تسجيل الدخولฉันเปิดอ่านอย่างตั้งใจกับข้อความที่เขาเขียนใส่กระดาษในถุงที่ให้ฉัน
"ใจหายเหมือนกันนะ ที่ผ่านมาอาจไม่เคยบอกแต่ตอนนี้กลัวไม่มีโอกาสได้บอกอีก ยิวชอบแจนนะ" ฉันรู้สึกเหมือนโลกกำลังหยุดหมุนไม่คิดว่าสิ่งที่ฉันคิดจะเป็นจริง เขาแสนดีมากจนบางครั้งฉันก็หวั่นไหวแต่ในหัวใจของฉันก็ยังคงเป็นของคุณวิทอยู่เหมือนเดิมแค่แอบรู้สึกสงสารเขาบ้างแค่นั้น ฉันกดโทรศัพท์มองดูที่ไลน์แต่ก็ยังไม่เห็นมีข้อความอะไรตอนนี้รู้สึกสับสนจะบอกเขาอย่างไรดีหรือจะปล่อยผ่านไปเลยดีนะ ฉันตัดสินใจปล่อยผ่านไม่ได้ตอบกลับอะไรหาเขาตอนนี้กำลังเตรียมตัวเตรียมเอกสารต่างๆเพื่อที่จะไปที่กรุงเทพอีกครั้ง วันนี้ที่รอคอยผ่านมา 4 ปีได้ถ้าจำไม่ผิดที่ฉันห่างจากคุณวิทมาแต่ความรู้สึกดีๆไม่เคยจางหายเลยบอกตามตรงว่าตื่นเต้นมาก ฉันโทรหา HR โชคดีที่เขายังอยู่ที่บริษัทเมื่อทราบว่าเป็นฉันเธอแสดงอาการดีใจเป็นอย่างมากบอกให้ฉันรีบไปเลย แน่นอนว่าอีก 2วันฉันจะเดินทางไปที่กรุงเทพตอนนี้พร้อมทุกอย่างแล้วอีกไม่นานก็จะได้เจอหน้าเขาแล้ว 2 วันผ่านไป วันนี้เป็นวันที่น่าใจหายอีกวันเพราะจะต้องห่างจากบ้านจากพ่อแม่อีกครั้งหนึ่งแต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะตอนนี้ฉันมีเงินมากพอแล้วจะพาพ่อแม่ไปอยู่เล่นด้วยก็ได้ ฉันเก็บกระเป๋าขึ้นรถซึ่งเป็นรถโดยสารแถวบ้านที่รับส่งคนเข้ากรุงเทพฉันตั้งใจว่าไปถึงที่นู้นค่อยซื้อรถยนต์ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะพลิกผันชีวิตตัวเองเพื่อคนๆหนึ่งได้ขนาดนี้ กรุงเทพมหานคร ตอนนี้ฉันถึงที่พักเรียบร้อยที่พักไม่ทรุดโทรมเหมือนเมื่อก่อนแถมยังค่อนข้างหรูหราอีกด้วยตอนนี้ฉันเหนื่อยมากจากการนั่งรถขอนอนพักเสียก่อน รุ่งขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นปลุกฉันตอนตี 5.30 น.ฉันรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปดูรถและทำการจองไว้ แจนคนเก่าได้หายไปแล้วตอนนี้ฉันปรับปรุงตัวเองทุกอย่างจนดีครบถ้วนหวังว่าจะสมหวังกับเขา ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจองรถไว้เรียบร้อยเหลือแค่พรุ่งนี้ต้องเข้าไปที่บริษัทฉันตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เจอเขาอีกครั้ง วันถัดมา วันนี้สินะที่ฉันจะได้พบหน้าคนที่ฉันอยากเจอมาหลายปีไม่รู้ตอนนี้เขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแต่ถึงอย่างไรฉันก็ยังรักเขาอยู่ดี ตึ๊กตั๊กๆ! เสียงหัวใจของฉันมันเต้นราวกับว่าจะหลุดออกมาฉันก้าวเท้าขึ้นลิฟอย่างตื่นเต้นในขณะที่กดลิฟกำลังจะปิดอยู่ๆลิฟก็เปิดออกคืนมีคนกดลิฟเพื่อขึ้นไปพร้อมฉัน "สวัสดีครับน้องแจน" เสียงเอ่ยทักทายที่คุ้นเคยฉันจดจำได้ว่าเป็นเสียงของคุณวิทแต่ที่น่าแปลกใจที่เขาจำฉันได้ทั้งที่ผ่านมาตั้งหลายปีแถมฉันยังเปลี่ยนไปมากด้วย ใจฉันสั่นเป็นอย่างมากในใจอยากจะร้องไห้มากเมื่อเห็นเขาอยากจะโผล่เข้าโอบกอดด้วยซ้ำแต่ทำไม่ได้ทำได้เพียงแค่ยื่นนิ่ง "สวัสดีค่ะคุณวิทจำหนูได้ด้วยเหรอ" "ไม่เคยลืมครับ" คำพูดนี้ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเขาฉันดีใจมาก "เป็นยังไงบ้างคะสบายดีไหม" ฉันยิ้มให้เขาและเอ่ยถามสีหน้าของเขาดูเหมือนดีใจแต่ก็ปนกับเคร่งเครียด "สบายดีครับน้องแจนละเป็นยังไงบ้างสบายดีไหม" "สบายดีค่ะ ดีใจจังเลยนะคะที่ได้เจอคุณวิทอีกครั้ง" "ผมก็ดีใจนะที่เจอน้องแจน ขอบคุณที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งนะครับ ลิฟเปิดแล้วเชิญครับ" ขณะที่พูดลิฟเปิดพอดีเขาจึงให้ฉันเดินออกมาก่อน ดูท่าทางเขาน่าจะรู้มาก่อนแล้วว่าฉันจะมาเพราะ HR น่าจะแจ้งแล้ว เราเดินเข้าบริษัทพร้อมกันก่อนที่จะมีเสียงเรียกจากด้านหลัง "พี่วิทคะ!" เราทั้งสองหันไปพร้อมกัน หญิงสาวที่ใบหน้าขาวนวลกำลังเดินมาด้วยความเร่งรีบพร้อมกับถือของบางอย่างมายื่นให้คุณวิท "ว่าไงน้ำ" "พี่วิทลืมเอกสารไว้ที่บ้านค่ะ" "สวัสดีค่ะ"ฉันยกมือไหว้ทักทายถึงแม้จะไม่รู้ว่าเธอคือใครก็ตาม "สวัสดีค่ะ"เธอทักทายและยื่นของให้คุณวิทเสร็จก็รีบเดินกลับไป พอฉันหันไปมองคุณวิทเขากลับทำหน้าเสีย "ใครเหรอคะ?" ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเขาเพราะดูทั้งคู่สนิทสนมกันมาก "ภรรยาผมครับ" เหมือนโลกทั้งใบของฉันพังทลายลงที่ฉันพยายามมาทั้งหมดสามสี่ปีไร้ความหมายอย่างงั้นเหรอฉันยืนนิ่งจนเขาสะกิด "น้องแจนเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" "ปะเปล่าค่ะ" .. น้ำตาของฉันแทบจะไหลฉันลงทุนเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างก็เพื่อเขาไม่คิดเผื่อใจว่าจะต้องมาผิดหวังเช่นนี้ เขามองดูหน้าของฉันก็แสดงสีหน้าเป็นห่วง "หนูขอตัวก่อนนะคะ" ฉันรีบเดินหนีออกมาจากเขาเพราะไม่รู้ต้องทำตัวยังไงเขามองตามฉันอย่างไม่ละสายตา เมื่อเข้าไปหา HR เขาก็พาฉันไปแนะนำตัวกับพนักงานคนอื่นๆอีกครั้งเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยฉันจึงนั่งลงทำงานที่โต๊ะข้างๆคุณวิท เขาหันมายิ้มแห้งให้ฉันเพราะอาการของฉันออกอย่างชัดเจนว่าผิดหวังที่เขาแต่งงานแล้ว "เดี๋ยววันนี้ผมพาไปเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการต้อนรับนะครับ" อยู่ๆเขาก็เอ่ยขึ้นฉันลังเลใจมากว่าจะไปดีไหมบอกตามตรงว่าตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาแต่งงานฉันก็ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกเลยเพราะมันรู้สึกเจ็บปวด "ได้ค่ะ" ตอนนี้เลือกไม่ได้เลยต้องตกลงไปก่อน ตอนเที่ยง "ไปกันครับ" เขาหันมาพูดกับฉันตอนนี้เราตัดสินใจไปทานข้าวกันสองคนเพราะไม่ได้ชวนคนอื่นเพิ่ม ฉันลุกขึ้นเดินไปพร้อมเขาใบหน้าหล่อเหลาหันมองมาที่ฉันบ่อยครั้งและดูสีหน้ายิ้มแย้มต่างจากฉันที่ใบหน้าเศร้าสร้อย "ไปอยู่ที่บ้านเป็นยังไงบ้างครับ" ขณะที่เดินเขาก็เอ่ยถามฉันขึ้นมา "ก็ดีนะคะแต่คิดถึงที่นี่เลยกลับมา"ฉันพูดเป็นนัยๆให้เขารู้ว่าฉันหมายถึงเขา กริ่งๆ!!เมื่อเดินๆอยู่เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้นชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและรับสายทันที "ครับน้ำ" ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศไปเลยเมื่อเขาคุยกับภรรยาของเขาบอกตามตรงว่าเสียใจมากมันไม่คุ้มเลยกับสิ่งที่ฉันทุ่มเทมากมาย "พี่อยู่ไหนไปทานข้าวกัน" เสียงเอ่ยจากภรรยาของเขาเอ่ยบอก "โอเคครับพี่อยู่ตึกเอ็มพาร์สนะพาพนักงานใหม่มาทานข้าวด้วย" เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉันรีบขอตัวออกไปจากเขาทันทีไม่รู้จะอยู่ทำไมจะทำตัวแบบไหนขณะที่อยู่กับเขาและภรรยาของเขา "คุณวิทคะพอดีหนูมีธุระกระทันหันคงไปทานข้าวกับคุณวิทไม่ได้หรอกขอตัวนะคะ" >>>>>ติดตามตอนต่อไป"จริงด้วยที่พี่ต้องแต่งงานก็เพราะพวกเขาอยากมีหลานพี่เจอหนทางแล้วแจน" เขายิ้มด้วยความดีใจดวงตาเบิกกว้างฉันเห็นสายตาของเขาเปล่งประกายทำให้แน่ใจว่าเขาเจอทางออกแล้วจริงๆ"แจนมีอะไรจะบอกพี่ด้วยนะ""เรื่องอะไรเหรอ""ประจำเดือนแจนขาดไปหนึ่งเดือน" เขาเก็บสีหน้าความดีใจไว้ไม่อยู่เลย"ไปซื้อที่ตรวจกัน" เขาลุกขึ้นจะพาฉันไปซื้อที่ตรวจทั้งที่ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วเขาดูตื่นเต้นไม่น้อยนี่เป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าหากมันไม่เป็นอย่างที่คิดกลัวว่าเขาจะผิดหวัง"เดี๋ยวสิคะวันนี้มันดึกมากแล้วนะไว้พรุ่งนี้แจนจะรีบตรวจ" เขายิ้มไม่หุบเลยฉันยิ่งเห็นรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งทำให้ฉันมีความสุข เมื่อทานอาหารเสร็จเราทั้งคู่ก็กลับที่พักที่เป็นบ้านตากอากาศเขาเดินวนไปมาอยู่หลายรอบจนฉันเวียนหัว"พี่วิททำไมไม่นอนคะเดินไปมาทำไม" เขาหันมายิ้มอย่างร่าเริงจนฉันแอบกลัวว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาคิดคงต้องเสียใจมากแน่นอน"พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้ว" "พี่วิทอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยนะคะแจนกลัวไม่เป็นอย่างที่เราหวัง" เมื่อฉันพูดแบบนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีและเดินมานั่งบนที่นอนข้างๆฉันด้วยสายตาที่กังวล"นั่นสิ ขนาดอยู่กั
ฉันรีบดันตัวเขาออกเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น "เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอก" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย ในขณะที่เขายังจ้องหน้าฉันอย่างไม่ละสายตา"งั้นเราเข้าห้องไปนอนก่อนละกันนะ" จู่ๆก็ลุกขึ้นดึงแขนฉันเดินพาไปที่พัก ฉันรู้สึกได้เลยว่าเขาคงรู้สึกหิวมากถามว่าฉันขัดไหมไม่มีทางการที่ได้คนที่หล่อและรวยแบบนี้เป็นกำไรของฉันมาก"แจนรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่" "ครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่พาไปทานอาหารอร่อยๆนะครับ" เมื่อมาถึงห้องเขาปิดประตูยังไม่ทันสนิทก็ก้มลงจูบประกบที่ปากบางของฉันพร้อมกับมือหนาที่บีมเค้นที่สองเต้าลมหายใจถี่ถ้วนเสียงดังแขนเล็กของฉันยื่นไปกอดที่ต้นคอของเขาตอนนี้เหมือนมีอะไรแข็งๆมาดันที่สะดือฉันมือหนาก็อยู่ไม่นิ่งปลดกระดุมเสื้อและกระโปรงออกเหลือเพียงเลือนร่างอันเปล่าเปลี่ยวแม้แต่ชุดชั้นในสักตัวก็ไม่มีมือหนาคว้าร่างเล็กของฉันไปวางไว้ที่เตียงนอนสีขาวที่นุ่มนิ่ม เขาสูดดมซอกคอของฉันก่อนที่จะไต่ลงมาที่สองหว่างขาใช้ลิ้นลิ้มลองรสหวานของร่องรักลิ้นของเขาตวัดขึ้นลงๆอย่างรวดเร็ว"โอ๊ะ อ่าส์! " เสียงครวญครางของฉันดังเล็ดรวดออกมาเพราะทนต่อความเสียวซ่านไม่ไหวแล้ว"หวานดีจังนะ" ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขึ
"คุณวิท" เสียงของพี่พนักงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทำให้ฉันตกใจไม่น้อยที่เขาเข้ามาโดยพละการแถมพวกพี่ๆเขาดูเหมือนรู้จักด้วย" ไม่ได้ยินหรือยังไงงานใครก็เอาไปทำเองสิ" เขาเอ่ยเสียงดังอีกรอบตอนนี้ฉันงงไปหมดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกัน ทำไมดูพวกพี่ๆเขากลัวพี่วิทราวกับว่าเป็นเจ้านายตัวเองฉันหันมองทุกคนอย่างงงงวยและดูเหมือนว่าทุกคนกำลังงงอยู่เหมือนกัน ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะก้มหน้าลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมา"ขอโทษค่ะ เดี๋ยวดาเอาไปทำเอง" เธอเดินมาหยิบงานในส่วนของเธอและรีบเดินไปที่โต๊ะ ฉันยืนคิดวกวนอยู่แบบนั้น โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอกมั้ง"พี่วิทมาได้ไงคะ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพราะไม่กล้าพูดเสียงดังเกรงใจพนักงานที่อยู่ในห้องทำงานอีกอย่างฉันมาทำงานได้ไม่นานด้วยจึงเดินไปดึงแขนเขาออกมาคุยข้างนอก"พี่ซื้อของมาฝากเดี๋ยวก่อนสิจะดึงพี่ไปไหน" ในขณะที่เดินเขาก็โชว์ถุงขึ้นมาตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจของฝากอะไรทั้งนั้นกลัวคนอื่นจะมองมากกว่า"เดี๋ยวพี่ยังไม่ตอบแจนเลยนะว่าพี่มาได้ไง""ทำไมจะมาไม่ได้ก็นี่บริษัทพ่อพี่" ใบหน้าที่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองที่ดวงตากลมของฉัน ฉันได้แต่อึ้งไม่น่าละถึงรับฉั
"แจนจะทำอะไร?" "ตัวพี่วิทห๊อมมากเลย!" เธอพูดออกมาอย่างไร้สติ ผมคิดว่าเธอคงคิดอยากทำเรื่องอย่างว่ากับผมแน่นอนและไอ้กิจมันต้องการที่จะม่อมเหล้าให้เธอเมาจะได้ฉวยโอกาสเธอโชคดีที่ผมไปช่วยเธอไว้ทันไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยหญิงสาวที่เมาแล้วดูหิวโหยแบบนี้"พี่ยังไม่อาบน้ำนะ" ผมดึงเธอออกแต่ยิ่งดึงก็ยิ่งกอดคอผมไว้แน่นกะจะเอาให้ได้เลยสินะ"พี่วิทเป็นของแจนเถอะนะ แจนให้อภัยพี่แล้ว" คำพูดออดอ้อนของเธอดูน่ารักในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เลย"ไหนแล้วตอนนี้พี่ยังไม่เป็นของแจนอีกเหรอครับ?" ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆเธอดูดวงตาของเธอกรอกไปมามองหน้าผมก่อนจะดึงคอผมลงไปประกบจูบจนผมตั้งตัวไม่ทันไม่คิดว่าเวลาเธอเมาจะไร้สติและร้อนแรงขนาดนี้เธอดันลิ้นเข้ามาตวัดรับรสหวานในจูบของผมไม่นานก็ทิ้งตัวนอนหลับไป ผมงงมากทั้งที่กำลังมีอารมณ์จู่ๆเธอก็มาหลับทิ้งผมไปแบบนี้ผมยิ้มแห้งและมองหน้าเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอหลับโดยไม่อาบน้ำแบบนี้ผมก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ก่อนจะนอนลงพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยสะสางกับเรื่องที่เกิดขึ้นรุ่งขึ้น แจน talkฉันลืมตาขึ้นมารู้สึกถึงความปวดหัว มองด
"พอดีที่ทำงานแจนดื่มน้ำเยอะไปหน่อยค่ะเลยไม่ค่อยหิว" ฉันพูดและยิ้มเล็กน้อยเพราะในสมองตอนนี้คิดอะไรไม่ทัน"แจนกลับบ้านกับพี่" จู่ๆพี่วิทมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันกับพี่กิจ ฉันเห็นหน้าเขายิ่งทำให้จะร้องไห้ออกมากับสิ่งที่เขาได้ทำ"กลับมาได้แล้วเหรอคะ ไม่ไปนอนกับคุณน้ำแล้วเหรอ" ดูเขางงงวยกับสิ่งที่ฉันพูดไป "คืออะไรทำไมพี่ต้องไปนอนด้วย" ยังจะมาแสดงอีกทำเป็นไม่รู้เรื่องเห็นฉันโง่นักหรือยังไง ดวงตาของฉันแดงก่ำเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อฉันมองไปที่พี่กิจเขาแสยะยิ้มแปลกๆตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเชื่อใจใครได้บ้างดูพี่กิจก็แปลกๆไป"ก็พี่ไปนอนกับเธอมาไม่ใช่เหรอ แจนโทรไปเป็นสิบๆสายถึงไม่รับ" ฉันพูดและลุกขึ้นเดินหนีเขาออกจากร้านแต่เขาก็ดึงแขนฉันไว้ไม่ยอมให้เดิน"ปล่อยแจนนะไม่ต้องมายุ่งกับแจน" "เดี๋ยวก่อนสิคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"ฉันสะบัดมืออกในทันทีจะให้ฉันคุยอะไรอีกในเมื่อทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้วปากบอกว่าไม่รักเธอแต่ก็เจอกับเธออยู่บ่อยๆ"แจนๆ"เขาเดินตามฉันแต่พี่กิจก็ดึงเขาไว้ปล่อยให้ฉันเดินไปขึ้นรถเขาจึงวิ่งมาขึ้นและขับรถหนีออกมาฉันได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง
"ที่แท้ก็มาอยู่กับไอ้กิจนี่เองรู้ไหมพี่หาจนทั่ว" ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวงเดือดดาลดวงตาแดงก่ำส่อให้เห็นว่าตอนนี้เขามีอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด"พี่วิทคือว่า..." พั๊วะ! ฉันยังพูดไม่ทันได้จบเลยเขาต่อยไปที่หน้าของพี่กิจอย่างรุนแรง"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน" น้ำเสียงที่เคืองโกรธเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงคอเสื้อพี่กิจตอนนี้ฉันหน้ามืดตามัวเป็นห่วงพี่กิจเป็นอย่างมากจึงผลักเขาออก"พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง ทำไมถึงคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้สักที" พอพูดจบฉันเดินไปจ่ายเงินพร้อมกับพาพี่กิจไปขึ้นรถและขับออกไปที่ร้านอื่น ในใจของฉันรู้สึกผิดต่อพี่วิทนะแต่เป็นห่วงพี่กิจมากกว่าตอนนั้นเราทั้งสองขับมาถึงเซเว่นพี่กิจเดินลงไปซื้ออาหารกล่องมาให้ทานก่อนจะไปส่งฉันที่ทำงานตอนนี้หัวใจฉันว้าวุ่นเป็นอย่างมาก หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นรูปที่ถ่ายกับพี่วิทจึงได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไปการที่ฉันมาอยู่กับพี่กิจเป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธฉันนั้นมันโง่จริงๆแต่ออกไปหาเขาตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานเวลาผ่านล่วงเลยมาจน 18.32 น. ฉันรีบเก็บของเพื่อออกไปหาพี่วิทเพื่อขอโทษที่ผลักเขาแต่เมื่อไปถึงที่บริษัทก็หาเขาไม่เจอโทรหาก็