ่มพลางเดินตามแรงดึงของหญิงสาวเข้าสู่รั้วบ้าน

ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก มุกดา ที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะไม้กลางบ้านก็เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงประตู แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นพี่สาวไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่มีชายหนุ่มรูปงามเดินหิ้วถุงกับข้าวตามเข้ามาติด ๆ

"พี่พลอยกลับมาแล้วเหรอคะ แล้วนี่..." มุกดารีบลุกขึ้นยืนแล้วมองพี่สาว

"กลับมาแล้วจ้ะมุก..." พลอยชมพูตอบเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขณะรีบวางกระเป๋าลงข้างตัว "เอ่อมุก นี่คุณน่านจ้ะ...แฟนพี่เอง"

คำว่าแฟนที่หลุดออกมาจากปากพี่สาวทำเอา มุกดาเด็กสาวมัธยมต้นถึงกับตาโต เห็นออร่าความหล่อและความใจดีของชายหนุ่มที่ยืนหิ้วถุงพลาสติกพะรุงพะรัง หญิงสาวก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความตื่นเต้น

"ส...สวัสดีค่ะคุณน่าน!" มุกดารีบยกมือไหว้ "หนูชื่อมุกค่ะ เป็นน้องสาวพี่พลอย โห...พี่พลอย ไม่บอกมุกก่อนเลยว่าจะมีพี่เขยเอ้ย! แฟนพี่มาทานข้าวด้วย มุกจะได้จัดบ้านรอ"

"สวัสดีครับน้องมุก" ปรินทร์เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มละมุนที่ทำเอาคนมองใจละลาย "เรียกพี่น่านเฉย ๆ ก็ได้ครับ วันนี้พี่ขอมาฝากท้องด้วยคนนะ เห็นพี่สาวเราบอกว่ากับข้าวที่นี่อร่อยที่สุด พี่เลยอยากมาพิสูจน์ครับ"

"ยินดีเลยค่ะพี่น่าน! เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำเย็น ๆ มาให้นะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ" มุกดารีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยรับถุงของจากมือปรินทร์พลางขยิบตาให้พี่สาวรัว ๆ จนพลอยชมพูต้องรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น

"มุกไปเอาน้ำมาเถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่เข้าครัวไปทำกับข้าว" พลอยชมพูรีบตัดบทเพราะเขินจนทำตัวไม่ถูก เธอหันไปบอกร่างสูง "คุณน่านนั่งรอซักครู่นะค่ะ พลอยเข้าไปทำอาหารแปบเดียวค่ะ"

"ให้ผมช่วยไหม" ปรินทร์ขยับจะเดินตามเข้าครัวไปติด ๆ จนมุกดาที่กำลังเดินไปหยิบขันน้ำถึงกับแอบขำคิกคัก

"ไม่ได้ค่ะ! คุณน่านนั่งรอตรงนี้แหละค่ะ ในครัวมันร้อน" พลอยชมพูรีบห้ามพลางดันไหล่เขาเบา ๆ ให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว

ในระหว่างที่พลอยชมพูวุ่นอยู่ในครัว มุกดาก็ยกเอาน้ำมาเสิร์ฟ พร้อมเริ่มปฏิบัติการชวนคุยตามประสาเด็กช่างเจรจา สายตาซุกซนของเด็กสาวจ้องมองว่าที่พี่เขยคนใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"พี่น่านคะ...หนูถามจริงๆ เถอะ พี่น่านตามจีบพี่พลอยนานไหมคะกว่าพี่เขาจะยอมตกลง"

ปรินทร์ที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับชะงัก เขาหลุดขำออกมาเบา ๆ กับคำถามตรงไปตรงมาของน้องสาวพลอยชมพู นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างนึกสนุก "ทำไมมุกถึงถามพี่แบบนั้นล่ะครับ"

"ก็ปกติพี่พลอยน่ะเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้น่ะค่ะ" มุกดาตอบพลางทำหน้าจริงจัง

"ตั้งแต่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุรถชนในตอนนั้น..." มุกดาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยร่าเริงหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด "พี่พลอยก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ จากที่เคยเป็นคนร่าเริงกลับต้องเปลี่ยนเป็นคนสุขุม กลายเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็งเกินตัวขึ้นมาทันที"

มุกดาถอนหายใจพลางจ้องมองเข้าไปในครัวที่พี่สาวกำลังง่วนอยู่กับหน้าเตา "พี่พลอยทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำงานหาเงินส่งมุกเรียน แล้วก็ดูแลทุกอย่างในบ้านจนแทบไม่ได้พักเลยค่ะ... มีคนเข้ามาจีบตั้งมากมายนะคะ ทั้งลูกค้าที่ร้านหรือแม้แต่คนในซอย แต่พี่พลอยเขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักคน"

"แล้ว...มุกเคยถามพี่เขาไหมครับว่าทำไมถึงไม่เปิดใจให้ใครเลย"

"เคยค่ะ..." มุกดาพยักหน้าช้า ๆ แววตาหม่นแสงลงเมื่อนึกถึงอดีตที่แสนลำบาก "พี่พลอยเคยบอกมุกว่า ยังไม่อยากมีความรักตอนนี้ เพราะตัวเองมีภาระที่ต้องดูแลหลายอย่าง"

เด็กสาวเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาปรินทร์ด้วยแววตาที่สั่นระริก

"พี่พลอยเขากลัวน่ะค่ะ... กลัวว่าถ้าใครคนนั้นรู้ว่าบ้านเราเหลือกันแค่สองคน แถมมุกยังมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้เงินรักษาเยอะ สุดท้ายเขาก็จะทิ้งเราไปเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา พี่พลอยก็เลยเลือกที่จะปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมให้ใครเข้ามาในชีวิตเลย...จนกระทั่งได้เจอพี่น่านนี่แหละค่ะ"

คำพูดนั้นของมุกดาทำเอาปรินทร์ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก หัวใจของเขาบีบคั้นด้วยความรู้สึกสงสารและนับถือในหัวใจที่เด็ดเดี่ยวของพลอยชมพู เขาเพิ่งเข้าใจลึกซึ้งว่าทำไมเธอถึงปฏิเสธเขามาตลอด

"คุยอะไรกันอยู่คะ หน้าเครียดเชียว" เสียงหวานของพลอยชมพูดังขัดจังหวะ พร้อมกับที่เธอเดินถือจานไข่เจียว มาวางบนโต๊ะไฃ "คุณน่านเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าในบ้านมันร้อนเกินไป"

ปรินทร์เงยหน้ามองหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากครัว เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่แววตากลับหวานซึ้งและเต็มไปด้วยความทะนุถนอมยิ่งกว่าเดิม เขาขยับลุกขึ้นช่วยเธอรับจานกับข้าวมาวาง

"เปล่าครับ พี่แค่กำลังบอกมุกว่า กับข้าวฝีมือแฟนพี่เนี่ย หอมจนพี่อยากจะทานตอนนี้เลยครับ" เขาจงใจเรียกพี่ แทนตัวเองเพื่อให้ดูเป็นกันเองมากขึ้น ทำเอาพลอยชมพูหน้าแดงวาบก้มหน้าจัดโต๊ะต่อแทบไม่ทัน

"มะ...เมื่อกี้คุณน่านแทนตัวเองว่าอะไรนะคะ" พลอยชมพูชะงักมือที่กำลังจัดวางช้อนส้อม เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาตาโต

ปรินทร์คลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม นัยน์ตาคมทอดมองหญิงสาวด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว "พี่บอกว่า...พี่อยากทานกับข้าวฝีมือแฟนพี่ไงครับ"

"คุณน่าน... เรียกแบบนี้พลอยทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ" พลอยชมพูละล่ำละลักตอบ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด "ปกติพลอยเรียกคุณน่านมาตลอด..."

"ก็ตอนนี้สถานะเราไม่เหมือนเดิมแล้วนี่ครับ" ปรินทร์ขยับกายเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวหญิงสาว เขาโน้มตัวลงมาสบตาเธอในระยะประชิด "ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอกครับ เรียกพี่น่านน่ะดีแล้ว สนิทสมดี หรือถ้าพลอยอยากจะเรียกพี่ว่าที่รักพี่ก็ไม่ติดนะครับ ออกจะชอบด้วยซ้ำ"

"จริงค่ะพี่พลอย! มุกว่าเรียกพี่น่านว่าที่รักก็น่ารักดีนะคะเนี่ย ฟังแล้วดูคลั่งรักกันดีออก" มุกดาเสริมทัพพร้อมกับทำท่าทางเขินอายแทนพี่สาวบิดไปมาจนตัวเป็นเกลียว

"ยัยมุก! พูดอะไรก็ไม่รู้" พลอยชมพูแหวใส่น้องสาวเสียงหลง เธอรีบหันไปหยิบถุงกับข้าวที่เหลือมาถือไว้เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "ไปเลย... พี่ทำกับข้าวเสร็จพอดี ไปช่วยกันยกออกมาได้แล้วค่ะ จะได้ทานข้าวกัน"

"รับทราบค่ะ! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะพี่พลอย...พี่เขย" มุกดาแกล้งหยอดคำสุดท้ายก่อนจะรีบวิ่งเข้าครัวไป ทิ้งให้พลอยชมพูยืนเกร็งอยู่กับปรินทร์สองต่อสอง

"ว่าไงครับ... สรุปจะเรียกพี่ว่าอะไรดี" ปรินทร์ยังไม่ยอมถอยออกไปง่าย ๆ เขาจ้องมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กด้วยแววตาหยอกล้อและเต็มไปด้วยความเอ็นดู

"ก็... ก็เรียกพี่น่านไงคะ พอใจหรือยัง" พลอยชมพูตอบอ้อมแอ้มพลางรีบเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงไปอีกทาง "ไปทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมดจะไม่อร่อยนะ"

ปรินทร์หัวเราะในลำคออย่างมีความสุข เขามองตามร่างบางที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในครัวด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บ้านไม้หลังเล็กที่เขาเคยคิดว่าอาจจะลำบาก ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันคือที่ที่เขาสบายใจที่สุด เพราะมี คนสำคัญอยู่ตรงนี้

หลังจากมื้ออาหารค่ำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเสียงพูดคุยที่เป็นกันเองจากปรินทร์ พลอยชมพูตัวแทบจะละลายไปกับเก้าอี้ไม้ จานชามทุกใบถูกล้างสะอาดเรียบร้อยด้วยความดื้อแพ่งของชายหนุ่มที่ยืนยันจะช่วยแฟนสาวให้ได้

เวลาล่วงเลยจนท้องฟ้ามืดสนิท พลอยชมพูเดินเคียงคู่มากับปรินทร์จนถึงหน้าประตูรั้ว เพื่อส่งชายหนุ่มกลับบ้าน

"วันนี้ ขอบคุณมากนะคะพี่น่าน" พลอยชมพูเอ่ยเสียงแผ่ว "ขอบคุณที่มาทานข้าวบ้านพลอย แล้วก็ขอบคุณที่เอ็นดูมุกด้วยนะคะ"

ปรินทร์หยุดเดินแล้วหันมามองคนตัวเล็ก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะนุถนอม "พี่ต่างหากครับที่ต้องขอบคุณพลอย ขอบคุณสำหรับกับข้าวอร่อย ๆ แล้วก็ขอบคุณที่อนุญาตให้พี่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของพลอยแบบนี้"

เขาขยับเข้าไปใกล้พลางเอื้อมมือไปจับมือบางของเธอขึ้นมากุมไว้เบาๆ "บ้านของพลอยไม่ได้ลำบากเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเป็นที่ที่พี่รู้สึกอบอุ่นใจที่สุดเท่าที่เคยไปมาเลยนะ"

พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่บัดนี้หวานเชื่อมจนเธอต้องหน้าร้อนผ่าวอีกรอบ "พี่น่านก็พูดไป พลอยอายนะคะ"

"พูดความจริงทั้งนั้นครับ" ปรินทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหาจนจมูกเกือบจะชนกัน "คืนนี้ฝันถึงพี่ด้วยนะ"

"ค่ะ พี่น่านขับรถดี ๆ นะคะ ถึงบ้านแล้วบอกพลอยด้วยนะ"

"รับทราบครับผม" ปรินทร์แกล้งทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่งแบบขี้เล่น ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือเธออย่างแสนเสียดาย เขาเดินไปขึ้นรถแต่ก็ยังไม่วายลดกระจกลงมาส่งจูบให้เธอหนึ่งที จนพลอยชมพูทำตัวไมาถูด

รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ตอนนี้หัวใจของหญิงสาวพองโตจนคับอก พลอยชมพูยืนมองจนไฟท้ายรถหายลับไปที่ปากซอย ก่อนจะยกมือขึ้นกุมแก้มที่ยังร้อนผ่าวของตัวเองแล้วอมยิ้มกริ่ม

สองเดือนต่อมา...

ความรักของปรินทร์และพลอยชมพูเบ่งบานจนกลายเป็นที่อิจฉาไปทั่วทั้งทำงาน ตอนนี้สถานะแฟนของทั้งคู่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ปรินทร์ขับรถมาจอดรอรับพลอยชมพูที่หน้าร้านสปาทุกเย็นจนกลายเป็นภาพชินตา

"แหม่ พลอยจ๊ะ วันนี้คุณน่าน มารอรับตั้งแต่หกโมงเย็นเลยนะนั่น" พนิดา เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่เอ่ยแซวพลางพยักพเยิดไปทางรถหรูที่จอดเด่นหราอยู่หน้าประตูร้าน "คนอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังคลั่งรักน้องพลอยของพี่ซะขนาดนี้ ขนมนมเนยก็มีมาฝากพวกพี่ติดมือตลอด แสนดีที่หนึ่งเลยจ้ะ!"

"พี่นิก็... แซวพลอยตลอดเลยนะคะ" พลอยชมพูยิ้มเขินจนแก้มแดงปลั่งขณะกำลังเปลี่ยนชุดเตรียมเลิกงาน

"พี่ก็พูดความจริง ว่าเเต่จะแต่งเมื่อไหร่จ๊ะ พี่พร้อมจะใส่ซองแล้วนะ!" พนิดา ยังไม่เลิกแซว "พี่จองตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาวล่วงหน้าเลยนะพลอย ดูสิ... มาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นแบบนี้ ถ้าไม่แต่งกับคนนี้จะไปแต่งกับคนไหนจ๊ะ"

"พี่นิพูดไปไกลเลยค่ะ พลอยกับคุณน่านเพิ่งคบกันเองนะคะ" พลอยชมพูรีบเก็บของเข้ากระเป๋า พยายามซ่อนใบหน้าที่แดงจัดจนลามไปถึงใบหู "เรื่องแต่งงานน่ะ พลอยยังไม่เคยคิดถึงขนาดนั้นเหรอค่ะ"

"แต่พี่ว่าคุณน่านเขาคิดนะจ๊ะ สายตาที่เขามองพลอยน่ะ มันเหมือนเขาอยากจะสร้างครอบครัวกับพลอยใจจะขาดแล้ว" พนิดาหัวเราะร่วนก่อนจะตบไหล่รุ่นน้องเบา ๆ "ไปเถอะจ้ะ พ่อเทพบุตรของเธอสตาร์ทรถรอนานแล้ว เดี๋ยวเขาจะรอนานเกินไป"

พลอยชมพูเดินออกมาหน้าร้านด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทันทีที่เธอพ้นประตู ปรินทร์ที่ยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มละไมให้เธอ เขารีบเดินเข้ามาหาพลางรับกระเป๋าจากมือหญิงสาวไปถือไว้

"เหนื่อยไหมครับวันนี้" ปรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มพลางเอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้มเธอเบา ๆ

"ไม่เหนื่อยค่ะ แต่เพื่อน ๆ ที่ทำงานพลอยสิคะ แซวกันจนพลอยทำตัวไม่ถูกแล้ว" เธอบ่นอุบอิบแต่แววตาและการกระทำนั้นกลับดูมีความสุข

"ปล่อยให้เขาแซวไปเถอะครับ มันเรื่องจริง" เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ "ขึ้นรถเถอะครับ วันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์ จะพาพลอยไปที่ที่หนึ่ง...เป็นที่ที่พี่อยากให้พลอยเห็นมานานแล้ว"

"ที่ไหนคะ"

"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทส่งท้าย

    พลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอโอกาส

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   คำขอโทษ

    เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ง้อเมีย

    สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ความจริงที่ต้องเผชิญ

    คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   หัวใจที่พังทลาย

    ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทลงโทษของปีศาจ

    เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ลูกค้าอันตราย

    พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   สัมผัสที่โหยหา🔥🔥🔞

    ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูก

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอเเต่งงาน

    คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลอยชมพูลงจากรถพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่ที่ดูหรูหราจนกว่าจะจินตนาการถึงปรินทร์พาเธอขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เขาพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พลอยชมพูก็ถึงกับอึ้งไปกับความก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status