แชร์

หัวใจที่เต้นแรง

ผู้เขียน: Nuan4545
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-10 16:46:17

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ณ ตึกสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "ศรัทธา คอนสตรัคชั่น" บริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ

ภายในห้องทำงานบนชั้นสูงสุดที่ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา ปรินทร์ ในชุดสูทสีดำเนี้ยบกริบ กำลังทอดสายตามองออกไปข้างนอกอย่างใช้ความคิด บรรยากาศในห้องเงียบสงัดสวนทางกับความวุ่นวายในห้องประชุมที่เขาเพิ่งเดินจากมาเมื่อครู่

กึก...

เสียงวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ธนิศมือขวาคนสนิทและเลขาฯ ส่วนตัว เดินเข้ามารายงานสรุปผลการประชุมงบประมาณโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เพิ่งจบลงไปเกือบจะตอนเที่ยงพอดี

"รายงานการประชุมครับ" ธนิศเอ่ยเสียงเรียบพลางส่งเอกสารให้เจ้านาย

"ขอบใจ" ปรินทร์ตอบสั้น ๆ พลางรับแฟ้มมาเปิดดูผ่าน ๆ ดวงตาคมกริบดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดจากการถกเถียงเรื่องตัวเลขในห้องประชุมมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม

"คุณน่านจะไปทานข้าวกลางวันที่ไหนครับ"

"ทานที่โรงอาหารของบริษัทนี่ล่ะ ฉันไม่อยากออกไปไหน...รถติด เสียเวลา" ปรินทร์ตอบโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร

"ครับ"

ธนิศรับคำสั่งและกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงาน เพื่อไปจัดการตามที่ได้รับมอบหมาย ทว่าฝ่าเท้าหนาของเขายังไม่ทันพ้นขอบประตู เสียงทุ้มต่ำของเจ้านายก็รั้งเขาไว้เสียก่อน

"เดี๋ยวก่อน...ภู"

ธนิศชะงักดึกแล้วหันกลับมามองเจ้านาย "ครับคุณน่าน มีอะไรหรือเปล่าครับ"

ปรินทร์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง เขาแสร้งทำเป็นก้มลงมองเอกสารในมือ พลิกหน้ากระดาษไปมาเหมือนกำลังใช้ความคิดกับตัวเลขงบประมาณอย่างหนัก ทั้งที่ความจริงสายตาเขาไม่ได้โฟกัสที่ตัวอักษรเลยสักนิด

"นาย...ช่วยจองคิวร้านนวดให้ฉันหน่อยสิ"

ธนิศที่ยืนอยู่ไม่ไกล เห็นอาการ วางฟอร์มของเจ้านายแล้วก็ถึงกับต้องลอบยิ้มกว้างออกมาทันที ปกติแล้วเจ้านายของเขาเป็นคนบ้างานประเภทยอมตายถวายหัวให้ไซด์งานก่อสร้างแทบไม่เคยเหลียวมองเรื่องการดูแลตัวเองหรือการเข้าสปาพวกนี้เลยเสียด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาก็มีแต่ธนิศนี่แหละที่ต้องคอยบังคับ เคี่ยวเข็ญ หรือแอบจองคิวไว้ให้เสร็จสรรพเพื่อไม่ให้เจ้านายเส้นยึดตายคาเก้าอี้ทำงานไปเสียก่อน

ธนิศนึกในใจอย่างขำ ๆ 'สงสัยสัปดาห์ที่แล้วที่บังคับพาไป จะติดใจเข้าให้แล้วสินะ'

"ได้ครับคุณน่าน เห็นคุณน่านเริ่มอยากพักเองแบบนี้ ผมค่อยเบาใจหน่อย" ธนิศตอบรับกลั้วหัวใจพลางจดบันทึก

"อืม...ก็แค่ปวดเมื่อยปกตินั่นแหละ" ปรินทร์รีบสำทับเสียงแข็งเพื่อกู้มาดท่านประธานกลับมา "เอาร้านเดิมเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนั่นแหละ"

"ครับผม เดี๋ยวผมรีบโทรจองคิวให้เดี๋ยวนี้เลยครับคุณน่าน"

ธนิศรับคำด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ พลางยืนจดบันทึกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความแปลกใจ เพราะร้อยวันพันปีเจ้านายจอมเนี้ยบคนนี้ไม่เคยเอ่ยปากอยากไปสปาด้วยตัวเองเลยสักครั้ง

"แล้วจะยืนยิ้มอยู่อีกทำไมล่ะ!" เสียงทุ้มตวาดแหววขึ้นมาเบาๆ แต่แฝงไปด้วยความรึกลัก "รีบไปโทรสอบถามดูสิ"

"ครับ ๆ"

ธนิศรีบหยิบสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท พลางกดหาเบอร์ของ ศิรินทรา สปา ที่เขาเพิ่งบันทึกไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนต่อหน้าเจ้านาย ปรินทร์ที่แสร้งทำเป็นก้มดูเอกสารกลับหูผึ่ง สายตาคอยชำเลืองมองปฏิกิริยาของลูกน้องอย่างไม่วางตา

เมื่อสัญญาณโทรศัพท์เริ่มดังขึ้น ธนิศกำลังจะยกหูขึ้นแนบหูตามปกติ แต่จู่ ๆ เสียงทุ้มเข้มก็แทรกขึ้นมาทันควัน

"เปิดลำโพงด้วย"

ธนิศชะงักไปนิดนึงพลางเลิกคิ้วมองเจ้านาย "เปิดลำโพงเหรอครับคุณน่าน"

"เออ"

ธนิศอมยิ้มกริ่มก่อนจะกดปุ่มสปีกเกอร์โฟนทันทีตามคำสั่ง เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่สองสามครั้งก่อนจะมีเสียงจากฝั่งแอดมินร้านตอบรับกลับมา

"สวัสดีค่ะ ศิรินทรา สปา ยินดีให้บริการค่ะ..." เสียงของ พนิดาพนักงานร้านดังชัดเจนไปทั่วห้องทำงาน

"สวัสดีครับ ผมธนิศนะครับ ผมขอจองคิวนวดช่วงบ่ายสองวันนี้หน่อยครับ" ธนิศเอ่ยพพลางชำเลืองมองเจ้านาย

"บ่ายสองนะคะ...สักครู่นะคะคุณธนิศ ขอเช็กตารางสักครู่ค่ะ...ว่างค่ะ ห้องวีไอพีว่างพอดีเลย" ปลายสายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ปรินทร์ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างลืมตัว แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าประเด็นสำคัญที่สุดยังไม่ได้ถูกพูดถึง สายตาคมกริบตวัดมองลูกน้องที่มัวแต่ยิ้มกริ่มจนน่าโมโห ท่านประธานหนุ่มรีบคว้ากระดาษโน้ตบนโต๊ะมาเขียนเป็นชื่อ 'พลอยชมพู' แล้วชูขึ้นกระแทกสายตาลูกน้องคนสนิทเป็นการบังคับ

ธนิศเห็นชื่อในกระดาษก็เกือบจะหลุดขำออกมาที่เห็นเจ้านายออกอาการ รุกหนักขนาดนี้

"อ่อ...คือว่า ผมขอระบุพนักงานนวดเป็นคุณพลอยชมพูได้ไหมครับ"

"อ๋อ... สักครู่นะคะคุณธนิศ เดี๋ยวแอดมินขอเช็กตารางให้ซักครู่ค่ะ"

เสียงของปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

"ต้องขอประทานอภัยจริง ๆ ค่ะคุณธนิศ พอดีเช็กดูแล้ว พลอยชมพูติดนวดลูกค้า ยาวเลยค่ะท่านนี้จองไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไม่ทราบว่าทางคุณลูกค้าจะรับเป็นพนักงานคนอื่นแทนไหมคะ"

เสียงพนิดาจากปลายสายเต็มไปด้วยความเกรงใจ ธนิศ ค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อยพลางลอบหันไปมองเจ้านายที่นั่งนิ่งขรึมอยู่โต๊ะทำงาน

บัดนี้ใบหน้าหล่อเหลาของ ปรินทร์ ดูอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบฉายแววขุ่นมัวจนธนิศรู้สึกถึงรังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมา

"เอ่อ...งั้นวันนี้ยกเลิกไปก่อนแล้วกันครับ ไว้โอกาสหน้าผมติดต่อไปใหม่ ขอบคุณมากครับ" ธนิศกดวางสายทันทีที่พูดจบ

"พรุ่งนี้ นายจองคิวไว้ตั้งแต่ช่วงเช้าเลยนะ" เสียงทุ้มสั่งออกมาห้วน ๆ โดยไม่หันมามองลูกน้องคนสนิท

ธนิศที่กำลังจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋าถึงกับชะงักกึก "อะไรนะครับคุณน่าน"

"ฉันบอกให้จองคิวไว้! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง" ปรินทร์หันหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารมาถลึงตาใส่ลูกน้องคนสนิท

"แต่คุณน่านครับ..." ธนิศรีบกางไอแพดเช็กตารางงานทันทีพลางขมวดคิ้ว "พรุ่งนี้เช้ามีประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่เรื่องงบประมาณปีหน้า ตอนเที่ยงนัดทานข้าวกับท่านปลัดกระทรวงโยธาฯ และบ่ายสามคุณน่านต้องเข้าตรวจหน้างานไซด์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกนะครับ ตารางแน่นเอี้ยดเลยครับคุณน่าน"

ปรินทร์ถึงกับชะงักกึก เมื่อได้ยินชื่อ ท่านปลัด และประชุมผู้ถือหุ้นความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารระดับสูงเตือนสติเขาว่างานนี้เลื่อนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้จริง ๆ เขาถอนหายใจ อะไรก็ไม่เป็นดั่งใจสักอย่าง

"เออ! รู้แล้วน่า..." ปรินทร์สะบัดเสียงใส่พลางเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ทำงานด้วยท่าทางเซ็ง ๆ "งั้นนายเช็กตารางสิ ว่ามีวันไหนที่ฉันพอจะปลีกตัวไปได้บ้าง"

ธนิศรีบเลื่อนนิ้วบนหน้าจอไอแพดเพื่อไล่ดูตารางนัดหมายที่แน่นขนัด "อื้ม วันพฤหัสฯ ก็มีตรวจงานต่างจังหวัด วันศุกร์มีเซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์จีน..."

ธนิศนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเจ้านาย "มีว่างอีกทีก็ อีกสามวันข้างหน้าครับ...ซึ่งตรงกับวันเสาร์พอดี วันนั้นคุณน่านไม่มีนัดที่ไหนครับ"

"วันเสาร์เหรอ..." ปรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ใจหนึ่งก็อยากจะไปให้มันรู้แล้วรู้รอดตั้งแต่วันนี้ แต่อีกใจพอนึกถึงว่าวันเสาร์เป็นวันหยุดที่ร้านสปาน่าจะคนเยอะกว่าปกติ เขาก็ยิ่งกังวล

"งั้นนายช่วยจัดการให้ฉันด้วย... ล็อคคิวไว้ให้ได้ก็แล้วกัน" ปรินทร์สั่งกำชับเสียงเรียบแต่แฝงแววเผด็จการไว้ในที ก่อนจะโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทอย่างตัดรำคาญเพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียหน้า "ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงานต่อ"

"ครับคุณน่าน รับรองว่าคราวนี้ไม่พลาดแน่นอนครับ" ธนิศรับคำพร้อมรอยยิ้มล้อเลียนที่มุมปาก ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันทีเพราะกลัวจะโดนแฟ้มเอกสารปลิวตามหลังมา

เมื่อบานประตูเปิดและปิดลงจนห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ปรินทร์ก็ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังนุ่มหยุ่นพลางพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ สายตาที่เคยจดจ่ออยู่กับตัวเลขงบประมาณในไอแพดบัดนี้กลับล่องลอยไปไกล

เขาเผลอยกมือขึ้นลูบบ่าตัวเองเบา ๆ สัมผัสจากปลายนิ้วนุ่มนวลทว่ามีน้ำหนักของหญิงสาวคนนั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำไม่จางหาย ยิ่งนึกถึงดวงตากลมโตที่สั่นระริกเวลาสบตาเขา แววตาดุจดั่งกวางน้อยที่ตื่นตระหนกนั่น... มันกลับทำให้ท่านประธานจอมเนี้ยบอย่างเขารู้สึก อยากแกล้งและอยากเจอ' ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"สามวันงั้นเหรอ" เขาพึมพำกับตัวเองพลางเคาะนิ้วบนโต๊ะเป็นจังหวะ "ทำไมมันนานเหมือนเป็นปีเลยวะ"

ภายในร้าน ศิรินทรา สปา ที่เริ่มซาผู้คน พนิดาเดินตรงมาหาพลอยชมพูที่กำลังพับผ้าขนหนูขึ้นชั้น เพราะไม่กี่นาทีข้างหน้า ก็ได้เวลาเตรียมตัวกลับบ้าน

"พลอย! " พนิดาร้องเรียกพลางโบกมือหยอย ๆ "จำลูกค้า VIP หล่อ ๆ ที่มาอาทิตย์ก่อนได้ไหม ที่ให้ทิปเธอตั้งห้าพันน่ะ"

พลอยชมพูชะงักมือที่กำลังพับผ้า หัวใจกระตุกวูบขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าคมคายและสายตาที่ดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในใจเธอได้ "จำได้ค่ะพี่นิ"

"ก็เมื่อตอนกลางวัน เลขาเขาโทรมาจองคิวนวดด้วยแหละ"

"อ๋อค่ะ..." พลอยชมพูตอบรับเสียงเบา พยายามก้มหน้าก้มตาพับผ้าในมือต่อ

พนิดามองอาการนิ่งเฉยของรุ่นน้องแล้วขมวดคิ้วขัดใจ "เอ้า! ยัยพลอย ไม่คิดจะถามต่อหน่อยเหรอว่าผลเป็นยังไง หรือเขาว่ายังไงบ้าง"

พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นสบตาพนิดาก่อนจะส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ "แล้ว พี่นิจะให้พลอยถามอะไรเหรอคะ ก็แค่ลูกค้าโทรมาจองคิวปกติไม่ใช่เหรอ"

"ปกติที่ไหนกันล่ะยะ!" พนิดาจีบปากจีบคอพลางขยับเข้ามาใกล้ "ก็เลขาเขาน่ะสิ โทรมาจองให้เจ้านายเขา แล้วกำชับหนักแน่นเลยนะว่า ขอพนักงานที่ชื่อพลอยชมพู"

กึก...

อยู่ ๆ หัวใจของพลอยชมพูเต้นผิดจังหวะ ความรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินว่อนอยู่ในท้องมันตีรวนขึ้นมาจนหน้าอกกระเพื่อมไหว

"ระบุ...ชื่อพลอยเลยเหรอคะ" เธอพึมพำถามซ้ำเหมือนคนละเมอ ภาพใบหน้าเคร่งขรึมและกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเขาในวันนั้นลอยกลับเข้ามาในโสตประสาทอย่างรวดเร็ว

"ก็ใช่น่ะสิ!" พนิดาจีบปากจีบคอเล่าต่ออย่างออกรส "พี่ก็บอกเขาไปแล้วนะว่าคิวของเธอวันนี้เต็ม พี่ก็เลยบอกว่ามีพนักงานคนอื่นว่างอยู่สนใจไหม"

พลอยชมพูเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ หัวใจเต้นตึกตักจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "แล้ว... เขาว่ายังไงบ้างคะพี่นิ"

"ไม่สนใจเลยจ้ะ วางสายไปเลย!" พนิดาส่ายหน้าพลางขำในลำคอ "แต่ไม่นานก็โทรมาใหม่ จองคิวไว้วันเสาร์ อีกตั้ง 3 วันอีกแน่ะ"

พลอยชมพูขมวดคิ้วน้อย ๆ อย่างสงสัย "ทำไมเขาต้องจองล่วงหน้าตั้งหลายวันจังเลยคะพี่นิ"

"โถ...พลอย นี่เธอไม่รู้อะไรเลยเหรอจ๊ะ" พนิดาขยับเข้ามาใกล้พลางทำตาโต "คุณปรินทร์เขาน่ะเป็นนักธุรกิจใหญ่ระดับหมื่นล้านเลยนะ ทั้งหล่อ ทั้งรวย โปรไฟล์นี่ครบเครื่องทุกอย่างเลยล่ะ งานเขาก็คงจะยุ่งจนรัดตัวนั่นแหละ ถึงต้องจองคิวล่วงหน้า"

พนิดาเห็นรุ่นน้องนั้งเหม่อก็แอบอมยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะแกล้งแซะไหล่พลอยชมพูเบาๆ "แต่พี่ว่านะ ไม่ใช่เขาเริ่มสนใจพลอยแล้วเหรอ"

"พี่นิก็พูดไป เขาจะมาสนใจอะไรพลอยกันคะ เราเพิ่งเคยเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียวเองนะ" พลอยชมพูรีบประท้วงเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานเริ่มซับสีระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพยายามก้มหน้าเก็บพับผ้าขนหนูผืนสุดท้ายในมือให้เนี้ยบที่สุดเพื่อหลบสายตาจับผิดของรุ่นพี่

"แหม ครั้งเดียวแต่ให้ทิปหนักขนาดนั้น แถมคราวนี้ยังระบุชื่อเธอคนเดียว" พนิดายังคงไม่ยอมแพ้ แกล้งชะโงกหน้าเข้าไปใกล้พลอยชมพู "คนระดับคุณปรินทร์น่ะพลอย ถ้าเขาอยากนวดจริง ๆ โทรสั่งสปาห้าดาวที่ไหนพนักงานก็วิ่งโร่ไปหาถึงที่แล้ว แต่นี่เขาเลือกจะรอเธอคนเดียว พี่ว่ามันไม่ปกติแล้วล่ะจ้ะ"

"พลอยว่า เขาอาจจะแค่ถูกใจน้ำหนักมือนวดของพลอยเฉย ๆ ก็ได้ค่ะพี่นิ" พลอยชมพูพยายามหาเหตุผลทางด้านอาชีพมาอ้าง ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก "คนรวย ๆ เขาก็คงเรื่องมากเป็นธรรมดา พอเจอที่ที่ถูกใจก็เลยไม่อยากเปลี่ยนคนน่ะค่ะ"

"จ้า แม่คนถ่อมตัว" พนิดายืดตัวขึ้นพลางหัวเราะร่วน ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้พลอยชมพูอีกนิดแล้วลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน

"แต่พี่ขอกระซิบอะไรไว้อย่างนะพลอย...ถ้าคนระดับคุณปรินทร์เขาเกิด สนใจพลอยขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ พลอยต้องจับเขาให้อยู่หมัดเลยนะรู้ไหม!"

พลอยชมพูเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับคำแนะนำที่ตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด "พี่นิ! พูดอะไรแบบนั้นคะ พลอยไม่..."

"ไม่เอาหน่าพลอย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ นะจ๊ะ" พนิดาขัดขึ้นพลางจ้องตารุ่นน้องอย่างจริงจัง "ดูสิ ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังดูจะติดใจเธอขนาดนี้ ถ้าพลอยได้คนแบบนี้มาเป็น...เอ่อ... มาดูแลชีวิตล่ะก็ พลอยกับยัยมุกจะได้สบายสักทีไง ไม่ต้องมานั่งเหนื่อยสายตัวแทบขาดแบบนี้"

"พี่นิคะ พลอยไม่เคยคิดเรื่องแบบนั้นเลยค่ะ" พลอยชมพูส่ายหน้าเบา ๆ แววตาสั่นระริก "พลอยเป็นแค่พนักงานนวด ส่วนเขาอยู่สูงขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ"

"ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หรอกจ้ะ ถ้าใจมันตรงกัน" พนิดาตบไหล่ให้กำลังใจก่อนจะเดินฮัมเพลงจากไป ทิ้งให้พลอยชมพูยืนเก้อเขินอยู่เพียงลำพัง

ประโยคที่ว่า จับให้อยู่หมัด ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกับความหวั่นไหวในใจ เธอรู้ดีว่าฐานะของเธอกับเขามันต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ทำไมพอนึกถึงใบหน้าเคร่งขรึมนั้น หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่แบบนี้ก็ไม่รู้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทส่งท้าย

    พลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอโอกาส

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   คำขอโทษ

    เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ง้อเมีย

    สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ความจริงที่ต้องเผชิญ

    คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   หัวใจที่พังทลาย

    ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทลงโทษของปีศาจ

    เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ลูกค้าอันตราย

    พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   สัมผัสที่โหยหา🔥🔥🔞

    ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูก

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอเเต่งงาน

    คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลอยชมพูลงจากรถพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่ที่ดูหรูหราจนกว่าจะจินตนาการถึงปรินทร์พาเธอขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เขาพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พลอยชมพูก็ถึงกับอึ้งไปกับความก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status