Share

ผู้โชคดีคนนั้น

Penulis: Nuan4545
last update Tanggal publikasi: 2026-06-10 17:09:53

บรรยากาศเช้าวันเสาร์ที่ ศิรินทรา สปา คึกคักและวุ่นวายกว่าวันไหน ๆ เสียงเพลงบรรเลงคลอเบา ๆ เคล้าไปกับกลิ่นอายอโรม่าของกานพลูและตะไคร้หอมที่อบอวลไปทั่วทั้งร้าน พนักงานนวดทุกคนต่างมือเป็นระวิงกับคิวนวดที่ถูกจับจองยาวเหยียดตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดประตูร้าน ไม่เว้นแม้แต่ พลอยชมพู ที่ต้องรับศึกหนักนวดลูกค้าทั่วไปสลับไปมาจนแทบไม่มีเวลาพักหายใจ

ทว่า... ต่อให้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากการออกแรงทำงานมาตลอดทั้งเช้า แต่ลึก ๆ ในใจของหญิงสาวกลับอยากให้ถึงเวลานัดนั้นเร็ว ๆ

เธอยังจำสัมผัสจากสายตาคู่คมที่ดุดันแต่ทรงเสน่ห์คู่นั้นได้ติดตา ความรู้สึกประหลาดที่จู่โจมหัวใจตั้งแต่วันแรกที่สบตากับลูกค้าคนนั้น มันยังคงรบกวนจิตใจและตามหลอกหลอนเธอมาตลอดสามวัน พลอยชมพูรู้ดีว่าอาการใจสั่นหวั่นไหวอย่างรุนแรงแบบนี้คืออะไร...ความรู้สึกดีที่อธิบายไม่ได้ หรือหากจะยอมรับกับตัวเองตรง ๆ มันอาจจะถึงขั้นที่เรียกว่าแอบรักไปแล้วก็ได้

แต่ในวินาทีต่อมา ความเป็นจริงก็ตบหน้าเธอให้ตื่นจากฝัน

"อย่าเพ้อเจ้อไปหน่อยเลยพลอย..." เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะจัดแจงระเบียบเสื้อผ้าพนักงานนวดให้เรียบร้อยที่สุด

ความรักของเธอมันคงเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด เขาเป็นถึงนักธุรกิจพันล้านที่กุมบังเหียนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ มีชีวิตที่รายล้อมไปด้วยความหรูหราและผู้คนระดับสูง ส่วนเธอเป็นเพียงพนักงานนวดตัวเล็ก ๆ ที่หาเช้ากินค่ำ ความต่างของฐานะที่ห่างกันราวฟ้ากับเหวมันชัดเจนเสียจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ เขาจะมาสนใจหมอนวดอย่างเธอได้อย่างไร อย่างมากเขาก็คงแค่ถูกใจในฝีมือหรือความใส่ใจในการบริการของเธอเท่านั้นแหละ

หน้าห้อง VIP 1 เวลาประมาณสิบห้านาฬิกา

พลอยชมพูยืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา ในมือสองข้างถือกะละมังใส่น้ำอุ่น มีผิวมะกรูดฝานบาง ๆ ลอยวนอยู่ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์

แต่กลิ่นหอมพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบของเธอสงบลงได้เลย เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่ามันก็แค่การนวดให้ลูกค้าปกติตามหน้าที่เหมือนที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน

พลอยชมพูวางกะละมังลงบนโต๊ะเล็กหน้าห้อง ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูไม้สลักลายหนาทึบสามครั้งเป็นเชิงขออนุญาต

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

"ขออนุญาตเข้าไปนะคะคุณลูกค้า"

เธอส่งเสียงบอกเบา ๆ พยายามปรับโทนเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด ก่อนจยกกะละมังน้ำอุ่นขึ้นมาประคองไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง แล้วใช้แผ่นหลังค่อย ๆ ดันประตูให้เปิดออก

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง กลิ่นอโรม่าลาเวนเดอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านกลับถูกเจือจางด้วยกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เย็น ๆ อันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของชายหนุ่มที่เธอจำได้ขึ้นใจตั้งแต่วันแรกที่เขามาใช้บริการ

ปรินทร์ นั่งพิงพนักเก้าอี้นวมตัวใหญ่ในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนที่ดูผ่อนคลายแต่ก็ยังแฝงไปด้วยอำนาจ สายตาคมกริบละจากหน้าจอไอแพดในมือแล้วเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานของหญิงสาวทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่อาการนิ่งเงียบและนัยน์ตาที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตานั้น กลับทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนทำอะไรไม่ถูก

พลอยชมพูรีบหลบสายตา เธอเดินตรงเข้าไปและนั่งลงบนพรมเบื้องหน้าเท้าของชายหนุ่ม วางกะละมังน้ำอุ่นลงอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง

"ขออนุญาต ล้างเท้าให้นะคะ"

มือบางเอื้อมไปสัมผัสที่ข้อเท้าหนาของลูกค้าหนุ่มอย่างระมัดระวัง เพียงแค่ผิวเนื้อของเขาสัมผัสถูกปลายนิ้ว กระแสความร้อนบางอย่างก็แล่นปราดเข้าสู่หัวใจเธอทันที จนเธอต้องลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นสะท้านที่ลามไปทั้งตัว

พลอยชมพูใช้ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดซับหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามข้อเท้าและง่ามนิ้วเท้าของชายหนุ่มอย่างเบามือ เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย เธอจึงเริ่มละเลงครีมนวดลงบนฝ่าเท้าหนา พร้อมกับแรงกดนวดที่สม่ำเสมอพยายามเน้นตามจุดสะท้อนเพื่อความผ่อนคลาย

ภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงปรินทร์นั่งเอนหลังหลับตาพริ้มอยู่นานครู่หนึ่ง ทว่าสายตาคมกริบกลับค่อย ๆ ลืมขึ้นแล้วก้มลงมองร่างบางที่ยังคงตั้งอกตั้งใจนวด

"คุณชื่ออะไรเหรอ"

เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้พลอยชมพูสะดุ้งน้อย ๆ มือที่กำลังนวดอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตามมารยาท

"พลอยชมพูค่ะ... หรือจะเรียกว่าพลอยก็ได้ค่ะคุณปรินทร์"

"เรียกผมว่า น่านก็พอแล้ว"

คำพูดนั้นทำให้พลอยชมพูชะงักไปอีกรอบ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ การที่ลูกค้าในระดับเขาอนุญาตให้เธอเรียกชื่อเล่นด้วยความเป็นกันเองแบบนี้ มันทำให้ระยะห่างที่เธอพยายามขีดเส้นไว้ดูจะพังทลายลงง่าย ๆ

"คะ...คุณน่าน" เธอรับคำเสียงแผ่ว พลางรีบก้มหน้ากลับลงไปตั้งใจนวดเฟ้นที่ฝ่าเท้าหนาเพื่อซ่อนแก้มที่เริ่มซับสีระเรื่อ

"แล้วคุณพลอยมาทำงานที่นี่นานหรือยังครับ"

น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูเรียบนิ่งทว่ากลับนุ่มนวลขึ้นกว่าตอนแรก ราวกับเขากำลังชวนคุยเพื่อทำความรู้จักมากกว่าจะถามตามมารยาท พลอยชมพูค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ

"ประมาณสามปีกว่า ๆ แล้วค่ะ พลอยเรียนจบมาก็มาเริ่มงานที่นี่เป็นที่แรกเลย"

"แล้วคุณเรียนจบด้านไหนมาครับ ถึงเลือกมาทำงานนวดสปาแบบนี้"

"พลอยจบด้านคอมพิวเตอร์ธุรกิจมาค่ะคุณน่าน..."

เธอเว้นจังหวะไปนิด แล้วหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของชายหนุ่ม "ฟังดูไม่เข้ากันเลยใช่ไหมคะ จบคอมฯ มาแต่ดันมาเป็นพนักงานนวดสปา"

"น่าสนใจดีออกครับ" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบพลางจ้องมองใบหน้าหวานนิ่ง แววตาของเขาไม่มีกระแสล้อเลียนแม้แต่น้อย แต่มันกลับดูจริงจังจนพลอยชมพูเป็นฝ่ายชะงักไปเสียเอง

เธอกะพริบตาปริบ ๆ รู้สึกหน้าร้อนวูบที่จู่ ๆ เขาก็ชมออกมาตรง ๆ แบบนั้น ก่อนจะรีบก้มหน้าลงนวดเฟ้นต่อเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน

"คือจริง ๆ แล้วแม่เป็นคนสอนพลอยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยค่ะ" หญิงสาวเริ่มเล่าต่อ เสียงหวานใสดูผ่อนคลายขึ้นเมื่อพูดถึงที่มา "ท่านเป็นหมอนวดแผนโบราณน่ะค่ะ พลอยก็เลยซึมซับมาเรื่อย ๆ พอมีโอกาสได้มาลองทำจริงจังก็รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี"

เธอเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะสารภาพเหตุผลสำคัญออกมาตามตรง "อีกอย่าง ทำงานที่นี่รายได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ ได้ทิปจากลูกค้าใจดีด้วย แล้วที่สำคัญที่สุดคือมันใกล้บ้านพลอยมฝ เดินทางสะดวก ไม่ต้องเสียค่ารถเยอะ จะได้มีเงินเก็บไว้ดูแลครอบครัวกับส่งน้องเรียนด้วย"

คำพูดซื่อ ๆ ที่แฝงไปด้วยความกตัญญูและสู้ชีวิตของเธอ ทำให้ปรินทร์ที่นั่งฟังอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับรู้สึกอุ่นซ่านไปถึงหัวใจอย่างประหลาด เขาคลุกคลีอยู่กับโลกธุรกิจที่มีแต่การชิงดีชิงเด่นมานาน พอมาเจอความจริงใจและรอยยิ้มที่ตั้งใจทำเพื่อครอบครัวแบบนี้ มันกลับทำให้เขารู้สึกเลื่อมใสในตัวผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

สายตาที่เคยดุดันและแข็งกร้าวของนักธุรกิจหมื่นล้าน อ่อนแสงลงจนกลายเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและชื่นชมโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

เขามองดูปลายนิ้วเรียวที่ยังคงนวดเฟ้นให้เขาอย่างสม่ำเสมอ ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที

"แล้ว...คุณมีแฟนหรือยังครับ"

มือบางที่กำลังกดนวดอยู่บนฝ่าเท้าหนาชะงักกึกไปในทันที พลอยชมพูรู้สึกเหมือนลมหายใจขาดช่วงไปดื้อ ๆ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับยิ่งรัวกระหน่ำจนแทบจะควบคุมไม่อยู่

"คะ...คุณน่าน ถามทำไมเหรอคะ" เธอถามกลับเสียงแผ่ว พลางรีบหลบสายตาไปทางอื่นเพราะทนความร้อนแรงของสายตาเขาไม่ไหว

'ใจเย็นสิพลอย... อย่าเพิ่งคิดเข้าข้างตัวเอง' พลอยชมพูรีบเตือนสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงของตัวเองในใจ เธอพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ

อันที่จริง คำถามทำนองนี้เธอได้ยินจากลูกค้าผู้ชายมานักต่อนักแล้ว บางคนก็ถามเล่น ๆ บางคนก็ถามเพื่อหวังจะสานสัมพันธ์ต่อแบบไม่จริงจัง ซึ่งเธอก็รู้วิธีรับมือและตอบเลี่ยงมาได้ตลอด แต่ทำไม... พอคำถามนี้หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มตรงหน้ามันกลับทำให้เธอตั้งตัวไม่ติด และใจสั่นได้ถึงขนาดนี้

"ก็แค่ถามดู..." ปรินทร์เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูนุ่มนวลกว่าปกติ "เห็นคุณทั้งขยันแล้วก็อดทนขนาดนี้ ผมเลยคิดว่าถ้าคุณมีแฟน ผู้ชายคนนั้นคงเป็นคนที่โชคดีมาก ๆ เลยล่ะครับ"

คำชมที่มาพร้อมกับสายตาจริงจังทำเอาพลอยชมพูหน้าร้อนวูบไปถึงใบหู เธอรีบก้มหน้าลงพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาจดจ่ออยู่กับการนวดเฟ้นที่ฝ่าเท้าของเขา

"ขอบคุณที่ชมนะคะคุณน่าน แต่พลอยยังไม่มีแฟนหรอกค่ะ" เธอตอบเสียงแผ่วพลางออกแรงกดนวดอย่างสม่ำเสมอเพื่อซ่อนอาการสั่นของมือ "วัน ๆ พลอยก็อยู่แต่ที่ร้านกับที่บ้าน งานยุ่งจนไม่มีเวลาคิดเรื่องแบบนั้นเลยค่ะ อีกอย่าง พลอยยังมีน้องสาวที่ยังเรียนอยู่"

เธอพยายามทำเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด ราวกับเป็นคำตอบมาตรฐานที่เธอใช้ตอบลูกค้าทุกคน เพื่อขีดเส้นแบ่งระหว่าง 'พนักงาน' กับ 'ลูกค้า' ให้ชัดเจน แม้ว่าในใจจะแอบสั่นไหวกับประโยคที่ว่า 'ผู้ชายที่โชคดี' ของเขาจนแทบคลั่งก็ตาม

ปรินทร์นิ่งฟังพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจับน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะพยายามสร้างกำแพงของเธอได้ แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มจาง ๆ อย่างที่คนมองไม่ทันสังเกต

"งั้นเหรอครับ..." เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ "งั้นผมก็เริ่มอยากจะเป็นผู้ชายที่โชคดีคนนั้นขึ้นมาตะหงิด ๆ แล้วสิ"

คำพูดที่แสนจะตรงไปตรงมานั้นทำเอาพลอยชมพูชะงักกึกไปทั้งตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างลืมตัว

"คุณน่าน!"

เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วพร่า ใบหน้าหวานร้อนผ่าวราวกับจะไหม้ พลอยชมพูไม่คิดไม่ฝันว่าคนระดับเขาจะพูดจาเชิงหยอกล้อหรือจริงจัง แบบนี้กับพนักงานนวดตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ

"ทำไมทำหน้าตกใจขนาดนั้นล่ะครับ" ปรินทร์ถามพลางเลิกคิ้วมองอาการเลิ่กลั่กของคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู "หรือว่า ผมไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นผู้ชายโชคดีคนนั้น"

"ปะ...เปล่าค่ะ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ" เธอรีบปฏิเสธพัลวันพลางหลบสายตาคมกริบที่จ้องจะหลอมละลายเธอให้ได้ "คือ... คุณน่านเป็นแขกคนสำคัญของร้าน ส่วนพลอยเป็นแค่หมอนวดนะคะ พลอยไม่กล้าคิดอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ"

ปรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของหญิงสาว สายตาที่เคยดูเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ เขาจ้องมองกระหม่อมบางของคนตรงหน้าที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอีกเลย

"นั่นสินะ..." เขาเปรยขึ้นเรียบ ๆ น้ำเสียงกลับมาดูสุขุมนุ่มนวลเหมือนเดิม "ผมคงลืมไปว่าตอนนี้คุณกำลังทำงานอยู่ ขอโทษทีที่ทำให้ลำบากใจ"

"ไม่เป็นไรค่ะคุณน่าน" พลอยชมพูตอบเสียงแผ่ว พยายามควบคุมมือที่ยังสั่นน้อย ๆ ให้กลับมานวดเฟ้นตามจังหวะเดิม ความรู้สึกวูบไหวเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในอก

ปรินทร์จ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่ก้มต่ำอย่างตั้งอกตั้งใจนวดเท้าให้เขาอยู่นานครู่หนึ่ง

"ต่อไปนี้...ผมคงต้องมาที่นี่บ่อย ๆ แล้วล่ะ" เสียงทุ้มเปรยขึ้นเรียบ ๆ "เพราะผมติดใจฝีมือของคุณแล้วสิ..."

ปรินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอราวกับจะย้ำคำพูดนั้นให้ประทับลงในใจคนฟัง "ผมขอจองคิวคุณไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน"

"ขอบคุณที่คุณน่านชอบนะคะ ดิฉันจะตั้งใจทำให้สุดความสามารถ เพื่อให้คุณน่านผ่อนคลายที่สุดเวลามาที่นี่ค่ะ"

คำพูดที่ดูเป็นงานเป็นการของพลอยชมพูเหมือนเป็นการขีดเส้นแบ่งสถานะให้ชัดเจน ทว่าแววตาที่สั่นระริกคู่นั้นกลับทรยศความรู้สึกที่อยู่ลึกข้างในอย่างปิดไม่มิด

‘ตั้งสติสิพลอย... เขาคือลูกค้านะ เขาอาจจะไม่คิดแบบนั้นกับเราก็ได้’ เธอพยายามพร่ำบอกตัวเองในใจเพื่อสะกดกั้นความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้น พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ บังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กดนวดไปตามจุดบนฝ่าเท้าหนาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้

เธอยังคงรักษารอยยิ้มจาง ๆ ตามมารยาทของพนักงานที่ดีเอาไว้ แม้ว่าในหัวจะเริ่มจินตนาการไปไกลแสนไกลก็ตาม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทส่งท้าย

    พลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอโอกาส

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   คำขอโทษ

    เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ง้อเมีย

    สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ความจริงที่ต้องเผชิญ

    คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   หัวใจที่พังทลาย

    ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทลงโทษของปีศาจ

    เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ลูกค้าอันตราย

    พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   สัมผัสที่โหยหา🔥🔥🔞

    ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูก

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอเเต่งงาน

    คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลอยชมพูลงจากรถพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่ที่ดูหรูหราจนกว่าจะจินตนาการถึงปรินทร์พาเธอขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เขาพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พลอยชมพูก็ถึงกับอึ้งไปกับความก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status