LOGINเพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงรีบขอบคุณฉินจ้ว
ช่วงค่ำวันนั้น พ่อบ้านโทรนัดวันและเวลากับเซี่ยตงรวมถึงอธิบายคร่าว ๆ ถึงเรื่องที่ฉินจ้วงต้องการเรียกสองพ่อลูกมาคุยกันที่บ้านในช่วงสายของอีกสองวันข้างหน้า เซี่ยตงที่รับสายถึงกับยิ้มกว้างออกมาทันทีที่ได้ยิน เขารีบรับปากแล้ววางสายไปทันที“อีกสองวันลูกเลื่อนงานทั้งหมดออกไปก่อนนะ พวกเราต้องไปตระกูลฉินด้วยกัน” เซี่ยตงยังไม่คิดจะบอกข่าวดีกับลูกชาย เขาอยากทำให้เซี่ยเยี่ยนรู้สึกแปลกใจบ้างสักครั้งกับเรื่องดี ๆ ที่ตระกูลฉินกำลังจะพูดคุยปรึกษากับพวกเขาพ่อลูก“หืม? มีเรื่องด่วนอะไรเหรอครับเนี่ย” เซี่ยเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ“ลูกอย่าถามมากเลยน่า พรุ่งนี้เลื่อนงานวันมะรืนออกไปตามที่พ่อบอกก็พอ” เซี่ยตงไม่สนใจสายตาสงสัยของลูกชายหน้านิ่งของเขา นี่ขนาดเขาสอนลูกให้ปรับเป
เพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงรีบขอบคุณฉินจ้วงด้วยความดีใจ พวกเขาคิดไม่ถึงว่าแผนการพัฒนาที่เคยคุยกันเอาไว้จะมีฉินจ้วงสนับสนุนอย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องให้ทางการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกเขาเหมือนสถาบันวิจัยด้วย เรื่องนี้ทำให้พวกเขามีอิสระในการทำงานวิจัยได้อย่างสบายใจมากที่สุดเซี่ยเยี่ยนเองก็คิดว่าเขาจะเข้าไปช่วยพวกเพ่ยหยูด้วยอีกแรงหนึ่ง ยังไงวัสดุในการสร้างเครือข่ายความเร็วสูง เซี่ยเยี่ยนจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศมาให้ตระกูลเซียว หากว่าในประเทศหาวัสดุที่ดีกว่าไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เขาจะให้เพ่ยหยูปรึกษาพ่อแม่ของเธอที่อยู่ในสถาบันวิจัยลองดูก่อน เพราะที่นั่นมีวัสดุหลายอย่างที่เป็นความลับและคนภายนอกไม่ทราบสามปีต่อมาด้วยความร่วมมือของตระกูลฉินอย่างเต็มที่ อีกทั้งฉินจ้วงใช้เส้นสายของเขาจนทำให้สามารถขอซื้อวัสดุจากสถาบันวิจัยมาให้ตระกูล
กลุ่มพวกฉินจ้วงนั่งคุยกันรอไปเรื่อย ๆ โดยบอดี้การ์ดของตระกูลฉินไปหาของว่างและน้ำมาให้กับทุกคนกินแทนพนักงานของสนามบินที่นำมาให้แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยถูกใจฉินจ้วงสักเท่าไหร่นัก เขาเลยให้หูไห่ไปจัดการกับคนอื่น ๆสองชั่วโมงต่อมา เสียงประกาศเที่ยวบินของพวกเพ่ยหยูก็ดังไปทั่วบริเวณ ฉินจ้วงยิ้มกว้างออกมาทันทีที่กำลังจะได้พบหลานสาวหลังจากเวลาผ่านไปนานถึงปีกว่า วันนี้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเขาติดงานเลยไม่สามารถมาได้ ส่วนฉินกวงเองก็วุ่นวายอยู่กับบริษัทของตระกูลและบริษัทพ่อตาอยู่เช่นเคย ฉินจ้วงปล่อยให้ฉินกวงกลับไปดูแลบริษัทของตระกูลได้กว่าครึ่งปีแล้วหลังจากเห็นว่าระบบของตระกูลเวยคงที่แล้ว เวยฉิงที่ยุ่งกับการเลี้ยงฉินซ่งก็ไม่กล้าพาเจ้าตัวเล็กมาป่วนที่สนามบินเลยไม่ได้มาด้วย เธอรออยู่ที่บ้านเพื่อพบน้องสามีอย่างใจจดใจจ่อหูไห่พาบอดี้การ์ดหลายคนไปรอรับคุณหนูของพวกเขาที่ประตูทางออกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะเห็นพวกเพ่ยหยู
สองสัปดาห์ต่อมาเพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ ไปรับใบจบการศึกษาที่ MIT เมื่อวานนี้ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเดินทางกลับประเทศกันมาหลายวันแล้ว ตั๋วเครื่องบินที่เซี่ยเยี่ยนซื้อเอาไว้ลงวันที่เดินทางในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อให้ทุกคนได้ตรวจสอบก่อนว่าลืมอะไรเอาไว้ที่นี่หรือไม่“พี่เยี่ยนคะ ดูเหมือนว่ากระเป๋าเดินทางสำหรับใส่ของฝากจะไม่พอนะคะ” เพ่ยหยูถามเพื่อนดูแล้วพบว่าพวกเขาต่างพากันซื้อของฝากกลับไปไม่น้อย“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไปซื้อกระเป๋ามาเพิ่มก็ได้ครับ ยังไงก็ว่างกันอยู่แล้ว” เซี่ยเยี่ยนที่นั่งอ่านข่าวเกี่ยวกับธุรกิจในอเมริกาช่วงนี้เงยหน้าขึ้นตอบเพ่ยหยู“ขอบคุณมากค่ะ ฉันไปบอกพวกเขาก่อนนะคะ” เพ่ยห
“หุ้นที่ผมซื้อเอาไว้ก็เหมือนกันครับพี่เซี่ย ผมเองก็จะทำตามที่พี่บอกด้วยครับ” หวังหมิงทงยิ้มกว้างออกมาทันที เขาคอยโทรสอบถามกับเคอติสแทบทุกเดือนเรื่องหุ้นที่ซื้อเอาไว้“ดีครับ พรุ่งนี้เราค่อยไปดูกันว่ากำไรสุทธิที่ได้รับมีเท่าไหร่” เซี่ยเยี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจที่เห็นว่าทุกคนรู้จักนำเงินไปลงทุนในหุ้นแทนที่จะนำไปซื้อของฟุ่มเฟือยเหมือนเด็กคนอื่น“นี่ใกล้จะเที่ยงแล้ว ทุกคนอยากกินอะไรครับ ผมจะได้ออกไปซื้อให้” ม่อชิวดูนาฬิกาแล้วจึงรีบเอ่ยถามทุกคนตามหน้าที่“อืม...พี่ว่าพวกเราไปกินกันที่ไชน่าทาวน์ดีไหม จะได้เดินเล่นที่ห้างกันด้วย” เซี่ยเยี่ยนคิดว่าหลังการนำเสนองานวิจัยไปแล้ว ทุกคนควรจะได้พักผ่อนบ้าง“
“โธ่คุณตาครับ ผมทำไปก็เพราะความต้องการของลูกค้านะครับ” ฉินกวงโอดครวญ“คุณก็อย่าขู่หลานสิคะ” ฟ่งชิงชิงปรามสามีที่ชอบแกล้งหลานชายคนรอง“คุณก็ชอบตามใจเสี่ยวกวงอยู่เรื่อย แล้วนี่เหลนตาไปไหนแล้วเนี่ย” หลงซวี่มองหาฉินซ่งที่ตอนนี้สามารถวิ่งเล่นได้แล้ว เขาแข็งแรงกว่าเด็กวัยเดียวกันและกำลังซนมาก“ผมว่าคงไปวิ่งเล่นข้างนอกแล้วมั้งครับ” ฉินกวงรู้ดีว่ามีบอดี้การ์ดหลายคนคอยจับเจ้าตัวเล็กอย่างฉินซ่งอยู่แล้วเลยไม่ได้กังวลอะไร อีกอย่างบ้านภรรยาเขาอย่างตระกูลเวยก็ทั้งรักทั้งหลงฉินซ่งจนไม่ยอมให้ละไปจากสายตาเลยแม้แต่น้อยบรรยากาศปีใหม่ที่เมืองหลวงปีนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น เพราะสองตระกูลใหญ่ปฏิเสธการเข้าร่วมงานเนื่องจากหลานสาวอย่างเพ่ยหยูไม่อยู่ พวกเขาเลยไม่อ
จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวันไป่หลิวกับซู่ฟางช
“ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห
พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน







