LOGINที่โต๊ะอาหารตอนนี้มีแต่เสียงชื่นชมเวยฉิงกันไม่ข
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณคุณชายเซียวมากที่ให้เกียรติบริษัทผมครับ” โทนี่บอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาดีใจที่จะได้รับสิทธิ์โปรโตคอลสำคัญสำหรับการควบความเครือข่าย เพราะมันจะช่วยให้เขามีสิทธิ์ต่อรองกับทางราชการและได้รับสิทธิ์ติดตั้งเครือข่ายใหม่“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ โปรโตคอลนี้ยังต้องเพิ่มเติมบางส่วนเพื่อให้เครือข่ายของพี่เสถียรมากขึ้นกว่าตอนนี้อีกเล็กน้อยครับ” เซียวอวี้ตงบอกสิ่งที่เขาต้องทำต่อ“ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่รถนะครับ” โทนี่ให้เกียรติเซียวอวี้ตงมากเซียวอวี้ตงพยักหน้ารับคำ ก่อนจะลุกออกจากห้องรับแขกแล้วเดินไปพร้อมเจียเหว่ยที่คอยถือโน้ตบุ๊คให้เขาตามปกติ โทนี่ส่งจนเห็นรถของเซียวอวี้ตงจากไปจนลับสายตา เขาถึงไปที่ห้องทำงานของตัวเองแล้วส่งอีเมล์บอกข่าวดีกับเซี่ยเยี่ยนและอลันด้วยความดีใ
“อืม...ที่เพ่ยหยูพูดก็มีเหตุผลนะ เราแค่ทำงานวิจัยให้ดีกว่าที่คนเก่าเคยทำไว้ก็พอแล้ว พอกลับไปถึงประเทศก็ค่อยหาซื้อของเก่าส่งทางเรือกลับไปทีหลังแล้วไปเริ่มพัฒนาให้ดีกว่าเดิมน่าจะดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ” หวังหมิงทงพยักหน้าเห็นด้วยกับเพ่ยหยู“เอาแบบนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะปรับความเสถียรของโปรโตคอลให้เข้ากับเครือข่ายอีกไม่นานก็น่าจะเสร็จ จากนั้นค่อยทำเล่มงานวิจัยแล้วเตรียมนำเสนอพร้อมกันดีไหม” เซียวอวี้ตงเองก็เหลือขั้นตอนไม่มากแล้วในการทดสอบโปรโตคอลของตัวเอง“ได้สิ พอดีกับที่อาทิตย์หน้าพี่เยี่ยนจะมาถึง พวกเราค่อยปรึกษาเขาอีกทีว่าการเปลี่ยนเป้าหมายงานวิจัยคราวนี้จะดีกว่าไหม” เพ่ยหยูอยากได้คำแนะนำจากเซี่ยเยี่ยนด้วย เพราะเขาน่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีกว่าพวกเธอ“
เช้าวันต่อมา เพ่ยหยูตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เธอไม่ได้นอนหลับสบายขนาดนี้มานานแล้ว วันนี้เพ่ยหยูเลยคิดจะลงไปข้างล่างเพื่อคุยกับเพื่อน ๆ สักหน่อยว่าพวกเขาทำงานวิจัยกันไปถึงไหนแล้ว ของเพ่ยหยูเหลือแค่ทำเล่มงานวิจัยเพื่อเตรียมนำเสนอให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยพิจารณาการเรียนจบของเธอเท่านั้นหลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เพ่ยหยูก็ลงไปข้างล่างพร้อมรอยยิ้มบาง เธอทักทายม่อชิวและซี่หลิวที่กำลังทำความสะอาดกันอยู่ที่ห้องรับแขกอย่างอารมณ์ดี“อวี้ตงกับหมิงทงยังไม่ตื่นกันเหรอคะพี่ ๆ” เพ่ยหยูถามหลังจากนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง“น่าจะอีกสักพักก็คงลงมาทานข้าวตามปกติกันครับ” ม่อชิวตอบกลับ ช่วงนี้คุณชายทั้งสองมักจะลงมาทานข้าวเช้าพร้อมกัน มีเพียงมื้อเที่ยงตอนเซียวอวี้ตงไม่อยู่เท่านั้นที่หวังหมิงทงจะให้อวี่หนิงนำอาหารเที่ยงขึ้นไปให้บนห้องเหมือนกั
หวังหมิงทงที่ได้อุปกรณ์มาครบแล้วก็เริ่มต้นซ่อมสิ่งของที่ซื้อมาเช่นกัน เขายังเปิดประตูระเบียงและขนของออกไปซ่อมที่ระเบียงเพื่อไม่ให้อากาศในห้องได้รับมลพิษด้วย ซึ่งเซียวอวี้ตงเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาแค่บอกให้หวังหมิงทงคอยระวังให้ดีระหว่างซ่อมด้วย ปลั๊กพ่วงสายยาวที่ซื้อมานั้นถูกลากออกไปยังระเบียงเพื่อให้หวังหมิงทงใช้เสียบเครื่องมือต่าง ๆเพ่ยหยูเองก็เปิดประตูระเบียงห้องนอนของเธอออกเพื่อระบายอากาศจากการซ่อมเมนบอร์ดเก่าที่ได้รับความเสียหายหลายจุด ยังดีที่เธอซื้อหน้ากากอนามัยสำหรับป้องกันควันจากการบัดกรีกลับมาหลายอัน เพ่ยหยูจึงไม่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง เธอยังคงหมกมุ่นอยู่กับสิ่งของต่าง ๆ ที่ซื้อมือสองมาจนลืมเวลาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เพ่ยหยูก็รีบวางสิ่งของแล้วลุกออกไปบอกม่อชิวว่าอีกสักพักจะลงไป เพ่ยหยูต้องพักผ่อนบ้างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากต้องบัดกรีเมนบอร์ดมาหลายอันหวังหมิงทงเองก็แทบไ
“พวกเรารอได้ เธอทำไปเถอะ” เซียวอวี้ตงอดทึ่งกับความเก่งของเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เมื่อก่อนเขายังคิดว่าตัวเองเก่งสูสีกับเพ่ยหยูอยู่บ้าง แต่พอมาตอนนี้ เซียวอวี้ตงรู้แล้วว่าอัจฉริยะที่แท้จริงเป็นยังไง เพ่ยหยูสามารถสร้างโปรแกรมที่ดีกว่าที่เคยมีมาด้วยตัวคนเดียวถึงสองโปรแกรมเพ่ยหยูใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงถึงจะลงโปรแกรมให้หวังหมิงทงได้อย่างสมบูรณ์ เพราะตอนแรกโน้ตบุ๊คไม่สามารถรับข้อมูลขนาดใหญ่ของโปรแกรมได้ ทำให้เพ่ยหยูต้องแก้ไขหน่วยความจำในโน้ตบุ๊คด้วยโค้ดอัลกอริทึมแบบใหม่ที่เธอใช้เพื่อขยายหน่วยความจำขึ้นมาเลยเสียเวลาไปไม่น้อยกว่าจะเสร็จการลงโปรแกรม“เครื่องนายฉันเพิ่มหน่วยความจำใส่ชิปใหม่ให้เป็นสองเท่าแล้วนะหมิงทง นายใช้งานมันได้ตามปกติเลย เพียงแต่ตอนรันดูชิปในโปรแกรมอาจต้องใช้เวลามากสักหน่อย เพราะโน้ตบุ๊คของนายความเร็วต่ำกว่าพีซีของฉันหลายเท่าน่ะ” เพ่ยหยูอธิบายหลังส่งโน้ตบุ๊คคืนให้เพื่อน
เพ่ยหยูรอหน้าร้านไม่นานก็เห็นม่อชิวกับซี่หลิวเข็นรถออกมานำของใส่ท้ายรถของเซี่ยเยี่ยนจนเสร็จ ก่อนพวกเขาจะนำรถเข็นกลับเข้าไปคืนในร้านแล้วชวนเพ่ยหยูขึ้นรถ“คุณหนูอยากไปไหนต่อครับ” ม่อชิวถามหลังจากขึ้นรถแล้ว“กลับบ้านเลยค่ะ รบกวนพวกพี่ช่วยขนของพวกนี้ขึ้นไปที่ห้องฉันให้ทีนะคะ ฉันยังมีงานต้องทำต่ออีกเยอะเลยค่ะ” เพ่ยหยูบอกทั้งสองคน“ช่วงนี้คุณหนูไม่ต้องเข้าเรียนเหรอครับ” ซี่หลิวอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ตารางเรียนพวกนั้นไม่มีผลกับการตัดเกรดค่ะ ฉันเลยไม่อยากเสียเวลาเข้าเรียน” เพ่ยหยูบอกไปตามตรง เธอไม่เห็นว่ารายวิชาพวกนั้นจะช่วยให้งานวิจัยของเธอเสร็จเร็วขึ้นสักนิด สู้เธอเอาเวลาไปอ่านหนังสือและรีบทำอัลกอริทึมของตัวเองยังเร็วกว่าอีก
เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า
เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดค
เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอ
“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ







